facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 4 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 01:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 4 [100%]
แบบอักษร

Let me be yours 4 

 

อันที่จริงแรนดี้ควรรู้ไว้ว่าตัวปัญหาที่แท้จริงคือเพื่อนเขาเอง 

"พยายามอย่าก่อเรื่องล่ะ ฉันพาพวกนายเข้ามาได้ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรฉันช่วยแก้ไขให้ไม่ได้หรอกนะเข้าใจไหม ในนี้มีตัวอันตรายสุดๆ แฝงอยู่นับไม่ถ้วน เราไม่รู้หรอกว่าจะไปเหยียบเท้าใครเข้าตอนไหน เพราะฉะนั้นเก็บไม้เก็บมือและที่สำคัญเก็บปากพวกนายให้ดีๆ " 

"รู้แล้วน่า พวกเราไม่สร้างปัญหาหรอก ขอบใจมากนะครูซ" นาธานตอบรับตาวาว เขายังคงตื่นตาตื่นใจกับสถานที่แห่งนี้ไม่หาย ผู้คนจำนวนมากเบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด แสงสีวิววับเสียงเพลงดังกระหึ่ม เครื่องดื่มบนโต๊ะที่เดินผ่านก็แปลกตาน่าลิ้มลองทั้งนั้น เรียกว่าบาร์เล็กๆ ข้างร้านแม่เขากลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย 

"ฉันแยกกับพวกนายตรงนี้แล้วกัน ที่เหลือก็ดูแลตัวเองล่ะ" 

"โอเค" 

นาธานมองครูซเดินห่างออกไป ก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด นี่มันน่าตื่นเต้นสุดๆ เลย เหมือนได้มาทัศนศึกษาระยะทางไกลชัดๆ 

"ที่นี่สุดยอด" 

"หาที่นั่งก่อนเถอะ" แรนดี้บอกพลางกวาดสายตามองหาโต๊ะว่างๆ สักโต๊ะ ก่อนจะเจอใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์พอดี แต่แทนที่เพื่อนตัวดีจะนั่งตรงนั้นกลับเดินเลยไปที่บาร์เสียนี่ บ่งบอกเจตนารมณ์ชัดเจน 

"เคยเห็นในหนัง ตัวเอกเขาก็นั่งหน้าบาร์กันทุกครั้งละน่า" 

"ฉันไม่ดื่มนะ ต้องขับรถ" ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาต้องมีสติคอยควบคุมพฤติกรรมของนาธานด้วย เฉพาะเรื่องนี้ล่ะที่ห้ามคลาดสายตา 

"สักแก้ว? " 

"ไม่ สัก แก้ว" 

เห็นเพื่อนปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำขนาดนี้แล้วนาธานก็เลิกตื๊ออีก หันไปสบตากับบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ตรงเข้ามารับหน้าดูแล ทรงผมสกินเฮดพร้อมรอยสักกร้าวใจกินพื้นที่เลยออกมาจากแขนเสื้อ มุมปากมีห่วงเงินเล็กๆ เจาะไว้ทำเอาคนมองอดสงสัยไม่ได้ว่าเวลาจูบจะให้ความรู้สึกอย่างไรนะ มันจะเกะกะหรือช่วยเร้าอารมณ์แบบดิบเถื่อนกันแน่ 

ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ นั้นเอง มือข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและรอยสักก็ยื่นเข้ามาเคาะเคาน์เตอร์ตรงหน้าเขาเบาๆ 

"ดื่มอะไรดี" กระทั่งเสียงก็ยังแหบแบบเซ็กซี่ แบบนี้ลูกค้าคงติดตรึมเลยสินะ 

"อืม...." นาธานเคาะนิ้วตอบพลางลากเสียงยาวเหมือนกำลังคิดหนัก อันที่จริงก็คิดหนักจริงๆ นั่นแหละเพราะเขาไม่สันทัดเครื่องดื่มแปลกๆ นอกจากเบียร์ "เซอร์ไพรส์ผมสิ ช่วยแนะนำที เพิ่งเคยมาครั้งแรกเลย" 

อีกฝ่ายหัวเราะลงคอเบาๆ ทว่ากับสร้างเสน่ห์อย่างเหลือร้าย นาธานอดชมในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่สินะมืออาชีพของจริง นักเที่ยวบางคนคงหมดเนื้อหมดตัวอยู่ตรงนี้ไปไหนไม่ได้ทั้งคืนแน่ๆ ชายหนุ่มหันหลังไปเตรียมของจัดการเครื่องดื่ม นาธานเห็นเขาเทส่วนผสมและน้ำแข็งใส่เชคเกอร์เขย่าด้วยท่วงท่าน่ามอง เส้นเลือดตามท่อนแขนให้ความรู้สึกแข็งแกร่งชวนน้ำลายหก เด็กแสบอดจินตนาการไม่ได้ว่าหากถูกเหวี่ยงลงบนเตียงจะแรงสักแค่ไหนกันนะ.... 

