email-icon facebook-icon

Welcome to the dark side!!!

[ 65 ] นายมันขี้แกล้ง!

ชื่อตอน : [ 65 ] นายมันขี้แกล้ง!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2564 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
[ 65 ] นายมันขี้แกล้ง!
แบบอักษร

ชาช่าเดินตามหาเจ้าตัวเล็กที่ตนเองต้องคอยอบรมเรื่องการเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย ชาช่ามองหาจนทั่วบ้าน ส่งเสียงเรียกก็แล้วแต่อีกฝ่ายก็ไม่ขานตอบ จนกระทั่งเห็นลูกแมวตัวหนึ่งนั่งเกาะขอบประตูจึงส่งเสียงเรียก 

“โอเลี้ยง”  

“...”  

“เจ้าโอเลี้ยง”  

“...”  

“สงสัยเป็นเคนจัง หลานเขยคนโตของนายท่าน” พุดดิ้ง มองเห็นแต่หลังเล็กที่มีขนปุกปุยมองดูเหมือนก้อนกลมอะไรสักอย่าง กำลังนั่งหันหลังให้ ถ้าหากเรียกไม่หัน คงจะเป็นอีกคนอย่างแน่นอน 

“แสนดีไปไหนครับพี่พุดดิ้ง” เสียงทุ้มที่อยู่ในร่างแมวซึ่งเดินจากทางข้างหลังทำให้แมวทั้งคู่หันไปมอง 

“คุณหนูใหญ่เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานเจ้าค่ะ”  

พอทราบว่าภรรยาอยู่ในห้องนอน ชายหนุ่มในร่างแมวจึงรีบวิ่งเข้าไปทันที ส่วนสองแม่ลูกก็มองตาม สลับมองเจ้าก้อนกลมสีดำที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงขอบประตู 

“ท่านแม่เมื่อกี้นี้คือคู่ครองของคุณหนู ถ้าอย่างนั้นก้อนกลมตรงประตูก็เจ้าโอเลี้ยงน่ะสิ”  

“คงใช่แหละ บ้านเราก็มีลูกแมวแค่สองตัว”  

“ถ้าหันหน้ายังพอมองออกบ้างว่าใครเป็นใคร แต่พอหันหลังเช่นนี้ ยากที่จะจำได้ ซ้ำยังเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้อีก”  

“แม่มีวิธีแยก”  

พุดดิ้งพูดจบก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนของนายท่าน เมื่อวานนี้ของที่ตนสั่งไว้เพิ่งมาส่ง ทว่ามัวแต่ดีใจเรื่องเจ้านายได้พบกันและตนเองยังได้พบบุตรสาวจึงยังไม่ทันแกะกล่องดูสินค้าที่สั่งเอาไว้ 

 

“โอเลี้ยง! ” ชาช่าเดินไปทางที่ลูกแมวนั่งอยู่พร้อมกับเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น จนเจ้าลูกแมวน้อยตกใจสะดุ้ง 

“ทำไมเราเรียกถึงไม่ตอบ”  

ลูกแมวน้อยหันมาด้วยสีหน้างัวเงีย 

“ผมหลับครับ” ทั้งยังตอกย้ำคำพูดตนเองด้วยการหาวไปหนึ่งหวอด 

“นั่งหลับเจ้าก็ทำได้ เราล่ะเชื่อเลย”  

“ได้เวลากินข้าวใช่ไหมครับ” ลูกแมวน้อยถามอย่างกระตือรือร้น 

“เจ้านี่ก็ห่วงแต่กิน เวลานี้มันเป็นเวลาเรียนของเจ้านะ และที่เราให้กลับไปท่องกฎของการเป็นบ่าว เจ้าจำได้หรือยัง”  

ลูกแมวน้อยส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มประจบ 

“ยังจำไม่ได้ครับ มันเยอะจนเลี้ยงจำไม่ไหว พี่ช่าก็รู้ว่าผมความจำเสื่อม กฎมีเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แมวที่ไหนจะจำหมดได้”  

“เรากับท่านแม่ยังจำได้เลย”  

“ป้าพุดกับพี่ช่าเก่งไงครับ”  

“เราไม่หลงคำยอของเจ้าหรอกนะ ไปๆ รีบไปท่องตำราเรียนได้แล้ว” ชาช่าเดินนำ โดยมีลูกแมวน้อยเดินตาม พอมาถึงห้องรับแขกก็เห็นมารดาของตนเองกำลังลากกล่องกระดาษใบใหญ่เอามาตั้งวางไว้กลางห้อง 

“ท่านแม่มันคืออะไรรึ”  

ชาช่าเห็นมารดาของตัวเองใช้เล็บอันแหลมคมกรีดไปตามแผ่นเทปพลาสติกใสจนเป็นรอยขาด ก่อนจะค่อยๆ แงะฝาด้านบนเปิดออกมา ซึ่งข้างในมีเสื้อผ้ารูปร่างคล้ายสัตว์นอนกองอยู่ในนั้น 

“ชุดแมว”  

“ทำไมมีหลายชุดขนาดนี้” ชาช่าหยิบชุดหมีแพนด้าออกมากางดู ซึ่งมีขนาดเล็กพอให้ลูกแมวอย่างเจ้าโอเลี้ยงใส่เข้าไปได้ 

“ตอนแรกแม่ตั้งใจจะสั่งแค่ชุดหมีแพนด้าให้เคนจัง แต่คุณหนูใหญ่เดินมาเห็นพอดี ก็เลยสั่งเพิ่มมาอีกหลายชุด” ซึ่งมันมีทั้งฉลาม เสือ แมวน้ำ สุนัขจิ้งจอก ส่วนชุดสุดท้ายที่ชาช่าหยิบออกมาก็เป็นชุดสัตว์ที่ตนไม่เคยเห็น 

“ท่านแม่นี้ชุดอะไรเจ้าคะ” ชาช่าพลิกสิ่งที่อยู่ในมือไปมา ชุดนั้นมันมีครีบที่กลางหลังเหมือนฉลาม แต่มีหลายอันเรียงกันตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงปลายหาง จะว่าเป็นกิ้งก่าก็ไม่ใช่ เพราะหน้าตามันช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก 

“ก็อตซิลล่าอย่างไรเล่า”  

“…”  

“มันเป็นสัตว์ในตำนานของอีกเมืองหนึ่งบนโลกมนุษย์” พุดดิ้งเริ่มอธิบายให้บุตรสาวได้รู้จักกับที่มาของชุดที่ชาช่ากำลังถือ 

“มันคือตัวละครที่มนุษย์สร้างขึ้นมาครับพี่พุดดิ้ง เจ้าตัวนี้มันอยู่ในหนัง มันไม่มีจริงบนโลก” ครรชิตในร่างแมวเดินตามแสนดีเพื่อจะไปทำงานด้วย พอเห็นสองแม่ลูกกำลังสนทนากันก็อยากช่วยให้ความกระจ่าง 

“อย่าไปฟังเคนจังเลย เจ้าเชื่อแม่เถอะ แม่เห็นมันมาหลายครั้งแล้วไอ้เจ้าก็อตซิลล่าเนี่ย” พุดดิ้งดันใบหน้าของลูกสาวให้หันกลับมามองตน ซ้ำยังกรอกข้อมูลที่ตนเองเชื่อเหล่านั้นบรรจุลงไปในสมองของชาช่า  

“เอาที่สบายใจเลยครับ” ครรชิตขี้เกียจพูดอธิบาย ปล่อยให้บ้าหนังบ้าละครต่อไปแบบนี้แหละ 

“นี่ชุดที่พวกเราสั่งมาใช่ไหม”  

“ใช่เจ้าค่ะคุณหนู มาถึงตั้งแต่เมื่อวาน”  

 

แสนดีเดินไปที่กองเสื้อผ้าสุดน่ารัก หยิบชุดฉลามน้อยขึ้นมาก็ให้รู้สึกชอบใจ จากนั้นก็เดินตรงมาที่ครรชิต อุ้มเขาขึ้นมาวางบนโต๊ะ จัดการยัดร่างเล็กของลูกแมวน้อยลงไป 

“แสนดีพี่ไม่ใส่นะครับ” ครรชิตพยายามจะใช้อุ้งเท้าแมวรูดซิปที่อยู่ทางด้านหลังแต่ก็เอื้อมไม่ถึง เขาจึงขยับตัวดิ้นไปมาเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากชุดให้ได้ 

“ใส่เถอะค่ะ น่ารักดี”  

หญิงสาวมองใบหน้าเล็กสุดน่ารักของลูกแมวน้อยที่ออกมาจากปากของฉลาม ยิ่งมองดูยิ่งน่ารัก จนเธออดไม่ได้ต้องก้มลงหอมแก้มไปหนึ่งฟอด กระทั่งท่าทีดื้อดึงไม่ยอมใส่ของอีกฝ่ายเริ่มสงบลง 

“แต่เราจะไปทำงานกันนะครับ ใครเห็นพี่แต่งตัวแบบนี้ พี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ครรชิตก้มมองชุดตัวเอง 

“ตอนนี้พี่เคนเป็นลูกแมวไม่มีใครสนใจหรอกค่ะ”  

“ถอดเถอะนะ พี่อายครับ”  

“ไม่ถอดได้ไหมคะ หนูตั้งใจซื้อมาให้พี่เคนโดยเฉพาะ แบบนี้หนูก็เสียใจแย่สิคะ” น้ำเสียงที่อ่อนลง กับใบหน้าที่ดูเศร้าทำให้ชายหนุ่มในร่างแมวไม่กล้าขัด สุดท้ายก็ตอบรับไปแต่โดยดี 

“ก็ได้ครับ”  

“เลี้ยงเอาชุดนี้ครับ” โอเลี้ยงชี้ไปที่ชุดในมือของชาช่า แสนดีจึงช่วยใส่ชุดนั้นให้ลูกแมวน้อย เมื่อใส่เสร็จแล้วก็ออกมาน่ารักไม่แพ้กัน จนแสนดีต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปภาพเก็บเอาไว้ 

“โอเลี้ยงขยับมาทางซ้ายอีกนิด”  

 

พอได้ยินคำสั่งจากพี่แสนดี ลูกแมวน้อยในชุดก็อตซิลล่าก็ขยับตัว แต่เดินไปได้ก้าวเดียวก็สะดุดล้มหน้าคะมำลงไปบนพื้นพรม โอเลี้ยงหันไปมองที่ด้านหลัง ก็เห็นแมวอีกตัวเพิ่งขยับเอาเท้าออกจากหางก็อตซิลล่าของเขา 

“เคนจัง! นายแกล้งเราใช่ไหม”  

“เราไม่ได้แกล้ง นายล้มลงไปเอง”  

ดูจากสีหน้าและแววตาแล้ว โอเลี้ยงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ซ้ำเขายังเห็นชัดเต็มสองตา โอเลี้ยงกระโจนเข้าไปหาครรชิตแต่ก็ติดตรงที่พุงก็อตซิลล่าของตนถูกอุ้งเท้าเล็กของอีกฝ่ายยันเอาไว้ 

“นายมันขี้แกล้ง”  

“เลี้ยงสะดุดล้มเองนะ เคนไม่เกี่ยว”  

เสียงลูกแมวสองตัวทะเลาะกันดังลั่น ทั้งกระโดดกัด ทั้งฟัดกลิ้งกันไปมาอยู่บนพื้นห้อง นี่ถ้าไม่ใส่ชุดเอาไว้คงแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร  

“ลูกแมวที่ไหนมากัดกันเสียงดัง จะให้เราจับหักขาดีหรือไม่”  

เมริซ่าเดินออกมาทันเห็นความชุลมุน จึงเอ่ยห้ามปราม ทำให้เจ้าก็อตซิลล่ากับเจ้าฉลามน้อยที่ฟัดกันนัวเนียหยุดชะงัก ก่อนจะแกล้งทำเป็นรักใคร่กันปานจะกลืนกิน 

“นายท่านเมฯ เลี้ยงไม่ได้ดื้อนะขอรับ พวกเรากำลังเล่นกัน” อุ้งเท้าเล็กสะกิดลูกแมวอีกตัวเพื่อส่งสัญญาณ 

“ใช่! เล่นพอแล้วเนอะเลี้ยง เดี๋ยวเคนจะรีบไปทำงาน” ครรชิตช่วยประคองร่างลูกแมวอีกตัวที่ยังเสียศูนย์จนลุกไม่ขึ้น เพราะหางก็อตซิลล่าที่ยาวลากพื้น 

“ให้เลี้ยงไปด้วยสิครับ”  

“เอาไว้วันอื่นนะคะ วันนี้พี่แสนดีมีงานสำคัญ เลยเอาโอเลี้ยงไปด้วยไม่ได้ ส่วนพี่เคนจังต้องไปช่วยงานพี่แสนดี โอเลี้ยงอยู่บ้านเล่นกับพี่ชาช่าไปก่อน ตอนเย็นเดี๋ยวพี่แสนดีจะรีบกลับนะคะ”  

“แสนดีช่วงนี้เจ้าพยายามอย่าห่างจากสร้อยเส้นนี้นะ” เมริซ่ายื่นมือไปจับสร้อยบนคอของลูกแมว “ยายรู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก ความจริงยายอยากจะให้เจ้าสวมมันติดตัวเอาไว้ แต่กว่าจะถอดมันออกได้ก็ต้องรอให้ถึงคืนเดือนดับอีกครั้ง”  

“พี่ว่าช่วงนี้ แสนดีไม่ต้องไปทำงานหรอกครับ”  

ครรชิตในร่างแมวเองก็เป็นห่วงแสนดีไม่ต่างจากเมริซ่า งานบริษัทถึงจะโดนญาติผู้พี่โกงกินไปบ้าง มันคงไม่ทำให้ล่มจมเท่าไร แต่แสนดีของเขานี่สิ ถ้าหากถูกจับตัวไปจะเป็นอย่างไร 

“แต่วันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประจำปีนะคะ คุณทินกรย้ำนักย้ำหนาว่าแสนดีต้องเข้าที่ประชุมเพื่อเป็นตัวแทนของพี่เคน เราจะขาดการประชุมครั้งนี้ไม่ได้ เพราะมันสำคัญมาก”  

“ให้มันเลื่อนไปก่อนได้ไหมพี่จะให้คุณพ่อเป็นคนเข้าประชุมแทน ตอนนี้ท่านกลับถึงเมืองไทยแล้วแต่ยังอ่อนเพลียจากการเดินทาง วันนี้คงเข้าบริษัทไม่ได้ หนูรีบโทรไปสั่งไอ้กรให้มันเลื่อนการประชุมเถอะครับ”  

“เป็นผู้บริหารแต่ทำตัวกลับไปกลับมา เลื่อนการประชุมบ่อยๆ อย่างนี้จะดีหรือคะ มันจะเสียความน่าเชื่อถือ”  

“เมื่อกี้พี่เคนก็ยังเห็นดีด้วยไม่ใช่หรือคะที่แสนดีจะไปทำงาน”  

“ช่างมันสิครับ ความปลอดภัยของหนูสำคัญกว่า” จริงอยู่ที่เขาเองก็คิดจะเข้าบริษัทในวันนี้ แต่พอได้ยินคุณยายพูดเตือน นั่นก็ทำให้ครรชิตรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา จนไม่อยากให้แสนดีไป 

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เราจะให้พุดดิ้งไปกับพวกเจ้า ให้พุดดิ้งคอยสอดส่องอยู่นอกบริษัท ส่วนพวกเจ้าหากอยู่นอกอาคารก็พยายามอยู่ใกล้กันให้มากที่สุด เพราะแสนดีต้องพึ่งพลังจากสร้อยเส้นนี้คุ้มกาย” เมริซ่าช่วยออกความคิดเมื่อเห็นหลานสาวจะไปทำงานให้ได้ 

“เห็นไหมคะ คุณยายยังอนุญาตเลย แค่วันนี้วันเดียวเองค่ะ”  

แสนดีอุ้มลูกแมวในชุดฉลามน้อยที่ยังทำหน้ายุ่งมากอด จากนั้นก็เดินไปหอมแก้มคุณยายเพื่อออกไปทำงานโดยมีแมวเหมียวเพศเมียสีขาวเดินตามหญิงสาวไปด้วยไม่ห่าง 

--- 

/อวดรูป โอเลี้ยงกับเคนจังค่ะ  

กว่าจะเขียนนิยายจบ รูปเคนจังคงออกมาหลายเวอร์ชั่นเลยค่ะ 555+ อันนี้เหมาะจะไปทำพวงกุญแจกับสแตนดี้มาก  

ความคิดเห็น