facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 7 : ข้อห้ามของพ่อ

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 7 : ข้อห้ามของพ่อ

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 7 : ข้อห้ามของพ่อ
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 7 : ข้อห้ามของพ่อ 

#ฉลามซ่อนรัก 

            

           ผมขยับเข้าไปกอดอาเป็นการอ้อน อาเลยต้องกอดปลอบสลับกับลูบหัวให้ผมรู้สึกดีขึ้น ซ้ำยังต้องใช้อีกมือหนึ่งในการจับพวงมาลัย ประคองรถไว้เราจะได้ไม่พุ่งลงไปข้างทาง ดีที่แถวนี้ไม่ค่อยมีรถผ่านเลยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอันตรายมาก 

  

           แต่ก็ใช่ว่าควรปล่อยปละละเลย 

  

           “นะครับอา คืนนี้ให้ผมนอนด้วยนะ” ผมอ้อนช้อนตามองอาไม่ต่างจากลูกแมวไม่มีพิษมีภัย ทำเอาอาถึงกับทำหน้าลำบากใจ คงเพราะเขาสัญญากับพ่อไว้และไม่อยากมีปัญหา “ผมทำให้อาลำบากใจเหรอครับ ?” 

  

           “ไม่ใช่อย่างนั้น อาแค่กำลังคิดว่ามันจะไม่อึดอัดเหรอ ห้องอามันเล็กจะตาย” 

  

           “ถึงห้องเล็กผมก็นอนได้ครับ ขอแค่อาอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งผมไปไหน” 

  

           “อาจะทิ้งเราไปได้ไง สัญญาไว้แล้วต้องทำตามสัญญา” 

  

           “งั้นคืนนี้เรานอนด้วยกันนะครับอา แค่คืนเดียวก็ได้” ผมทำหน้าเศร้าใส่ “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้พ่อรู้ว่าอาละเมิดกฎที่พ่อห้ามไว้ ถ้าพ่อว่าอาผมจะรับผิดชอบเอง อาไม่ต้องกลัวไปนะครับ” 

  

           “อย่าพูดเหมือนเราทำอาท้องสิ ถ้าอาผิดอารับผิดชอบเองอยู่แล้ว” เขาย่นคิ้วใส่ “อาแค่กลัวว่าถ้าพ่อเราได้กลิ่นอาบนตัวเรามากไปเขาจะว่าเราเอาได้ อาพาเรามาอยู่ด้วยเพื่อให้เราปลอดภัย” 

  

           “การได้อยู่ใกล้อามันทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ” 

  

           “ซีน่อน” 

  

           “อาคือนัมเบอร์วันในใจผมเลยนะครับ” ผมยิ้มตาหยีอาเลยผลักหัวผมด้วยความหมั่นไส้ “ตกลงว่าคืนนี้เรานอนด้วยกันนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่กลิ้งไปทับอา” 

  

           “ถ้าพูดเรื่องกลิ้งแล้วต้องพูดถึงพี่ชายเรา รายนั้นน่ะนอนดิ้นมาก” ผมยิ้มขำรู้เลยว่าอาหมายถึงแดเนียล “อายังจำวันที่ไปนอนบ้านเราแล้วแดเนียลขอมานอนด้วยเพราะงอนออสตินได้ โตเป็นฉลามยักษ์แล้วยังนอนดิ้นเป็นปลาทูถูกน้ำร้อนราด” 

  

           “พี่เป็นแบบนั้นแหละครับ แปลกใจที่พี่ออสตินทนได้” 

  

           “อาว่าออสตินแอบหนีไปนอนที่อื่นมากกว่า ใครจะทนท่วงท่าการนอนดิ้นของแดเนียลได้” อาส่ายหัวไปมาอย่างรับไม่ได้ “ไม่รู้ว่าตอนอยู่ในท้องโซลดิ้นแบบนี้ไหม ดีแค่ไหนที่ไม่ดิ้นจนหลุดออกมาก่อนกำหนด” 

  

           “อา ฮ่าๆ” ผมลากเสียงยาวพลางตีแขนอาไปทีนึงที่นินทาพี่แบบนั้น ก่อนที่พวกเราสองคนจะระเบิดหัวเราะขบขัน เพราะผมเองก็คิดเหมือนกันว่าตอนแม่ท้องพี่ อีกฝ่ายดิ้นจนหลุดออกมาหรือเปล่า วัยเด็กของแดเนียลวีรกรรมเยอะมาก ยิ่งพอโตขึ้นมาก็ยิ่งสร้างปัญหาเก่งเป็นที่หนึ่ง “ผมฟ้องพี่แน่ว่าอานินทาเขา” 

  

           “อาไม่ได้ว่านินทาสักหน่อย อาแค่สงสัย” ผมยีหัวเข้าให้ “ลองนึกภาพแดเนียลเต้นเบรกแดนซ์อยู่ในท้องโซลสิ มันน่าขำจะตาย มันเหมือนมาสคอตฉลามที่เต้นอยู่ในยูทูปเลย” 

  

           “ร้าย~”  

  

           “ไม่เท่าเราหรอก” ผมย่นจมูกใส่อาที่ว่าผม พลันเราสองคนก็หลุดขำ บทสนทนามากมายถูกหยิบยกมาคุยกันราวกับอาต้องกาชดเชยวันเวลาที่พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันยังไงยังงั้น ซึ่งผมว่ามันดีนะอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมหยุดคิดเรื่องกลายร่าง 

  

           ซีวานบอกว่าอารมณ์มีส่วนเหมือนกัน ถ้าผมโกรธหรือรู้สึกแย่มากๆ ก็อาจจะไปกระตุ้นยีนส์ฉลามในร่างให้ตื่นขึ้นมาอีกได้ เพราะงั้นอาเลยพยายามชวนคุยให้ผมมีความสุข มันจะได้ไประงับฮอร์โมนตรงนั้นไม่ให้หลั่งออกมามากเกินไป 

  

           ถือว่าเป็นทางออกอีกทางเลย 

  

           “ว้าว” ผมอ้าปากค้างอุทานเบาๆ ตอนมาถึงบ้านอา มันเป็นบ้านสไตล์มินิมอลน่ารัก ตัวบ้านไม่ได้ใหญ่มากเหมาะสำหรับหนุ่มโสดที่อยู่คนเดียว ด้านหน้ามีรั้วกั้น ส่วนด้านหลังมีชายทะเลไม่ต่างจากบ้านผมเท่าไหร่ ผมเคยมาที่นี่ตอนเด็กๆ อยู่ไม่กี่ครั้งเนื่องจากอาไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ 

  

           จริงๆ ต้องบอกว่าอามานอนบ้านเราบ่อยกว่าอยู่บ้านตัวเองอีก แม่ถึงได้ทำห้องไว้ให้เขาโดยเฉพาะไง 

  

           รวมถึงเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งจานชามช้อนส้อมแม้กระทั่งแปรงสีฟันก็มีให้  

  

           นั่นคงทำให้อารู้สึกสบายใจมากกว่าตอนอยู่คนเดียว 

  

           “บ้านอาน่ารักจัง” ผมชมเขาตอนก้าวลงจากรถ อาเดินไปหยิบกระเป๋าท้ายรถแล้วถือให้ “ผมลืมไปแล้วว่ามาบ้านอาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จำได้ว่าตอนนั้นมันดู...” 

  

           “เก่ากว่านี้” อาพูดแทรกขึ้นมา “เพราะอาไม่ค่อยอยู่บ้านเลยไม่ได้ดูแลมันนัก ยิ่งตอนย้ายไปอยู่บ้านเก่าก็ลืมไปสนิท” 

  

           “แต่นี่มันดูดีมากเลยนะครับ เหมือนมีคนอยู่ข้างใน” 

  

           “ไม่หรอก ที่มันดูดีขึ้นเพราะโซลให้คนมารีโนเวทให้” 

  

           “เอ๊ะ” 

  

           “บอกเขาแล้วว่าไม่ต้อง แต่ก็ยังดึงดันที่จะทำให้ เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไรๆ” อาหัวเราะพร้อมส่ายหัวหน่ายใจ “แม่เราน่ะหัวรั้นกว่าใคร ถึงอย่างนั้นก็เป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นเก่ง” 

  

           “แม่เป็นแบบนั้นเสมอครับ” ผมยิ้มรับ “และอาก็เป็นครอบครัวของเรา แม่คงอยากตอบแทนที่อาคอยดูแลพวกเรามั้งครับ” 

  

           “จริงๆ ต้องบอกว่าอาโดนขู่ต่างหาก ใครจะอยากดูแลลูกฉลามแสบสามตัวกัน” อาถอนหายใจใส่ “แถมพ่อฉลามก็ยังจ้องจะกินหัวอีก เกิดเป็นอาฉลามนี่มันเหนื่อยซะจริง” 

  

           “แต่อาก็เลี้ยงพวกเรามาอย่างดี” 

  

           “เพราะการได้ดูแลเราและพี่ๆ ให้โตขึ้นมาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับอาเลย” 

  

           “โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะครับ” ผมหยอกเย้าก่อนจะถูกเขาบีบจมูกด้วยความมันเขี้ยว เราสองคนเดินเข้ามาในบ้าน ทุกตารางนิ้วสะอาดและเป็นระเบียบ ดูออกเลยว่าแม่เป็นคนจัดการให้ ผมสัมผัสได้ถึงความสบายกับความอบอุ่นใจคล้ายกับแม่อยู่ที่นี่แล้วโอบกอดผมไว้ “ผมรู้สึกเหมือนแม่อยู่ข้างๆเลย” 

  

           “นั่นสิ” อาตอบกลับ “รู้สึกปลอดภัยพิลึก” 

  

           “อาชอบไหมครับที่แม่รีโนเวทให้” 

  

           “ชอบสิ บ้านอาดูสะอาดขึ้นเยอะเลย” เขายิ้ม “เอาล่ะมาถึงเหนื่อยๆ ก็ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวอาทำอะไรให้กิน” 

  

           “อาเนี่ยนะทำอาหาร ไม่ใช่ว่าปกติอาสั่งแต่เดลิเวอรี่เหรอ ?” 

  

           “เมนูง่ายๆ อาก็ทำได้ ถึงจะไม่อร่อยเท่าที่พ่อเราทำก็เถอะ” เขาบ่นพึมพำ “ห้องน้ำขึ้นชั้นสองไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะ ส่วนห้องนอนอาอยู่ฝั่งขวา มันจะมีอีกห้องนอนนึงที่อาจะให้เรานอนที่นั่น แต่ในเมื่อคืนนี้เราจะนอนห้องเดียวกันก็ช่างมันไปก่อน” 

  

           “โอเคครับ” 

  

           “ถ้าอยากได้อะไรก็บอกอาได้เลยนะ อ้อ ! แล้วอย่าลืมโทรหาพ่อล่ะ เขาจะได้รู้ว่าเรามาถึงแล้ว” 

  

           “ได้เลยครับ” ผมขานรับแบบทหาร “แล้วอาไม่อาบพร้อมกันเหรอครับ จะได้ประหยัดเวลา” 

  

           “อาบพร้อมกันมันสำหรับเรากับอาตอนเด็ก ตอนนี้จะมาให้อาอาบพร้อมกันได้ไง” เขาย่นคิ้วใส่ “เกิดอาตาบอดขึ้นมาทำไง เบี้ยคนชราเข้าไม่ถึงอานะบอกก่อน” 

  

           “อะไรกันครับอาทำมาเป็นอายไปได้ เราก็อาบน้ำด้วยกันออกจะบ่อย” 

  

           “นั่นมันตอนเรายังเล็ก ตอนนี้เราโตแล้วมันไม่เหมือนกัน” 

  

           “แต่ผมอยากให้เราอาบน้ำด้วยกัน” 

  

           “ซีน่อน” 

  

           “ผมจะได้ถูหลังให้อาไงครับ ไม่ดีเหรอ” ผมกะพริบตาปริบๆ ตีหน้าใสซื่อไม่สนใจอาการอึกอักของเขา “หรือว่าอาเขิน กลัวว่าผมจะแอบมองอะไรหรือเปล่า” 

  

           “จะบ้าเหรอไอ้ตัวแสบ อาไม่เขินอะไรทั้งนั้น” 

  

           “งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่อาบน้ำด้วยกัน” 

  

           “คืออาไม่...” 

  

           “ผมไปรอในห้องน้ำนะ รีบตามมานะครับอาโนเอล :)” 

  

           ผมทิ้งสายตาเชิญชวนเป็นการแกล้งเขาทำเอาอากะพริบตาปริบๆ เขาดูเลิ่กลั่กน่ารักชะมัดเวลาถูกผมทำแบบนี้ เหมือนว่าเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ยังไงยังงั้น ผมเดินขึ้นไปชั้นสองตามที่เขาบอก สำรวจห้องต่างๆ ก่อนจะเข้าไปรอในห้องน้ำอย่างที่บอกเขา 

  

           เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างแทนที่จะอาบด้วยฝักบัวกัน จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดลงไปอยู่ในอ่างนั้น กวักน้ำขึ้นมาชโลมตัวล้างความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกจากกัน ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดอีกครั้งพาให้ผมเอี่ยวตัวกลับไปมองคนที่เดินเกๆกังๆ เข้ามา 

  

           “มาแล้วเหรอครับ ผมกำลังรออยู่พอดี” ผมยิ้มให้ “ถอดเสื้อผ้าออกสิครับผมจะได้ถูหลังให้” 

  

           “อย่าพูดเหมือนเราอยู่ในร้านนวดได้ไหม อาเลิ่กลั่กไปหมดแล้ว” 

  

           “ฮ่าๆ” ผมหัวเราะ ส่ายหน้าไปมาเอ็นดูคนโตกว่า “จะเขินอะไรล่ะครับอา เราก็เห็นกันมานักต่อนักแล้วนะ” 

  

           “ตอนนั้นเราตัวนิดเดียวเอง เทียบกับตอนนี้มันต่างกัน” 

  

           “ต่างกันยังไงเหรอครับ” ผมสวนกลับเท้าแขนกับขอบอ่างมองเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ “ผมก็เป็นซีน่อนคนเดิมของอาไม่ใช่เหรอ” 

  

           “แต่เราน่ะเจ้าเล่ห์ขึ้นเป็นกอง อาก็กลัวจะโดนจับปล้ำน่ะสิ” ผมหลุดขำ “เกิดเราทำมิดีมิร้ายอาขึ้นมา อาจะทำยังไงกัน พ่อเราเขาไม่พาเรามาสู่ขออาหรอกนะ” 

  

           “อาตลกจัง คิดมากเกินไปแล้วนะครับ” ผมหัวเราะ “มาเถอะครับอย่าคิดมากเลย รีบอาบจะได้รีบกินข้าวกัน วันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวัน” 

  

           “ดูเราไม่ค่อยเหนื่อยเลยนะ” 

  

           “:)”  

  

           “เฮ้อ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าผมทำให้อีกคนถอนหายใจใส่ อาส่ายหัวไปมาคล้ายเหนื่อยหน่ายใจก่อนจะปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ผมนั่งมองการกระทำนั้น ลึกไปถึงซิกแพคตอนอาถอดเสื้อออก อดแปลกใจไม่ได้ว่าอามีเวลาไปออกกำลังกายด้วยเหรอทำไมหุ่นดีขนาดนี้ 

  

           จากนั้นเขาก็เลื่อนมือมาที่เข็มขัด ปลดซิปช้าๆ ให้ผมลอบกลืนน้ำลายเล่น ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้ หัวใจผมเต้นแรงไปหมด ยิ่งตอนที่เขาถอดมันออกจนเหลือแค่อันเดอร์แวร์ยี่ห้อดัง ผมก็ลุ้นว่าเขาจะถอดมันไหม 

  

           แต่ถึงไม่ถอดผมก็เห็นบางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ข้างใน 

  

           “อานี่ไม่ธรรมดาเลยนะครับ” 

  

           “หืม ?” 

  

           “นึกว่าจะไซซ์มาตรฐานซะอีก” อาโนเอลขมวดคิ้วไม่เข้าใจที่ผมพูด กระทั่งมองตามสายตาผมที่จับจ้องกลางกายที่อัดแน่นอยู่ในปราการด้านสุดท้ายเขาก็ถลึงตาใส่ “ดูท่าจะใหญ่กว่าที่คิด ใครได้ลองคงติดใจ” 

  

           “หยุดเลยจิ๋ว หยุดมองเดี๋ยวนี้ !” 

  

           “แต่อาแก้ผ้าต่อหน้าผมเองนี่ จะมาห้ามไม่ให้ผมมองได้ไง” ผมตีหน้าซื่อ “และอีกอย่างมันเป็นคำชมนะครับที่บอกว่าอาใหญ่ ปกติมนุษย์ทั่วไปจะไม่ค่อยมีไซซ์แบบนี้เท่าไหร่ ถึงจะเล็กกว่าของพ่อแต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป” 

  

           “เดี๋ยวๆ เราไปเห็นของพ่อได้ไง ?” 

  

           “พ่อทำกับแม่บ่อยจะตาย” 

  

           “!!!” 

  

           “ไม่มีทางที่ลูกๆ จะไม่เคยเห็นหรอกนะครับ” ผมขบขันทำเหมือนว่านี่เป็นเรื่องปกติ จริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกตินะ พ่อแม่รักกันจะมีเซ็กส์กันมันแปลกตรงไหน เขาก็ทำกันทุกที่นั่นแหละแม้ว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องก็ตาม แต่บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นของเด็กก็เป็นอะไรที่ห้ามไม่ได้ 

  

           อีกอย่างแม่ก็สอนเรื่องพวกนี้ให้พวกเรารู้จักไว้ ไม่ใช่เพื่อให้เราไปนอนกับใครต่อใคร แต่เพื่อป้องกันและเรียนรู้วิธีต่างๆ เผื่อเอาไว้ จะมีแค่แดเนียลนั่นแหละที่ไม่มีความเกรงอกเกรงใจ 

  

           ไม่งั้นคงไม่ทำกับพี่ออสตินกลางบ้านหรอก 

  

           “ไอ้ฉลามหื่นพวกนั้นนี่มันจริงๆ” อาถอนหายใจ “เดาว่าแม่เราก็เปิดเผยเรื่องพวกนี้ด้วยสิ เขาน่ะตัวดีเลยในเรื่องอย่างนี้น่ะ” 

  

           “แม่แค่สอนให้รู้จักป้องกันและวิธีทำน่ะครับ แต่ผมยังไม่เคยลองของจริงนะ” 

  

           “แน่ใจเหรอ แต่อารู้สึกว่าเราดูเชี่ยวชาญมาก” 

  

           “แค่เห็นมาเยอะน่ะครับ ยังไม่เคยลองเองเลยสักครั้ง” ผมแกล้งกวักน้ำใส่อา “กะไว้ลองกับคนที่ตัวเองรักจริงๆ” 

  

           “ว้าว แปลกใจชะมัดเลย” อาทำหน้าตาตื่นแบบปลอมๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมเพื่อเข้ามาในอ่างด้วยกัน ร่างสูงดันหัวผมให้หันไปทางอื่นจะได้เลิกจ้องส่วนนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะจาบจ้วงเขานะ แค่สนใจที่มันใหญ่ขนาดนี้ 

  

           ลองนึกภาพมันผงาดอยู่ในตัวสิ... 

  

           แค่คิดก็เสียวแล้ว :) 

  

           “หันไปเลย” เขาสั่ง “ห้ามแทะโลมอาด้วยสายตาอีก ไม่งั้นอาจะฟ้องพ่อเราว่าลวนลามอา” 

  

           “ผมเปล่าเลยนะครับ ผมแค่มองเองนะ” ผมรีบปฏิเสธ “ไม่ได้เอามือไปจับ ไปลูบสักหน่อย ทำแบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าลวนลาม” 

  

           “การมองก็คือว่าเป็นการลวนลามเหมือนกันเจ้าจิ๋ว ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจเดินมาต่อยหน้าได้” 

  

           “ผมก็ไม่เคยไปมองของคนอื่นนะ ผมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร” ผมยู่ปากใส่ “อีกอย่างของอามันน่าสนใจกว่าของคนอื่นตั้งเยอะ” 

  

           “ไอ้เด็กแก่แดดเอ้ย ส่งกลับบ้านดีไหมเนี่ย” 

  

           “คิ้ก~” ผมหัวเราะชอบเวลาที่อาดูเหนื่อยใจปนเอ็นดูผม มือหนาฟอกสบู่ลงบนตัวผม ถูไถไปมาด้วยฟองน้ำสำหรับขัด ทั้งที่เป็นผู้ชายเขากลับมือเบามากคล้ายกลัวว่าผมจะเจ็บจากการกระทำของเขา บางจุดก็บีบนวดให้ มันทำให้ผมผ่อนคลายจนเผลอเอนหลังไปซบตัวเขา 

  

           อาส่ายหัวให้กับความออดอ้อนของผม ถึงอย่างนั้นก็ยังคงขัดตัวให้ ตั้งแต่แขนมาถึงอกวนอยู่อย่างนั้นแล้วไล้ไปถึงท้องน้อยใกล้บางสิ่งที่ผมซ่อนไว้ใต้น้ำ 

  

           ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างเหมือนโดนไฟเผาอยู่ยังไงยังงั้น 

  

           “อย่าลงต่ำมากสิครับ มันเสียววูบนะ” 

  

           “หา ?” 

  

           “หรืออาอยากเห็นของผมเหมือนกัน” ผมช้อนตามองเขา “ผมไม่เขินหรอกนะครับถ้าอาจะอยากเห็นมัน แต่ของผมไม่ใหญ่เหมือนของอาหรอกนะ” 

  

           “เดี๋ยวๆ อาแค่ขัดตัวให้ ไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกๆ สักหน่อย” เขาย่นคิ้วใส่ “เราก็ควรเลิกคิดที่จะแกล้งอาได้แล้ว ทำตัวผ่อนคลายไปเถอะน่า อยากให้อาอาบน้ำให้ไม่ใช่หรือไง” 

  

           “แต่อาทำเหมือนผมเป็นเด็กทั้งๆที่ผมเป็นผู้ใหญ่” 

  

           “เกี่ยวตรงไหนกัน” 

  

           “ก็ผู้ใหญ่เขาไม่ได้ขัดตัวด้วยฟองน้ำไงครับ” ผมกระซิบใช้ปลายนิ้วไล้สันกรามเขา “เขาขัดด้วยอย่างอื่นที่อยู่ใต้กางเกง” 

  

           “หมายถึงเกงใน ?” 

  

           “…” 

  

           “ปกติอาไม่ใช้เกงในขัดตัวนะซีน” ผมถึงกับมองหน้าอาด้วยสายตาเบื่อหน่าย ขณะที่เขากะพริบตาปริบๆ เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิด “อาว่าใช้ฟองน้ำเหมือนเดิมดีกว่า ใช้เกงในขัดตัวมันน่าจะไม่สะอาดเท่าไหร่” 

  

           “อาแกล้งไม่รู้เนียนจังเลยนะครับ ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้อาน่าจะรู้ดี” 

  

           “ซีน” 

  

           “เข้าใจครับว่าอาเขินที่ต้องพูดเรื่องนี้ แต่ผมไม่ใช่เด็กอายุสิบสองที่มาเขินเรื่องพวกนี้แล้ว” ผมยกยิ้มร้ายกาจให้ “และเราแชร์ประสบการณ์กันได้ ผมชอบฟัง มันหวิวดี” 

  

           “ขอร้อง เลิกแกล้งอาสักที” 

  

           “แกล้งอะไรครับ ผมออกจะเอ็นดูอาขนาดนี้” ผมยู่ปากใส่พลันเปลี่ยนท่าทางจากนั่งหันหลังให้เป็นหันมาหา ขยับไปนั่งตักเขาแล้วกอดคออีกฝ่ายทำเอาอาโนเอลเลิ่กลั่ก “อาอย่าใส่ร้ายผมสิ ผมเป็นเจ้าจิ๋วของอานะ”  

  

           “เจ้าจิ๋วที่ความร้ายกาจเยอะกว่าฉลามทั้งบ้านน่ะเหรอ” เขาเลิกคิ้วใส่ “ยิ่งอยู่ด้วยกันอาก็รู้สึกว่าเรานี่มันโซลสองชะมัด” 

  

           “จะถือว่าเป็นคำชมนะครับ แต่ทางที่ดีผมอยากเป็นตัวผมมากกว่า” ผมแกล้งเอาจมูกไปถูจมูกอา “และวันนี้ผมเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้อาด้วยนะ อาจะได้ประทับใจที่คืนนี้เราได้นอนด้วยกัน” 

  

           “พูดเหมือนเราวางแผนจะปล้ำอายังไงยังงั้น อาสู้กลับนะซีน” 

  

           “สู้กลับก็ดีสิครับ ผมชอบอะไรตื่นเต้นๆแบบนี้” 

  

           “เดี๋ยว...!” 

  

           “แต่เซอร์ไพรส์ที่ว่าคือชุดนอนคืนนี้” ผมกัดปากยิ้ม “มันคือชุดที่ผมใส่ประจำ” 

  

           “มีอะไรพิเศษเหรอจิ๋ว ?” 

  

           “พิเศษตรงที่ใส่แล้วใจเกเรไม่ยอมนอนสักที” 

  

           “ว่าไงนะ” 

  

           “อยากให้อาเห็นซะแล้ว” 

  

           “เอ่อ...” 

  

           “จะได้พิสูจน์กันไปเลยว่าใส่แล้วไม่ได้นอนจริงไหม :)” 

  

           อาโนเอลเลิ่กลั่กไม่ไหว เขาดูทั้งสงสัยและตกใจในเวลาเดียวกัน มันทำให้ผมเอ็นดูเขามาก คนอะไรน่ารักชะมัด ปกติเขาก็เป็นคุณอาแสนน่ารักของผมอยู่แล้ว แต่เวลาที่เขาตามใครไม่ทันมันน่ารักกว่า พาให้ผมยื่นหน้าไปจุ๊บปากเขาเบาๆ แทนที่จะหอมแก้มแบบที่ชอบทำ 

  

           นาทีนั้นอาเบิกตากว้างก่อนจะดันหัวผมออกจากเขา 

  

           “หยุดเลยไอ้ตัวแสบ พ่อแม่ไม่บอกเหรอว่าจุ๊บตรงนี้เขาไว้ใช้กับใคร” เขาตำหนิเสียงแข็งแม้ว่ามันจะไม่ได้ดูน่ากลัวเท่าไหร่ก็ตาม “โตแล้วนะซีน จะมาจุ๊บอาตรงนู้นตรงนี้ไม่ได้แล้วนะ” 

  

           “ทำไมล่ะครับ ผมรักอาจะจุ๊บอามันแปลกตรงไหน” ผมพยายามดึงมือเขาที่ดันหน้าตัวเองออกไป พลางทำหน้าน้อยใจ “อาไม่รักผมแล้วเหรอ” 

  

           “ไอ้รักมันก็รัก แต่เดี๋ยวเผลอไปทำต่อหน้าคนอื่นเขาจะเข้าใจผิด” 

  

           “เข้าใจผิดอะไรล่ะครับ มันก็เป็นเรื่องปกติของคนที่รักกันหนิ” ผมแย้งกลับ “แม่บอกว่าการที่เราจะจุ๊บใครได้นั้นแปลว่าเรารู้สึกรักและผูกพัน เหมือนที่ผมจุ๊บพี่ๆ กับพ่อแม่ทุกวัน ไม่เห็นมีใครบ่นว่ามันไม่ดีตรงไหน” 

  

           “แต่อาน่ะไม่ใช่สายเลือดเดียวกับเรา เดี๋ยวเขาจะมองว่าเราเป็นมากกว่านั้นไง” 

  

           “มากกว่าแบบไหน ?” 

  

           “ซีน” 

  

           “มองว่าเราเป็นแฟนกันเหรอ” ผมทำตาแป๋วมองเขาอย่างเจ้าเล่ห์ปนกลั่นแกล้ง “อากลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าอากินเด็กเหรอครับ” 

  

           “เฮ้อ” แทนที่จะตอบเขากลับถอนหายใจใส่ ผมเลยยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเขาให้เขาย่นคิ้วคล้ายไม่พอใจ “หยุดเลยจิ๋ว ถ้าไม่หยุดเดี๋ยวจะส่งกลับบ้าน” 

  

           “ก็ผมรักอานี่น่า เราไม่ได้เจอกันตั้งนานผมก็อยากชดเชยเวลาที่เสียไปสักหน่อย” 

  

           “แค่นี้อาก็ช้ำพอแล้ว เก็บไว้วันอื่นบ้างไอ้ดื้อ” 

  

           “แปลว่าวันอื่นทำมากกว่านี้ได้ ?” 

  

           “อาพูดตอนไหน” 

  

           “แต่ก็ไม่ห้ามใช่ไหม” 

  

           “จิ๋ว” 

  

           “รักอาที่สุดเลยครับ งื้ออ” ผมกอดคอเขาแล้วเอาแก้มไปแนบแก้มอีกฝ่าย ถูคลอเคลียไปมาราวกับตัวเองเป็นลูกแมวที่ซ่อนกรงเล็บไว้ ไม่สนใจด้วยว่าร่างกายเราจะเบียดเสียดชวนวาบหวิวใจแค่ไหน ผมแค่อยากกอดอาที่น่ารักของผม แน่นอนว่าอาเป็นพวกปฏิเสธคนไม่เก่ง ยิ่งเจอลูกอ้อนของผมเข้าไปยิ่งห้ามไม่ได้ 

  

           ทำได้มากแค่ส่ายหน้าไปมาอย่างคนหน่ายใจขณะที่ผมหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ 

  

           “รักอานะครับ แค่อาคนเดียว :)” 

  

           ชอบจังเลยเวลาอาเขินเนี่ย เอ็นดูจัง 

  

           กว่าพวกเราจะออกจากห้องน้ำก็ใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่า ส่วนใหญ่หมดไปกับการเต๊าะอาให้เขินอาย เราคุยกันหลายเรื่องระหว่างที่ขัดถูร่างกายให้ ผลัดเปลี่ยนเวียนกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่โทรศัพท์อาจะมีสายเรียกเข้า ฟังจากที่อาคุยกับปลายสายก็พอรู้ว่าพ่อดีแลนโทรมาหากัน ถึงขั้นต้องให้ผมออกไปรับสายเนื่องจากอีกฝ่ายไม่เชื่อว่าผมปลอดภัย 

  

           ผมบอกกับพ่อว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เราคุยกันสองสามประโยคขณะที่อาโนเอลไปทำอาหารเย็นให้ ไม่นานผมก็วางสาย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามลงไป 

  

           กลิ่นหอมของอาหารที่อาทำลอยมากระทบจมูกทันทีที่ผมก้าวขาลงบันได พาให้ผมรีบเดินตามไป 

  

เพล้ง ! 

  

           “ฮะ...เฮ้ย ซีน่อน !” 

  

           “เอ๋ ?” ผมอุทานพลางชะงักตกใจไปพร้อมกับอาที่พอเห็นผมลงมาก็ตกใจจนทำแก้วน้ำที่ตัวเองยกดื่มอยู่แตก จากนั้นก็ไอแค่กๆ ผมจึงรีบวิ่งไปลูบหลังให้คนสำลัก “ใจเย็นๆครับอา ไม่เห็นต้องรีบกินน้ำขนาดนั้น หิวมากเหรอครับหรือว่าไง ?” 

  

           “แค่กๆ มะ...ไม่ใช่ ไม่ใช่เพราะน้ำ เราต่างหากที่ทำอาตกใจ” เขาใช้หลังมือเช็ดปากก่อนจะถลึงตาใส่ กวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า “นี่เราแต่งตัวอะไรเนี่ย ทำไมชุดมันเป็นแบบนั้น หกล้มก่อนลงมาเหรอหรือว่ามีคนแกล้งเอาชุดขาดมาให้เราใส่กัน ?” 

  

           “อาหมายถึงชุดนอนผมเหรอครับ ?” 

  

           “อะไรนะ” 

  

           “ผมใส่เป็นประจำเลยนะ ดูแปลกเหรอ” ผมหัวเราะเอ็นดูให้กับคนอายุมากที่ไม่ประสีประสา แต่จะไปโทษอาก็ไม่ถูกเพราะชุดที่ผมใส่มันค่อนข้างวาบหวิว มีแต่ผ้าชิ้นบาง มันคือชุดนอนไม่ได้นอนที่เป็นผ้าซีทรูสีดำ มีอันเดอร์แวร์ลูกไม้ตัวจิ๋วปิดช่วงล่าง กับด้านบนที่เป็นเสื้อสายเดี่ยวที่มองทะลุเข้าไปเห็นทุกอย่างในนั้น 

  

           บางคนอาจคิดว่าผมแค่ใส่มาแกล้งอา ทั้งๆที่ความจริงผมแค่ชอบแต่งตัวแบบนี้ก็เท่านั้น 

  

มันเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ไม่เคยมีใครปริปากว่ากัน 

  

“นี่...คือชุดที่เราใส่นอนประจำเหรอ ?” เขาทวนคำนั้น “อานึกว่าเราล้อเล่นซะอีก” 

 

“ผมไม่เคยล้อเล่นนะครับอา มันไม่น่ารักเหรอ ผมว่ามันใส่สบายดี” ผมหมุนตัวให้อาเห็นชัดๆ ว่ามันพลิ้วแค่ไหน “แล้วก็มีหลายสีด้วย ผมซื้อมาทั้งคอลเลคชั่นเลย”

 

“อย่าบอกนะว่าเราจะใส่ชุดแบบนี้นอนทุกคืน ?”

 

“ใช่ครับ”

 

“นี่พ่อเรารู้ไหมว่ามีชุดวาบหวิวขนาดนี้น่ะ” ผมยิ้มจนตาหยีให้อาทายเอาพาให้เขาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง “พระเจ้า เดี๋ยวนี้เขาไม่เข้ามาอ่านนิทานก่อนนอนให้เราฟังแล้วหรือไงถึงได้ไม่เห็นว่าเราแต่งตัวโป๊ขนาดนี้”

 

“โป๊ที่ไหนกันครับอา ของแม่โป๊กว่านี้อีก”

 

“!!!”

 

“แล้วก็ชุดนี้แม่เป็นเลือกให้เลยนะ” ผมภูมิใจนำเสนอมาก “แม่บอกว่าพอผมใส่สีดำแล้วดูดีมาก ตอนลงชุดนี้ให้ดูแม่ก็ชมไม่หยุด”

 

“แม่เขาเห็นด้วยเหรอที่ให้แต่งตัวแบบนี้”

 

“ใช่ครับ แม่เป็นคนแนะนำร้านด้วยซ้ำ” ผมยิ้มขำ “เป็นไงครับเซอร์ไพรส์ไหม ผมตั้งใจใส่มานอนกับอาเลยนะ”

 

“อาทำอะไรไม่ถูกเลย” เขาอึกอัก “อาอยากโทรไปคุยกับโซลมากว่าคิดไงแนะนำลูกแบบนี้ ชุดนี้ควรไว้ใส่กับคนที่ตัวเองอยากมี...”

 

“เซ็กส์” 

  

“!!!” 

  

“ผมรู้เรื่องนั้นดี” 

  

“แล้วทำไม...” 

  

“ผมถึงใส่มาให้อาดูนี่ไง” 

  

“…” 

  

“ชอบไหมครับ น่ารักหรือเปล่า :)” 

  

*คุณอากำพระแน่นมาก ยัยน้องแกล้งไม่หยุด* 

ขอแอบกระซิบว่าปกดีย์มั่ก เก็บเงินเปย์ก่อนวันที่ 21 พค นาจา * 

 

ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า ขอกำลังใจหน่อยค้าบ อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออ* 

LOADING 100 PER 

ข้อห้ามของพ่อ เดินออกมาแล้วเท่ากับว่าเป็นแค่ความฝัน 

ความสนุกอีกระลอกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นให้ได้ลุ้นกัน 

ความใกล้ชิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นย่อมกระตุ้นความรู้สึกที่มีให้ 

แต่งานนี้มันไม่ง่ายเพราะไม่ใช่ทั้งสองที่อยู่ในใจ 

คนนึงเขาไม่เคยคิดอะไร กับอีกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลง 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว