email-icon

สอบถามเรื่องนิยายหรือพูดคุยกับนักเขียนฝึกหัด : Euglanaforfiction@gmail.com ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจนะคะ ผู้เขียนสัญญาว่าจะพัฒนาผลงานของตัวเองเรื่อย ๆ ค่ะ

ดวงใจอคิราห์ ๑๐

ชื่อตอน : ดวงใจอคิราห์ ๑๐

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2564 18:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดวงใจอคิราห์ ๑๐
แบบอักษร

พากันกลับมาถึงคอนโดฯ เป็นที่เรียบร้อย คนร่างเล็กอารมณ์ดีตั้งแต่เช้าก็เพราะครอบครัวของตะวันน่ะสิน่ารักเป็นบ้าเลย…คิดแล้วอยากมีครอบครัวแบบนี้บ้างจัง

“วันนี้ไม่มีเรียนเราอยากไปสนามแข่งรถของตะวันจัง” ฟ้าโปรดถือวิสาสะเกาะแขนชายหนุ่มร่างหนาขณะยืนอยู่หน้าห้องตนเอง ส่งสายตาเว้าวอนสุด ๆ หลังได้ยินอิงดาวโม้มาว่าสนามแข่งรถของเฮียเธอน่ะกว้างมากแถมยังมีเคเฟ่สุดเท่ห์เล็ก ๆ อยู่อีกด้วย

“มึงอย่าไปเชื่ออิงดาว”

ห้ามไว้นั่นแหละถูกแล้ว สนามแข่งมันมีแต่พวกผู้ชายห่าม ๆ ทั้งนั้นแถมยังเสือตัวพ่ออีก ตัวอย่างก็ไม่พ้นทัพฟ้ารายนั้นน่ะสิงสถิตอยู่แต่กับสนามไม่งั้นก็ห้องผู้หญิงบ้างตามประสาคนเจ้าชู้เหมือนกับเพลงท่อนหนึ่ง…ชีวิตกูมีแต่เงินมีแต่ทองมีแต่ฮิ

“จันทร์เจ้าก็บอกสมทบอีกเสียง พาไปหน่อยนะ น้า” ลูกอ้อนแบบนี้มีหรืออคิราห์จะยอมใจอ่อนง่าย ๆ

“อย่าดื้อ ที่นั่นมีแต่พวกอันธพาล” เขาบอกแกมขู่ให้กลัว อันที่จริงอันธพลอันธพาลไม่มีหรอก คนในสนามมีแค่คนที่พวกเขารู้จักนั่นแหละหมดยุคหมดสมัยที่ต้องมานั่งตีกันเรื่องแข่งรถแล้วล่ะไม่เหมือนรุ่นคุณตาช่วงหลายสิบปีที่แล้ว คนนั้นน่ะตำนาน…ไอ้หนุ่มเลือดร้อน

“เราต่อยได้” ตัวเท่าแมวห้าวด่อง ๆ เลยคนนี้

“อืม ถ้าจะไปก็ไป” บทจะให้ไปง่ายก็ง่ายเหลือเกิน อคิราห์ยอมให้ฟ้าโปรดติดสอยห้อยตามไปสนามแข่ง ใจจริงเขาเองไม่ให้ไปหรอกแต่ดูเหมือนว่า แมว ขี้อ้อนตัวนี้จะไม่ยอมรามือง่าย ๆ นั่นสิ

“เย้! ไปกี่โมงง่ะ”

“สักพัก” คนฟังพยักหน้ารับหงึกหงัก “งั้นไปเราไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกันนะ” ไม่รอฟังคำตอบฟ้าโปรดรีบหันหลังเดินเข้าห้องทันทีมิหนำซ้ำยังปิดประตูจนเกือบกระแทกหน้าชายหนุ่มเข้าให้

 

ในที่สุดทั้งคู่เดินทางมาสนามแข่งรถโดยใช้เวลาประมาณสิบห้านาที ฟ้าโปรดไม่รอช้ารีบเดินนำเจ้าของสนามราวกับรู้ทาง

“อย่าดื้อ ที่นี่ไม่ได้มีแค่กู” มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ทัน ตะวันใช้น้ำเสียงโทนต่ำในการตักเตือนส่วนคนตัวเล็กเลิกพยศแต่กลับยืดคอสอดส่องสายตามองบริเวณรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ตะวันนี่หรอสนามแข่ง”

“อืม”

ตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินคำตอบยืนยัน ย้อนกลับไปนึกเรื่องเมื่อเช้าที่อิงดาวโม้ว่าเอียตัวเองเก่งมากบริหารสนามแข่งรถซึ่งปีนึงโกยกำไรได้เกือบ ๆ เก้าหลักต่อปี

เชื่อแล้วล่ะว่าตะวันเก่งจริง ๆ

ทอดสายตามองสุดลูกหูลูกตาก็ยังต้องอ้าปากค้างเพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่สนามแข่งรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียวแต่มันมีสนามแข่งรถยนต์โดยเฉพาะอีกฟากหนึ่งซึ่งหากต้องเดินทางไปสนามอีกฟากต้องใช้รถกอล์ฟเท่านั้นถ้าเดินคงขาลากกันพอดี

“อึ้งเสร็จก็ไป กูมีประชุม” ตามที่บอกวันนี้เขามีประชุมวางแผนเรื่องการแข่งรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในสองอาทิตย์ข้างหน้า แน่นอนว่าช่วงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แบบนี้คงต้องกินนอนอยู่ออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่

“ไปคาเฟ่ก่อนได้ไหมนะ” หันไปมองคนร่างหนาด้วยสายตาออดอ้อน อคิราห์พยักหน้าก่อนจะเดินนำฟ้าโปรดไปคาเฟ่ทว่ากลับต้องเปลี่ยนใจ เขาหยุดเดินเพื่อรอคนขาสั้นเมื่อฟ้าโปรดเดินมาอยู่ข้าง ๆ แล้วคนขี้หวงก็แสดงท่าทีความเป็นเจ้าของทันที

แขนแกร่งยกขึ้นโอบไหล่บางเจ้าตัวส่งสายตาอำมหิตให้เหล่านายช่างประจำสนามที่ตอนนี้บังอาจมองคนของเขา จนหมู่คนมองหลบตาหันกลับไปทำงานแทบไม่ทัน

เข้าคาเฟ่ใช้เวลายี่สิบนาทีเท่านั้น ตอนนี้ทั้งคู่เดินเข้าออฟฟิศ ฟ้าโปรดกวาดสายตามองรอบ ๆ อีกครั้ง ออฟฟิศหลังไม่ค่อยใหญ่แต่ด้านในประดับไปด้วยของคลาสสิคราคาแพงทุกอย่างเลย

“รอในห้องนี้เข้าใจไหม อย่าออกไปไหนคนเดียว” อคิราห์ย้ำและกำชับก่อนที่ตนจะต้องได้เข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าพนักงงานอีกสี่ชีวิต

“อื้อ” รับปากอย่างว่าง่าย คนร่างหนาผงกหัวให้นิดหน่อยก็หันหลังเดินออกไป

ห้องทำงานของตะวันอยู่ชั้นสองที่นี่มีสองชั้นเท่านั้น ห้องนี้ค่อนข้างกว้างด้านหลังสามารถเห็นสนามแข่งรถชัดเจน ฟ้าโปรดเดินสำรวจทั่วบริเวณห้องก่อนหยุดอยู่หน้าประตูเลื่อนไม้

ครืด!

“สวยมาก” เบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า ห้องนอนสีเทาตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอกอากาศและข้าวของเครื่องประดับราคาแพง เฟอร์นิเจอร์ทุกสีโทนมืดทั้งนั้นไม่ต่างจากห้องนอนในคอนโดมิเนียมของตะวันเลยสักนิด แต่ที่นี่ดูดีกว่านิดหน่อยมันเพราะที่พื้นระเบียงตกแต่งด้วยไม้ญี่ปุ่นสีน้ำตาลแถมแผงกั้นยังเป็นกระจกใส เงยหน้ามองเพดานยิ่งแล้วใหญ่โคมไฟอลังการงานสร้างมาก

“สมกับเป็นเจ้าของห้องนอนจริง ๆ นะเนี่ย” ฟ้าโปรดเม้มปากทำแก้มพองชื่นชม เขาถอยหลังเลื่อนประตูปิดลงตามเดิมจากนั้นหันมาเปิดโทรทัศน์จอใหญ่เชื่อมกับเน็ตฟลิกซ์เพื่อดูซีรีส์รอ

เปิดซีรีย์ดูได้ครึ่งตอนก็เริ่มง่วงนอนในทันใดอาจเป็นเพราะอุณภูมิในห้องเหมาะสมต่อการนอนหลับ มีกลิ่นเทียนหอมอ่อน ๆ ลอยเตะจมูกจนเริ่มเคลิ้ม

ก็อก! ก็อก!

ยังไม่ทันได้ปิดเปลือกตานอน คนร่างเล็กลุกขึ้นนั่งทำตาปรือหันหน้ามองประตูกระจกสีขุ่น

“อคิราห์มึงไม่คิดจะเปิดประตูให้กูหน่อยรึไงวะ” ทัพฟ้าบ่นหลังผลักประตูด้วยไหล่ ในอ้อมแขนหอบแอลกอฮอล์และกับแกล้มชุดใหญ่ไว้

“ตะวันไม่อยู่ฮะ” ไม่เพียงแค่ตอบฟ้าโปรดรีบลุกขึ้นหวังเดินไปช่วยคนหอบของพะรุงพะรัง

“โอ้ ตัวจริงน่ารักนะเรา มา ๆ ช่วยพี่ถือขนมหน่อย” คนร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงัก เขายื่นมือหยิบขนมที่ทัพฟ้าหนีบไว้ในช่วงแขนสามซองก่อนจะเดินมาวางบนโต๊ะกลางขนาดใหญ่

“ขอบคุณครับน้องฟ้าโปรด”

“รู้จักฟ้าโปรดด้วยหรอฮะ” ฟ้าโปรดชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

ทัพฟ้าพยักหน้ารับ “ใช่ครับ พี่เห็นน้องเป็นข่าวกับอคิราห์ตอนนั้นไม่คิดว่าตัวจริงจะน่ารักน่าทะนุถนอมแบบนี้” เขาตอบพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ลืมไปพี่แนะนำตัวเลยแล้วกัน พี่ชื่อทัพฟ้านะครับ”

“สวัสดีนะฮะพี่ทัพฟ้า”

“อ๋า…กระแทกใจพี่จริง ๆ ว่าแต่อคิราห์ไปไหนละครับเนี่ยทำไมถึงปล่อยลูกแมวน่ารัก ๆ แบบนี้อยู่คนเดียวได้คงเหงาน่าดูเลยใช่มั้ยครับ”

“ตะวันไปประชุมฮะ” ทัพฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ กว่าไอ้น้องรักอย่างอคิราห์จะปรากฎตัวมาสนามได้นั้นยากแสนเข็นเพราะตั้งแต่ที่เจอคนตัวเล็ก ๆ ตากลม ๆ ด้านหน้าก็เอาแต่ขลุกอยู่กับเขาจนไม่ค่อยเข้าสนามเหมือนแต่ก่อน เอกสารอะไรก็ให้เลขาหอบไปให้เซ็นที่ห้องแทน

คราวแรกก็ว่าจะเต๊าะน้องฟ้าโปรดนี่สักหน่อย แต่ดูแล้วไม่เอาดีกว่าถ้าน้องชายคนสนิทเขารู้มีหวังฟันหลุดออกจากปากแน่ล่ะ

“อ้าว ถ้างั้นพี่ฝากบอกมันหน่อยแล้วกันว่าเย็นนี้มีปาร์ตี้มันจะร่วมไหม พี่ไปล่ะพวกไอ้จัมพ์รออยู่”

“เดี๋ยวฮะ จัมพ์มาที่นี่ด้วยหรอฮะ” ได้ยินชื่อจัมพ์ฟ้าโปรดรีบเอ่ยถามทันที เขาชอบเล่นกับจัมพ์ที่สุดแล้วเพราะจัมพ์อารมณ์ดี คุยสนุกแถมขี้โม้มีเรื่องเล่าให้ฟังตั้งมากมาย

“อาฮะ ทำไมหรอครับ”

“ฟ้าโปรดขอไปเล่นกับจัมพ์ด้วยได้มั้ยฮะ” อยู่ในห้องค่อนข้างเบื่อ ไม่มีอะไรเล่นแถมตะวันยังกำชับว่าอย่าออกไปไหนคนเดียว ฟ้าโปรดเม้มปากเป็นเส้นตรงลุ้นคำตอบของทัพฟ้า ไม่ได้ไปคนเดียวนี่นา จัมพ์ก็อยู่ด้วย

“ถ้าจะไปก็…ไปกันครับ” ทัพฟ้าอนุญาต เขายกยิ้มให้ฟ้าโปรดด้วยความเอ็นดู

“ขอบคุณฮะ” ฟ้าโปรดกล่าวขอบคุณ ไม่รอช้ารีบเดินตามทัพฟ้าทันทีเขาไม่ได้ไว้ใจคนง่ายแต่ทัพฟ้าเขาเคยได้ยินพวกครามเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่าถึงจะเจ้าชู้แต่ก็รักน้องรักเพื่อนเป็นคนนึงที่ไว้ใจได้เลยทีเดียว

คนร่างเล็กเดินลงมาข้างล่างตามหลังเอียทัพฟ้าจนมาถึงทรงบริเวณฝั่งซ้ายของตัวออฟฟิศ มันเป็นสเตเดียมมีรถบิ๊กไบค์หลายคันจอดอยู่ซึ่งตอนนี้กำลังถูกเช็ดทำความสะอาดโดยมีจัมพ์ ฟิล์ม ครามและเฮียเบิ้ล ทำความสะอาดอยู่

เบิ้ลใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบบุหรี่ออกจากปาก พ่นความออกทางจมูก “ไหนว่าไปแป๊บเดียววะ แม่งนานชิบหาย” เขาตะโกนถามทัพฟ้า

“ทิ้งบุหรี่ก่อนน้องมาด้วย”

“ใครวะ” เบิ้ลชะโงกมองหาคนที่ทัพฟ้าเรียก น้อง กระทั่งเห็นเป็นฟ้าโปรดเจ้าตัวรีบทิ้งบุหรี่บนพื้นพร้อมใช้ส้นเท้าขยี้จนมันดับ

“สวัสดีฮะทุกคน”

“สวัสดีครับน้องฟ้าโปรด ออกมาแบบนี้ไอ้หินยอมหรอ”

“ตะวันประชุมฮะ บอกไม่ได้” คนร่างเล็กตอบตามความจริง ตอนแรกเขากะว่าจะบอกอยู่หรอกแต่คิดไปคิดมาตะวันกำลังประชุมขืนถ้าบอกกลัวว่าจะรบกวนเปล่า ๆ ไว้รอประชุมเสร็จค่อยบอกแล้วกัน

“โย่ว! ไงไอ้เปี๊ยก”

“จัมพ์กำลังทำอะไรอยู่หรอ”

“กำลังจะลงสนามอะ ฝึกสักรอบสองรอบอีกสองอาทิตย์แข่งแล้ว” คนฟังพยักหน้ารับหงึกหงัก “อยากลองขับปะ เดี๋ยวสอนขับmsxสนุกนะจะบอกให้” จัมพ์เสนอ

“เอาาา” ฟ้าโปรดรับคำชวนด้วยความรวดเร็วอย่างสนอกสนใจ ตลอดชีวิตไม่เคยแตะมอเตอร์ไซค์สักครั้งทั้งคุณย่า คุณป้าแม่บ้านและลุงคนขับรถล้วนแล้วแต่ไม่ให้เขาฝึกมอเตอร์ไซค์เลยสักคนหากครั้งนี้ฝึกเป็นครั้งแรกถือว่าน่าสนใจอยู่มากโข

“จะดีหรอวะไอ้จัมพ์ ถ้าไอ้ตะวันรู้…” ครามรีบแย้ง จัมพ์เป็นคนชอบหากิจกรรมใหม่ ๆ ให้เพื่อนในกลุ่มเล่นเสมอไม่ว่าจะเกมในวงเหล้าหรืออะไรก็แล้วแต่เขามักเป็นคนคิดทั้งนั้น ไม่ต่างจากครั้งนี้เขาชวนฟ้าโปรดขับรถ

คนนุ่มนิ่มอย่างฟ้าโปรดน่ะนะ…ถ้าตะวันรู้มีหวังเละแน่

“เออว่ะ ลืมไป ถ้างั้นช่วยพวกเราทำความสะอาดรถป่ะ” จัมพ์เสนอแนวทางใหม่ ส่วนฟ้าโปรดส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก

“เราอยากฝึกขับรถ”

เอาแล้วไงซวยแล้วกู ปากหนอปากไม่น่าชวนตั้งแต่แรก RIP ตัวเองรอเลยแล้วกัน

“เอ่อ…ไม่ดีมั้ง” จัมพ์ยกมือเกาหัวแกร็ก ๆ นึกอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยที พูดไม่คิดหายนะตามมาชัวร์

“ดีสิ ว่าแต่คันไหนหรอmsxที่จัมพ์บอกเรา” คนตัวเล็กชะโงกคอมองหารถเอ็มเอสเอ็กซ์ที่คนตัวสูงตรงหน้าบอก

จะห้ามคงไม่ทันแล้วล่ะนอกจากจะสอนสักรอบให้ฟ้าโปรดพอใจ จัมพ์ชี้นิ้วไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กสีดำแดงที่จอดอยู่ถัดจาดรถของเฮียเบิ้ล

“ไปขับกัน ๆ” ฟ้าโปรดยิ้มร่าเดินนำจัมพ์ไปที่รถ ก่อนจะใช้มือตบเบาะเบา ๆ ให้คนร่างสูงสอน

 

อีกด้านหนึ่งเลิกกระชุมเป็นที่เรียบร้อย คนร่างหนารีบเดินจ้ำอ้าวมุ่งตรงไปห้องทำงานครั้นเปิดประตูกลับพบแต่ความว่างเปล่า เรียกฟ้าโปรดยังไงก็ไม่เจอเจ้าแมวดื้อของเขา สงสัยคงดื้อแอบไปคาเฟ่ ไม่รอช้าจึงตัดสินใจเดินลงมาชั้นหนึ่งเพื่อไปคาเฟ่ทว่าสองขายาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของกลุ่มคนที่พวกเขารู้จักและไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาเปลี่ยนเส้นทางเดินเลี้ยวอ้อมไปฝั่งซ้ายตามเสียวหัวเราะ

ภาพตรงหน้าถึงกับกัดฟันกรอด ไอ้เหี้ยตัวไหนปล่อยให้คนของเขาขับรถวะ ถ้าล้มขึ้นมาจะทำยังไง

“ทำไมรถมันดับอะ” มือใหม่ฝึกขับยู่ปากเล็กน้อย ฝึกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่เคลื่อนที่เกินร้อยเมตรเลยด้วยว้ำเพราะรถเอาแต่ดับอยู่นั่นแหละ

“ฮ่า ๆ มันต้องขับแบบนี้ฟ้าโปรด ต้องบีบคลัทช์แล้วค่อย ๆ ปล่อยแบบนี้” ตอนแรกก็ห้ามซะดิบดีตอนนี้กลับกลายมาเป็นครูฝึกเสียอย่างนั้น ครามสอนฟ้าโปรดอีกครั้ง

“ฮ่า ๆ ฮะ ฮ่าวว” ทัพฟ้าหัวเราะอยู่ดี ๆ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นเจ้าของสนามกำลังเดินตึงตังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ และดูเหมือนฟ้าโปรด ครามและจัมพ์ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าหายนะกำลังมาเยือน

“อ๋อ งั้นลองอีกรอบแล้วกั…”

“ใครบอกให้มึงลงมา แล้วเหี้ยตัวไหนมันสอน”

ฟ้าโปรดรีบหันตามเสียงเรียกพร้อมกับอ้าปากค้างทั้งน้ำเสียงและสายตาทำเอาคนทั้งหมดลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ อคิราห์สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้คนร่างเล็กเรื่อย ๆ จัมพ์กับครามรีบแหวกออกทันที

หมับ!

“เหว๋อ!” ฟ้าโปรดตกใจจนต้องรีบใช้แขนตวัดคอของคนร่างหนาเมื่อจู่ ๆ อคิราห์ก็ช้อนตัวอุ้มคนร่างเล็กจนรถเอ็มเอสเอ็กซ์เกือบล้มโชคดีที่จัมพ์กับฟิล์มคว้ารถไว้ทันไม่อย่างนั้นคงเสียหายหลายบาทเหมือนกัน

ชายหนุ่มตวัดสายตามองเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังช่วยกันพยุงรถก่อนจะหันไปตวัดสายตาให้อีกสามคนที่นั่งมองอยู่บนสเตเดียม

“ทำเหี้ยไรกันวะ!!” เขาตวาดเสียงดังลั่นทำเอาคนในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก ฟ้าโปรดตัวสั่นเล็กน้อยอาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นตะวันในมุมนี้ล่ะมั้ง

“เหี้ยเอ้ย!” ไม่รอใครพูดต่อทั้งนั้น อคิราห์เปลี่ยนท่าอุ้มคนตัวเล็กมาเป็นอุ้มพาดบ่าเดินตึงตังเข้าออฟฟิศอีกครั้ง

“ชิบหายแล้วพวกมึง พ่อองค์ลงว่ะสัด” จัมพ์ว่าพลางคลึงขมับทอดสายตามองพี่ ๆ และเพื่อนหวังขอความช่วยเหลือ ตายแน่กู จองโลงไว้เลยแล้วกัน

 

“อึก ตะวันเราจะอ้วก” เนื่องจากโดนอุ้มพาดบ่า ฟ้าโปรดเลยห้อยหัวทำให้เกิดอาการอยากอ้วกขึ้นมา

เพี๊ยะ! ฝ่ามือหนาฟาดลงบนก้อนเนื้อนิ่มหนึ่งทีอย่างเต็มแรง ก่อนเจ้าตัวจะถูกวางลงเมื่อเดินมาถึงในห้อง

“โอ้ย! เจ็บ” ฟ้าโปรดยู่หน้าลูบก้นตัวเองป้อย ๆ ครั้นแหงนหน้ามองคนร่างหนาถึงกันต้องรีบหลุมตาลงต่ำ

ไม่ชอบสายตาตะวันตอนนี้เลย มันน่ากลัว

“กูบอกว่ายังไง ทำไมไม่ฟัง” อคิราห์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ก…ก็เราเหงานี่”

“ทีวีมี ไอแพดมี โทรศัพท์มีแม่งทำไมไม่เปิดวะ รู้ไหมว่าตัวเองดื้ออะ”

“…” คนถูกดุก้มหน้าเม้มปาก สองมือเรียวประสานกันไว้แน่น

“ทำไมกูบอกแล้วมึงไม่ฟัง กูเตือนแม่งก็ไม่ฟัง” คนร่างหนายกแขนเท้าสะเอวทั้งสองข้าง “คิดว่าตัวเองเก่งนักรึไงวะ อยากทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจงั้นหรอ”

คนถูกดุก้มหน้าจนคางชิดกับคอ นัยน์ตาเริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย

“แล้วเรื่องรถ นั่นมันมอไซค์นะเว้ยมันไม่ใช่จักรยานที่มึงอยากขี่ก็ขี่ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง คิดหน่อยดิ แม่งถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้กูไม่น่าพามาตั้งแต่แรก!”

“ฮึก ข…ขอโทษ” หวังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลแต่สุดท้ายกลับไหลพราก คนร่างเล็กยืนตัวสั่นประสานมือแน่นกว่าเดิมก้มหน้าร้องไห้ นึกโทษตัวเองหากเชื่อฟังตะวันตั้งแต่คงไม่โดนดุเสียงดังขนาดนี้

อคิราห์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ระงับอารมณ์ขุ่นโกรธ “มานี่มา” ไม้พ้นอิหรอกเดิมเขาใจอ่อนยวบจังหวะที่เห็นน้ำตาเอ่อล้นดวงตากลมโต คนร่างหนาอ้าแขนรอรับส่วนฟ้าโปรดไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปสวมกอดทันที

“ฮึก…ฮือ ตะวันฟ้าโปรดขอโทษ ฮึก” แขนเรียวกระชับกอดคนร่างหนาแน่น

“ที่ดุเพราะเป็นห่วงนะรู้ไหม” ชายหนุ่มปรับโทนเสียงพลางยกมือขึ้นลูบหัวคนในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา

“ย…ยกโทษได้ไหม ดีกัน อึก ไม่ชอบ ไม่ชอบเลยที่ตะวันดุ น่ากลัว”

“เฮ้อ…นอนไหม” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุย ยอมรับว่าเมื่อกี้เขาโกรธจริง ๆ ตอนแรกที่เห็นฟ้าโปรดกำลังจะสตาร์ทรถอีกครั้งเขาแทบจะเป็นบ้า รถนั่นมันขี่ยากใคร ๆ ก็รู้ แถมมือใหม่ฝึกหัดแค่ขายังต้องเขย่งถ้าพลาดล้มขึ้นมาเขาได้ความดันขึ้นแน่ ๆ

“ฮึก…ไม่เอา”ฟ้าโปรดส่ายหน้ารัว

“งั้นไปนั่ง” ตะวันไม่รอคำตอบ เขาช้อนตัวอุ้มเจ้าแมวดื้อทันที สองแขนเล็กรีบกอดรัดคอของชายหนุ่มไว้แน่นพลางซุกหน้าลงกับซอกคอ ส่งเสียงสะอื้นเล็กน้อย

ครั้นอุ้มมาถึงโซฟาเจ้าแมวดื้อยังไม่ยอมปล่อยแขน เจ้าตัวยกขาตวัดเอวสอบทำเอาคนร่างหนาจำต้องเป็นฝ่ายนั่งลงแทนส่วนคนบนตักตอนนี้เหมือนลูกลิงติดแม่ไม่มีผิด

“ฟ้าโปรดจะไม่ดื้อแล้ว สัญญาตะวันหายโกรธนะ” ฟ้าโปรดพูดอ้อมแอ้มคงเป็นเพราะเจ้าตัวซุกหน้ากับซอกคอของชายหนุ่ม เสียงจึงแผ่วเบาแต่นั่นก็ทำให้อคิราห์ได้ยินชัดเจน

“ห้ามดื้ออีกรู้ไหม กูเป็นห่วง”

“อื้อ ไม่ดื้อแล้วฟ้าโปรดจะเป็นเด็กดี” สิ้นประโยคพูด อคิราห์ยกยิ้มทันที ไม่อยากให้เป็นแค่เด็กดี แต่อยากให้เป็นเด็กกูซะมากกว่า

“ครับ” เขาตอบรับคนบนตัก มือหนาลูบแผ่นหลังบางเบา ๆ ก่อนจะหันหน้าหาคนตัวเล็กที่เอาหัวซุกซอกคอเขาอยู่

ฟอด!!

อดไม่ได้จริง ๆ ขอหอมหัวสักทีเถอะแม่ง!

 

—TBC—

ความคิดเห็น