ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นทุกคอมเม้นด้วยนะคะ💞: )

บทที่3 คู่ถวายบัวทิพย์

ชื่อตอน : บทที่3 คู่ถวายบัวทิพย์

คำค้น : สัตตบงกชแห่งนาคา / รัตนะมณี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 244

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 04:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3 คู่ถวายบัวทิพย์
แบบอักษร

"ทูลองค์เหนือหัว..พญาอนันตรัยมาขอเข้าพบพระเจ้าข้า!" 

ทหารองครักษ์คนสนิทเข้ามารายงานแก่กษัตริย์ของตนด้วยท่าทีที่นอบน้อม 

"ให้เข้ามาเถิด" 

องค์เอกอนันต์เงยหน้าจากการอ่านราชกิจที่เหล่าเสนาอำมาตย์แห่งฉัพพะยาปุตตะส่งเข้ามาเพื่อรายงานก่อนจะเอ่ยอนุญาต 

"พระเจ้าข้า" 

ทหารองครักษ์รับคำแล้วก้มศีรษะคำนับก่อนจะถอยออกไป เพียงครู่เดียว..ร่างสูงใหญ่ท่าทางสง่างามก็ก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

"ต้องขออภัยที่ข้ามาโดยมิได้แจ้งให้ท่านได้ทราบล่วงหน้าเหมือนทุกครา" 

พญาอนันตรัยค้อมศีรษะเล็กน้อยคล้ายเป็นการให้เกียรติแก่สหายของตน 

"มิได้ มิได้..ท่านอนันตรัยอย่าได้เกรงใจไป ข้ามิได้ยุ่งอันใดนัก เชิญท่านตามสบายเถิดข้าเองก็กำลังนึกถึงท่านอยู่พอดี" 

องค์เอกอนันต์ลุกเดินเข้ามาแตะบ่าสหายแล้วเชื้อเชิญให้ไปนั่งยังแท่นที่มีไว้รองรับแขกเหรื่อผู้มาเยือน 

"วันนี้ข้ามาด้วยบัญชาแห่งองค์อินทราธิราชเจ้า ให้มาเชิญราชธิดาของท่านเข้าร่วมราชพิธีถวายบัวทิพย์แก่พระพุทธองค์เนื่องในวันสำคัญที่กำลังจะถึงนี้" พญาอนันตรัยกล่าวบอกถึงกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายมาในทันที 

"หืม..รวินท์รดาธิดาของข้าน่ะหรือ?" กษัตริย์แห่งฉัพพะยาปุตตะถึงกับทำสีหน้าแปลกใจ 

"ใช่แล้วท่านเอกอนันต์ องค์อินทราทรงแจ้งด้วยว่า เพราะนางถือกำเนิดจากสวรรค์เบื้องสูงและเติบโตถึงวัยที่จะเป็นผู้ถวายได้แล้ว กิจนี้ต้องการนาคราชนาคีผู้เป็นพรหมจรรย์และอยู่ในฐานะเหมาะสม จึงเลือกราชธิดาของท่าน" ผู้เป็นสหายขยายความให้อีกฝ่ายเข้าใจมากขึ้น 

"โอ้ นับว่าเป็นบุญกุศลและเป็นเกียรติแก่ธิดาของข้ายิ่งนัก แต่..การถวายบัวทิพย์จะทำการถวายเป็นคู่ แล้วนางจะต้องร่วมถวายกับผู้ใดกัน?" 

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้องค์เอกอนันต์ก็คิ้วขมวดเข้ามาหากันทันที เพราะเยี่ยงนี้เจ้านาคราชหนุ่มผู้ได้รับคัดเลือกจะต้องได้ใกล้ชิดกับธิดารักของตนอย่างแน่นอน 

"เรื่องนี้องค์อินทรามิได้แจ้งแก่ข้า แต่จะให้ผู้ถูกคัดเลือกทั้งสองไปเข้าพบในวันรุ่งขึ้นเพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจและซักซ้อมก่อนจะถึงวันพิธีสำคัญ" นาคราชผู้ทรงฤทธิ์ตีสีหน้านิ่งเรียบบอกเพียงสิ่งที่ตนได้รับมอบหมายมา 

"อืม..ถ้าเช่นนั้นในวันพรุ่งนี้ ข้าคงจะต้องไปดูด้วยตาตนเองเสียหน่อยว่านาคราชหนุ่มผู้นั้นคือใครกัน" องค์เอกอนันต์เอ่ยพลางทำสีหน้าครุ่นคิด 

"ท่านเอกอนันต์..นี่เป็นกิจมหากุศลที่ยากยิ่งที่ใครจะได้รับ แล้วท่านยังจะมาห่วงในเรื่องนี้อีกหรือ?" ผู้เป็นสหายได้แต่ทำเสียงเอือมระอาเมื่อเห็นอีกฝ่ายคิดจะไปดูผู้ที่ถวายร่วมด้วยเรื่องนี้ 

"ข้าทราบดีท่านอนันตรัย แต่หากเจ้าหนุ่มนั่นแอบเกี้ยวพาราสีรวินท์รดาเล่า ท่านไม่คิดจะห่วงธิดาบุญธรรมของท่านบ้างหรือ?" 

"นี่ท่าน..ผู้ที่ถูกคัดเลือกมาย่อมเป็นผู้สูงศักดิ์เช่นเดียวกัน นาคราชหนุ่มผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างแน่นอน" พญาอนันตรัยพยายามกล่าวบอกเชิงเตือนให้คิด 

"เอาเถิด อย่างไรเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องมงคลข้าจะรีบไปแจ้งแก่ธิดาข้า เพื่อให้นางได้เตรียมตัว" องค์เอกอนันต์ยอมทิ้งความกังวลใจในเรื่องนี้ไปแล้วมีสีหน้ายิ้มแย้มมากขึ้น 

"ท่านสบายใจได้..พรุ่งนี้ข้าจะมารับนางและเป็นผู้ดูแลรวินท์รดาเองจนกระทั่งมาส่ง" 

พญาอนันตรัยเอ่ยให้สหายคลายความห่วงหวงที่มีและออกหน้าดูแลธิดาบุญธรรมด้วยตนเอง 

"หากเป็นท่านอนันตรัยรับหน้าที่นี้ ข้าก็สบายใจ..เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะให้นางเตรียมตัวให้พร้อมก่อนท่านจะมารับก็แล้วกัน" 

"ตกลงตามนั้น..ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวไปจัดการกิจที่วังของข้าให้เรียบร้อยก่อนเช่นเดียวกัน พรุ่งนี้ข้าจะมารับนางแต่เช้า" 

เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยพญาอนันตรัยก็กลับออกมาในทันที มีเพียงสีหน้าที่ซ่อนยิ้มน้อยๆเพราะตนเองรู้ดีว่าผู้ที่จะทำหน้าที่ถวายบัวทิพย์ร่วมกับธิดาบุญธรรมของตนนั้นคือใคร.. 

 

วันรุ่งขึ้น 

"ท่านพ่อเจ้าคะ..ข้ารู้สึกกังวลเจ้าค่ะ" 

เสียงหวานใสเอ่ยบอกผู้เป็นบิดาบุญธรรมแถมเกาะแขนแข็งแกร่งเอาไว้แน่นอย่างสั่นกลัว 

"รวินท์รดา..พ่อบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่านี่คือการทำหน้าที่ที่เป็นมหากุศล เจ้าควรจะปิติยินดีแทนที่จะวิตกกังวลเช่นนี้" พญาอนันตรัยหันไปบอกธิดาบุญธรรมด้วยน้ำเสียงเมตตา 

"ข้ายินดีในหน้าที่นั้นเจ้าค่ะ แต่..กลัวว่าจะทำออกมาไม่ดีเพราะข้ามิเคยได้ทำอันใดเช่นนี้มาก่อน แถมยังต้องถวายร่วมกับผู้ที่ไม่รู้จักอีกต่างหากก็เลยรู้สึกหวั่นใจเจ้าค่ะ..ท่านพ่อ" 

นางทำสีหน้าประหม่าด้วยความไร้เดียงสา ผู้เป็นบิดาบุญธรรมจึงลูบศีรษะเบาๆแล้วยิ้มให้ 

"เจ้าทำได้อย่างแน่นอน..และผู้ที่ทำหน้าที่ร่วมกับเจ้าเขาก็เป็นนาคราชที่ดี เขาจะคอยช่วยเหลือเจ้าเอง อย่ากลัวไปเลย" 

"ท่านพ่อเจ้าคะ..เขาจะไม่รังเกียจข้าใช่หรือไม่เจ้าคะที่ไม่มีประสบการณ์ หากผิดพลาดเขาคงจะตำหนิข้า?" นางถามด้วยความหวาดหวั่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจในตัวนางเพราะนางอ่อนวัยเกินไป 

"หึหึ..เขาไม่มีทางรังเกียจในตัวเจ้าอย่างแน่นอน..ลูกพ่อ" 

ประโยคนี้ทำให้นาคีสาวรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง นางคลี่ยิ้มบางให้กับบิดาบุญธรรมที่นางเคารพรักเหมือนบิดาแท้ๆสีหน้าเบาใจมากขึ้น 

"เรียนเชิญท่านอนันตรัยและเจ้านางรวินทร์รดา องค์อินทราธิราชทรงรออยู่ด้านในพระเจ้าข้า!" 

เทพบุตรผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูเอ่ยเชื้อเชิญนาคราชทั้งสองที่มาถึง พญาอนันตรัยจึงได้เดินนำราชธิดาบุญธรรมของตนเข้าไปด้านใน 

..น้อมกายลง ตรงพระบาท กราบแทบเท้า 

เจ้านงเยาว์ เอาแต่มอง สองมือหนา 

เห็นผู้ใกล้ ไม่กล้าเหลียว เอี้ยวกายา 

กลัวสายตา พาประสบ พบหน้ากัน 

หากหัวใจ ให้ระทึก นึกประหม่า 

อยากเห็นหน้า ว่าเป็นใคร ใยใจหวั่น 

ความอบอุ่น กรุ่นทรวงใน เพียงใกล้กัน 

แต่ก็พลัน สั่นระรัว กลัวเขามอง.. 

รวินท์รดาที่เข้ามานั่งหมอบกราบเคียงข้างบุรุษผู้หนึ่งที่มาถึงก่อนให้รู้สึกหวาดหวั่นสั่นประหม่าขึ้นมาในทันที แม้จะมีบิดาบุญธรรมนั่งอยู่เคียงข้างด้วยแต่ก็คลายความตื่นเต้นในใจมิได้เลย 

"เมื่อมากันพร้อมแล้ว ข้าก็จะมอบหมายหน้าที่อย่างเป็นทางการให้กับพวกเจ้าทั้งสอง" 

องค์อินทราธิราชกล่าวขึ้นก่อนจะทอดพระเนตรไปยังนาคราชหนุ่มสาวที่นั่งหมอบอยู่เบื้องหน้า 

"ในวันขึ้นสิบห้าค่ำที่จะถึงนี้ ข้าจะขอมอบหน้าที่ในการถวายบัวทิพย์แด่พระพุทธองค์โดยให้ท่านรามมินทรานาคราชจ้าว และเจ้านางรวินท์รดาราชธิดาแห่งองค์เอกอนันต์นาคาธิราชเป็นผู้ร่วมกันถวาย" 

"พระเจ้าข้า" 

"พะ..เพคะ" 

เมื่อสิ้นคำของผู้เป็นใหญ่ผู้ที่ถูกเอ่ยนามทั้งสองก็รีบตอบรับคำบัญชาในบัดดล รวินท์รดาได้ยินนามของนาคราชหนุ่มที่ทำหน้าที่ร่วมกับตนก็ให้ใจสั่นไหวขึ้นมา น้ำเสียงของเขาฟังดูช่างอบอุ่นอ่อนโยนเสียเหลือเกิน 

"นี่คือบัวทิพย์ที่จะนำถวายในวันสำคัญนั้น" 

องค์อินทราธิราชใช้อิทธิฤทธิ์นำดอกบัวสีเงินยวงรูปลักษณ์งดงามอย่างหาที่ติมิได้ ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าผลส้มโอให้ลอยอยู่เบื้องหน้านาคีสาว และดอกบัวสีทองอร่ามที่มีลักษณะและขนาดคล้ายกันลอยอยู่เบื้องหน้าของนาคราชหนุ่ม 

ทั้งสองต่างเอื้อมมือไปรับดอกบัวทิพย์และประคองเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะหันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย  

"แอ่ม! หนักหรือไม่?" ผู้เป็นใหญ่เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นทั้งคู่ต่างจ้องมองกันนิ่งค้าง 

"มะ..ไม่พระเจ้าข้า" รามมินทรานาคราชหนุ่มเป็นผู้ดึงสายตากลับมาก่อนแล้วจึงเอ่ยตอบ 

"มะ หม่อมฉันก็ไม่เพคะ" 

รวินท์รดาที่รู้สึกตัวก็รีบกล่าวตอบตามด้วยท่าทีกระดากอายสองแก้มแดงระเรื่อ ที่เผลอไปจ้องมองบุรุษแปลกหน้าเข้า 

น่าละอายที่สุด! 

"หึหึ..นี่คือการยืนยันว่าบัวทิพย์เลือกให้เจ้าทั้งสองเป็นผู้ถวายแด่พระพุทธองค์ ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก" 

คำกล่าวนี้ทำเอานาคีสาวรู้สึกสะดุ้งในใจอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่อีกผู้หนึ่งมีสีหน้าคล้ายจะนิ่งแต่ก็แอบมีความซ่อนยิ้มยินดีในถ้อยคำที่ได้ยินนั้น 

"เอาล่ะ..ไหนพวกเจ้าลองสลับบัวทิพย์กันสิ" 

รวินท์รดารู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยที่จะต้องหันไปแลกเปลี่ยนดอกบัวที่ตนประคองอยู่ในมือกับผู้ที่อยู่ข้างกาย แต่ก็พยายามสงบใจแล้วหันไปทางนาคราชหนุ่มอย่างช้าๆ 

"ส่งของเจ้ามาเถิด ข้าจะช่วยถือให้เจ้าก่อน" 

นาคาหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วใช้พลังฤทธิ์ประคองดอกบัวด้วยมือเพียงข้างเดียว 

"ขอบคุณเจ้าค่ะ" 

นางกล่าวขอบคุณแล้วเอื้อมมือไปรับดอกบัวสีทองจากอีกฝ่ายมาถือเอาไว้ 

"รู้สึกเช่นไรกันบ้าง?" องค์อินทราถามทั้งคู่อีกครั้ง 

"ไม่หนักเลยพระเจ้าข้า" 

"ไม่หนักเลยเพคะ" 

คราวนี้ทั้งสองแทบจะตอบออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ดอกบัวคู่จะเปล่งประกายออกมาสว่างจ้า 

"ดีจริง..ดอกบัวทิพย์ต่างก็ตอบรับเจ้าทั้งสองราวกับเจอผู้ที่มีบารมีเท่าเทียม ข้าเองก็พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ไม่บ่อยนัก" 

ผู้เป็นใหญ่ดูจะพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะบัวทิพย์ที่จะนำถวายพระพุทธองค์นั้น หากมิใช่ผู้ที่มีบารมีเหมาะสมทัดเทียมกันแล้ว จะมิสามารถถือเอาไว้ได้เลย เพราะจะรู้สึกหนักราวกับยกภูเขาทั้งลูก บางครั้งฝ่ายหนึ่งถือได้แต่อีกฝ่ายกลับยกแทบไม่ขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนผู้ร่วมถวายใหม่ 

..หลักจากซักซ้อมกันพอประมาณ องค์อินทราจึงได้เรียกบัวทิพย์ทั้งสองคืนกลับแล้วให้ทั้งคู่กลับไปพักได้ 

"เอ่อ..ท่านอนันตรัยข้าขอคุยกิจสำคัญกับท่านสักครู่เถิด" 

ก่อนที่พระองค์จะลุกขึ้นจากแท่นก็คล้ายนึกอันใดขึ้นมาได้ องค์อินทราธิราชจึงได้เอ่ยเรียกพญาอนันตรัยเอาไว้ก่อนที่จะเดินพ้นประตูไป 

"พระเจ้าข้า" 

นาคราชผู้ทรงฤทธิ์ขานรับอย่างนบนอบแล้วจึงหันมาทางราชธิดาบุญธรรม 

"รวินท์รดา เจ้ารอข้าอยู่บริเวณนี้ก่อน..อย่าได้เดินไปไหนไกลเชียว" 

"เจ้าค่ะ ท่านพ่อ" 

นางรับคำบิดาบุญธรรมแล้วจึงถอยห่างออกไปรอไม่ไกลนัก แต่ด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของดอกไม้สวรรค์ในชั้นนี้..จึงทำให้นางเผลอเดินตามกลิ่นไปโดยไม่รู้ตัว.. 

 

"หอมจัง..นี่มันดอกอะไรกันนะ?" 

นาคีสาวยืนมองดอกไม้สีสวยที่เบ่งบานแข่งกันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล 

"นี่คือดอกมณฑารพ มันมีกลิ่นหอมที่สุดในดาวดึงส์ นอกจากนี้ยังมีดอกปาริชาตที่ใครได้สูดดมกลิ่นหอมของมันจะระลึกอดีตชาติได้อีกด้วย เจ้าอยากเห็นหรือไม่เล่า?" 

เสียงทุ้มนุ่มของใครผู้หนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง รวินท์รดาสะดุ้งตกใจรีบหันไปมองในทันที 

"ทะ.. ท่าน" 

ใบหน้าคมสันที่งดงามราวเทพบุตรชั้นสูงยืนเด่นสง่าด้วยท่าทีเป็นมิตร เขาคือนาคราชหนุ่มผู้ที่ร่วมถวายบัวทิพย์กับตนนั่นเอง 

"ข้านามว่า รามมินทรา เจ้าอย่าได้หวั่นใจไปเลย ท่านอนันตรัยให้ข้ามาคอยดูแลเจ้าจนกว่าจะเสร็จกิจธุระกับองค์อินทราธิราช" 

เขากล่าวแนะนำตัวอีกครั้งให้นาคีสาวได้วางใจ รวินท์รดาจึงคลายความตื่นกลัวลงเล็กน้อยแต่ก็อดที่จะใจเต้นแรงมิได้ เพราะมิค่อยได้ใกล้ชิดบุรุษใดนัก 

"ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ" นางตอบด้วยมารยาทแล้วก้มหน้ามองต่ำ 

"ข้าให้เจ้า" 

เขายื่นดอกไม้ที่มีชื่อว่ามณฑารพให้นาง กลิ่นของมันหอมจรุงใจจนนาคีสาวอดใจที่จะรับมันมาสูดดมมิได้ 

"ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านรามมินทรา" 

ใบหน้างามคลี่ยิ้มบางรู้สึกถูกใจในดอกไม้ที่ได้รับมาจากเขา 

"รวินท์รดา..นางผู้กำเนิดจากสัตตบงกชสินะ" 

ถ้อยคำที่เขาเอ่ยขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าของร่างบอบบางที่ยืนชื่นชมดอกไม้ในมือเป็นที่สุด นางผินหน้ามองเขาเล็กน้อยอย่างนิ่งอึ้งคล้ายมีความสงสัยในใจ 

เขารู้ได้อย่างไรกัน!  

"เอ่อ..ข้าอยู่ในวันที่องค์เอกอนันต์พาเจ้ามาเข้าเฝ้าองค์อินทราธิราชในครั้งแรกด้วยน่ะ" 

นาคราชหนุ่มตอบเหมือนอ่านใจนางออก รวินท์รดาย้อนนึกในทันที นางพอจะจดจำได้แล้ว..วันนั้นเขานั่งอยู่ด้านข้างนั่นเอง 

..มิน่าเล่า จึงดูคุ้นตานัก 

"อ่อ..เจ้าค่ะ" นาคีสาวรับคำเสียงเบา 

"หากเจ้าชอบดอกไม้..ข้าจะส่งไปให้เจ้าบ่อยๆ" เสียงทุ้มนุ่มกล่าวบอกอย่างอ่อนโยน 

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พระบิดาของข้าคงจะไม่ค่อยชอบใจนัก"  

นางปฏิเสธด้วยความใสซื่อเพราะรู้ว่าผู้เป็นบิดาห่วงหวงตนเพียงใด 

"ขอเพียงเจ้าชอบ..มันจะอยู่ที่ห้องของเจ้าทุกคืน" 

คำกล่าวของเขาทำเอานาคีสาวถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก สายตาของเขาดูอบอุ่นก็จริง แต่ก็เจือไปด้วยแววตาที่มีความนัยบ่งบอกความรู้สึกชัด 

"เก็บดอกมณฑารพดอกนี้เอาไว้ให้ดี" 

มือหนากอบกุมมือเล็กนุ่มที่กำลังถือดอกไม้งาม นาคีสาวสะดุ้งตกใจแต่ก็มิอาจจะหลบเลี่ยงได้ทัน แถมดวงตาคมเข้มที่งดงามคู่นั้นก็สะกดให้นางต้องมองเขานิ่งค้างราวกับเวลาหยุดหมุน..  

****************** 

อุ๊ยตาย...ท่านรามมินทรารุกเร็วเหมือนกันนะเจ้าคะ 5555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว