ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 25.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 208

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 25.
แบบอักษร

        Be Friend EP 25. 

 

   @สองเดือนผ่านไป 

   "อชิ..." หลายวันมานี้ผมเอาแต่เรียกอชิมันอยู่หลายล้านรอบ และน้ำเสียงที่เรียกออกไปไม่ต้องบอกเลยว่ามันออกไปทางไหน ออดอ้อนจนตัวผมเองก็แอบมีขนลุกอยู่บ้าง

   แต่จะให้ทำไง ความรู้สึกมันเหมือนคนคลั่งรัก อยากอยู่ใกล้ๆอยากดอมดม อยากเอาหน้าไปซุกตามอกซอกคอของมันตลอดเวลา

   ตอนนี้เรียกได้ว่าผมโคตรจะแสนงอแงและติดมันสุดๆ

   "ครับ"

   และมันก็ตามใจผมสุดๆเช่น ผมยิ้มรับในตอนที่อชิเดินเข้ามาใกล้ๆและยืนอยู่ตรงหน้าผม ทำให้ผมหน้าของผมอยู่ระดับท้องของมัน ไม่รอช้าผมยื่นใบหน้าเข้าไปซุกตรงบริเวณหน้าท้องแกร่งนั้นทันที

   ทั้งที่ตอนนี้อชิใส่ผ้ากันเปื้อนสีครีมเดินออกมาจากห้องครัว เพราะกำลังทำซุปมันฝรั่งตามคำขอของผม แต่ยังไม่ได้ทันทำเสร็จผมก็เรียกให้ออกมาหาเสียก่อน

   ก็มันคิดถึง อยากได้กลิ่นนี่

   "หอม..."

   "เรายังทำซุปให้ไม่เสร็จเลย ไม่หิวหรอ" อชิมักจะพูดจาไพเราะและดูแลผมเป็นอย่างดี หลังจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดวันนั้นที่เกิดขึ้นกับผม

   เมื่อสองเดือนที่แล้ว เรียกได้ว่ามันทั้งตกใจและก็ดีใจไปพร้อมๆกัน

   ผมท้อง และตอนนี้ก็ได้สี่เดือนแล้วนับจากวันนั้น

   และผมก็ย้ายมาอยู่กับอชิตามระเบียบ แม้สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันกลับเกิดขึ้นแล้ว ผมคงทำได้แค่ทำใจและยอมรับมัน

  ทุกคำพูดและทุกความฝันตลอดหนึ่งอาทิตย์ เมื่อหลายเดือนก่อนที่ผมได้ฝันถึงไม่มีประโยคไหนที่ผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย มันคงเป็นพรจากฟ้าอย่างท่านมอบให้เราทั้งคู่จริงๆ

   บอกเลยว่าเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กที่อยู่ในท้องผม คงจะรักไอ้พ่อตัวดีของเขามาก ห่างกันเพียงสิบนาที ทำอย่างกับห่างกันเป็นชาติ

   เรียกว่าผมโมโหมาก ที่เป็นแบบนี้ ทั้งๆที่อยู่ในท้องของผม แต่กลับเรียกหาแต่ไอ้คนที่เป็นพ่อ มันน่าโมโหจริงๆล่ะใช่มั้ย

   แล้วยิ่งถ้าผมไม่ทำตามใจเจ้าเด็กนะ ก็เอาแต่ประท้วงเรียกได้ว่าวิ่งอ้วกเป็นว่าเล่นกันเลย มันน่าน้อยใจ แต่จะให้ทำไงได้

 

   จงรักษาเค้าไว้อย่างดี และให้ความรักด้วยใจอันเป็นบริสุทธิ์...

 

   ประโยคสุดท้ายมักจะดังกึกก้องอยู่ในหัวตลอด เหมือนทุกครั้งที่เริ่มน้อยใจ จิตก็พาลให้นึกถึงแต่คำคำนี้

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็รักเจ้าเด็กด้วยใจบริสุทธิ์อยู่ไม่ต้องบอกกันหรอก

   แต่เข้าใจมั้ย แค่น้อยใจ...

   แค่น้อยใจ

   อารมณ์คุณแม่น่ะเข้าใจบ้างมั้ย?

   เจ้าเด็กของแม่!

   รักกันบ้างเถอะรักจังไอ้คุณพ่อเนี่ย รู้อยู่หรอกว่าคุณพ่อชอบตามใจแล้วแม่ล่ะ ไม่ตามใจตรงไหน ทั้งอุ้มท้องทั้งกินจุ อยากกินอะไรก็กินเข้าไปสนองให้ตลอด เฮ้อออ...

   แม่เศร้า...

   "หิวแต่อยากอยู่ใกล้ๆ" ผมเอ่ยออกไปอย่างออดอ้อน

   "...ไม่ชอบเลยลูกเอาแต่เรียกหามึง!" แต่ในประโยคต่อมาก็สะบัดหน้าหนีจากช่วงท้องพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าท้องกลมนูนขึ้นมานิดหน่อย

   "งอแงอีกแล้ว ลูกไม่ได้เรียกหาแต่เรา แต่ลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน" อชิเอื้อมมือมาลูบที่หัวของผมเบาๆคล้ายคนกำลังปลอบและมันก็ทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสละมุนแบบนี้จากมัน

   ไม่แน่ใจเลยว่าลูกหรือผมกันแน่ที่ต้องการมัน

   "เดี๋ยวเราไปทำซุปให้ต่อก่อนนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว"

   ผมพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับก้มหน้าสูดกลิ่นกายจากคนตรงหน้าจนเต็มปอดและปล่อยให้เดินออกไป ติดผัวหรือติดยา...

   อาการแพ้ท้องของผม แรกๆมันทรมานมากในตอนที่ยังจับจุดไม่ได้ทั้งอ้วก ทั้งเหม็น เหม็นทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว และที่แปลกคือก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองท้อง มันทั้งหงุดหงิด หิวแต่เหล้าแต่กลับกินมันไม่ได้ เป็นการแพ้ท้องที่ผมเสียเซลฟ์มาก คิดว่าตัวเองจะกินเหล้าไม่ได้เสียแล้ว

   ผมกับอชิเกือบทะเลาะกัน เพราะผมมองว่ามันงี่เง่า ที่ไม่ยอมให้ผมไปร้านเหล้าทั้งๆที่รู้แค่ไปนั่งไม่ได้กิน

   แต่พอรู้ว่าสาเหตุของอารมณ์เกิดมาจากเจ้าเด็กในท้องที่ก่อตัวได้สองเดือนเศษแล้ว ก็ทำให้รู้สึกใจฟองฟู และอาการอยากเหล้าและเที่ยวกลางคืนก็หายไปอย่างน่าแปลก

   พูดเลยว่าอชิเป็นคนที่ใจเย็นและมีสติมาก อชิพาผมไปตรวจกับหมอที่ทางบ้านมันสนิทด้วยและฝากท้องกับหมอท่านนั้นเลย

   ตอนแรกผมไม่เชื่อในสิ่งที่อชิพูดเลยว่าผมท้อง แต่อย่างที่บอกอชิทั้งใจเย็นและเอาใจใส่ มันโทรไปยกเลิกงานทั้งหมดที่มันต้องดูแลแทนป๊ากับม๊ามันเพราะมันบอกว่าต้องคอยตามดูแลผม

   ซึ่งในตอนนั้นผมก็ยังรั้นและดันทุรังจะไปเที่ยวตลอดเพราะความไม่เชื่อในสิ่งที่มันพูด จนผ่านไปหนึ่งอาทิตย์อาการเวียนหัวผมหนักมากขึ้นทั้งยังตื่นมาอาเจียนไม่หยุดอย่างไม่มีเหตุผล

   ผมเลยจำใจต้องไปตรวจตามที่อชิบอก

   ยังดีที่ความดื้อของผมไม่เป็นผลเสียกับเจ้าเด็กในท้อง เจ้าเด็กแข็งแรงมากๆ  แข็งแรงจนคุณหมอตกใจ พัฒนาการรวดเร็วเกินเด็กในวัยเดียวกันทั้งที่สรีระร่างกายของผมมันไม่ได้เหมาะสมกับการตั้งครรภ์เลยแม้แต่น้อย

   แต่มันหมอก็บอกว่าไมเป็นปัญหาใดๆ เพราะด้วยร่างกายที่แข็งแรงของผม เลยไม่ยากต่อการดูแล

ขนาดของท้องตอนนี้มันยังไม่ได้ใหญ่จนเห็นออกมาชัดเจน

   ทำให้ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการเล่าเรียนอีกทั้งอชิยัง ทำงานทุกชิ้นของผมโดยที่ผมแทบจะไม่ต้องทำไรเลยเพียงแค่อ่านหนังสือถ้ามีสอบย่อย

   "เสร็จแล้วครับ หิวมากหรือเปล่าลูกพ่อ ป่ะทานข้าวกันครับ" อชิเดินออกมาจากห้องครัว ในตอนนี้ผ้ากันเปื้อนได้ถูกถอดออกไปเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงกางเกงสามส่วนสีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เจ้าตัวชอบใส่เวลาอยู่ในห้อ

   อชิแต่งตัวแบบไหนก็ดูดีและเข้ากันไปหมด

   ผิดกับผมที่ทั้งเริ่มอ้วน เพราะกินเก่ง ทั้งยังผิวบริเวณหน้าท้องเริ่มแตกลาย ครีมที่หามาทา ก็ไม่เห็นได้ผล เศร้าจัง เจ้าเด็กไม่เคยรักแม่คนนี้เลย

   ผมพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าเศร้า อารมณ์มันมักแปรปรวนแบบนี้ตลอดเลย เดี๋ยวมีความสุขเดี๋ยวเศร้า งอแงยิ่งกว่าเด็กสามขวบ

  การมีลูกซักคนนี่มันยากมากจริงๆ

  "ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วไหนบอกเราสิว่า เป็นอะไร หื้ม..." น้ำเสียงนุ่มละมุนดังขึ้นอีกครั้งในตอนที่ผม ขยับเก้าอี้โต๊ะอาหาร

   ผมส่ายหน้าเป็นการตอบคำถามนั้น

   "ถ้าไม่บอกเราก็ไม่รู้ว่านาทีเป็นอะไร แล้วเราก็จะแก้ปัญหาให้นาทีไม่ได้นะครับ" เรียกได้ว่าอชิเปลี่ยนไปมากๆจากที่เจอกันใหม่ๆตอนนั้นมันทั้งดูดุ แววตาคมเคร่งขรึม น่ากลัว

   แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่พูดออกมา ทั้งสีหน้าและแววตาที่แสดงออก กลับช่างอ่อนโอนจนผมรู้สึกถึงความรักที่มันมอบให้ผมและเจ้าเด็กอย่างบอกไม่ถูก

   แม้อชิจะไม่เคยได้เอ่ยว่ารักออกมา แต่ผมก็รับรู้ได้จากสิ่งที่ทำ

   แต่ก็นะมันก็ยังน้อยใจอยู่ดี เฮ้ออ...

   "กูอ้วน ท้องก็เริ่มลายแล้วด้วย กูไม่ชอบเลย" ผมพูดออกไปด้วยใบหน้าบึ้งตึง

   "หึ...เรื่องแค่นี้เอง" อชิขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้และเกินมานั่งชันเข่า ด้านข้างผมพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบบริเวณผิวท้องผ่านเสื้อตัวบางที่ผมมักใส่เวลาอยู่ห้องเบาๆ

   "กลัวเราทิ้งหรอครับ?" อชิพูดพร้อมกับเงยหน้าเลิกคิ้วถามอย่างคนกวน

    ผมกำลังจะตอบกลับไป แต่ประโยคต่อมาก็ดังขึ้น

   "...ไม่งอแงนะครับ ช่วยบอกคุณแม่หน่อยลูก ต่อให้อ้วนกว่านี้ ต่อให้ท้องลายกว่านี้พ่อก็ไม่ไปไหนจะอยู่กับลูกและแม่ของลูกตลอดไปอยู่แล้ว"

   ผมปิดปากฉับพร้อมกับเบี่ยงใบหน้าหลบสายตา กรุ้มกริ่มนั้นทันที คำพูดที่ออกมามันพานทำให้ผมเขินจนแทบจะนั่งไม่ติด ถ้าไม่ถูกมือหนาๆของคนที่นั่งอยู่ด้านล่างคว้าข้อมือเอาไว้ผมคงได้ลุกและหนีออกไปจากตรงนี้แน่ๆ

   ตัวจะระเบิดมั้ย...

   ไม่ต้องมีคำว่ารัก แค่คำว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปมันก็ทำให้ผมลืมเรื่องน้อยใจเมื่อครู่ไปแทบหมดสิ้น

คงเป็นเรื่องจริงที่ส่วนสึกในใจผมกลัวถูกทิ้ง

   ถูกทิ้งไปแบบเมื่อสามปีก่อน...

   มันไม่ได้ง่ายเลย ที่จะไม่คิดถึง คิดถึงความเจ็บปวดที่อชิมันทิ้งเอาไว้กับร่างกายและจิตใจผม

   "ทานข้าวได้แล้ว จะลุกไปไหนครับ" อชิยกตัวขึ้นพร้อมกับลากจานข้าวมาไว้ตรงหน้าผม พร้อมกับตักซุปมันฝรั่งราดลงในจาน

    ทุกครั้งที่ผมอยากกินอะไร ขอเพียงบอกอชิจะรังสรรค์ทุกเมนูออกมาให้ผมทานได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นไทยจีนหรือฝรั่ง ทำออกมาได้อร่อยจนขอเพิ่มตลลอด

    ซึ่งมันขัดกับลุคแบดๆหุ่นล่ำๆมาก

    "อร่อย มั้ยครับ?"

    "อื้ออออ"  ตอบออกไปทั้งในปากยังคาข้าว

    "พรุ่งนี้อยากกินอะไร เราจะไปซื้อของเตรียมไว้ให้" อชิยังคงถามต่อ

   "อือ...กูอยากกิน ขนม...อะไรนะที่มันเหลืองๆที่มันคล้ายดอกไม้มีทองติดด้านบน" ผมเคี้ยวข้าวในปากเสร็จ ก็พานนึกไปถึงขนมสีเหลืองทองหวานๆเคยได้กินตอนเด็ก ตอนไปบ้านคุณยาย แล้วคุณยายเคยทำให้กิน พูดแล้วก็คิดถึง

   "ทองเอกหรอ?" อชิขมวดคิ้วเพียงครู่หนึ่ง ก็พูดชื่อขนมนั้นขึ้นมา ผมเลยเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ เพื่อมาค้นรูปว่าใช่ขนมที่ตัวเองอยากทานหรือไม่

   นอกจากแค่รูปลักษณ์ที่พอจะนึกออก ก็ไม่มีข้อมูลอื่นเลย โดยเฉพาะชื่อของมัน

   "ใช่ๆ ทำให้กินหน่อยนะๆ" พอใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการผม ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าใกล้ด้วยความดีใจ

  

จุ๊บ...

   

"ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำให้ทาน" ผมชะงักตัวทันที เพราะอชิยื่นใบหน้ามาจุ๊บลงที่ริมฝีปากของผมเบาๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานชื่น

   เขินนะโว้ย....

  

  

......................... 

ความคิดเห็น