เจ้าตัวรีบสะบัดหัวโยนความคิดนี้ทิ้งไปด้วยความรวดเร็ว ให้ตายสิ ที่นี่อันตรายจริงๆ ด้วย! 

ไม่ถึงสามนาทีก็มีแก้วค็อกเทลทรงวีเต็มไปด้วยไอน้ำเกาะเย็นเฉียบวางลงตรงหน้า ของเหลวด้านในสีใส มีมะกอกเสียบไม้แช่อยู่ในแก้วสามลูก 

"ผมว่าผมรู้จักอันนี้นะ แต่ของเจมส์ บอนด์เป็นเปลือกเลมอนไม่ใช่มะกอก" 

"มะกอกจะช่วยให้มีรสเค็มนิดๆ ลองดูสิ" 

นาธานหยิบแก้วขึ้นจิบอึกหนึ่ง ไม่บาดคออย่างที่คิดแฮะ แอลกอฮอล์มีกลิ่นหอมเครื่องเทศรสหวานจางๆ ผสมอยู่ด้วย แถมรสเค็มปะแล่มของมะกอกติดปลายลิ้นให้รสสัมผัสที่ดีไปอีกแบบ ไม่เลวเลย 

เด็กแสบยิ้มร่าถูกใจ "ผมอยากลองที่เป็นเปลือกเลมอนด้วย" 

"ได้อยู่แล้ว" 

หลังจากนั้นนาธานก็ดื่มไปอีกหลายแก้วตามคำแนะนำของบาร์เทนเดอร์ ซึ่งมารู้ภายหลังว่าชื่อเวย์น บางแก้วรสชาติดีเสียจนนาธานลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนแรนดี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดื่มทว่าก็ต้องคอยปฏิเสธทั้งสาวสวยหุ่นเซ็กซี่และหนุ่มน้อยหน้าหวานที่เข้ามาขอชนแก้วไม่ขาดสาย บางคนแทบอยากประเคนเครื่องดื่มราคาแพงในมือกรอกปากเขาด้วยซ้ำ 

"พอได้แล้วนาท นี่แก้วที่ห้าแล้วนะ สรุปว่ามาทำอะไรกันแน่เนี่ย" 

เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มทำให้เกือบลืมความตั้งใจเดิมของตัวเองไปเลย ดีที่คำพูดเพื่อนช่วยเตือนสติ นาธานจึงรีบเคลียร์บิลของทั้งห้าแก้วที่ดื่มไป และตัดใจจากบาร์เทนเดอร์สุดฮอตได้ลง ก่อนจะย้ายมานั่งโต๊ะใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์แทน 

"ใครจะรู้ว่าราคาเครื่องดื่มแค่ห้าแก้วจะเท่าค่าขนมครึ่งเดือนของฉันเลย! " เจ้าตัวดีโอดครวญพลางนั่งมองบิลในมือตาละห้อย รู้อย่างนี้คงหยุดตั้งแต่แก้วที่สาม! 

"สมน้ำหน้า แล้วเมาหรือเปล่า หน้าแดงหมดแล้ว" 

"ไม่เมา แต่ร้อนหน้าร้อนคอชะมัด วอดก้านี่มันแรงดีจริงๆ " ลำคอร้อนวูบวาบให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งดื่มน้ำเดือดเข้าไปไม่มีผิด ทั้งผิวแก้มยังระอุอุ่นขึ้นมาอีกด้วย แต่เขายังมีสติครบถ้วนดีอยู่นะ 

"แล้วสรุปว่ามาทำอะไรที่นี่กันแน่" 

"มาดู" 

"ดู? " 

"อืม" นาธานรับคำพลางเท้าค้างสังเกตพฤติกรรมผู้คนโดยรอบ บางคนเป็นผู้ชายแท้ๆ กลับเต้นยั่วยวนเก่งยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก นัวเนียเสียดสีกันไม่เกรงใจใคร เสื้อผ้าที่สวมใส่เปิดเผยเนื้อหนังมังสา บางคนถึงขนาดสวมเสื้อตาข่ายซีทรูก็มี กางเกงหนังรัดติ้วเห็นสะโพกงอนชัดทุกสัดส่วน 

"ไม่ๆ ควินตันไม่ใช่แบบนี้แน่ นี่มันมากไปหน่อย" 

แรนดี้ได้ยินที่เพื่อนพึมพำจึงหันมองตามสายตา สิ่งที่เห็นทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที "โง่เอ๊ย! " 

อยากเลียนแบบคนที่โจเซฟชอบนี่เอง! มันน่าลากกลับบ้านเสียเดี๋ยวนั้นเลย 

"นี่สรุปว่าอยากเป็นเหมือนควินตัน? ถ้าหมอนั่นนอนกับคนทั้งสวนนายก็จะนอนกับคนทั้งสวนงั้นสิ" 

"ไม่ใช่แบบนั้น! นายจะเสียงดังใส่ฉันทำไมเนี่ย ก็แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าคนที่นี่เป็นแบบไหน ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะทำตาม อีกอย่างฉันไม่ได้โง่นะ! " 

ทว่าครั้งนี้แรนดี้ไม่ยอมอ่อนข้อให้เหมือนเคย "ถ้าอย่างนั้นก็กลับ วันนี้นายสนุกมากพอแล้ว" 

นาธานได้ฟังก็หน้าบึ้งตึง "เดี๋ยวซี่ อุตส่าห์ขับรถออกมาทั้งทีก็อยู่ให้มันคุ้มค่าน้ำมันหน่อยเถอะน่า ฉันไม่ดื่มแล้ว และจะไม่สร้างปัญหาด้วย แค่นั่งเฉยๆ น่า อย่าทำหน้าโหดนักสิ" 

แรนดี้ได้แต่ถอนหายใจพลางสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากเห็นลูกอ้อนของเจ้าเพื่อนตัวดีที่มักใช้ได้ผลทุกที 

"แต่ว่าแรนด์ ถ้าเราอยากนั่งตรงนี้โดยไม่โดนเขม่น สั่งเบียร์มาวางไว้บนโต๊ะสักขวดสองขวดเถอะ" นาธานเห็นผู้ชายหน้าโหดท่าทางเหมือนการ์ดสองคนมองมาทางนี้ทีสองทีแล้ว 

แล้วเพื่อนดีเด่นจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากเดินออกไปสั่งเบียร์โดยกำชับเสียงดุซ้ำสามรอบว่าห้ามลุกออกจากที่ไปไหน นาธานก็ตั้งใจว่าจะไม่ลุกออกไปไหนอยู่แล้ว หากไม่อยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาเสียก่อน 

เมื่อครู่ดื่มน้ำเยอะไป 

นาธานชะเง้อมองเพื่อนตรงเคาน์เตอร์บาร์พบว่าแรนดี้ถูกสาวสวยเข้ามาเกาะแกะอีกแล้ว ดูท่าคงไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ง่ายๆ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความไปบอกแทนว่าตัวเองจะไปห้องน้ำ ให้เขารีบกลับมาเฝ้าโต๊ะ เมื่อเห็นว่าเพื่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเขาจึงลุกออกจากโต๊ะเบียดเสียดผู้คนไปทางห้องน้ำ 

เก้าอี้นั่งแถบนี้เป็นโซฟาเสียส่วนใหญ่ บางคู่เกยตัก บางคู่แทบจะขึ้นไปขย่มอยู่บนตัวกันแล้วด้วยซ้ำ คนหน้าแดงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งเห่อร้อนมากกว่าเดิม ดูเหมือนมาตินี่จะเริ่มออกฤทธิ์แล้วหรือเปล่านะ 

ทว่ายังไม่ทันได้เข้าห้องน้ำสมใจ สายตากลับเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยเข้าเสียก่อน ทรงผมแบบนั้น เส้นผมสีเข้ม กระทั่งใบหน้าด้านข้างยามกวาดมองเหมือนกำลังหาใครอยู่ทำเอาหัวใจนาธานเต้นตึกตักขึ้นมาไม่รู้ตัว 

....โจเซฟ 

อย่าบอกนะว่ารู้ข่าวถึงได้มาตามหาเขาถึงที่นี่ 

แล้วรู้ได้อย่างไร ในเมื่อนาธานบอกโยลันดาว่าคืนนี้เขาไปนอนค้างที่บ้านแรนดี้เพื่อเล่นเกมกันทั้งคืน หรือว่าเขามีหูตากว้างไกลมาถึงที่นี่ 

หน้าอกสั่นสะเทือนเพราะเสียงใจเต้นดังตุบๆ จนสัมผัสได้ ความตื่นเต้นทำให้ฝ่ามือชื้นเหงื่อไปหมด ถ้าโจเซฟถ่อมาถึงนี่เพื่อตามเขากลับบ้านจริงๆ ล่ะ นาธานสัญญาว่าจะอาละวาดใส่เขานิดหน่อยที่วันนั้นบังอาจตวาดกัน แล้วเขาก็จะยอมยกโทษให้ 

คิดได้ดังนั้นเจ้าตัวแสบจึงแสร้งทำเป็นเดินเข้าไป เฉียดผ่านให้โจเซฟสังเกตเห็นตัวเอง แต่หมอนั่นมองผ่านเขาไปทางไหนก็ไม่รู้ แถมเดินเร็วเหมือนร้อนอกร้อนใจเหลือเกิน 

ฉันอยู่นี่ไงเล่า! ทำไมมองไม่เห็นล่ะ 

ในเมื่อไม่เห็นนักนาธานก็เดินไปเสนอตัวมันตรงหน้าเสียเลย 

อีกฝ่ายชะงักไปครู่ใหญ่ทีเดียวเมื่อเลื่อนสายตามาสบกันเสียที เขาเหมือนประหลาดใจลังเลว่าตัวเองมองผิดไปหรือไม่ ก่อนหัวคิ้วจะค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน 

"นาธาน? " 

เจ้าของชื่อยืดอกแสดงให้รู้ว่าใช่สิ นี่ฉันเอง ทีนี้ก็ขอโทษและพาฉันกลับบ้านได้แล้ว ทว่าโจเซฟกลับตีสีหน้าดุดันยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

"ทำไมนายถึงไม่อยู่บ้านแต่มาโผล่ในที่แบบนี้อีกแล้ว?! แล้วมากับใคร รู้หรือเปล่าว่าที่นี่คือที่ไหน! " 

คราวนี้เป็นนาธานเองบ้างที่งุนงง 

เอ๊ะ ทำไมรูปแบบประโยคคำถามมันแปลกๆ ล่ะ เหมือนเขาไม่คิดว่าจะเจอนาธานที่นี่อย่างนั้นแหละ ไม่ใช่ว่ามาตามหาเขาหรอกหรือ 

"แล้วนายมาที่นี่ทำไม" นาธานถามกลับบ้าง เผื่อว่าเขาจะเข้าใจผิดไปเอง 

"ฉันมาตามหาควินตัน นายมาถึงที่นี่ตั้งแต่กี่โมงเห็นเขาบ้างหรือเปล่า" 

ควินตัน?  

ชื่อนี้อีกแล้ว!! 

และใช่ นาธานเข้าใจผิดเต็มๆ เข้าข้างตัวเองเหมือนคนโง่! 

ความโกรธและผิดหวังแล่นริ้วแผ่ซ่านไปทั่วทั้งอก แค่เห็นหน้าเขาก็ตั้งท่าจะดุด่าเหมือนโกรธแค้นกันมาแรมปี ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าตัวเขาอาจจะมีประโยชน์กับการตามหาคนในดวงใจถึงได้เสียงอ่อนลง คราวนี้เจ้าเม่นแคระเกินจะทนแล้ว 

"ไม่เห็น! และถึงเห็นก็ไม่บอก หมอนั่นจะเป็นจะตายยังไงเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ ฉันไม่ไปแส่เรื่องของเขาให้นายมาด่าว่าฉันอีกหรอก! " 

ประโยคสุดท้ายทำเอาโจเซฟสะอึกไปบ้างเหมือนกัน เขาจำได้ไม่ลืมว่ายังติดค้างคำขอโทษนาธานเรื่องนี้ และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเวลาเห็นเด็กนี่อยู่ในสถานที่อโคจรทีไรเป็นต้องหัวร้อนมากกว่าปกติทุกครั้ง ทั้งที่ชีวิตนี้โจเซฟพบเจอเด็กวัยรุ่นนิสัยเสียมาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคนเขาก็ไม่เคยเสียเวลามานั่งสั่งสอนด้วยสักที 

นาธานไม่เหมือนคนอื่น แต่โจเซฟบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าไม่เหมือนอย่างไร 

เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ มือจับนาธานลากออกมาจากดงผู้คนพลุกพล่าน บริเวณใกล้กับทางออกฉุกเฉินนักท่องเที่ยวบางตาลงมาก พอให้ยืนพูดคุยกันได้อย่างเป็นส่วนตัว 

โจเซฟหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาอลันว่าเขาเจอปัญหานิดหน่อย ให้แยกกันได้เลยเดี๋ยวเขาหาทางกลับบ้านเอง ตลอดเวลาที่คุยโทรศัพท์เจ้าเด็กแสบก็พยายามจะสลัดมือให้หลุด เขาจึงจำต้องกำมือแน่นมากกว่าเดิมจนเจ้าตัวส่งเสียงร้องเบาๆ ถึงได้รีบคลายออกและวางสายจากอลัน 

"เจ็บนะเว้ย! แม่ง คนนะไม่ใช่หมูใช่หมา! " 

โจเซฟพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจเมื่อได้ยินถ้อยคำหยาบคายจากปากกระจับสีสวย พร่ำบอกตัวเองให้ใจเย็นเข้าไว้ 

"นายมาที่นี่กับใคร" 

"ยุ่งอะไรด้วยล่ะ ไปตามหาชู้รักของนายโน่น! " 

ใจเย็นๆ โจเซฟ อย่าเพิ่งหัวร้อน เด็กนี่กำลังโกรธ อย่าไปวิ่งเต้นตาม โจเซฟสะกดจิตตัวเองแบบนั้น พยายามทำใจเย็นอธิบาย 

"ควินตันไม่ใช่ชู้รักของฉัน และเพราะดีแลนบาดเจ็บเขาถึงได้ออกมาตามหาเองไม่ได้ เราถึงต้องมา" 

เราที่ว่าหมายถึงโจเซฟกับอลัน นาธานได้ยินตอนโจเซฟคุยโทรศัพท์แล้ว แต่มันก็ช่วยเรื่องที่เขาผิดหวังไม่ได้อยู่ดี 

"บอกฉันทำไม! " 

นั่นสิ โจเซฟก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องพยายามอธิบายให้เด็กนิสัยไม่ดีนี่ฟังด้วย แต่ถ้าไม่บอกมันก็จะรู้สึกไม่สบายใจอย่างไรไม่รู้ 

"พูดกันดีๆ ได้ไหม" 

"ถามตัวเองสิ พูดกับฉันนายเคยพูดดีๆ และตัดอคติตัวเองออกไปบ้างไหม" 

เด็กแสบทำเขาสะอึกเป็นครั้งที่สองของวันภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ โจเซฟได้แต่ยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง 

"ฉันขอโทษที่วันนั้นตะคอกใส่นายโดยที่ไม่ได้ถามนายก่อน โอเคไหม ฉันผิดเองที่ตัดสินนายแบบผิดๆ ....ฉันมันไม่ดีเอง" 

เสียงอ่อนและคำขอโทษมาแบบไม่ทันตั้งตัวอีกแล้ว แต่คราวนี้นาธานไม่ยอมง่ายๆ ความรู้สึกที่เสียไปของเขาต้องมีคนรับผิดชอบ 

"นายจะรับผิดชอบยังไง" 

"จะให้ฉันรับผิดชอบยังไงล่ะ" 

นาธานจ้องคนถามกลับด้วยสายตาที่อีกฝ่ายอ่านไม่ออก คำพูดของเพื่อนเมื่อวานลอยกลับเข้ามาในหูอีกครั้ง 

"เคยอ่อยหรือยังล่ะ ถ้าไม่งัดเรื่องดีๆ ขึ้นมาสู้บ้าง จะเอาชนะได้ยังไง" 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองไปยังเงาตะคุ่มของคนคู่หนึ่งหลบอยู่ในเงามืดที่แสงไฟส่องไม่ถึง แต่แค่ท่าทางที่เห็นก็เพียงพอแล้วที่จะรู้ว่าคนทั้งคู่กำลังทำอะไร 

คนด้านนอกเอียงใบหน้าในองศาพอเหมาะเบียดเข้าหาคนด้านในแนบแน่น จังหวะเคลื่อนไหวรุกเร้าดุดัน ทั้งที่ยืนห่างออกมาตรงนี้ยังรู้สึกได้ ....พวกเขากำลังจูบกัน ดูดดื่มเสียด้วย 

นาธานพยักพเยิดหน้าไปทางสองคนนั้น 

"แบบนั้น.... 

ฉันอยากให้นายทำแบบนั้นกับฉัน" 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

โอ๊ยพ่ออออออ 

มันต้องจัดแล้วมั้ยย น้องรุกขนาดนี้แล้วอะ! 

อีน้องก็ไม่เบาเลยลู๊ก 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว