ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

It’ s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก : ตอนที่ 18 (100%)

ชื่อตอน : It’ s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก : ตอนที่ 18 (100%)

คำค้น : กว่าที่จะรู้ว่ารัก, นิยายวาย, Yaoi, Boy's Love, NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
It’ s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก : ตอนที่ 18 (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 18  

ขอบคุณเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาก ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าพระพายก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วค่อยหันไปถามเสียงสดใส 

“พี่คุณเป็นยังไงบ้างครับ”  

“ดีขึ้นแล้วล่ะ” ชายหนุ่มเดินไปประจำที่หน้าแม็กบุ๊ค ตั้งใจจะทำงานให้เสร็จ การทำตัวให้ยุ่งๆอาจจะช่วยให้เขาไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านก็ได้ 

พระพายเห็นว่านี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วจึงได้เอ่ยถาม “พี่คุณหิวไหมครับ” 

“นิดหน่อยน่ะ” ตั้งแต่เช้าก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำเปล่า จะให้ตอบว่าไม่หิวก็คงจะไม่ใช่ เมื่อได้โอกาสเอาใจพระพายก็รีบเสนอขึ้น  

“เดี๋ยวพายไปทำอะไรให้ทานนะครับ” ว่าแล้วพระพายก็ดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ยังไม่ทันจะได้เดินไปขอบคุณก็เรียกไว้เสียก่อน 

“อย่าเลย ห้องพี่ไม่มีอะไรให้ทำหรอก สั่งจากข้างนอกมากินง่ายกว่า”  

พระพายก็ลืมไปเลยว่าขอบคุณเพิ่งจะย้ายคอนโด ในตู้เย็นคงไม่มีอะไรให้ทำกินได้ เขาจึงได้ล้มเลิกความตั้งใจแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับขอบคุณ  

“ก็ได้ครับ”  

“เดี๋ยวพี่สั่งในแอพให้ พายอยากจะกินอะไรล่ะ”  

“อะไรก็ได้ครับ”  

อะไรก็ได้เป็นคำตอบที่ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย ถ้าเป็นภีมภัทร์คงจะร่ายรายการอาหารมายาวเหยียดแล้วล่ะ  

“งั้นพี่สั่งข้าวมันไก่นะ” ขอบคุณก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะกินอะไร เมื่อเปิดเข้าไปเจอข้าวมันไก่เขาก็จัดการกดสั่งทันที  

“ครับ” พระพายพยักหน้ารับโดยที่ไม่ได้พูดแย้งขึ้น เมื่ออาหารมาสั่งในอีกยี่สิบนาทีต่อมา พระพายก็กินไปเพียงแค่ไม่กี่คำเท่านั้น เขาไม่ชอบกินข้าวมันไก่ แต่จะให้บอกขอบคุณออกไปตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว นี่สินะคือข้อเสียของการบอกว่ากินอะไรก็ได้  

“พายไม่ชอบข้าวมันไก่งั้นเหรอ” ขอบคุณเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทานไปได้นิดเดียวก็วางช้อนแล้ว  

“เปล่าครับ ปกติพายก็กินไม่เยอะอยู่แล้ว” 

“พี่ก็นึกว่าพายไม่ชอบซะอีก ถ้าไม่อิ่มจะสั่งอะไรเพิ่มก็ได้นะ”  

“ไม่ดีกว่าครับ พายอิ่มแล้วจริงๆ”  

ขอบคุณพอจะดูออกอยู่บ้างว่าพระพายคงจะไม่ชอบข้าวมันไก่ ต่อจากนั้นก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้ให้มากความ เพราะถือว่าเขาได้ถามไปแล้วว่าอยากจะกินอะไร แต่พระพายก็เลือกที่จะไม่พูดเอง  

ฉะนั้นคำตอบที่ว่า ‘กินอะไรก็ได้’ อย่าไปตอบกับหนุ่มๆที่ไหนล่ะ เพราะไม่มีใครสั่งอาหารได้ถูกใจคุณทุกคนหรอก 

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จก็กลับไปทำงานกันต่อ เวลาจริงจังกับอะไรมากๆขอบคุณจะนิ่งและใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นจนไม่แม้แต่หันมาสนใจคนรอบข้าง พระพายเก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจที่โดนอีกฝ่ายเมินเฉยใส่ ก่อนที่จะทำเป็นเอ่ยถามเกี่ยวกับเรื่องงานเพื่อหาเรื่องคุย จนกระทั่งท้องฟ้าภายนอกเริ่มเปลี่ยนสี  

นี่ก็ใกล้เวลาที่ภีมภัทร์จะเลิกงานแล้ว ถ้าวันนี้ยังไม่ได้คุยกัน ขอบคุณคงจะอกแตกตายแน่ๆ เพราะเขาไม่อาจทนอยู่ในสภาพที่โดนภีมภัทร์เมินใส่แบบนี้นานๆได้ 

“นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้ว วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนนะ” ขอบคุณว่าพร้อมกับพับจอแม็กบุ๊คเก็บ นั่งทำงานอยู่ที่เดิมเป็นเวลานานๆย่อมมีความเมื่อยล้าเป็นธรรมดา  

“ก็ได้ครับ วันหลังพี่คุณช่วยสอนพายอีกนะครับ พายยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย” พระพายยิ้มหวานก่อนที่จะขยับเข้าไปกระแซะท่อนแขนแกร่งของขอบคุณ “เดี๋ยวพายนวดให้นะครับ”  

ปากบอกว่าจะนวดให้แต่ในความเป็นจริงมือบางจงใจที่จะลูบไล้เสียมากกว่า 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ว่าพายควรจะกลับบ้านได้แล้วนะ” ขอบคุณจับมือบางของพระพายออกจากแขนอย่างนุ่มนวลที่สุด พร้อมกับปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม  

“แต่พายยังไม่อยากกลับหนิครับ” พระพายออดอ้อนเสียงหวาน บางทีอาจจะทำให้ขอบคุณใจอ่อนยอมให้อยู่ต่อก็ได้  

“อย่าดื้อสิ เดี๋ยวพี่เรียกแท็กซี่ให้เลยแล้วกัน” ขอบคุณไม่แม้แต่จะหลงกลลูกอ้อนของพระพาย เขาจัดการกดหมายเลขโทรศัพท์เตรียมจะโทรเรียกแท็กซี่ แต่แล้ว จู่ๆพระพายก็พูดสวนขึ้นมา  

“พี่คุณคงจะรำคาญพายสินะครับ”  

ขอบคุณจึงต้องชะงักมือที่กำลังกดโทรศัพท์แล้วหันไปพูดกับพระพายด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกว่าเดิม 

“ไม่ใช่แบบนั้น พายก็รู้ว่าพี่ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน ที่พี่ให้พายกลับบ้านก็เพราะอยากจะพักผ่อน” 

สีหน้าของขอบคุณดูอ่อนล้าเต็มที พระพายจึงได้รู้ตัวว่าถ้าขืนยังเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มีหวังขอบคุณคงจะได้รำคาญขึ้นมาจริงๆ 

“ก็ได้ครับ พายกลับบ้านก็ได้”  

“ถ้างั้นพี่เดินไปส่งก็แล้วกันนะ” 

“ครับ”  

ในระหว่างที่ขอบคุณลงไปส่งพระพายขึ้นแท็กซี่ที่ชั้นล่างของคอนโด ประตูลิฟต์อีกฝั่งก็เปิดออกก่อนที่ภีมภัทร์กับองศาจะก้าวเดินออกมา วันนี้องศาตั้งใจจะทำอาหารเย็นกินเองจึงได้แวะซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตมาเต็มสองมือ    

“น้องภีมเข้าห้องอาบน้ำให้สบายตัวเถอะ พี่ทำอาหารเสร็จแล้วจะเรียก”  

องศายืนส่งภีมภัทร์ที่หน้าประตูห้อง แต่ก็ถูกภีมภัทร์ส่ายหน้าปฏิเสธ “ได้ไงล่ะครับ พี่องอุตส่าห์จะทำอาหารให้กินทั้งที ผมว่าผมไปช่วยดีกว่า” 

ถึงจะทำอาหารไม่เป็น อย่างน้อยได้ช่วยเป็นลูกมือก็ยังดี จะให้นั่งรอกินเฉยๆโดยไม่ช่วยอะไรภีมภัทร์คงทำไม่ได้ องศาเห็นความตั้งใจของภีมภัทร์จึงไม่กล้าขัด แต่กลับรู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามากยิ่งกว่าเดิม  

ห้องขององศาอยู่ถัดจากห้องของภีมภัทร์ไปหนึ่งห้อง ภายในห้องของเขาถูกจัดตกแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูสะอ้านสะอาด เน้นความเรียบง่ายแต่กลับดูหรูหราอย่างบอกไม่ถูก 

“ตามสบายเลยนะน้องภีม” เมื่อเข้ามาในห้องระบบไฟฟ้าก็เปิดเองโดยอัตโนมัติ นี่เป็นครั้งแรกที่ภีมภัทร์ได้มาเยือนห้องขององศา เลยยังทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง  

เจ้าของห้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนเป็นอย่างดี หลังจากที่นำของไปเก็บในห้องครัวเรียบร้อยก็เดินกลับออกมาพร้อมกับน้ำส้มคั้นเย็นๆ  

“น้องภีมดื่มน้ำส้มก่อนนะ จะได้สดชื่น” แม้ว่าข้างนอกท้องฟ้าจะมืดแล้วแต่อากาศก็ค่อนข้างจะร้อนอบอ้าว 

“ขอบคุณครับ” ภีมภัทร์รับน้ำส้มจากองศามาดื่มเบาๆ รสชาติที่เปรี้ยวหวานกำลังพอดีให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ว่าจริงๆ รู้ตัวอีกทีน้ำส้มในแก้วก็หมดไปอย่างรวดเร็ว 

“ถ้าน้องภีมชอบ ในตู้เย็นยังมีอีกเยอะเลยนะ” 

“แก้วเดียวก็พอแล้วล่ะครับ” ภีมภัทร์คลี่ยิ้มบางโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามุมปากของตัวเองมีคาบน้ำส้มติดอยู่ องศาจ้องมองไปยังกลีบปากบางของคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง จู่ๆก็เกิดอยากจะกินน้ำส้มที่ติดอยู่ตรงนั้นขึ้นมา ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่าอยากลำบาก พยายามที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำอะไรชั่ววูบ แต่ในตอนนี้หัวสมองของเขากลับขาวโพลนไปหมด กว่าที่จะรู้สึกตัวริมฝีปากบางของภีมภัทร์ก็ถูกองศาก้มลงไปครอบครองเป็นที่เรียบร้อย 

“พี่อง” ภีมภัทร์ทั้งงงทั้งตกใจจนช็อกตาค้างไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเหนือความคาดหมายเกินไป  

พี่องจูบเขา จูบเขาเนี่ยนะ?  

“พี่ขอโทษ” ทันทีดึงสติกลับมาได้องศาก็รีบผละริมฝีปากออกทันที เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปสบตากับภีมภัทร์ตรงๆ “พี่ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่...” 

องศาพยายามที่จะอธิบายแต่ดันมานึกคำพูดไม่ออกซะงั้น 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ภีมภัทร์เม้มริมฝีปากที่เพิ่งจะถูกจูบเข้าหากัน จะว่าไปแล้วจูบขององศาก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เสียหน่อย 

“น้องภีมไม่โกรธพี่นะ” เพื่อความสบายใจองศาจึงได้เอ่ยถามขึ้น สีหน้าท่าทางของภีมภัทร์ก็ยังคงปกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย ถ้าภีมภัทร์ไม่เก็บอาการเก่งจริง ป่านนี้ชลลธีก็คงจะรู้ไปนานแล้วล่ะว่าภีมภัทร์รู้สึกกับเขามากกว่าพี่ชายคนหนึ่ง 

“ไม่ครับ”  

และคำตอบที่ออกมาจากปากของภีมภัทร์ก็ทำให้องศาคลายความกังวลลงไปได้มาก   

“พี่สัญญานะว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก พี่จะไม่จูบน้องภีม ถ้าน้องภีมไม่เต็มใจ”  

ภีมภัทร์รู้สึกว่าคำพูดประโยคนี้ขององศามันไม่ถูกต้อง จะไม่จูบถ้าไม่เต็มใจงั้นเหรอ แล้วถ้าเกิดว่าเขาเต็มใจพี่องก็จะจูบเขาอีกงั้นสิ? ไม่จริงนา ทำไมจู่ๆถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังโดนจีบเลยล่ะ  

หลังจากที่ทิ้งคำพูดให้ภีมภัทร์ได้คิดฟุ้งซ่านเล่น องศาก็หายแวบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวลงมือทำอาหารเย็นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ และในตอนนั้นแสงหน้าจอโทรศัพท์จากในกระเป๋าเป้ของภีมภัทร์ก็สว่างวาบขึ้น สายเรียกเข้าดังขึ้นอย่างเงียบๆปราศจากคนได้ยินเพราะเจ้าของเครื่องดันตั้งระบบสั่นเอาไว้ตั้งแต่ตอนทำงาน 

ครืด..  

“ทำไมถึงไม่รับสาย นี่มันเวลาเลิกงานแล้วนี่หว่า” ขอบคุณบ่นพึมพำระหว่างเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของภีมภัทร์ ในมือของเขามีของกินติดไม้ติดมือมาด้วย ทันทีส่งพระพายขึ้นแท็กซี่เสร็จชายหนุ่มก็รีบออกไปซื้อของโปรดเพื่อจะมาเอาใจภีมภัทร์โดยเฉพาะ   

บรรยากาศในระหว่างการทำอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งองศาทั้งภีมภัทร์ต่างฝ่ายต่างก็ก็ไม่ได้รื้นฟื้นเรื่องจูบขึ้นมาให้ทำตัวไม่ถูกกันอีก และนี่ก็เป็นการเข้าครัวที่นับครั้งได้ของภีมภัทร์ องศาจึงได้มอบหมายให้เขาช่วยล้างผัก หั่นหัวหอม ซึ่งเป็นอะไรที่ง่ายมากๆ แต่สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยคิดที่จะเข้าครัวทำอาหารเองอย่างภีมภัทร์กลับมืดแปดด้าน เขายืนเก้ๆกังๆพิจารณาหัวหอมอยู่สักพักก่อนที่จะหันไปถามองศาด้วยแววตาที่ใสซื่อ  

“หัวหอมหั่นยังไงครับ”  

องศาเป็นคนที่ค่อนข้างจะใจเย็น อะไรที่ภีมภัทร์ทำไม่เป็นเขาก็จะค่อยๆบอกค่อยๆสอนเพื่อให้อีกฝ่ายได้เข้าใจก่อนที่จะลงมือปฏิบัติจริง 

“หัวหอมใหญ่มันจะหั่นยากนิดหนึ่ง ถ้าไม่ระวังจะทำให้แสบตาได้ ก่อนอื่นนำมีดที่จะใช้หั่นไปแช่ในน้ำก่อน แล้วก็ควรนำมีดไปจุ่มที่น้ำบ่อยๆในขณะที่หั่น เพราะน้ำจะเป็นตัวดูดซับสารจากหัวหอมที่ทำให้เราแสบตาได้” องศาอธิบายพร้อมกับสาธิตวิธีให้กับภีมภัทร์ หากในอนาคตภีมภัทร์คิดอยากจะทำอาหารกินเองจะได้ทำเป็น ทักษะเล็กๆน้อยๆมีติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย “น้องภีมลองทำดูนะ”  

“ครับ” ภีมภีทร์ลองทำตามขั้นตอนที่องศาได้บอกไว้ ในตอนแรกอาจจะยังไม่คล่องมือเท่าไหร่ แต่พอทำได้แล้วก็ชักจะเริ่มสนุกขึ้นมา “แบบนี้ใช้ได้ไหมครับ”  

ภีมภัทร์ชี้ไปยังหัวหอมที่เพิ่งจะหั่นเสร็จให้องศาดู แม้จะดูไม่สวยงามเท่ากับคนที่เขาทำเป็นแล้วแต่ก็ไม่ถึงกับแย่ไปเสียทีเดียว  

“ใช้ได้แล้วล่ะ แต่พี่ขอสับละเอียดกว่านี้อีกนิด เพราะว่าจะใส่สปาเก็ตตี้น่ะ”  

“ได้ครับ” ภีมภัทร์รับคำสั่งแล้วลงมือสับหัวหอมให้ละเอียดตามที่องศาต้องการ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยทำมาก่อนแต่ภีมภัทร์ก็มีความตั้งใจมากๆ และเสน่ห์ของเขาก็อยู่ที่ความตั้งใจจริงนี่แหละ องศาแอบลอบมองใบหน้ามุมข้างของภีมภัทร์อยู่หลายครั้ง ยิ่งได้มองก็ยิ่งรู้สึกว่าคนคนนี้มีอะไรที่น่าสนใจหลายอย่าง 

 ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหัวใจตอนนี้เรียกว่าความรักเขาคงตกหลุมรักภีมภัทร์ยากที่จะถอนตัวแล้วล่ะ 

“ในที่สุดก็เสร็จสักที” ภีมภัทร์มองอาหารที่ถูกจัดวางลงบนบนโต๊ะด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายคู่นั้นฉายแววดีใจหลายส่วน องศาเห็นแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้   

“คงหิวแล้วล่ะสิ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดูสุดขีด ภีมภัทร์จึงได้พยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับเสียงท้องร้องที่ดังจ๊อกๆ   

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ขอบคุณก็ยังคงยืนรอภีมภัทร์อยู่ที่เดิม เขารอให้ภีมภัทร์กลับมาอย่างร้อนใจแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็น ในขณะที่กำลังตัดสินใจว่าจะออกไปตามหา ประตูห้องถัดจากห้องของภีมภัทร์ไปก็เปิดกว้างออก ก่อนที่จะปรากฏร่างของคนที่ขอบคุณกำลังยืนรอมานับชั่วโมง 

 

TBC 

เอาแล้วๆ จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าน้าาา แล้วมาติดตามกันต่อในตอนต่อไปค่ะ ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์กันด้วยนะคะ ^^ รักและคิดถึงอยู่เสมอค่าาา  

ความคิดเห็น