ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1.อย่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 02:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1.อย่า
แบบอักษร

 

              รักวุ่นวายนายตรงข้าม

 

"อย่ามายุ่งได้มั้ย!!"

 

"จะไม่ให้ยุ่งได้ไงก็เธออยู่กับมัน!!"

 

"ก็บอกว่าเพื่อนปะว่ะ!!"

 

"เพื่อนเขาจูบกันอ๋อวะ!!"

 

    โคร้ม!! ปัง!! เสียงดังโวยวายรอบที่1,800ของเดือนนี้เป็นเสียงที่ดังจากห้องตรงข้าม.. ไม่สิต้องบอกว่าตึกตรงข้ามต่างหาก ผมก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมเขาถึงได้ทะเลาะกันทุกวัน เสียงดังโวยวายชนิดที่ว่าถ้าผมเป็นห้องข้างๆก็คงจะแจ้งเจ้าของหอหรือไม่ก็ย้ายออกไปนานแล้ว อะไรสักอย่างทำให้เขาสองคนยังเสียงดังโวยวายแบบนี้ได้โดยที่ยังอยู่ห้องเดิม

 

"ถ้าไม่ฟังก็อย่าถามน่ารำคาญ!!" สิ้นเสียงของหญิงสาวก็มีแต่ความเงียบที่หลงเหลืออยู่

 

"กว่าจะทะเลาะกันเสร็จ กูไม่ต้องนอนพอดี" ผมพูดพลางพลิกตัวหาท่าสบายให้กับตัวเอง เพื่อจะปิดตาลงอย่างสบายใจซักที

 

"ฮรึก..ฟืด..ฺฮือออ"

 

"สั*" คําสบถสั้นๆพร้อมกับตาที่ลืมโพลงขึ้นมาอีกครั้งของผม

 

ผมเด้งตัวขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยอมรับเลยว่าโมโหสุดขีด..ทำงานมาก็เหนื่อยแล้วยังจะต้องนอนไม่หลับเพราะเสียงรบกวนจากคนอื่นหรออ ยังไงวันนี้ขอซักทีนึงเถอะ!! ผมตรงไปที่ระเบียงหลังห้องอย่างรวดเร็ว ปัดประตูออก พร้อมอ้าปากที่กำลังจะพ่นคำด่าที่นึกไว้เป็นโขยง

 

แต่ก็ต้องชะงัก...

 

"เห้ยคุณ!!จะทำอะไรอะ!!"

 

สายตาแดงก่ำเงยหน้ามามองผมอย่างช้าๆในท่าที่ทำให้ผมรู้สึกวูบวาบท้องเป็นที่สุด

 

 

"มันอันตรายนะคุณ!!เอาขาเข้าไปในระเบียงเร็ว!!" ผมพูดพลางขย้ำผมของตัวเองอย่างกระวนกระวาย นี่มันเชี้ยอะไรเนี้ย!!

 

"ผมไม่เหลืออะไรแล้ว" เขาพูดพลางร้องไห้แทบจะขาดใจตรงหน้าผม

 

"ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีปัญหาอะไรแต่ตอนนี้ คุณช่วยเอาขาเข้าไปในระเบียงก่อนได้มั้ยเนี้ยยย" ผมพูดก่อนจะเอามือลูบหน้าอย่างร้อนใจ นอกจากเขาจะไม่ฟังแล้วสายตาเขายังดูแน่วแน่กับพื้นข้างล่างอีก สิ่งที่ผมคิดได้ตอนนั้นก็คงจะมีแต่อะไรก็ได้ที่เบี่ยงเบนความสนใจ แล้วนั่นก็คงจะเป็นความคิดที่สิ้นคิดที่สุดแล้ว

 

"เอางี้นะคุณ เรามาคุยกัน.. ปรึกษาผมได้คุยกับผมได้เลย"

 

เขามองผมด้วยสายตาที่มึน งง ก่อนจะพูดอย่างแหบแห้งว่า...

 

"คุณมาหาผมตอนนี้ได้มั้ย"

 

 

 

 

                 ..

 

 

 

"ไหนมันเป็นยังไงคุณเล่ามาสิ่" ผมพูดพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาของห้องตรงข้ามอย่างงัวเงีย ก็จริงที่ว่าผมต้องพักผ่อนแต่คงไม่มีใครอยากเห็นคนโดดตึกตายต่อหน้าหรอก นอกจากจะติดตาแล้วต้องกลัวผีเขาอีก ฮือ ไม่เอาอะ

 

"แฟนผมนอกใจผมอีกแล้ว..ฮือออออ" เขาพูดอย่างสะอึกสะอื้น ก้มหน้าลงกับหมอนบนโซฟาอย่างน่าเวทนา..

 

"มันเป็นเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อนแฮะ..ผมไม่เคยมีแฟนเลยไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่การนอกใจนี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรให้อภัยนะ" ผมตอบ

 

เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยตาบวมๆคู่นั้นก่อนจะหลุบตาลงไปกับหมอนตามเดิม

 

"คุณรักคนอื่นได้แต่คุณก็ต้องรักตัวเองด้วย ฟูมฟายขนาดนี้เขายังไม่สนใจเลย รอบที่เท่าไหร่แล้วคุณ"

 

"คุณรู้ได้ยังไง" เขาพูดอู้อี้ขณะที่ยังคงจุ่มหน้าลงบนหมอน

 

"เสียงพวกคุณทะเลาะกันดังมากไม่รู้เลยหรอ"

 

"...."

 

"งั้นรู้ไว้ส่ะ คราวหลังจะได้เบาลงกันหน่อย" ผมพูดพลางเอนตัวลงบนโซฟา

 

"คงไม่มีวันหลัง" เขาตอบ

 

"..." ผมคงไม่มีความเห็นเรื่องนี้เพราะ ปากปีจออย่างผมควรรูดซิปจะเป็นการดีกว่า

 

"ผมชื่อ แพน"

 

"แพนเค้กหรอ" ผมขำในลำคอเบาๆ

 

"ปีเตอร์แพน.." เขาตอบด้วยปากที่งุ้ยเหมือนจะไม่พอใจผมเล็กน้อย

 

"ผมหยอกเล่นน่า ผมชื่อนีเอล อายุ26 คุณละ"

 

"23.."

 

"ยังหนุ่มอยู่เลย หาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้หรอกเลิกร้องไห้ได้แล้วแมนๆหน่อย"

 

เขามองหน้าผมอย่างนิ่งๆก่อนจะถามคำถามที่เอาผมไปไม่ถูก

 

"คุณอายุตั้ง26 ทำไมไม่เคยมีแฟน.." เขาจ้องผมอยู่อย่างงั้นเพื่อรอคำตอบ

 

"ยังไม่เจอคนที่ใช่อะ"

 

"...."

 

"ของแบบนี้มันไม่ใช่ใครก็ได้ จริงมั้ย"

 

ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบ เหลือเพียงเสียงสะอื้นเล็กๆของคนตรงหน้าผม

  แพนนั่งชันเข่ามองพื้นกอดหมอนสีน้ำตาลอย่างน่าสงสาร เขานั่งท่านั้นเป็นเวลาชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ มือเรียวขาวจิกหมอนจนบู้บี้ไปหมด เขาร้องไห้จนใบหน้าขาวกลายเป็นสีแดงก่ำ ปากที่แดงอยู่แล้วกับแดงขึ้นไปอีก..คงจะพยายามกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ละมั้ง.. ผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของเขาทำให้เขาดูหมดสภาพคล้ายเด็กที่โดนพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับญาติช่วงปิดเทอมอย่างงั้นแหละ

 

"คุณ..ตี1กว่าแล้ว นอนมั้ย" ผมพูดพลางหลับตาลงให้เขาสังเกตเห็นว่าผมหน่ะง่วงจะตายแล้ว

 

"ผมนอนไม่หลับหรอก"

 

ผมละไม่เข้าใจจริงๆว่าอาการอกหักมันต้องทำยังไง ผมนี่ง่วงจนจะหลับกลางอากาศอยูาแล้วพระเจ้า

 

"แล้วคุณจะทำอะไร" ผมหาวหลังจากพูดจบ

 

"คุณ.."

 

"ครับ?"

 

"ผมขออยู่ด้วยก่อนได้มั้ย.."

 

"ห้ะ!!" ผมเบิกตากว้างก่อนจะนั่งตัวตรงอัตโนมัติ เกิดมา26ปีอย่าว่าแต่เพื่อนเลย พ่อแม่ผมยังไม่เคยก้าวเข้ามาที่คอนโดผมเลยสักครั้ง

 

"นะครับ.. ถ้าผมยังอยู่ที่นี่ผมต้องใจอ่อนอีกแน่ๆแต่ถ้าผมไปอยู่ที่อื่นผมจะไม่ได้เจอเขา ไม่ได้เฝ้ามองเขา ห้องคุณอยู่ตรงข้ามเอง นะครับ..ผมไม่อยากอยู่คนเดียวด้วย"

 

เขากระโดดย๋องมาตรงหน้าผมพร้อมคลุกเข่าวิงวอนเหมือนผมเป็นเทพเจ้าไม่ปาน ยิ่งผมยังนิ่งเท่าไหร่เขายิ่งผงกหัวไวขึ้นเท่านั้น

 

"เฮ้อ งั้นคุณก็รีบเก็บของเถอะผมง่วงแล้ว"

 

โอ้ไม่นะ.. อยู่ๆก็เอาเด็กที่ไหนไม่รู้มาอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าตัดสินใจแบบไม่คิดเพราะง่วงหรือไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

 

  คนตัวเล็กกว่าวิ่งไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว กวาดข้าวของซ้ายทีขวาทีอย่างชุ่ยๆก่อนจะยืนนิ่งมองรูปที่อยู่บนโต๊ะอย่างเศร้าใจ เขาเอื้อมมือไปจับมันก่อนจะคว่ำหน้าลงไป ความรักมันน่ากลัวขนาดนี้เลยหรอเนี้ย ผมมองทุกการเคลื่นไหวด้วยสติที่เหลืออย่างน้อยนิดและตาที่ใกล้จะปิดเต็มที

 

"ครบแล้วใช่มั้ย" ผมถาม

 

"ครับ.."

 

ผมยกกระเป๋าหนักอึ้งของอีกฝ่ายอย่างงัวเงีย ผมง่วงจนตาจะปิดแล้วผมสาบานเลยว่าในชีวิตนี้จะไม่ขอสาระแนเรื่องของคนอื่นอีกถ้าจะต้องลงเอยแบบนี้

 

                   ..

 

"ขอโทษนะแต่มันกะทันหันอะ คุณนอนบนเตียงก็ได้เดียวผมนอนที่นอนปิคนิคเอง" ผมพูดพร้อมกับกางที่นอนออก

 

เขามองผมด้วยแววตาที่ยังคงฉ่ำไปด้วยน้ำตา เขาจะรู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้เขาเหมือนเด็กอายุ3ขวบมากกว่าคนอายุ23ส่ะอีก

 

"นอนกับผมเถอะ" เขาพูดเบาๆ

 

"ห้ะ"

 

"เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน นอนด้วยกันเถอะครับผมเกรงใจ" เขาพูดพลางขยับตัวไปริมเตียงอีกฝั่ง

 

ก็จริงที่ว่าเป็นผู้ชายด้วยกันแต่ก็เพราะเหตุผลนั้นไงผมถึงคิดว่านอนคนละทีมันดีกว่า เขาจะรู้อะไรบ้างเนี้ยนอกจากรู้ว่าแฟนนอกใจก็ไม่เห็นจะรู้อะไรซักอย่างเลย

 

"เห่ย ไม่เป็นไรคุณนอนเลย"

 

"นอนกับผมเถอะ..นะ.."

 

สั* ผมสบถในใจก่อนจะมองหน้าคนตรงหน้า สายตาแดงก่ำฉำด้วยน้ำตายังคงทำหน้าตาวิงวอนเหมือนเด็กที่ต้องการให้มีใครอยู่ด้วยในเวลาที่เสียใจยังไงอย่างงั้น

 

"คุณอ้อนผมหรอเนี้ย" ผมพูดติดตลกก่อนจะยิ้มเล็กๆเชิงล้อเลียนคนอายุน้อยกว่า จริงๆผมรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินในท้องเลย

 

  เขาไม่ตอบอะไรกลับมาเขาเพียงแค่หันหลังให้แล้วมองของไปที่นอกระเบียงทะลุม่านไปยังห้องเดิมของตนเอง มองจากข้างหลังยังรู้สึกถึงความเศร้าของเขาในตอนนี้เลย ถึงผมจะเห็นใจและสงสารก็เถอะแต่นี่มันจะตี3แล้วผมควรจะนอนได้แล้วพรุ่งนี้ผมต้องตื่นก่อน 7:00โมง นี่มันวุ่นวายเกินไปแล้วมันไม่ควรเป็นแบบนี้แต่ก็ช่างมันเถอะผมง่วงเกินกว่าจะคิดอะไรมาก ผมล้มตัวลงนอนข้างๆเขาพลิกตัวหันหลังให้คนเศร้าเพื่อหาท่านอนที่สบายที่สุด ก่อนจะหลับตาลงและคิดในใจว่า (กูได้นอนสักที)

 

      

                ...

               

                  แพน

 

กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง

 

  เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเตือนวันนี้เป็นเวลา 6:30 น แล้วผมยังไม่ได้นอน ผมใช้เวลาทั้งคืนในการมองห้องเดิมของผมเพื่อเฝ้ารอว่าแฟนสาวของผมจะกลับมาเมื่อไหร่ และแน่นอนจนป่านนี้ก็ไม่มีวี่แวว

  ผมหันหลังมองตามเสียงที่ดังขึ้น แผ่นหลังใหญ่กว้างของคนข้างๆยังคงนิ่งสนิท พนันได้เลยว่าคงจะยังหลับฝันดีอยู่ผมรู้สึกผิดส่วนหนึ่งที่รบกวนเขาในช่วงเวลากลางคืนและยังรบกวนเรื่องการอาศัยอยู่อีก แต่ผมก็คิดน้อยจริงๆแหละผมไม่มีทางเลือกผมอยากออกไปจากที่นั่นแต่ก็ยังอยากเฝ้ามองว่าเธอจะทำยังไงต่อไป

คนคบกันมาตั้ง 3 ปีไม่ใช่ 3 วันมันก็ยังมีเป็นห่วงบ้างนั่นแหละ

ผมถอนหายใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะปลุกคนข้างๆ

 

"คุณ"

 

"คุณครับ" ผมเรียกเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ยังไม่ได้ผล

 

"พี่นีเอลครับ"

 

เขายังคงเงียบและดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้ตัวเขาพลิกตัวมาทางผมก่อนจะดึงขาผมไปกอด

ใจหายแวบ...

 

"คือ.. น..นาฬิกาดังแล้วครับ" ผมกระซิบใกล้ๆก่อนที่เขาจะลืมตามามองผมอย่างช้าๆและนิ่งประมวลข้อมูลอะไรบางอย่าง

 

"เห่ย!! ค..คือ ขอโทษทีๆ" เขาพูดพร้อมผลักผมออกอย่างรวดเร็ว

 

"..."

 

"เชี้ย ไม่ได้ยินได้ไงวะงั้นผมฝากห้องด้วยนะ ผมว่าผมจะสายแล้ว" เขาปัดทุกอย่างทิ้งก่อนจะรีบร้อนลุกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว และวิ่งออกไป

 

ในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบผมยังทำเหมือนเดิมกำลังมองไปที่ห้องเดิมกับความรู้สึกเดิมๆเสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากปากเธอก่อนจะปิดประตูใส่หน้าผมเมื่อคืน เป็นคำพูดที่เจ็บช้ำแต่ไม่ใช่คำพูดที่เจ็บที่สุดหรอกเพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกันอยากจะมีถ้อยคำที่ไม่ดีเสมอนั่นแหละ

ผมคงอธิบายอาการอกหักไม่ได้จริงๆคงจะมีแค่คนที่อยู่จุดเดียวกับผมละมั้งที่จะเข้าใจ

ผมเปิดโทรศัพท์ ก่อนจะลังเลหน้าเบอร์โทรศัพท์แก้มแฟนสาวของผมที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นของผมหรือเปล่า

 

ตื้ดดดด

 

ตื้ดดดดดด

 

 

ตื้ดดดดดด

 

"ฮัลโหล" เสียงผู้ชาย...

 

"..."

 

"พี่แจ๋มบอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับโทรศัพท์แก้ม!!"

 

ตึ้ด.. สายถูกตัดไป.. พบกำโทรศัพท์แน่นน้ำตาเริ่มเอ่อคลอก่อนจะไหลลงอย่างไม่มีเสียงความเจ็บปวดแผ่ไปตามร่างกายทุกซอกทุกมุมจนหมดแรง

 

ผมน่าจะรู้อยู่แก่ใจไม่รู้ทำไมถึงได้หาเรื่องตอกย้ำความรู้สึกตัวเอง น้ำตาเริ่มอาบสองแก้มข้างมากกว่าเดิม ต้องเจ็บอีกสักเท่าไหร่ผู้หญิงคนนี้ถึงจะเห็นค่ากันบ้างตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาผมรักและซื่อสัตย์ต่อเธอคนเดียวมาเสมอทำไมวันนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ผมยังคงร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนั้นสลับกับจ้องมองห้องเดิมแทบตลอดเวลา

 

                    18:33 น.

 

"ประเทศไทยมีกี่จังหวัด"

 

"มี76ไอสั* เพราะไม่มีตรังไว้แดกต้นเดือนแค่นี้นะ" เสียงนีเอลดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง เป็นสัญญาณว่าเขากลับมาแล้ว

  ภายในห้องมืดส่ะจนเขาต้องคลำหาสวิตช์ไฟ จำได้ว่ามีเด็กหนุ่มที่ห้องนี้ด้วยแต่ทำไมห้องนี้ถึงได้มืดอย่างกะหนังผีอย่างนั่นแหละ หวั่นใจเหลือเกินว่าเปิดเขามาจะเจอคนคิดสั้น

 

"เชี้ย.. แพน..กินข้าวอาบน้ำบ้างมั้ยเนี้ย" เขายืนถือแก้วน้ำตัวแข็งทื่ออย่างตกใจ ตั้งแต่เขาออกไปจนกลับมาแพนก็ยังอยู่ท่าเดิมที่เดิมไม่เปลี่ยน

 

"ผมไม่หิว"

 

"ไม่ได้แล้ว..แบบนี้ไม่ดีแน่"

 

"..."

 

"ไปเดี๋ยวจะพาไปกินข้าว" นีเอลพูดพลางเดินอ้อมเตียงเพื่อไปหยุดตรงหน้าของอีกฝ่าย

 

"..."

 

"ขอพูดอะไรหน่อย แพน..นาย23แล้ว นายโตแล้วนะในสายตาคนอื่นนายจะทำแบบนี้ไม่ได้  รักคนอื่นได้แต่ต้องรักตัวเองด้วย ไม่ได้เสือกเรื่องของนายนะแต่ที่นายทำมันไม่ดีต่อตัวนาย ที่เตือนเตือนเพราะตัวนายเอง" นีเอลพูดพลางลูบหัวแพนอย่างเบามือ

 

แพนเริ่มน้ำตารินอีกครั้งพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ตอนสายให้นีเอลฟังอย่างสะอื้น เขาผิดหวังกับความรักครั้งนี้ส่ะจนเซไปหมด นีเอลรับฟังพร้อมปลอบใจอยู่ไม่ห่าง เขาไม่เคยมีความรักแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเห็นใจคนอื่น

 

"เริ่มต้นใหม่" นีเอลพูดด้วยสายตาที่จริงจัง

 

"ผมรู้"

 

"รู้แล้วก็ทำ เนี้ยเริ่มจากไปกินข้าว อยู่ได้ยังไงทั้งวันข้าวปลาไม่กิน ไปอาบน้ำเดี๋ยวพี่จะทำกับข้าวไว้รอ" นีเอลพูดเสียงจริงจังก่อนจะลุกตรงไปที่ห้องครัว  

 

"ไปเร็วๆ" นีเอลพูดซ้ำอีกรอบ

 

มันคงไม่ง่ายที่จะให้ลืมไปเลยภายในวันนี้ แต่ก็คงดีตรงที่ยังมีคนอยู่ข้างๆตอนที่คิดมากและเสียใจ อาการเจ็บจี๊ดที่อกหายไปเวลาที่มีคนให้พูดคุยหรือมีคนอยู่ข้างๆคราวนี้คงติดหนี้พี่ตรงข้ามห้องจริงๆส่ะแล้วสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                  

ความคิดเห็น