ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 26.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 264

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 26.
แบบอักษร

   Be Friend EP 26.

 

  ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง!!

  

   "ใครมาว่ะแม่ง กดเหมือนมาตามควายกลับบ้าน ไปดูดิสาวๆมาตามมึงรึเปล่า" ผมเลิกคิ้วถามออกไปด้วยความอารมณ์เสีย

   คนกำลังกินข้าวอร่อยๆเสียมู้ดหมด

   กดโหดเหมือนโกรธใครมา ประหนึ่งผัวที่บ้านแอบมีชู้แล้วต้องมาตามกลับบ้าน

   "สาวก็เหี้ยแล้วเมีย ไม่เคยยุ่งกับใครตั้งนานแล้วเถอะ" อชิหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับสาวเท้าเดินไปเปิดประตู

  ส่วนตัวผมก็กลับมาดื่มด่ำกับซุปมันฝรั่งแสนหวาน พร้อมกับอาหารอย่างอื่นบนโต๊ะด้วยความเพลิดเพลินหลังพูดจบก็ไม่ได้สนใจเรื่องใดอีก อาจเป็นเพราะแน่ใจว่าคนที่มาหามันไม่เกี่ยวกับผม เพราะห้องนี้มันไม่ใช่ห้องของผม เป็นไปได้ยากที่จะมีคนมาหา

   อาหารทุกมื้อที่อชิทำให้ผมทาน ผมมักจะเจริญอาหารเป็นพิเศษ เป็นแบบนี้มาราวเดือนกว่าแล้ว ไม่ให้อ้วนได้ไง ใช่มั้ยเจ้าเด็ก

   "ใครมามึง" ถามออกไปทั้งมือยังตัวอาหารตรงหน้าใส่ปากไม่หยุด

   "..."

   "คะ...มะ...มึงมาทำไมกัน" กำลังจะถามซ้ำว่าใครมาแต่ต้องปิดปากลงฉับและเปลี่ยนคำถามทันที ตอนที่หันหน้าแล้วไปสบตาเข้ากับเพ้นท์และคิว เดินตามหลังอชิมา

   ตอนนี้สีหน้าของอชิและเพ้นท์ ทั้งคู่ดูไม่สู้ดีนัก มันแสดงออกมาถึงความเกี้ยวกราดและดุเดือด ไม่แพ้กัน เห็นจะมีเพียงคิวที่ยืนหน้านิ่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆโดยไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา

   "พะ...เพ้นท์มึงมาได้ไง" ผมเอ่ยถามเสียงแผ่วออกไป คำถามว่ามาที่นี่ได้ไง คงจะดูเป็นคำถามที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย

   "กูต้องถามมึงมากกว่าว่าทำไมมึงต้องมาอยู่ที่นี่"

   "อะ...เอ่ออ"

  "ถ้าเมียจะอยู่ในห้องของผัวมันคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกคงเป็นมึงมากกว่า มาทำเชี่ยอะไร" ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป เสียงดุดันทุ้มต่ำของอชิพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

   "หึ! เลวๆอย่างมึงเนี่ยนะที่บอกว่าเป็นผัวนาทีมัน" เพ้นท์พูดเสียงลอดไรฟัน จ้องไปยังในตาคมเข้มของอชิอย่างไม่วางตา

   "...และกูจะบอกให้นะ คนอย่างมึงมันไม่คู่ควรกับนาทีมันหรอก"

   

  ผัวะ!

 

 "เห้ย!" เพ้นท์พูดจบก็ปล่อยหมดอย่างเร็วและแรงเต็มกำลังใส่ที่ใบหน้าหล่อของอชิอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าหล่อหันไปตามแรง เซไปซนขอบโต๊ะอาหาร

  ผมเอ่ยร้องเสียงดังลั่น พร้อมกับรีบลุกจากเก้าอี้เพื่อที่จะเข้าไปจับอชิ

 

  ผัวะ! ผัวะ!

 

  แต่เหมือนมันยังจะช้าเกินไปเพราะ อชิยัดตัวลุกขึ้นพร้อมกับยกมือเช็ดเลือดข้างมุมปากเพียงเล็กน้อยและปล่อยหมัดออกไปเต็มแรงเข้าใบหน้าของเพ้นท์อย่างจัง ทั้งยังลงไปค่อมและต่อยซ้ำอีกหลายหมัด

   "ที่ผ่านมากูคงใจดีกับมึงมาสินะ มาหาถึงที่ขนาดนี้คงไม่อยากตายดี" เสียงของอชิพูดออกไปอย่างเลือดเย็นทั้ง ยังจับล๊อกคอเสื้อเพ้นท์ไว้แน่น และปล่อยออกมาไปไม่ยั้ง

   ใบหน้าสีแทนช้ำเขียวพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากตามข้างมุมปากและหางคิ้ว ภาพตรงหน้าทำให้ผมยืนสั่นจนแทบหมดแรง กลิ่นคาวที่โชยออกมามันทำให้การหายใจของผมเริ่มติดขัด

   ในจังหวะนั้นเองเพ้นท์สามารถผลักให้ตัวของอชิออกจากตัวได้หมายจะขึ้นคร่อมต่อยอชิคืนบ้าง

   "กูไม่มีวันให้มึงได้ทำเหี้ยกับนาทีมันอีกแน่ ถ้ากูรู้ว่ามึงเลวขนาดนี้กูไม่ปล่อยให้เวลามันผ่านมานานขนาดนี้หรอก!" ใบหน้าสีแทนเปื้อนเลือด ขยับลุกขึ้นคร่อมตัวอชิ

    "หึ!" อชิเพียงแค่หัวเราะในลำคอออกมา พร้อมกับผลักให้เพ้นท์ลงไปนอนที่เดิมอีกครั้ง มือหนายกขึ้นปล่อยหมัดหมายจะต่อยเข้าใบหน้าสีแทนนั้นอีกครั้ง

    "หยุด! พวกมึงทำบ้าอะไรกันอยู่!" แม้เรี่ยวแรงเริ่มถดถอย กลิ่นเลือดรอยฟุ้งจนคุณแม่อย่างผมแทบจะล้มลงไปนอนกลางพื้นแทนพวกมันทั้งคู่

   เปล่งเสียงตะโกนออกไปด้วยแรงที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

   พูดจบก็ทิ้งตัวลงนั่งช้าๆใช้แผ่นหลังพิงไปยังขาของเก้าอี้โต๊ะอาหารที่อยู่ข้างตัว แววตายังคงจ้องมองไปยังภาพด้านหน้า ที่ไม่ได้ฟังเสียงของผมที่ตะโกนร้องห้ามแม้แต่น้อย อชิปล่อยหมัดจนใบหน้าของเพ้นท์แทบจะไม่เห็นสีของผิวเนื้อสีแทน เพราะตอนนี้มันกลายเป็นสีเลือดเต็มไปหมด

   "พอ!ไอ้เหี้ยชิ มึงจะต่อยให้มันตายเลยรึไง เห้ย!นาที!" เสียงของคิวที่ยืนเงียบอยู่นานตะโกนห้ามขึ้น พร้อมกับรีบสาวเท้ามาหาผมในตอนที่ผมลงไปนั่งแหมะอยู่ข้างเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว

   ทุกอย่างหยุดลง อชิหันหน้ากับมาทั้งที่มือยังค้างรอยอยู่บนอากาศในท่าเตรียมจะปล่อยหมัด "นาที!" ตะโกนเรียกผมเสียงดังลั่น พร้อมกับลุกเต็มความสูงวิ่งมาหาผมทันที

   "กูบอกมึงแล้วใช่มั้ย! ว่าถ้ากูเล่าให้ฟังแล้ว มึงจะไม่ทำเรื่องเหี้ยๆขาดสติแบบนี้ ไม่สมกับเป้นมึงเลย กูเตือนมึงมาตลอดว่าอชิมันไม่เหมือนอชิที่กูรู้จัก มันทั้งบ้าและแรงของมันกูมั่นใจว่าขนาดคนแบบกูยังไม่สามารถล้มมันได้แน่ๆแล้วมึงกำลังทำเชี่ยอะไรอยู่ มาให้นอนมันต่อยรึไง!" คิวพูดออกมาอย่างคนไม่สบอารมณ์ ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ คิวเล่าเรื่องอะไรไปบ้าง

   "มันไม่มีหรอกไอ้สิ่งมหัศจรรย์ บ้าบอที่มึงพูด มันมีแต่ไอ้คนเหี้ยๆแบบมัน ถ้ากูรู้มันใช้เรื่องพวกนี้มาผูกมัดนาทีนะ กูคงบุกมาฆ่ามันนานแล้ว มึงกลับมาทำเหี้ยอะไร ทิ้งมันไปตั้งนาน มึงกลับทำเหี้ยอะไร!" เหมือนเพ้นท์ที่ผมเคยรู้จักมันไม่มีอีกแล้ว สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยเลือดอาบทั้งสองแก้ม

   แต่กลับไม่ได้บดบังความเครียดแค้นและความก้าวร้าวเลยที่มีให้อชิเลยแม้แต่น้อย

   ทั้งที่เจ็บจนแทบลุกไม่ไหว แต่เสียงตะโกนด่าทอออกมาไม่ได้ดูเบาบางเลย มันทั้งหนักแน่นและดุดัน

   "หึ สภาพแบบนี้เนี่ยนะ จะบุกมาฆ่ากู" อชิพูดขึ้นและเหยียดยิ้มด้วยพร้อมกับส่งสายตาสมเพชกลับไปให้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าความรู้สึกของผมมันเป็นแบบไหน

   มันทั้งรู้สึกผิด ทั้งเจ็บที่หัวใจไปหมด เพื่อนอย่างเพ้นท์ดูทรมาน บาดแผลบนใบหน้ายังดูไม่เจ็บปวดเท่าแผลภายในใจที่เกิดขึ้นแน่ๆ

   ผมไม่เคยรู้เลยว่าเพ้นท์มันรู้สึกกับผมมากมายขนาดนี้

   เพราะตลอดสองเดือนที่ผ่านมา หลังจากวันนั้นที่ห้าง เพ้นท์ก็แสดงท่าทีปกติกับผม ทั้งยังวางตัวเป็นกลางไม่ได้ดูโกรธหรือแสดงท่าทีเกลียดอชิเลยแม้แต่น้อย

   แต่วันนี้ผมได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เพ้นท์ทำเหมือนกำลังชั่งใจและรอเวลาระเบิดอย่างวันนี้นี่เอง และคงไม่พ้นเรื่องของอชิเมื่อสามปีก่อนที่ทำกับผมไว้ เป็นตัวจุดฉนวนความเกรี้ยวกราดของเพ้นท์ในวันนี้เป็นแน่ๆ

   มันดูไม่เป็นเพ้นท์เอาเสียเลย

   เพราะเพ้นท์ผมรู้จักทั้งใจเย็นและมีสติเยอะกว่านี้มาก

   อชิก็ดูไม่เหมือนอชิในทุกวัน ความสุภาพสุภาพอ่อนโยนหายเกือบหมด อชิดูเลือดเย็นและเกรี้ยวกราดไปพร้อมกัน ทั้งยังดูจะสามารถฆ่าใครได้จริงๆถ้าผมไม่ล้มตัวหมดแรงลงเสียก่อน มันคงไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่ๆ

   "ขยับออกไปห่างๆกูเหม็น แล้วเลิกกัดกันเป็นหมาแบบนี้สักที พวกเป็นเด็กกันรึไง..." ผมพูดออกมาอย่างเหลืออดด้วยน้ำเสียงบางเบา ตอนที่อชิขยับตัวเข้าใกล้กลิ่นคาวเลือดที่ติดตามตัวของอชิมันแรงจนผมแทบจะกลั่นหายใจไม่ทัน และถ้าช้ากว่านี้ผมคงผมได้สลบจริงๆแน่

   "นาที..." แววตาเศร้าลง เพราะนี้คงเป็นครั้งแรกที่ผมและลูกในท้องไม่ได้เรียกหาอชิ ทั้งยังผลักไสให้ออกไปห่างๆเสียอีก

   "กูเหม็นเลือด จะอ้วก" เหมือนใจยวบลงอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ภาพที่เพ้นท์โดนต่อยควรจะเป็นภาพที่ผมควรจะสะเทือนใจมากที่สุด แต่กลับเป็นตอนที่เห็นแววตาวูบไหวของอชิ หัวใจของผมมันตกวูบขึ้นมาเสียดื้อๆ

   จึงทำได้แค่เอ่ยออกไปเบาๆเพื่อให้รู้ผมไม่ได้เหม็นมัน เพียงแต่เหม็นเลือดที่ติดตามตัวเท่านั้น

    ทั้งที่ควรจะโกรธที่อชิต่อยเพ้นท์จนแทบจะตายคามือ ทั้งที่เพ้นท์ได้ต่อยอชิเพียงครั้งเดียวในตอนเริ่ม แต่กลับเข้าใจและเห็นใจ

   นี่ผมรักมันขนาดนี้เลยหรอ?

   รักจนไม่ห่วงเพื่อนที่ทำดีและห่วงผมมาตลอดสามปีเลยหรอ

   ทำไมดูเลวเหลือเกิน...

    แต่มันอาจจะเป็นเพราะผมรู้สึกไม่ดีกับวิธีที่เพ้นท์เลือกใช้ก็ได้ การบุกเข้ามาเรื่องอชิถึงที่คอนโดมันดูเป็นวิธีที่ไม่ควรเท่าไร

   ไม่ควรเป็นวิธีคนแบบเพ้นท์เลือกใช้ด้วยซ้ำ

   ขาดสติ...

   ในใจผมคงอยากจะเก็บภาพเพ้นท์คนแสนดีไว้มากกว่า เลยรู้สึกต่อต้านกับการกระทำครั้งนี้

   ทั้งที่ในใจลึกๆจะนึกกลัวว่าอชิจะทำให้ตายต่อหน้าก็ตาม

   "นาทีต้องเป็นของกู กูชอบมัน ชอบมันมานานมาก กูคอยดูแลมันมาอย่างดีโดยตลอด มันมึงเหี้ย มึงมันเหี้ยที่แย่งมันไปจากกู! อึก" ผมสตั้นอีกครั้งตอนที่เห็นน้ำตาของเพ้นท์ไหลลงอาบแก้มสองข้าง ทั้งที่โดนต่อยอย่างหนักแต่ไม่ได้แสดงความเจ็บออกมาแม้แต่น้อย

   คำพูดที่ออกมาจากปากเพ้นท์บอกออกมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวดนั้น ยิ่งทำให้ผมพูดไม่ออก จนต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ

   "เพ้นท์..."

   "นาที...อยู่กับกูได้ไหม" เสียงของเพ้นท์โอดขึ้น ทั้งที่สายน้ำตายังหลั่งไหลอยู่อย่างไม่อาย

   "มันฝันอยู่หรอวะ? ต้องตายคาตีนกูก่อนรึป่าว" เสียงของอชิพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม

   "กูไม่กลัว!" เพ้นท์กลับตวาดออกมาอย่างดัง พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตไม่หยุด

   "พอเถอะเพ้นท์ มันเป็นไปไม่ได้ กูบอกมึงแล้วว่าอย่ามา พยายามห้ามมึงก็แล้ว กูไม่ได้อยากเห็นเพื่อนแบบมึงมานอนจมกองเลือดแบบนี้นะ! ทั้งที่กูไม่อยากเล่ามึงก็บังคับกู ด้วยความที่มึงเป็นเพื่อนกู และเป็นเพื่อนที่ดีของกู กูเลยตัดใจพูด เพียงแค่หวังว่ามึงจะตัดใจได้ตอนที่รับรู้ มึงควรยอมรับความจริงซะ ก่อนที่จะตายคาตีนมัน ตัดใจเสียเถอะ"

   คิวพูดออกมาอีกครั้งอย่างใจเย็น ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคิวถึงต้องเล่าให้ฟัง คำว่าเพื่อนสำหรับคิวมันคือที่สุดของชีวิตเขาจริงๆ

   ไม่แปลกใจเลยที่คิวจะเสียใจมากๆและโกรธที่อชิทิ้งไปโดยไม่เห็นหัวของเขา แม้ทั้งสองจะคุยกันแต่ผมเชื่อว่าคิวไม่ได้ให้ความสนิทใจกับอชิได้เท่าสามปีก่อนแน่ๆ

   และนี่คงอยากจะรักษาเพื่อนที่ดีแบบเพ้นท์ไว้สินะ

   "...." ความเงียบคือคำตอบที่เพ้นท์ใช้ตอบทุกสิ่ง ทั้งสีหน้าและแววตาไม่ดูสงบลงเลยแม้แต่น้อย

   มันยังคงดูทุกข์ใจ เสียใจตัดพ้อและเครียดแค้น...

 

......................

   

ความคิดเห็น