ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อาถรรพ์วันกลับบ้าน

ชื่อตอน : อาถรรพ์วันกลับบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาถรรพ์วันกลับบ้าน
แบบอักษร

18.45 น. ขณะที่เบลกำลังยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือสอบอยู่นั้น

กริ๊งงงงงง!!!

แม่ : ฮัลโหล เบล วันหยุดยาวช่วงปีใหม่แม่อยากให้ลูกกลับบ้านนะ กลับมาทำบุญที่หมู่บ้านของเรานะลูก

เบล : ค่ะแม่ หนูจะกลับไป

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด....

 

31 ธันวาคม 2563

เบลเก็บของเตรียมออกเดินทางกลับบ้าน เบลขึ้นรถโดยสารประจำทางมาที่ท่ารถ ในวันนั้นผู้คนเดินทางกลับบ้านเป็นจำนวนมาก จนทำให้เบลนั้นตกรถที่จองไว้ เบลจึงจำใจต้องซื้อตั๋วรถใหม่ เบลได้ตั๋วรถราคาถูกมา เพื่อเดินทางกลับบ้านไปจังหวัดเชียงใหม่ เบลขึ้นไปนั่งบนเบาะช่วงกลาง ๆ ของรถบัส ที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรม โดยที่เบาะข้าง ๆ นั้นยังว่างไร้ซึ่งคนนั่งด้วย ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นเวลาเที่ยงตรงพอดี รถจอดอยู่ซักพัก คนขับก็ขึ้นมาติดรถ เตรียมตัวที่จะออกเดินทาง ภายในรถมีคนนั่งอยู่จำนวนหนึ่ง รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจาก บขส จังหวัดพิษณุโลก รถบัสวิ่งด้วยความเร็วไม่มากนัก เบลหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านจนเผลอหลับไป เวลาผ่านล่วงเลยไปทุกอย่างดูปกติดี เบลตื่นขึ้นมาจากอาการง่วงนอน ก็พบว่าแสงจากภายนอกนั้นเริ่มหายไปแล้ว เบลเหลียวมองนาฬิกา ก็พบว่าตอนนี้คือเวลา 18.00 น. พอดี ตอนนี้เธอพึ่งเดินทางเข้าสู่จังหวัดตาก ซึ่งก็อีกไกลมากกว่าจะเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ เบลรู้สึกว่าเส้นทางที่รถบัสคันนี้วิ่งมา มันเหมือนกับไม่ใช่เส้นทางที่เบลนั้นเคยกลับเป็นประจำ รถบัสวิ่งไปในถนนเลนส์เดียว สองข้างทางไร้ซึ่งแสงไฟจากเสาไฟฟ้าและบ้านเรือน มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดและเงาของต้นไม้สูงที่กำลังเคลื่อนไหวไปตามแรงลมจากด้านนอก ในถนนสายนี้มีเพียงแต่ไฟของรถบัสเท่านั้นที่ส่องสว่างอยู่ ณ ตอนนี้ แต่เบลก็ยังคงนั่งต่อไปและไม่คิดอะไร รถขับผ่านไปเรื่อย ๆ ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท เบลนั่งเอาตัวพิงกับกระจก และกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ข้างทาง ทันใดนั้นสายตาของเบลก็ดันไปสดุดกับวัตถุบางอย่างที่เป็นสีขาว คล้ายกับผู้หญิงผมยาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ เบลรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ตนเห็นและพยายามหันหลังกลับไปมองชัด ๆ อีกครั้ง แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นต้นไม้ต้นเล็ก ๆ เพียงต้นหนึ่งเท่านั้น

เบล : ตาฝาดไปรึป่าวนะ เห้อออ สงสัยจะนอนเยอะไป เบลนำมือสองข้างขึ้นมาขยี้ตาตัวเองเบา ๆ และยังคงนั่งรถต่อไป

 

รถวิ่งมาได้ซักพัก

เอี๊ยดดดดดด!!!!!

เสียงเบรกรถดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้หัวของเบลโขลกกับเบาะด้านหน้าเต็ม ๆ

เบล : โอ๊ยยยย!!!! ตัวเหี้ยไร ตัดหน้ารถว้ะ!!!

เบลอุทานออกมาด้วยความโมโห และหงุดหงิด

คนขับรถ : แมวบ้าที่ไหนมาตัดหน้ารถว้ะ!! เดี๋ยวก็เหยียบให้ตายคาล้อเลย!!! ทุกคนในรถต่างแตกตื่น

 

เมื่อสถาณการณ์ทุกอย่างเริ่มปกติ ล้อรถค่อย ๆเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ อีกครั้ง เบลมองไปบริเวณรอบ ๆ สายตาของเบลดันไปสดุดกับสิ่งสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือแมวตัวสีดำที่วิ่งตัดหน้ารถของเบลเมื่อกี้ มันนอนขาหักอยู่ข้างถนน เบลจ้องมองไปที่ดวงตาของมัน สายตาของแมวตัวนั้นทำให้เบลรู้สึกกลัว และขนลุก เพราะมันช่างดูดุดันและโกรธแค้นที่รถบัสได้ไปเหยียบขาของมันหักทั้งสองข้าง

 

21.45 น. รถบัสวิ่งเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่

กรี๊งงงงงงง กรี๊งงงงงง

แม่ : ฮัลโหลเบลถึงไหนแล้วลูก แม่กับพ่อรอรับอยู่ที่ บขส นะ

เบล : ค่ะ แม่ ตอนนี้หนูอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว อีกไม่นาน คงจะถึง

 

เบลนั่งรถต่อไปเรื่อย ๆ ตลอดทางเบลรู้สึกกระวนกระวายใจ ได้แต่ครุ่นคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าคนที่เบลเห็นข้างทางนั้นคือสิ่งใดกัน ถ้าหากว่าคนที่เบลเห็นนั้นเป็นคนจริง ๆ เขาจะมานั่งอยู่ข้างทางทำไม สายตาที่โกรธแค้นของแมวดำตัวนั้นมันหมายถึงสิ่งใด เบลพยายามคิดหาคำตอบเพื่อตอบข้อสงสัยของตัวเองอยู่นาน แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จนรถบัสเคลื่อนตัวเข้าสู่ บขส จังหวัดเชียงใหม่ในเวลา 22.00 น.

 

แป๊นๆ !!!

เบลสดุ้ง ด้วยอาการตกใจ รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ บขส จังหวัดเชียงใหม่ เบลตื่นจากความสงสัยและรีบเก็บข้าวของของตนลงจากรถบัส เมื่อเบลลงมาจากรถ เบลได้โผล่เข้ากอดผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง และนั่งรถยนต์เพื่อเดินทางกลับบ้านต่อไป ซึ่งในระหว่างทางที่เบลนั่งรถกับบ้านนั้น เบลได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อและแม่ฟัง แม่จึงปลอบใจเบลว่า

แม่ : ไม่มีอะไรหรอก หนูคงจะเหนื่อยและตาฝาดไปเพียงเท่านั้นแหละ เดี๋ยวพอถึงบ้าน กินข้าว อาบน้ำและเข้านอนเลยนะ ตอนเช้าเราจะไปทำบุญกัน

เบล : ค่ะ แม่

ความคิดเห็น