ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสาตกน้ำมันในบ้านไม้

ชื่อตอน : เสาตกน้ำมันในบ้านไม้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 39

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสาตกน้ำมันในบ้านไม้
แบบอักษร

06.00 น.

กริ๊ง กริ๊งงงงงง กริ๊งงงงงงงงง

เบลตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย มือก็พลางเอื้อมไปปิดเสียงของนาฬิกาปลุกที่กำลังดังอยู่

เบล : เมื่อคืน หลับไปตอนไหนกันนะ ทำไมไม่รู้เรื่องเลย สงสัยคงจะเหนื่อยเกินไป

เบลลุกจากที่นอนและแล้วเดินไปอาบน้ำ เพื่อแต่งตัวเตรียมจะไปทำบุญที่วัดกับแม่

แม่ของเบลทำแกงฟังทอง เพื่อไปใส่บาตรในตอนเช้า เมื่อมาถึงวัดแม่กับเบลนั่งลงบนพื้นไม้กระดาษเก่า ๆ ที่ถูกเสื่อผืนยาวปูทับไว้เป็นอย่างดี แสงไฟภายในวัดสลัว ๆ และสั่นไหวไปตามใบพัดของพัดลมที่ติดอยู่บนเพดาน เบลกวาดสายตามองไปรอบ ๆ และคิดอยู่ภายในใจว่า “นี่เราไม่ได้มาวัดนานขนาดนี้เลยหรอ?” เพราะภาพที่เบลเห็นในขณะนี้มันช่างแตกต่างไปจากภาพที่เบลเคยเห็นในสมัยก่อน ศาลาวัดแห่งนี้ทำมาจากไม้ทั้งหลัง สภาพภายในดูเก่า ฝุ่นและหยักไหย่เกาะอยู่เต็มไปหมด มีกลิ่นเน่าของไม้ที่ผุโชยมาให้ได้กลิ่นเป็นระยะ ๆ ประกอบกลับกลิ่นธูปที่กระจายส่งกลิ่นอย่างคละคลุ้ง ซึ่งในเช้านี้มีคนมาทำบุญไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นคนชราอายุราว ๆ 70-80 ปี แต่มีสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอย่างมาก

ป้าแรม : แม่เบล วันนี้ได้แกงอะไรมาใส่บาตรล่ะ?

แม่ : อ๋อ พอดีว่าได้ฟักทองลูกโตมาจากตลาด ก็เลยแกงฟังทองใส่หมูสามชั้นมาใส่บาตรกับเค้านี่แหละจ้า

แม่ : เอ้อออ!! แล้วแม่ของพี่น่ะ เป็นยังไงบ้าง? เห็นหมอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนิ ชั้นว่าชั้นจะเข้าไปเยี่ยม ว่าจะตักแกงฟักทองไปฝากสักถ้วย เห็นว่าแกชอบกิน

ป้าแรม : เฮ้ออ หมอให้ออกมาดูอาการที่บ้านน่ะสิ แกอาการไม่ค่อยสู้ดีนักหรอก พูดจาเพ้อเจ้อไม่รู้เรื่อง จะกินได้เสียแต่ข้าวต้มเพียงอย่างเดียว ช่วงนี้พี่ก็รู้สึกใจหวิว ๆ ไม่ค่อยดีนักหรอก กลัวแกจะเป็นอะไรไปก่อน

แม่ : เอาน่าพี่แรม แกยังกินข้าวได้ แกไม่เป็นอะไรไปง่าย ๆ หรอก

แม่คุยกับป้าแรมอยู่พักหนึ่ง เสียงพระสวดก็ดังขึ้น ทุกคนต่างอยู่ในอาการสงบ

เมื่อการทำบุญเสร็จสิ้นลงแล้ว เบลและแม่เดินทางไปเยี่ยมยายสายซึ่งเป็นแม่ของป้าแรมในหมู่บ้านถัดไปเมื่อเบลและแม่มาถึง เบลก็ได้ยินเสียงของหญิงชราคนหนึ่งลอยมาแต่ไกล

ยายสาย : โอ้ยย กูกลัวแล้วว อย่ามายุ่งกับกู อย่ามายุ่งกับกู ช่วยกูด้วยยย ช่วยกูด้วยยยย

เสียงที่ดังขึ้นเป็นเสียงของยายสาย หญึ่งชราอายุประมาณ 80 ปี ที่นอนตัวผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอยู่ที่เตียงของโรงพยาบาล ใบหน้าท่าทางดูไม่สดใส ดวงตาหม่น พูดจาเพ้อเจ้อไม่รู้เรื่อง บริเวณรอบ ๆ เตียงมีเศษอาหารและเสื้อผ้าที่ใช้แล้ววางอยู่เต็มไปหมด ส่งกลิ่นเหม็นออกไปด้านนอก เบลตกใจ และรู้สึกกลัวกับภาพที่เห็น ณ ตอนนั้น

แม่ : ป้าสายๆ นี่ชั้นเองนะ เป็นยังไงบ้าง

ยายสาย : อย่ามายุ่งกับกู กูกลัวแล้วๆ โอ้ยยยย

แม่ : อะนี่ ชั้นซื้อนมมาฝาก วางไว้ตรงนี้ หายไว ๆ นะยายสาย

แม่วางแพ็คนมที่ถือมาด้วยไว้ข้าง ๆ เตียงนอนของยายสาย

ยายสายเอาแต่พูดเพ้อเจ้อและใช้แรงที่มีอยู่ทั้งหมด ดิ้นจนสุดกำลัง แต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลเพราะมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้วยเชือกอย่างแน่นหนา

เมื่อเบลและแม่กลับมาถึงบ้าน แม่ของเบลนำปิ่นโตไปเก็บไว้ในครัว ส่วนเบลนั้นขอนั่งเล่นใต้ต้นไม้หน้าบ้านแทน บ้านของเบลเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ชั้นบนมี 1 ห้องนอนนั่นก็คือห้องของเบล และชั้นล่างมี 2 ห้องนอนนั้นก็คือห้องของพ่อและแม่ และอีกห้องนึงมีไว้สำหรับรับแขก บริเวณรอบ ๆ บ้านของเบลเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย ในตอนนี้เบลกำลังนั่งมองกระรอกน้อยที่กำลังกัดกินลูกชมพู่ด้วยสายตาที่เอ็นดู แต่อยู่ดี ๆ เบลก็ต้องประหลาดใจ เพราะมีสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเบลไปอย่างช้า ๆ เบลรับรู้ถึงความหนาวเย็น ขนแขนทั้งซ้ายและขวาของเบลลุกตั้งอย่างพร้อมเพรียงกัน

เบล : เอ๊ะ !! ในบรรยากาศที่เงียบสงบแบบนี้ จู่ๆ ทำไมมีลมพัดมาได้นะ ?

เบลรู้สึกสงสัยและหวั่นใจแปลก ๆ เบล จึงตัดสินใจเดินเข้าบ้านตามแม่ไป

18.00 น.

ทุกคนในบ้านพร้อมเพรียงกันบนโต๊ะอาหาร ซึ่งกับข้าววันนี้มีแกงส้ม และไข่เจียวหมูสับ ทุกคนในบ้านต่างรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ไร้ซึ่งบทสนทนาใด ๆ เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ พ่อได้เอ่ยปากชวนเบลมานั่งดูทีวีด้วยกัน

พ่อ : เบลมานั่งกับพ่อสิ เป็นไงบ้างเรียนไหวไหมลูก

เบลนั่งลงบนโซฟ้าข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ

เบล : ก็ดีค่ะพ่อ

พ่อ : ที่พ่อกับแม่ให้เบลเรียนคณะนี้ก็เพราะว่าอยากให้เบลมีอนาคตที่มั่นคงนะลูก จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพ่อกับแม่

เบล : ค่ะ พ่อ หนูเข้าใจค่ะ ตอนนี้หนูยังไหวอยู่ พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ

พูดจบเบลก็ลุกแล้วเดินหนีไป

20.00 น.

เบลขึ้นมาบนห้องนอนของตนเอง

เบล : คิดถึงห้องนี้จังเลย นี่เราไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ยยย เฮ้ออ

เบลพูดพลางล้มตัวลงบนที่นอน มือข้างหนึ่งก็พลางเอื้อมไปปิดไฟบนหัวนอนเพื่อเตรียมพร้อมที่จะนอนหลับ และแล้วเบลก็หลับไปในที่สุด

บรรยายกาศชั้น 2 เมื่อปิดไฟหมดแล้ว ทุกอย่างนั้นมืดสนิท จะเห็นได้แต่เพียงแสงของเสาไฟฟ้าที่ลอดเข้ามาผ่านลูกกรงหน้าบ้านเพียงเท่านั้น พอให้เห็นอย่างสลัว ๆ

02.00 น.

บรรยากาศเงียบสงบ มีเสียงของลมกระทบใบไม้ดังอยู่ภายนอกเพียงเล็กน้อย ปึก!!!.......ปึก!!!......ปึก!! เบลสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงปริศนาที่ดังมาจากด้านนอกเป็นระยะ ๆ ปึก!!! ปึก!! เบลพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่และตั้งใจฟังเสียงปริศนานั้น ยิ่งบรรยากาศภายนอกนั้นเงียบมากเท่าไหร่ เสียงปริศนาก็ยิ่งดังขึ้นมากเท่านั้น เบลนอนฟังเสียงปริศนาอยู่พักหนึ่ง และพยายามนอนคิดว่านี่คือเสียงของอะไรกัน และมีต้นตอของเสียงมาจากตรงไหน ปึก!!! ปึก!!! เสียงปริศนายังคงดังอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มันยิ่งทำให้เบลนั้นสงสัยและอดที่จะออกไปแอบดูไม่ได้ เบลรวบรวมความกล้าทั้งหมด ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากที่นอนช้า ๆ ค่อย ๆ เดินไปจับลูกบิดของประตู หมุนลูกบิดของประตูและแง้บประตูออกมาเล็กน้อย ด้วยแสงไฟอันน้อยนิดที่รอดผ่านลูกกรมมา จึงทำให้เบลพอจะเห็นพื้นที่ด้านนอกพอลาง ๆ เบลกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ชั้น 2 ของบ้าน เพื่อหาต้นตอของเสียง ปึก!!!.......... แต่เมื่อเบลมองไปรอบ ๆ นั้น สิ่งที่พบเจอก็คือความว่างป่าว แต่เสียงปริศนาก็ยังดังอยู่เช่นเดิม เบลจึงลองตั้งใจฟังเสียงปริศนานั้นอีกครั้ง ปึก!!! ปึก!!!! ทันใดนั้นเองสายตาของเบลก็ดันไปหยุดอยู่ตรงที่เสาไม้ต้นหนึ่งภายในบ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องของเบลมากนั้น เบลใช้สายตาสังเกตไปบริเวณเสาต้นนั้น แสงไฟลอดลูกกรมมากระทบกับเสาต้นนั้นพอดี จึงทำให้เบลนั้นสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เบลเงยหน้ามองไปที่ด้านบนของเสา เบลได้พบเจอกับสิ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้แปลกใจ สิ่งนั้นก็คือแผ่นยันนั่นเอง ด้านบนของเสาต้นนั้น มียันแผนน้อย ๆ แปะอยู่ สิ่งนั้นคืออะไรกันนะ? เบลเกิดความสงสัย และเก็บความอยากรู้ไว้จนเต็มอก แต่ก็ต้องตัดสินใจปิดประตูห้อง และกลับมานอนบนที่นอนดังเดิม เสียงปริศนาค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ เบลนอนคิดอยู่พักหนึ่งจึงเผลอหลับไป ด้วยความรู้สึกง่วงนอน

07.30 น. กริ๊งงงงงงง กริ๊ง

เสียงนาฬิกาปลุกของเบลดังขึ้น เบลตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย

เบล : เมื่อคือชั้นฝันไปหรอเนี่ยย

เบลพยายามทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ

เบล : หรือว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน คือเรื่องจริงกันนะ

ด้วยความสงสัย เบลจึงเปิดประตู เพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่าเสาต้นนั้นมียันแปะอยู่จริงรึป่าว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อคือ เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เบลตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับเสาต้นนั้น และสังเกตไปที่เสาต้นนั้นอีกครั้ง “เอ๊ะ! แผ่นยันอยู่ไหนกันนะ” เมื่อเบลสังเกตไปเรื่อย ๆ สายตาของเบลดันไปสะดุดตากับสิ่ง ๆ หนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับน้ำมันกำลังซึมออกมาจากผิวของเสาไม้ต้นนี้ ซึ่งมันสร้างความแปลกใจให้กับเบลเป็นอย่างมาก เบลรู้สึกกลัว จึงรีบเดินลงบรรไดมาหาแม่ในทันที

08.00 น.

ในขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าว เบลได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมดให้พ่อกับแม่ฟัง เพื่อให้พ่อกับแม่เล่าความจริงเกี่ยวกับเสาต้นนั้นให้ฟัง แต่เบลกับโดนแม่ดุและบอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ เบลจึงไม่พูดเรื่องนี้ให้ใคนฟังอีก

ความคิดเห็น