facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 25 อัญมณีหิมะคู่รัก

ชื่อตอน : บทที่ 25 อัญมณีหิมะคู่รัก

คำค้น : นิยายรัก รักแท้ รักโรแมนติก รักแรกพบ แอบรัก รักวัยรุ่น มีรัก รักเดียวใจเดียว วิศวะ หนุ่มวิศวะ หมอ แพทยน์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 365

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 อัญมณีหิมะคู่รัก
แบบอักษร

 

อาจารย์ธาวินบอกกับอิงดาวว่าวันนี้เป็นวันครบรอบการคบกัน 3 ปี ในวันพิเศษเช่นนี้ เขาจึงพาไปเที่ยวทะเลตามที่ได้สัญญากันเอาไว้ คงจะเป็นมนต์วิเศษที่หล่อนใช้แต้มบุญแลกมา จิตใต้สำนึกของเขาจึงคิดว่าหล่อนเป็นแฟน

กว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงจังหวัดชลบุรีก็เลยเวลาอาหารเที่ยงแล้ว อาจารย์ธาวินจึงพาอิงดาวพักรับประทานอาหารเที่ยงกันที่อ่างเก็บน้ำบางพระ ในอำเภอศรีราชา เพราะพื้นที่บริเวณรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ตลอดเส้นทาง

ทั้งคู่นั่งบนเสื่อใต้ต้นไม้ใหญ่บนเนินหญ้า กินของคาวหวานจากตระกร้าปิกนิก เมื่อหนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อย พลขับอย่างอาจารย์หนุ่มก็ถือวิสาสะเอนกายลงนอนหนุนตักของคนรัก

อิงดาวเฝ้ามองรูปหน้าคมคาย หลับตาพริ้ม จมูกโด่งเป็นสันโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของบุรุษพี่แสนสง่า ริมฝีปากบางเม้มสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ยิ่งมองเธอก็ยิ่งพบว่ารักเขามากขึ้นเรื่อย ๆ รักจนไม่สามารถหักห้ามใจได้

– เหตุใดการเจอกันแค่ครั้งเดียวจึงทำให้เธอรักเขาได้มากมายถึงเพียงนั้น - นี่เป็นคำถามที่มักจะผุดขึ้นมาในใจหล่อนเสมอ และเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ

 

คิ้วดกดำของอาจารย์หนุ่มย่นเข้าหากัน เจ้าของตักนุ่มจึงใช้นิ้วเรียวของตนกดนวดเบาที่หว่างคิ้วเขาเบา ๆ เพื่อคลายความกังวลนั้น เธออยากจะคอยดูแลและห่วงใยเขาไปทั้งชีวิต แบ่งปันทุกข์สุขตลอดไป แต่สุดท้ายกลับทำได้เพียงแค่เฝ้ามอง และอีกไม่นานเวลาของเธอที่จะได้ใกล้ชิดเขาเช่นนี้กำลังจะหมดลง

คนที่คล้ายจะหลับอยู่ฉวยเอามือนิ่มมาจุมพิต จากนั้นก็นำมันมาวางที่หน้าอกข้างซ้ายของตน

"พี่ธาวินกังวลเรื่องงานอยู่หรือคะ"

เสียงใส ๆ ดุจระฆังแก้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย การที่เธอใช้เวทมนต์ชักนำเขามาในวันนี้จักทำให้เขาเสียการเสียงานหรือไม่ และก่อนที่เธอจะตำหนิตัวเองไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นทั้ง ๆ ที่เขายังหลับตาว่า

"เปล่าครับ พี่กำลังคิดเรื่องของเราต่างหาก"

 

"เรื่องของเรา มีอะไรให้กังวลคะ"

อิงดาวเอียงคอถาม มือของเธอที่วางลงบนหน้าอกของเขา รับรู้ได้ถึงแรงเต้นของหัวใจที่อยู่ภายใต้กล้ามเนื้อแกร่งนั้น มันเต้นรัวแรงเหมือนกันกับเธอ

 

"พี่แค่คิดว่า ไม่ง่ายเลยกว่าเราจะได้รักกัน และได้อยู่ด้วยกันเช่นวันนี้"

คำตอบของเขาดังสะเทือนเข้าไปในใจหล่อน ริมฝีปากบางจึงหลุดคำออกมาผะแผ่วว่า   

"ใช่ค่ะ. ไม่ง่ายเลย"

กว่าที่เธอจะมีวันนี้ ต้องแลกมาด้วยแต้มบุญทั้งหมด จนไม่อาจจะเกิดเป็นมนุษย์ได้อีกแล้ว. อิงดาวรีบปาดน้ำตาออกจากแก้ม ก่อนที่มันจะหยดลงบนใบหน้าชายคนรัก

"ไม่เอาดีกว่า เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ พี่ธาวินไปเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นตั้งนาน เล่าให้ฟังหน่อยสิคะเป็นไงบ้าง"

หล่อนเปลี่ยนเรื่องพูดเพราะไม่อยากให้เวลาที่เหลืออยู่อันน้อยนิด ต้องจ่มอยู่กับความเศร้าหมอง

 

"คืนนี้พระจันทร์สวยนะ"

 

"คะ"

อิงดาวไม่เข้าใจ ตอนนี้เพิ่งบ่ายแก่ ๆ พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะลับขอบฟ้า เหตุใดเขาบอกว่าพระจันทร์สวย

 

"ที่ประเทศญี่ปุ่น หากหนุ่มหรือสาวคนไหน อยากบอกรักคนที่เราแอบรักแต่ไม่กล้าบอกรักตรง ๆ ให้พูดว่า - คืนนี้พระจันทร์สวยนะ- ถ้าคนที่เรารัก รักเราเหมือนกัน เขาก็จะตอบกลับมาว่า - พระจันทร์สวยมาตั้งนานแล้ว- "

 

"อ่อ"

อิงดาวอมยิ้มพยักหน้าเบา ๆ  แปลกดีเหมือนกันที่นำเอาความสวยของพระจันทร์มาเป็นคำบอกรัก

 

"แต่ถ้าหากคนนั้นไม่ได้รักเราตอบกลับ เขาก็จะตอบว่า - ไม่เห็นจะสวยเลย-   แล้วอิงดาวละครับจะตอบพี่ว่าอย่างไร"

ชายหนุ่มถามพลางลุกขึ้นสบตาหวานฉ่ำของหญิงอันเป็นที่รัก

 

"พระจันทร์สวยมาตั้งนานแล้ว"

เสียงใส ๆ ตอบโดยไม่ละสายตาไปจากเขาแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

"ใช่ พระจันทร์สวยมาตั้งนานแล้ว"

ฝ่ามือใหญ่ประคองพวงแก้มนิ่มสีชมพูระเรื่อของหญิงสาว ดวงตาคมสบกับดวงตาของหญิงสาวเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูด ความรักที่มีต่อเธอมันท่วมท้นหัวใจเขาเหลือเกิน

 

อิงดาวเบือนหน้าหลบหันไปอีกทาง ด้วยความเขินอายสุดประมาณ สายตาของอาจารย์หนุ่มร้อนแรงมากเกินไปจวนเจียนจะทำให้เธอหลอมละลายอยู่แล้ว

"อิงเคยเห็นเขาพูดกันว่า ภูเขาไฟฟูจิสวยมาก ตัวของมันเป็นสีน้ำเงินเข้มและมักสวมหมวกสีขาวจริงไหมคะ"

เธอหาพูดเพื่อหลีกเลี่ยงความอาย

 

"ใช่ ฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นภูเขาที่สวยและมีเอกลักษณ์มาก ดังนั้น เราจะเห็นภาพภูเขาลูกนี้ในโปสการ์ดบ้าง แสตมป์บ้าง หรือตราสินค้าที่ผลิตโดยประเทศญี่ปุ่นออกมาเยอะมาก จนแทบจะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้"

 

"ว้าว ขนาดนั้นเลยเหรอคะ อิงดาวอยากเห็นภูเขาไฟภูจิจังเลยค่ะ"

 

"อยากเห็นเหรอ ขยับมาใกล้ ๆ สิ เดี๋ยวพี่จะให้ดูภูเขาไฟภูจิ"

 

"จริงเหรอคะ พี่ธาวินพกภาพ มาด้วยหรือคะ"

หญิงสาวเบิกตากว้าง ด้วยความตื่นเต้น ขยับเข้าไปนั่งชิดกับชายหนุ่ม

ธาวินนั่งซ้อนข้างหลังอิงดาว พลางโอบเธอจากข้างหลังให้ร่างบางนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมอก จากนั้นก็ประคองมือเรียวทั้งสองข้างไว้ในฝ่ามือใหญ่ แล้วเอ่ยขึ้นว่า

"ไม่ใช่ภาพ แต่จะให้ดูภูเขาไฟฟูจิของเราต่างหาก"

อาจารย์ธาวินประคองมือเล็กไว้ในอุ้งมือ จากนั้นก็ทำให้หล่อนกำเข้าหากันเหลือไว้เพียงนิ้วชี้กับนิ้วโป้งทำเป็นรูปตัวแอล แล้วค่อย ๆ เคลื่อนตัวแอลทั้งสองข้างเข้าหากันให้เป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วยกขึ้น

“นี่ไงคะ ภูเขาไฟฟูจิของเรา อิงลองดูสิครับสวยไหม”

เขากระซิบหน้าแก้มเนียน

 

“สวยมากเลยค่ะ”

อิงดาวมองดูนิ้วที่ทำเป็นรูปสามเหลี่ยม ชูขึ้นสูงจนทาบทับกับสีของท้องฟ้า เมฆสีขาวอยู่บนปลายยอดของมัน ส่วนฐานของสามเหลี่ยมเป็นสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้าสดใส เธอมองดูมันด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ

“แล้วที่ญี่ปุ่นมีอะไรอีกคะ”

เสียงใส ๆ เอ่ยถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น ชาตินี้เธอบุญน้อยนักคงไม่มีโอกาสได้ไปเห็นด้วยตนเอง แต่เธอก็ปรารถนาอยากจะเห็นความงามของโลกใบนี้ให้มากที่สุดก่อนตาย

 

“พี่เรียนที่ฮอกไกโดอยู่หลายปี ที่นั่นในฤดูหนาวจะหนาวมาก เพราะเป็นดินแดนแห่งหิมะ ช่วงเดือนพฤศจิกายนหิมะก็เริ่มโปรยปราย ไม่นานนักทั้งเมืองก็ขาวโพลนไปด้วยหิมะ”

ดวงตาคมกริบแฝงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมกอด แววตาของเธอกระจ่างใสบริสุทธิ์ ร่างบอบบางทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยน จนเขาอยากจะทะนุถนอมไปจนชั่วชีวิต เขาจุมพิตลงที่ผมนุ่มดุจแพรไหมของเธอด้วยความรักใคร่ ก่อนจะเล่าต่อไปว่า

“ถ้าเราโชคดีก็จะได้เห็นปรากรณ์เกล็ดหิมะอัญมณี ที่เกิดจากเกล็ดหิมะละอองเล็ก ๆ จำนวนมหาศาลร่วงลงสะท้อนเข้ากับแสดงแดดยามพลบค่ำ หรือยามเช้าตรู่ เมื่อแสงแดดอ่อน ๆ สะท้อนกับเกล็ดหิมะก็จะเกิดแสงประกายระยิบระยับราวกับอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยาย”

 

“ว้าว มันคงจะเป็นภาพที่สวยมาก ๆ เลยใช่ไหมค่ะ”

เสียงใส ๆ ของหล่อนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น จนเขาออกปากสัญญาออกไปว่า  

“หลังจากที่เราแต่งงานกัน พี่จะพาไปฮันนีมูนที่ประแทศญี่ปุ่น ไปดูหิมะ ดูซากุระ ปีนภูเขาฟูจิกันดีไหม พี่จะลางานยาว ๆ สักเดือนหนึ่งเพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับอิงดาวนาน ๆ”

 

คำพูดของเขาทำให้ก้อนแข็ง ๆ ไหลขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนที่น้ำใส ๆ จะเอ่อล้นขึ้นมาที่ดวงตาของหญิงสาวจนรู้สึกร้อนผ่าวทั้งกระบอกตา ผู้ชายที่ลมหายใจเข้าออกเป็นงาน ในวันนี้เขากลับให้สัญญาว่าจะลางานเพื่อให้ได้อยู่กับเธอ อิงดาวรู้สึกดีใจ และเศร้าใจในเวลาเดียวกัน เพราะเธอคงไม่มีโอกาสได้แต่งงานกับเขา เธอรีบกะพริบตาเพื่อซ่อนน้ำตาเอาไว้ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า

“ขอบคุณมากค่ะพี่ธาวิน อิงคงจะไม่มีวาสนาได้ไปไกลถึงเพียงนั้น แค่วันนี้ได้อยู่กับพี่ธาวินก็ดีใจมากแล้ว”

ท้ายประโยคแผ่วเบาจนอาจารย์หนุ่มแทบจะไม่ได้ยิน อีกทั้งเขายังมองไกลออกไปเพื่อหาบางสิ่งบางอย่าง และเมื่อพบในสิ่งที่พอจะเป็นไปได้เขาจึงรีบบอกว่า

“เอ๋ ถ้าพี่สามารถเนรมิตหิมะให้สาวน้อยของเราได้ได้เชยชม พี่จะได้รางวัลไหมนะ”

ดวงตาของธาวินมีประกายเจิดจ้า คล้ายหนุ่มน้อยวัยแรกรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งรัก และลุ่มหลง

 

“พี่ธาวินอยากได้อะไรเป็นรางวัล อิงดาวจะให้หมดเลย”

 

“เดี๋ยวพี่มา”

 

จากนั้น อาจารย์หนุ่มก็เดินหายลับไปไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับร่ม 1 คัน เขายื่นมือออกมาข้างหน้าเพื่อให้อิงดาวจับพยุงตนเองลุกขึ้นยืนตรงหน้าเขา เมื่อดวงตาประสานกัน เสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า

“อัญมณีหิมะสำหรับเจ้าหญิงของผมครับ”

สิ้นคำร่มที่เขาชูขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขาทั้งคู่ก็กางออก กลีบดอกโมกสีขาวทั้งเล็ก ทั้งบางก็พรั่งพรูร่วงลงมาราวกับสายฝน อิงดาวเบิกตากว้างอย่างรู้สึกอัศจรรย์ใจ

สองร่างแนบชิดกันภายใต้ร่มคันเดียวกัน ท่ามกลางกลีบดอกไม้สีขาวเล็ก ๆที่โปรยปรายลงมา โอบอ้อมทั้งคู่เอาไว้ราวกับว่าอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

“เจ้าหญิงของพี่จะให้อะไรเป็นรางวัลสำหรับการเนรมิตหิมะสวย ๆ ให้”

เขาเอ่ยทวงรางวัลแววตากรุ่มกริ่ม อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

อิงดาวมองสบตาเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี หล่อนประคองแก้มทั้งสองข้างของเขาไว้ในมือนุ่ม จากนั้นก็เขย่งเท้า แตะริมฝีปากนุ่มลงบนริมฝีปากของอาจารย์หนุ่ม

 

เสี้ยววินาทีนั้นฝ่ามือใหญ่ข้างที่เหลือของเขาก็โอบรอบเอวหญิงคนรัก วงแขนแกร่งรั้งร่างบางให้เข้าประชิดแผงอกกว้าง จากนั้น เขาก็ใช้ปลายลิ้นอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไล้ไปตามริมฝีปากหวานของเธอ เหมือนกับว่าเขาได้ค้นพบสิ่งที่หัวใจค้นหามาเนิ่นนา ยิ่งลิ้มลองเขาก็ยิ่งลุ่มหลงเธอมากขึ้น เมื่อกลีบปากบางเผยอออกเขาก็แทรกปลายลิ้นอุ่นซ่านเข้าไปในโพลงปากหวาน

อิงดาวรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงทั้งเขาและเธอ ลมหายใจติดขัด ยิ่งเขาจุมพิตดูดดื่มโหยหามากเท่าไหร่ แขนขาของเธอยิ่งอ่อนแรงมากขึ้นเท่านั้น เหมือนรอบกายเต็มไปด้วยสีขาวโพลนพร้อมกับมีแสงเปล่งประกายระยิบระยับ นี่ใช่หรือไม่ที่เขาเรียกว่า อัญมณีหิมะของคู่รัก 

 

………………………………………………….

 

ธาวินจึงขับรถพาอิงดาวมุ่งหน้าสู่รีสอร์ทชื่อดังที่มีหาดทรายเป็นส่วนตัว ตะวันอ่อนแสงลงมากแล้วเขาจึงปิดแอร์ และลดกระจกลงเพื่อรับลมธรรมชาติด้านนอก อิงดาวจึงเอาคางเกยกับขอบประตูรถมองทิวทัศน์ข้างทางที่เปลี่ยนไปเลื่อย ๆ เธออยากจะเก็บทุกภาพบนโลกใบนี้ ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกแล้ว

แสงแดดกระทบเจดีย์ทองบนยอดเขาเกิดประแสงเจิดจ้า ภาพนั้นกระทบดวงตาของหญิงสาว จนเธออดไม่ได้ที่จะชี้ให้พลขับจำเป็นดู

“พี่ธาวินคะ มีเจดีย์อยู่ตรงนู้นด้วยค่ะ”

 

“อ่อ จริงด้วย พี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีวัดอยู่บนภูเขาลูกนั้นด้วย”

เขาเหลียวมองดูเพียงแวบเดียว ก็กลับไปจับจ้องที่ถนนเช่นเดิมด้วยความระมัดระวัง

 

“เราแวะไหว้ที่วัด กันก่อนดีไหม”

อิงดาวออกปากชวนเขา โดยหวังว่าอย่างน้อยได้กราบพระร่วมกันในวันนี้ อาจจะส่งผลทำให้เธอได้พบกับเขาในชาติหน้าอีกก็เป็นได้ แม้เพียงเดินผ่านกัน ก็ยังดีกว่าแคล้วคลาดกันตลอดไป

 

“ได้ครับ”

เสียงทุ้มตอบรับด้วยความอ่อนโยน

 

………………....................…………

 

 

....จัตตาโร.. 

 ธัมมาวัฑฒันติ... 

.... อายุ วัณโณ สุขัง พลัง..... 

 

หลังจากถวายสังฆทานแก่พระเรียบร้อยแล้ว พระท่านก็สวดให้พร เมื่อสิ้นเสียงสวดทั้งคู่ก็พนมมือขึ้นจรดกลางหน้าผาก แล้วก้มกราบสามครั้ง

อิงดาวเงยหน้าขึ้น พระที่ให้พรเมื่อสักครู่ก็เอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น

“หยุดเถอะนะโยม อย่าฝืนชะตาอีกเลย หากโยมหยุดตอนนี้ บุญที่มียังพอเหลืออยู่ให้หนุนนำโยมได้เกิดเป็นมนุษย์ได้อีกครา”

 

เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวขนลุกซู่ไปทั้งตัว พระท่านรู้ได้อย่างไร ความหวาดกลัวแล่นจับขั้วหัวใจจนเธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง เธอกลัวว่าอาจารย์ธาวินจะรู้ความจริง เธอจึงรีบหันไปมองเขา

“เอ๊ะ”

หญิงสาวอุทานออกมาเมื่อพบว่า ชายหนุ่มนั่งนิ่งคล้ายกับหุ่นขี้ผึ้งตัวหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าพระประธาน

 

“เขาไม่รับรู้อะไรหรอกโยม มีเพียงโยมกับอาตมาเท่านั้นที่ได้ยิน อาตมาอยากมาเตือนให้โยมได้สติ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินแก้”

พระท่านเอ่ยต่อ เสียงของท่านนั้น เหมือนเสียงที่อิงดาวเคยได้ยินมาก่อน แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า เสียงเรียบเย็นเช่นนี้คือเสียงที่คอยมาเตือนหล่อนเมื่อครั้งยังมีชีวิตนั่นเอง

 

“อะไรคือสายเกินแก้คะ อิงแค่อยากอยู่กับคนที่อิงรัก แม้ว่าจะเป็นเวลาอันน้อยนิดก็ตาม”

อิงดาวตอบไปอย่างใจนึก ผิดหรือที่เธออยากจะอยู่คนที่ตนรัก

 

“โยมอย่าหลงเดินทางผิดอีกเลย เจ้าทั้งสองไม่มีวาสนาต่อกันอีกแล้ว ยิ่งรั้งเขาเอาไว้ ก็เป็นโยมเองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน โยมจะยอมเสียสละกายมนุษย์เพียงเพื่อโลกีย์สายหนึ่งเท่านั้นหรือ”

 

“อิง  อิง”

ปากบางสั่นระริก น้ำตาเอ่อล้นออกมาเป็นสาย เธอทราบดีแก่ใจ ชาตินี้หล่อนไม่มีวาสนาได้เคียงคู่เขา แต่เธอก็ตัดใจไม่ได้ ยิ่งพยายามหักห้ามใจหล่อนยิ่งเจ็บปวด

พระท่านหลับตาลง คล้ายไม่อยากเห็นภาพโศกาตรงหน้า น้ำเสียงเรียบเย็นจึงเอ่ยขึ้นว่า

“อาตมาจะพาคุณโยมไปให้เห็นกับตาตนเอง ว่าในอดีตชาตินั้นเคยผิดพลาดเช่นใด เพื่อว่าโยมตัดใจละกิเลสได้”

สิ้นคำเรียบเย็นนั้น ก็เกิดแสงสว่างจ้า ร่างของอิงดาวเหมือนจะถูกดูดเข้าไปอยู่ในอีกภพหนึ่ง

 

 

 

..................................... จบตอน..........................................

 -------> กติกาอ่านฟิน ๆ จนจบเรื่อง <-------- 

1. หลังการอัพเดท 1- 24 ชม. ไรท์ จะเปิดให้อ่านฟรี

(ซึ่งอาจจะเป็น 1 ชม. แล้วติดเหรียญทันที หรือปล่อยไว้สัก 24 ชม. ค่อยมาติดเหรียญ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ติส ๆ ของไรท์ 5555++++ ดังนั้น ไม่อยากพลาดอ่านฟรี กดไลค์ กดติดตาม เก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นะคะ)

2. ไรท์เขียนสด แล้วลงให้อ่านรายตอนทันที ดังนั้น เนื้อหาในนี้จะสดใหม่ ไม่มีการพิสูจน์อักษร หรือขัดเกลาใด ๆ ทั้งสิ้น (โปรดเข้าใจนะคะ)

3. ระหว่างที่ E-Book ยังไม่ออก ไรท์จะติดเหรียญเบา ๆ เป็นค่าน้ำชา 55555++++ ดังนั้น ใครตามมาอ่านทีหลังยังสามารถตามเก็บจนจบเรื่องได้

4. เมื่อ E-Book วางจำหน่ายแล้ว ไรท์จะอัพราคาเหรียญทุกตอนให้ใกล้เคียงกับราคา E-Book ซึ่งงจะติดเหรียญแบบมหาโหดมาก (ไรท์เตือนแล้วนะ 555555+++++)

ดังนั้น ไม่อยากพลาด "ของดี ของฟรี ของถูก" ***กดติดตาม เก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นร่า*** 

***สำหรับใครทีชอบงานละเอียด งานสวย มีการจัดแต่งและพิสูจน์อักษรเรียบร้อย รอสอย E-Book นะคะ*** 

^___________^

รักคนอ่านทุกท่านค่ะ ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมาค่ะ 

ความคิดเห็น