ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นทุกคอมเม้นด้วยนะคะ💞: )

บทที่4 ดอกไม้บนแท่นบรรทม

ชื่อตอน : บทที่4 ดอกไม้บนแท่นบรรทม

คำค้น : สัตตบงกชแห่งนาคา / รัตนะมณี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 337

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4 ดอกไม้บนแท่นบรรทม
แบบอักษร

"ท่านรามมินทรา..ขอบใจท่านมากที่มาคอยดูแลธิดาบุญธรรมของข้าให้" 

เสียงของพญาอนันตรัยดังขึ้น ทั้งสองจึงรีบปล่อยมือแล้วหันไปมองตามเสียงทันที 

"มิเป็นไรท่านอนันตรัย มันเป็นสิ่งที่ข้าต้องกระทำอยู่แล้ว" นาคราชหนุ่มกล่าวตอบด้วยความนอบน้อมแก่ผู้ที่มีความอาวุโสกว่า 

"เช่นนั้นข้าและรวินท์รดาคงต้องขอตัวกลับก่อน และคงจะได้พบกันในวันพิธีอีกครั้ง" 

พญาอนันตรัยเอ่ยบอกแล้วหันไปทางธิดาบุญธรรมที่ยืนก้มหน้าต่ำ 

"รวินท์รดา..เอ่ยลาท่านรามมินทราเสียสิ" 

นาคีสาวได้ยินผู้เป็นบิดาบุญธรรมเอ่ย ก็เงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวถ้อยคำอย่างอ่อนน้อม พร้อมย่อกายให้ความเคารพอีกฝ่าย 

"ขอบคุณท่านที่มาคอยดูแลข้า แล้วพบกันในวันพิธีเจ้าค่ะ" 

นาคาร่างสูงโปร่งยิ้มบางให้กับนางตรงหน้า ก่อนจะค้อมศีรษะให้พญาอนันตรัยเป็นการเคารพแล้วเดินจากไปด้วยแววตาที่มีความอาวรณ์อยู่ไม่น้อย 

แต่อีกไม่นาน..นางจะต้องมาอยู่เคียงข้างเขาอย่างแน่นอน 

 

เมืองฉัพพะยาปุตตะ.. 

"พระธิดา..เป็นอันใดหรือเจ้าคะ ตั้งแต่กลับมาพี่แก้วฟ้าเห็นทรงทอดพระเนตรแต่พระหัตถ์ ทรงบาดเจ็บหรือเจ้าคะ?" 

ผู้เป็นพี่เลี้ยงเอ่ยถามพร้อมกับพยายามมองมือเรียวเล็กของผู้เป็นนายเพื่อค้นหาบาดแผลด้วยความเป็นห่วง 

"ปะ เปล่าจ๊ะ..น้องมิได้บาดเจ็บอันใด" 

นาคีสาวรีบปฏิเสธเมื่อพี่เลี้ยงคนสนิททำท่าจะขอดูที่มือ 

"เอ๊ะ นั่นดอกอันใดเจ้าคะ สีสดงดงามยิ่งนัก" 

แก้วฟ้าเหลือบไปเห็นดอกไม้งามที่ซ่อนอยู่ในมือผู้เป็นพระธิดาของตนเข้าพอดี จิตตรีที่กำลังจัดเตรียมแท่นบรรทมก็หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

"พระธิดารวินท์รดา แอบไปเด็ดดอกไม้จากดาวดึงส์มาหรือเจ้าคะ?" จิตตรีเอ่ยถามสีหน้าตื่นเต้น 

"ปะ เปล่านะ..น้องมิได้เป็นคนเด็ด ท่านรามมินทราให้น้องมาต่างหากล่ะ" 

รวินท์รดารีบกล่าวบอกด้วยกลัวว่าจะถูกมองเป็นผู้ผิด ที่ไปเด็ดดอกไม้จากที่นั่นมา 

"ท่านรามมินทรา?" 

จิตตรีกับแก้วฟ้าหลุดคำออกมาแทบจะพร้อมเพรียงแล้วหันมองหน้ากันอย่างรวดเร็ว 

"พระธิดา..พระบิดาทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ?" 

แก้วฟ้ากระซิบถามเสียงเบาสีหน้าไม่สู้ดีนัก รวินท์รดาส่ายหน้าน้อยๆเป็นการบอกให้รู้ว่าผู้เป็นบิดามิได้รับรู้ในเรื่องนี้ 

"ตายแล้ว..พระธิดาทรงทราบหรือไม่เจ้าคะว่าท่านรามอินทราเป็นใคร?" จิตตรีเอ่ยถามผู้เป็นนายของตนทันที 

"ท่านรามมินทราเป็นผู้ที่ร่วมถวายบัวทิพย์กับน้องจ๊ะ พี่แก้วฟ้า..พี่จิตตรี" 

นางตอบด้วยสีหน้าที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่เข้าใจว่าพี่เลี้ยงทั้งสองไยต้องหน้าตาตื่นขนาดนั้น 

"ปะ..เป็นคู่ถวายบัวทิพย์หรือเจ้าคะ!" พี่เลี้ยงนาคีพากันทำสีหน้าตกตะลึงกันทั้งคู่ 

"มีอันใดหรือพี่แก้วฟ้า พี่จิตตรี?" ใบหน้างามมองพี่เลี้ยงทั้งสองสลับไปมาด้วยความงุนงง 

"นั่นขวัญใจนาคีแทบจะทั่วแคว้นแดนสวรรค์เลยนะเจ้าคะ ท่านรามมินทราเป็นจอมทัพแห่งสวรรค์..ออกศึกมานับครั้งไม่ถ้วนและไม่เคยพ่ายแพ้เลยสักครา ทั้งสูงศักดิ์ทั้งน่าเกรงขาม" แก้วฟ้าพรรณนาถึงนาคราชผู้นี้เสียจนรวินท์รดารู้สึกหวาดหวั่น 

"เช่นนั้น..หมายความว่าเขาน่ากลัวมากใช่หรือไม่พี่แก้วฟ้า น้องไม่ควรรับดอกไม้ที่เขาให้มา..น้อง..ไม่น่าเลย" คนตัวเล็กหน้าสลดรู้สึกใจเสียที่ตนไปรับดอกไม้มาจากมือเขา 

"มิใช่เจ้าค่ะ ท่านรามมินทรามิได้เป็นผู้ที่ดุร้ายหรือน่ากลัวแต่อย่างใด หากแต่เป็นนาคราชหนุ่มรูปงามที่เก่งกาจในเรื่องการรบและไร้ซึ่งชายาข้างกาย เหล่านาคีมากมายจึงหมายปองจอมทัพแห่งวิรูปักษ์ผู้นี้เจ้าค่ะ" 

จิตตรีเป็นฝ่ายสาธยายให้พระธิดาของตนได้รับรู้ ทั้งสองพากันทำสีหน้าปลาบปลื้มราวกับตนจะไปสมัครเป็นชายาของนาคราชหนุ่มที่เอ่ยถึงด้วยกระนั้น 

"แล้วเหตุใดเขาจึงไม่มีชายาล่ะพี่จิตตรี หรือว่าพระบิดาของเขาห่วงหวงเช่นเดียวกันกับพระบิดาของน้อง ถึงไม่กล้ามีชายา" 

รวินท์รดาถามด้วยความใสซื่อ ทำเอาพี่เลี้ยงทั้งสองแอบกลั้นขำ 

"ได้ยินมาว่าท่านรามมินทราใส่ใจเพียงเรื่องกิจรบของสวรรค์ จนไม่มีเวลามาสนใจอิสตรีต่างหากเจ้าค่ะ" แก้วฟ้าเอ่ยเจือยิ้ม 

"อ่อ ถ้าเช่นนั้น..ไม่นานท่านรามมินทราคงจะเลือกนาคีสักตนมาเป็นชายา" 

รวินท์รดานึกถึงใบหน้าคมสันที่ให้ดอกมณฑารพแก่ตน ในใจรู้สึกประหลาดคล้ายไม่เข้าใจว่าเขามามอบดอกไม้ให้ตนทำไม 

ควรจะเก็บไปให้คนที่เขาชอบสิ! 

"พี่แก้วฟ้าคิดว่าที่พระธิดาได้รับเลือก คงจะเป็นเพราะบุญบารมีที่สูงส่งเป็นแน่เจ้าค่ะ ถึงได้ร่วมถวายคู่กับท่านรามมินทราเช่นนี้" 

"น้องไม่รู้หรอกจ๊ะพี่แก้วฟ้า รู้เพียงเป็นบัญชาจากองค์อินทราธิราช ซึ่งน้องจะต้องทำตามเท่านั้น" นาคีสาวตอบอย่างมิได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านี้ 

"ช่างเถิดเจ้าค่ะ พี่จิตตรีว่าตอนนี้พระธิดาควรจะบรรทมได้แล้ว เหนื่อยมาทั้งวัน แต่ทรงระวังด้วยนะเจ้าคะ..หากองค์เหนือหัวรู้ว่ามีผู้มอบดอกไม้ให้พระธิดา มีหวังทรงกริ้วแน่ๆ" 

"น้องรู้แล้ว..พระบิดาไม่ทรงทราบหรอกจ๊ะ" 

จิตตรีประคองผู้เป็นนายมายังแท่นบรรทมแล้วช่วยห่มผ้าให้อย่างดีก่อนจะพากันออกไปพร้อมกับแก้วฟ้า 

นาคีสาววางดอกมณฑารพไว้ข้างหมอนแล้วหลับตาลง หากมิใช่เพราะความงามและหอมจรุงใจของมัน นางคงจะทิ้งมันไปนานแล้ว 

วาบบบ! 

แสงสว่างปรากฏขึ้นจากดอกมณฑารพที่ถูกวางเอาไว้ ธำมรงค์สีทองที่มีอัญมณีสีน้ำเงินล้อมเพชรลวดลายวิจิตรลอยออกมาจากดอกไม้สวรรค์ ร่างบอบบางหลับสนิทไปแล้วจึงมิได้รู้เห็นในปรากฏการณ์นี้ หากแต่เมื่อนางตื่นขึ้นมาเมื่อใด คงจะต้องมีความประหลาดใจอย่างแน่นอน.. 

หอมตลบ อบอวลฟุ้ง จรุงกลิ่น 

เจ้ายุพิน ผินพักตร์หา ลืมตาตื่น 

หอมระรื่น ช่างชื่นจิต ติดทั้งคืน 

ดอกไม้อื่น ใครยื่นมา พางุนงง 

นี่หาใช่ มณฑารพ ที่พบเห็น 

หากแต่เป็น เช่นจำปี สีปีกหงส์ 

เจ้าเนื้อนวล ชวนตระหนก ยกธำมรงค์ 

ใครใส่ลง ตรงนิ้วนาง ข้างซ้ายกัน.. 

"นะ..นี่มันอันใดกัน!" 

รวินท์รดาลุกขึ้นนั่งในทันใด เมื่อหันมาหยิบดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นขึ้นมาดูแต่กลับพบว่ามันมิใช่ดอกมณฑารพเช่นเดิม แถมที่นิ้วนางข้างซ้ายก็เกิดมีแหวนของผู้ใดก็ไม่รู้มาสวมเอาไว้ 

"แหวน..แหวนของใคร อ๊ะ..ถอดไม่ออก" 

นางพยายามจะถอดมันออกมา แต่ทว่ายิ่งถอดก็ยิ่งสวมแน่นไม่สามารถขยับออกมาได้เลย 

'พี่ให้เจ้า..เก็บไว้เถิดนะ' 

เสียงหนึ่งดังออกมาจากแหวน ทำเอารวินท์รดาตื่นตระหนกใจเต้นระรัวด้วยความกลัว 

"ทะ..ท่านเป็นใคร?" 

'พี่เอง..รามมินทรา จากนี้ไปพี่จะส่งดอกไม้ให้เจ้าทุกวัน ทุกคืน' 

"ท่าน..รามมินทรา มะ..หมายความว่าดอกไม้นี้เป็นของท่านหรือเจ้าคะ แหวนที่นิ้วข้าด้วย" 

นาคีสาวรีบถามออกไปทันที นางทั้งตื่นตกใจทั้งสับสนงุนงงว่าเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน 

'ใช่แล้ว นั่นคือดอกจำปีบาดาล กลิ่นหอมมิได้น้อยไปจากดอกไม้สวรรค์ใช่หรือไม่ ส่วนแหวนที่พี่ให้ห้ามถอดออก..มันจะคอยคุ้มครองตัวเจ้าให้ปลอดภัย' 

เสียงทุ้มนุ่มตอบออกมาจากแหวนที่สวมใส่ รวินท์รดามองดอกจำปีและแหวนสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก 

"หากพระบิดาของข้าทราบเรื่องนี้ ท่านจะถูกพระบิดาทรงกริ้วเอานะเจ้าคะ เอากลับคืนไปเถิดเจ้าค่ะ" 

'​พี่ให้เจ้า..หากเจ้ารังเกียจพี่ก็ทิ้งมันไปเสียเถิด แต่แหวนของพี่จะคอยคุ้มครองเจ้าและพี่จะไม่เอามันกลับคืนมา' 

น้ำเสียงที่เอ่ยมีความน้อยเนื้อต่ำใจเจือในถ้อยคำที่กล่าว นาคีสาวถึงกับรู้สึกไม่ดีที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้น 

"มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่พระบิดาของข้าทรงห่วงหวงข้ามาก หากเห็นธำมรงค์ของท่านเข้า ข้าเกรงว่า.." นาคีสาวพยายามจะบอกเหตุผลที่ตนเกรงกลัว 

'​องค์เอกอนันต์และผู้อื่นจะไม่เห็นมัน จนกว่าจะมีใครที่คิดจะสู่ขอเจ้า..มันผู้นั้นจะเห็นแหวนของพี่ในทันที' 

ประโยคนี้ทำเอารวินท์รดารู้สึกงุนงงไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ เหตุใดยามที่มีคนจะมาสู่ขอนางจะต้องได้เห็นแหวนวงนี้เล่า เห็นแล้วเป็นอย่างไรหรือ?  

"เอ่อ..ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ?" 

'​รวินท์รดา..เจ้าเป็นคู่บารมีของพี่ พี่รอเจ้ามานานถึงสามร้อยปีแล้ว และพี่จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งตัวเจ้าไปอย่างเด็ดขาด' 

คำตอบที่ชัดเจนของเขาทำเอานาคีสาวหัวใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ นางรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด จะดีใจหรือเสียใจก็ตอบไม่ได้ หากแต่เขาผู้นี้ทำให้นางรู้สึกสั่นไหวทุกคราที่ได้พบได้ใกล้กัน 

"พระธิดา..ทรงตื่นบรรทมแล้วหรือเจ้าคะ?" 

เสียงของแก้วฟ้าดังขึ้นพร้อมเปิดประตูเข้าในมือถืออ่างน้ำขนาดย่อมเตรียมจะเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แก่ผู้เป็นนาย 

รวินท์รดาสะดุ้งตกใจรีบเก็บดอกจำปีเอาไว้ใต้หมอนแล้วนั่งกุมมือตนเอง กลัวว่าพี่เลี้ยงทั้งสองจะมองเห็นธำมรงค์ที่นิ้วนางข้างซ้ายของนาง 

"จ๊ะ..ตื่น ตื่นแล้ว" 

จิตตรีที่เดินตามเข้ามารีบช่วยกันเช็ดเนื้อตัวผู้เป็นนาย จัดเตรียมภูษาให้นางเหมือนทุกที ก่อนจะไปเก็บกวาดแท่นบรรทม 

"พระธิดา..พระหัตถ์เป็นอันใดหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงกำเอาไว้แบบนั้นล่ะเจ้าคะ" 

แก้วฟ้าที่พยายามใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดที่มือเห็นผู้เป็นนายไม่ยอมคลายมือออกก็สงสัยยิ่งนัก 

"ปะ เปล่าจ๊ะ" 

พี่เลี้ยงคนสนิทดึงมือนางออกมาแล้วจัดการเช็ดทำความสะอาดจนหมดจด รวินท์รดาทำหน้าฉงนเล็กน้อยที่แก้วฟ้าเหมือนมองไม่เห็นธำมรงค์ที่นิ้วของนาง 

"พี่แก้วฟ้า..เห็นอันใดที่มือน้องหรือไม่จ๊ะ?" 

คำถามของผู้เป็นพระธิดาสร้างความประหลาดใจจนแก้วฟ้าต้องหันกลับไปดูที่มือทั้งสองข้างของนางอีกที 

"ก็ไม่มีอันใดนี่เจ้าคะ พระหัตถ์ทรงเจ็บหรือเจ้าคะ" ผู้เป็นพี่เลี้ยงถามด้วยความเป็นห่วง 

"อ่อ.. ปะ เปล่าจ๊ะ" 

นาคีสาวยิ้มแห้งๆมองไปที่นิ้วนางข้างซ้ายก็ยังเห็นแหวนสวมอยู่เช่นเดิม หากแต่พี่เลี้ยงนั้นไม่เห็นมันอย่างที่นาคราชหนุ่มได้กล่าวไว้ 

ไม่มีใครเห็นจริงๆด้วย! 

"เอ๋? พระธิดา..นี่ดอกจำปีบาดาลมิใช่หรือเจ้าคะ พระธิดาไปเก็บมาตั้งแต่เมื่อใดกัน" 

เสียงของจิตตรีดูแปลกใจไม่น้อย เพราะเมื่อคืนดอกไม้ที่ผู้เป็นนายเอามามิใช่ดอกนี้ แต่เหตุไฉนจึงมีดอกไม้จากบาดาลมาอยู่ใต้หมอนของนางได้ 

"เอ่อ.. ดะ..ดอกมณฑารพมันกลายเป็นดอกจำปีไปแล้วจ๊ะ นะ..น้องก็ไม่รู้เหมือนกัน" 

ใบหน้าเรียวหวานตอบอย่างเลิ่กลั่กไม่รู้จะหาคำแก้ตัวอย่างไรได้ จึงไหลตามน้ำไปอย่างขุ่นๆ 

"ช่างประหลาดนักดอกไม้แห่งดาวดึงส์นี่ สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นดอกไม้อื่นได้ด้วย อัศจรรย์ใจจริงๆ" 

จิตตรีทำสีหน้าตื่นเต้นเชื่อในคำของผู้เป็นนาย มีเพียงแก้วฟ้าเท่านั้นที่รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ดูผิดปกติไป 

มันจะเป็นไปได้หรือ! 

 

********************** 

#มันเปลี่ยนไปเองจริงๆจ๊ะพี่แก้วฟ้า..น้องไม่ได้โกหกนะ อิอิ 

🤭คุงพี่รุกหนักเลย.. รีบจีบสินะ อยากได้ชายาแล้วรอมานาน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว