ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บาเรดฟาเรน หนึ่งทึ

ชื่อตอน : บาเรดฟาเรน หนึ่งทึ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 02:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บาเรดฟาเรน หนึ่งทึ
แบบอักษร

"ตั้งใจเรียนนะครับพี่เมฆ" เสียงคุณหญิงแม่เอ่ยส่งลูกชายของเค้าเข้าโรงเรียนใหม่วันแรก โรงเรียนภาราพัตณ์ เป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดแต่เหมือนจะเปิดรับผู้หญิงแล้วนะเพราะไอ้วันรับสมัครก็เห็นผู้หญิงไปมากอยู่ ไอ้ตอนแรกก็ว่าจะเรียนโรงเรียนนี้แหละตัดปัญหาเสียเวลามันงอแงกับแม่ก่อนเข้าโรงเรียนเพราะต้องผ่านโรงเรียนนี้ก่อน ถึงจะไปโรงเรียนอีกโรงเรียนที่คุณหญิงแม่เค้าบอกว่าอยากเรียนนั้นแหละ สองโรงเรียนนี้อยู่ในตัวเมืองระแวกเดียวกันเดินไปหากันยังได้แต่ก็ไกลอยู่ แต่ก็นั่นแหละตามความประสงค์ของท่านแม่เค้า เค้าอยากให้เรียนอีกโรงเรียนหนึ่งที่กล่าวมาตอนแรก ฉันก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้วใจจริงอยากอยู่ที่เดิมที่สกลนครเลยไม่มีอารมณ์ที่จะเลือก พอตกลงเสร็จสับก็ไปสอบคัดเลือกตามปกตินั่นแหละ และก็อย่างที่เห็น ไอ้พี่เมฆยืนงอแงหน้าประตูรถกอดแขนแม่อยู่ ดีนะมาจอดข้างๆโรงเรียนไม่งั้นคงรบกวนการรับส่งของคนอื่นแย่ "เมฆพอแล้ว เดี๋ยวไอ้เจ้าเมลไปโรงเรียนไม่ทัน" ขอบคุณเสียงสวรรค์จากท่านพ่อสุดที่รัก เพราะตอนนี้มัน 7โมง40 แล้วโว้ยยอิพี่คุณพี่ชาย อีก10นาทีเค้าก็จะเข้าแถวกันหมดแล้วค่ะคุณพี่ 

07:50น. เสียงนักเรียนในสนามร้องเพลงชาติ สวดมนต์ เพลงประจำโรงเรียน แต่ละคนก็พรึมๆพรัมๆกันไปวันแรกก็จะงงๆกันแบบนี้แหละโดยเฉพาะเด็กม.1 อย่างเราๆที่เป็นน้องใหม่ในโรงเรียน หลังจากคุณครูเวรหน้าเสาธงพูดจบ ก็ตามด้วยผู้อำนวยการกล่าวต้อนรับเด็กม.1 และ ม.4 ที่เข้าใหม่ จากนั้นก็แยกเข้าห้องเรียนพบครูที่ปรึกษา เข้าห้องไปก็ไม่มีอะไรมากในห้องมีทั้งหมด40คนด้วยกัน ครูที่ปรึกษาให้พวกเราทั้งหมดไปยืนเรียงแถวรอบๆห้องหนึ่งแถว เพื่อแนะนำตัวและคัดเลือกหัวหน้าห้องคนแรก อ่อแล้วก็ฉันเลือกสอบเข้าห้องศิลป์ภาษาซึ่งศิลป์ภาษาจะเป็นห้องที่ไม่ต้องคละกันเหมือนห้องวิทย์คณิตและห้องทั่วไป เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกัน3ปียาวนานไปเลย "สวัสดีค่ะน้ำขิง ภัทริน สิริวัฒน์ค่ะ" เสียงจากกลางๆแถวดังขึ้นเป็นชื่อแรกที่ดังในหัวจนฉันต้องหันไปยังที่ที่เกิดเสียง เธอคนนั้นมีผมยาวประบ่า มัดตึงเรียบร้อยผูกโบว์สีขาวตามแบบระเบียบของโรงเรียน หุ่นสมส่วนสีผิวออกไปทางน้ำผึ้ง ขนตาและตาคมชัด จัดได้ว่าหมวยคม เพื่อนคนนี้ดูเป็นคนระเบียบ น่าเป็นมิตรดีนะเนี่ย เอ้ะ มัวแต่มองคนที่ชื่อน้ำขิงอะไรนั่น จนเค้าหันกลับมามอง ทำไงดีไอ้เราก็คิดว่าตัวเองไม่เลิ่กลั่กนะ ยิ้มส่งไปก่อนแล้วกันเผื่อเพื่อนจะจำเราได้ ซึ่งฉันเองนึกออกเลยว่าหน้าในตอนนั้นของตัวเองคงเอ๋อมากๆ ก็มันทำอะไรไม่ถูกอ่ะ ตกใจจจ เอ้อลืมบอกสาเหตุที่ทำให้ชื่อของน้ำขิงดังในหัวฉันจนต้องหันไป หลังจากที่ฉันมัวยืนนึกถึงของกินในตอนพักกลางวันของวันนี้อยู่นานคือ ชื่อน้ำขิงอ่ะ เป็นชื่อที่ฉันตั้งใจจะตั้งเป็นชื่อหมาของฉันถ้าฉันเลี้ยงเพราะฉันคิดว่าชื่อนี้มันก็ น่ารักดี 

ช่วงพักกลางวันเป็นช่วงที่คนเยอะมากสำหรับฉัน ดีนะที่ในกระเป๋ามีข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ตอนเช้ากินไม่หมด ฉันจึงนำมากินก่อนพอคนเริ่มน้อยฉันจึงไปซื้อข้าว จะบอกว่าฉันยังไม่ได้หาเพื่อนนะพอดีความหิวมันบังตาของหาของกินก่อน แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นตอนอยู่บนห้องฉันก็ทักๆคุยๆกับเพื่อนบริเวณรอบๆโต๊ะเลย ฉันเป็นคนตัวเล็กเลยได้นั่งหน้า ห้องนี้โต๊ะเรียนจัดเป็นโต๊ะคู่ ส่วนเพื่อนที่นั่งเป็นคู่ข้างๆฉันชื่อลิน เป็นคนนิ่งๆแต่ก็คุยด้วยง่าย อาจจะไม่ใช่คนนิ่งหรอก อาจจะเป็นเพราะว่าเปิดเทอมวันแรกด้วยแหละมั้งเลยเกร็งๆ  

ในที่สุด! ถึงคิวฉันสักที ก๋วยเตี๋ยวที่ฉันต่อแถวมานานนักหลังจากที่ฉันกินข้าวเหนียวหมูปิ้งที่เหลือจากเมื่อเช้าเสร็จ  

"เอาเส้นเล็ก น้ำตกหมู...ไม่ผักค่ะ" สั่งงี้ป่าววะ...ก็ได้ยินคนข้างหน้าสั่งแบบนี้อ่ะนะสั่งแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกันแต่เติมส่วนที่ว่าไม่ใส่ผักไปเพราะตัวฉันเองก็ไม่ค่อยชอบสีเขียวที่อยู่บนอาหารเอาจริงสำหรับฉันเองมันดูไม่สวยเอาซะเลย 

ฉันทำการยกถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่เพิ่งสั่งไปหลังจากสเเกนบัตรจ่ายเงินในราคา30บาทไปที่เครื่องปรุง ลำดับแรก ชิม และตามด้วย...น้ำปลาด่วนเลยค่าา ไม่รู้ว่าเป็นคนติดเค็มมาจากไหน แต่ก็ใส่แค่น้ำปลาแหละร้านนี้อร่อยจนไม่ต้องปรุงเลยก็ว่าได้แต่ขอเถอะ น้ำปลามันต้องใส่ ฉันยกถ้วยเดินไปหาโต๊ะเพื่อนั่งกินเจ้าก๋วยเตี๋ยวชามนี้ แต่แย่หน่อยนะ คนเยอะมากมองไปที่รอบๆตัวก็ได้แต่ด่าตัวเองในใจ มัวแต่ไปกินหมูปิ้งเพราะฉันนั่งกินอย่างช้าและสบายใจมากจนคนก็น้อยลงๆแต่ฉันก็ยังมีความสุขกับไอ้เจ้าหมูปิ้งเมื่อเช้าอยู่ แค้นใจตัวเองจริงๆ ฉันเดินไปท้ายๆก็มองไปเห็นเพื่อนที่ตัดสายพลาสติกสีใสๆที่ติดถุงเท้าทั้งสองข้างให้ติดกัน พอดีว่าวันนี้ฉันใส่ถุงเท้าผิดระเบียบมาหนะสิเลยมาซื้อเปลี่ยนที่โรงเรียนแต่นั่งแกะอยู่นาน เสียงเพลงประจำโรงเรียนที่เป็นสัญญาณเตือนการเข้าแถวก็ขึ้นแล้วไอ้สายใสๆที่ติดอยู่กับถุงเท้าก็ไม่ยอมออกสักทีจนแป้งมันเดินมานี่แหละ 

"กูมีกรรไกรนะ เอาป่ะ"  

"เอ่อ...เอาๆ" 

"มาๆ กูตัดให้เพลงขึ้นเเล้ว" มันพูดต่อหลังจากที่ส่งกรรไกรมาแล้ว ฉันยังนั่งมองหน้ามันอยู่ 

"... ขอบคุณนะ" ใจร้อนจังวะ ถึงจะไม่ได้ถามชื่อมัน แต่มันชื่อแป้งฉันจำได้เพราะได้ยินคนที่ชื่อน้ำขิงเรียกตอนมันสองคนนั่งอยู่โต๊ะเรียนข้างหลังฉันและลินในห้องเรียน ใช่แล้วคนที่ชื่อน้ำขิงและเเป้งนั่งอยู่โต๊ะหลังฉัน 

เดินไปแกล้งๆถามสักหน่อยก็แล้วกันเพราะตอนนี้เส้นเล็กที่ฉันถือมันจะอืดแล้ววว 

"เอ้ยๆแกอยู่ห้องเก้าป่ะ" ฉันส่งยิ้มอย่างร่าเริงไปให้เพื่อสื่อว่าฉันเป็นมิตรนะ 

มันมองนิ่งๆแล้วพูดขึ้นว่า "อะไร มึงจำกูไม่ได้จริงดิ ที่ตัดสายหน้าโง่นั่นให้มึงอ่ะ" ไอ้สัส!จำได้ดิก็แค่เกริ่นป่าววะ บทนำอ่ะบทนำ 

"จำได้อยู่ละ แค่ทักไม่ถูกอ่ะ" ไม่รู้ว่าจะแถอะไรดี แบบนี้คงดีพอตัวแหละ 

"เอ้อๆว่าแต่ขอนั่งด้วยได้ป่ะโต๊ะเต็มอ่ะ พยายามหาแล้ว"ฉันกล่าวไม่ให้มีช่องให้มันได้พูดหลังจากฉันจบประโยคแถแก้ตัวเสร็จ 

"เออๆนั่งเถอะเส้นมึงอืดหมดละค่ะ"  

ฉันขำนิดนึงกับคำพูดของมันแล้วหย่อนก้นลงเก้าอี้ เอาถ้วยก๋วยเตี๋ยววางบนโต๊ะ จากนั้นก็ กินค่ะ กินเท่านั้นค่ะ หิวมากก 

นั่งอยู่ไม่นานโต๊ะก็เงียบพอตัวฉันก็ก้มหน้าก้มตากิน ส่วนไอ้แป้งเองก็เหมือนจะกินเสร็จนานแล้วเพราะตอนนี้มันนั่งเล่นโทรศัพท์ของมันหน้านิ่งบ้างยิ้มบ้าง หลุดขำบ้าง 

"เอ้อ มึงมาจากโรงเรียนอะไรอ่ะเมล" 

"เค้าย้ายมาจากต่างจังหวัดอ่ะ" เค้าก่อนก็แล้วกันไม่เคยชินที่จะกูมึงกับเพื่อนที่เจอครั้งแรกเลย "อ่ออ จังหวัดอะไรอ่ะ" 

"สกล" มันพยักหน้าหลังจากได้ยินคำตอบที่มันถามเมื่อครู่นี้ ฉันที่กำลังจะถามกลับตามมารยาทก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของฉัน 

"ไอ้แป้ง เครปเย็นหมดว่ะกูต่อแถวตั้งนาน แต่กูเอาชีสบอลมานะดูน่ากินเหมือนกัน"  

"ไอ้สัสเครปเย็นกู ขิงคือกูอยากกินมากจริงๆนะเว้ย" แป้งทำหน้าเสียใจแต่มือก็พุ่งตรงไปหยิบชีสบอลบนจานอย่างไว "ไอ้สัส" เสียงของน้ำขิงว่ากลับแป้งอย่างเอือมๆแล้วนั่งลงข้างๆแป้ง วางจานชีสบอลไว้บนโต๊ะก่อนจะใช้ไม้แหลมจิ้มเจ้าชีสบอลที่เหลืออยู่ในจานมาหนึ่งลูก 

"เออไอ้เมล นี่เพื่อนกูนะชื่อน้ำขิง มาจากโรงเรียนเดียวกับกูเลย" พูดถึงชื่อน้ำขิงก็อดขำในใจไม่ได้เลย หมดกันชื่อหมาที่ตั้งใจไว้ 

"ส่วนนี่ไอ้เมลนะ ไอ้ขิง" ฉันพยักหน้าให้น้ำขิงหลังจากที่แป้งพูดแนะนำฉันจบ ....อะไรกันมันแค่ทำหน้านิ่งๆพยักหน้ากลับเพื่อสื่อว่ารับรู้แล้ว ไม่พูดหน่อยหรอวะมันนิ่งตั้งแต่อยู่ในห้องเรียนแล้วอ่ะ มันดูน่ากลัวจังวะแต่อยากเป็นมิตรด้วยอ่ะดูพึ่งพาได้อ่ะ แต่กลัวอ่ะ! ช่วยยิ้มหน่อยได้มั้ยวะนิ่งจนฉันเองที่ว่าคุยเก่งแล้วนะ แค่คำว่าหวัดดีทักทายภาษาเพื่อนฉันยังพูดไม่ออกเลย ขำก็ไม่กล้า เกร็งโว้ยย 

ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนกินเสร็จกันแล้ว และกำลังจะเดินกลับห้องระหว่างทางก็มีเสียงไอ้แป้งบ่บอุบอิบๆตามทางมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครปที่มันไม่ได้กินหรือเรื่องที่ทะเลาะกับน้ำขิง และอีกหลายๆเรื่องมาตลอดทาง ฉันก็ขำบ้างยิ้มบ้างในตอนที่แป้งมันหันมาขอความเห็น ที่จริงก็อยากจะพูดนะ แต่ฉันยังเกร็งอยู่555 แป้งมันกล้าหยอกน้ำขิงได้ไงวะ น้ำขิงมันด่าด้วยคำสั้นๆมาตลอดทางถึงแม้ว่าจะไม่จริงจังแต่มันหน้านิ่งอ่ะ เลยดูน่ากลัวแต่ก็น่าจะปกติแหละมั้งอาจจะเป็นเพราะสองคนมันสนิทกันมาจากโรงเรียนเก่ากันรึป่าวเห็นแป้งบอกว่ามาจากโรงเรียนเดียวกัน 

"ชิบหาย ร่มก็มีแค่อันเดียวหัดเตรียมบ้างนะมึงอ่ะขิง"  

"ใครจะไปรู้วะ....ใช่ป่ะ เมล" อิเหี้ยยย มาแล้วๆประโยคแรกสำหรับเราสองคน อยู่ๆก็หันมา ฉันจะทำไงได้ล่ะตอบไปก่อน"ใช่ๆ" ไม่ต้องเดาว่าหน้าของฉันล่กเพียงใดล่กจนทำรองเท้าที่ถือมาเพื่อเตรียมใส่ลงจากอาคารเรียนหลุดมือตกลงไปข้างหนึ่งที่พื้น ดีนะไม่มีใครเห็นนอกจากน้ำขิงที่มองรองเท้าของฉันที่ตก 

"กูก็ไม่ใช่ก้อนเมฆเนอะว่าแบบเอ้อวันนี้นะกูดูมีน้ำหนักฝนเลยตกนะอะไรงี้" น้ำขิงร่ายยาวหลังจากที่ละสายตาที่เคยมองรองเท้าของฉันที่ตกลงพื้น ซึ่งถ้าจากวันนี้ที่ฉันนั่งโต๊ะอยู่ข้างหน้าพวกมันทั้งสองคนในห้องเรียนนั้นถือว่าวันนี้ประโยคนี้ดูเหมือนพูดกวนๆใส่โดยไม่มีพิษหรืออะไรใดๆที่สุด เพราะปกติจะได้ยินแต่เสียงไอ้แป้งที่บ่นตลอดคาบบ่าย น้ำขิงมันก็จะตุบๆตั๊บๆไปที่แขนไอ้แป้งแหละมั้งแล้วหลังจากนั้นมันก็ตีกันด้วยขาและเท้าของพวกมันกันใต้โต๊ะ ถามว่าฉันรู้ได้ไงก็มันสะเทือนมาถึงโต๊ะของฉันกับลินไงล่ะ ลินมันก็จิ๊ปากอยู่บ่อยๆจนฉันต้องหันไปมองบ้างเป็นบางช่วง ส่วนวันนี้ลินกลับบ้านไปก่อนแล้วมันเอารถมา พอฉันเดินแยกจากลินที่โรงรถฝนก็ตกฉันจึงตัดสินใจวิ่งไปหลบฝนที่อาคารเรียนถอดรองเท้าออกมาถือเพราะเค้าห้ามนักเรียนใส่รองเท้าบนอาคาร แล้วก็มาเจอไอ้แป้งกับน้ำขิงยืนเถียงกันนั่นแหละ 

จากนั้นมาฉันก็สนิทกับลิน ไอ้แป้งแล้วก็น้ำขิง น้ำขิงจริงๆมันเป็นคนดูปากร้ายหยิ่งๆแต่ใจดีนะ พอได้เป็นเพื่อนกับมันนานๆเข้าฉันถึงรับรู้ได้ ส่วนลินดูเป็นคนนิ่งๆดูโตอาจจะมีหลุดบ้างแต่หลุดเฉพาะต่อหน้าพวกเรา ลินจัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าหวาน ผิวของมันดีมากขาวอมชมพูเลยแหละแต่งตัวเนี๊ยบ ดูภายนอกเป็นคนเรียบร้อยนะ แต่จริงๆแล้วขยะใต้โต๊ะหรือของที่ระเกะระกะอยู่บริเวณโต๊ะของเราสองคนอ่ะ เป็นฉันตลอดที่ต้องคอยเตือนและคอยชวนมันเก็บ ถ้าเป็นเรื่องงานแล้วล่ะก็จริงจังขั้นสุด เอ้อแล้วมันก็เป็นคนที่ถนัดกีฬาด้วยครบรสมาก ส่วนคนสุดท้ายเจ๊แป้งที่ตอนนี้ฉันสถาปนาให้มันเป็นเจ๊ของกลุ่มเอง เพราะมันจะเป็นหัวโจกในหลายๆเรื่อง กล้าที่จะบวกตลอด ส่วนเรื่องความสนิทจริงๆแล้วพวกเราสนิทกันคนละเรื่องที่จะสนิทแต่ถ้าถามว่าฉันเองสนิทกับใครมากที่สุดก็คงจะเป็นน้ำขิง ไม่รู้เหมือนกันนึกแล้วก็ขำเพราะกลายเป็นว่าหลังจากวันนั้นที่น้ำขิงมันพูดกับฉันประโยคแรกในตอนที่เถียงเรื่องร่มกับไอ้แป้งในวันฝนตกวันนั้น วันต่อมาฉันก็ยอมไม่ได้ต้องพูดกลับบ้าง กลายเป็นว่าเราสองคนคุยถูกคอกันตบมุกกับโบ๊ะบ๊ะมาก ฉันเองหลังๆก็พูดกูมึงกับพวกมันแล้วบ้างซึ่งปกติพวกมันก็พูดกันอยู่แล้ว มีแต่ฉันเนี่ยเค้าแกๆ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการพูดกูมึงมันทำให้ได้อรรถรสมากกว่าตอนใช้สรรพนามเค้าเเกอีก สำหรับฉันเองแล้วอ่ะนะ 

"ปิดเทอมนี้มึงไปเที่ยวไหนวะก้อน" ก้อน ชื่อที่ถูกเรียกแทนชื่อของฉันเอง มันมาจากแก้มก้อนซึ่งเพื่อนในห้องก็จะเรียกย่อๆว่าก้อน แก้มก้อนเนี่ยมาจากไอ้บีมหัวหน้าห้องคนแรกของห้องม.1/9 มันตั้งให้มันมักจะชอบเดินมาจิ้มๆแก้มของฉันทุกๆครั้งที่มันมาส่งงานโต๊ะครูหน้าห้อง ก็นั่นแหละทางผ่านมันเพราะฉันนั่งโต๊ะหน้าห้อง วันนั้นมันยืนจิ้มอยู่นานคุยกันไปคุยกันมามันก็บอกว่า แก้มของฉันเป็นก้อนๆเหมือนอมขนมไว้เลย คายมานะอะไรมันนี่แหละ เถียงกับมันเป็นยกใหญ่อยู่นานมันก็เรียกฉันว่าไอ้แก้มก้อน เพื่อนในห้องก็ติดเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ 

"กูหรอ น่าจะกลับไปเที่ยวสกลสักหน่อยอ่ะ" ฉันตอบคำถามน้ำขิงที่มันถามหลังจากฉันออกจากห้องสอบมาได้สักพักใหญ่ๆ

"แล้วมึงอ่ะ มีแพลนไปไหน"

"แม่กูบ่นอยากไปภูเก็ต ก็น่าจะไปภูเก็ตแหละมัั้ง"

"อ่ออ" ฉันเก็บกระเป๋าดินสอและใบกำหนดการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษาหน้ายัดๆใส่เข้าไปในกระเป๋าสะพายเพราะวัันนี้ไม่ได้เอาแฟ้มมา วันนี้คือวันสอบปลายภาควันสุดท้ายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นทุกคน สิ้นสุดลงแล้วสินะกับ 1/9 เปิดมาอีกทีก็ม.2แล้วเร็วจัง

"ไอ้น้องเมลครับ มาให้ข้าวมูมู่ด้วย วันนี้เวรเมลนะ" กำลังหลับสบายเลยไอ้พี่เมฆ สภาพฉันในตอนนี้คือเหมือนเดิมตั้งแต่กลับจากโรงเรียนจนมาถึงบ้านและเข้าห้องนอนของตัวเอง ไม่สนอะไรแล้วโว้ยยจุดนี้ โยนกระเป๋าไว้บนหัวนอนทิ้งตัวลงและหลับไปในที่สุด แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีเสียงของไอ้พี่เมฆมายืนเคาะประตูกลัวแมวอดข้าวแต่ไม่ยอมให้เองเพราะวันนี้เป็นเวรของฉันเอง สุดมากเลยไอ้พี่คนนี้ ทั้งๆที่วันนี้มันหยุดอยู่บ้านทั้งวันเสียสละหน่อยก็ไม่ได้

"รู้แล้ววเดี๋ยวไป"

"ไอ้น้องเมล คือคุณต้องห้ามนอนต่อนะครับต้องลุกเลยนะ"

"เออๆ ไปแล้วค่ะๆ"

สุดท้ายก็ต้องลุกไปเปิดประตูพร้อมกับเจอหน้าไอ้พี่ชายที่ยิ้มหน้าระรื่นอยู่หน้าห้อง

"มู่ๆ มากินข้าว ไอ้อ้วน" ฉันเรียกแมวขนฟูหน้านิ่งออกไปทางกวนตีนสีเทาให้มันมากินข้าวหลังจากที่ฉันทำการผสมหัวอาหารเสร็จแล้วโดยมีไอ้พี่เมฆยืนเฝ้าอยู่ในห้องครัวพร้อมเสียงประท้วงหลังจากที่เรียกชื่อย่อแมวสีเทาตัวนี้

"เมลบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกมูมู่"

"มันยาวไปพี่เมฆ เมลขี้เกียจอ่ะ"

"ไม่ได้อ่ะเมล แค่สองพยางค์เองพ่อกับแม่ยังเรียกได้เลย" ใช่เลยพ่อกับแม่อ่ะชอบโอ๋มัน มูมู่เป็นแมวที่ฉันเจอที่วัดตอนไปทำบุญวันสงกรานต์ตามประเพณีในหมู่บ้านมันเหลือตัวเดียวมีคนเอามาปล่อยคนอื่นเขาเอาสีอื่นไปกันหมดแล้วเหลือแต่ไอ้มูมู่สีเทาตัวนี้นี่แหละ ไอ้ตอนเอามาเลี้ยงก็เป็นฉันนี่แหละที่ขอพ่อกับแม่เองว่าอยากเลี้ยง ไอ้พี่เมฆไม่ช่วยสักคำมาอีกทีก็โน่นตอนตั้งชื่อ ไอ้เราก็เห็นว่าเป็นตัวผู้เลยอยากได้ชื่อเท่ห์ๆ มังกร มาร์ค มินโน่ อะไรงี้ ไอ้พี่เมฆพอได้ยินก็มาขัดงอแงจะเอาชื่อมูมู่ๆพ่อกับแม่ก็ตามใจ แล้วมันยังจะมามีกฎให้เรียกชื่อเต็มเท่านั้นห้ามย่อ ไม่งั้นมันก็จะเดินมาห้ามเหมือนทุกๆครั้งที่มันได้ยินเช่นครั้งนี้และฉันก็เหนื่อยจะเถียงทุกรอบ ฉันเลยต้องเรียกให้มันพอใจไปหนึ่งทีแล้วทุกอย่างก็จะสงบดังเดิม "มูมู่"

https://www.petcitiz.info/10-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%99/

 

 

 

ความคิดเห็น