facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 5 : ข้อสันนิษฐาน

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 5 : ข้อสันนิษฐาน

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 5 : ข้อสันนิษฐาน
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 5 : ข้อสันนิษฐาน 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           “เพราะผมเหรอ ?” ผมเลิกคิ้วใส่ไม่เข้าใจคำพูดของแม่นัก ปกติผมเป็นมิตรกับเหล่าสัตว์น้ำ แต่ด้วยสัญชาตญาณบางครั้งก็ทำให้พวกมันไม่ค่อยเข้าใกล้ ยิ่งตอนอยู่ที่บ้านแทบไม่มีสัตว์น้ำชนิดไหนกล้าย่างกราย พวกมันหวาดกลัวสัตว์ที่ใหญ่กว่าตน

 

           ทว่านี่มันกลับเฝ้ารอไม่สนใจที่พวกพี่ผมกลายร่างไล่ แปลว่ามันถูกดึงดูดด้วยอะไรบางอย่าง

 

           จะว่าผมสั่งให้พวกมันมาก็เป็นไปไม่ได้ ผมคุยกับสัตว์น้ำได้ก็จริง แต่การที่สั่งพวกมันขณะที่หลับอยู่เป็นไปไม่ได้ ผมไม่ใช่เทพเจ้าที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย และทุกครั้งที่ผมเรียกให้พวกมันมาหาตัวเองได้...

 

           ก็เพราะผมซ่อนสัญชาตญาณสัตว์ร้าย ใช้แต่ด้านที่เป็นมนุษย์เข้าหามัน

 

           มันอาจฟังดูแปลก แต่ผมใช้วิธีนั้น มันเหมือนกับเราสื่อจิตใจกัน

 

           ซึ่งผมไม่คิดว่าตัวเองทำแบบนั้นตอนที่ถูกช่วยขึ้นมาจากทะเล

 

           “ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด พวกมันจะมาอยู่เฝ้าผมทำไมกัน”

 

           “ตอนแรกพ่อคิดว่าพวกมันเป็นห่วงลูก แต่พอลองสื่อจิตใจกลับพบว่าพวกมันเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากล่า” พ่อดายตอบกลับมา “มันเหมือนถูกล่อด้วยอะไรบางอย่างให้บุกรุกเข้ามา คล้ายกับการเทเลือดเพื่อล่อฉลาม”

 

           “หรือมันมาเพราะคิดว่าผมจะตายกัน”

 

           “ลูกรัก”

 

           “พวกตัวเล็กพวกนั้นย่อมอยากกินสัตว์ใหญ่ที่แพ้พ่ายตน” ผมพูดตามทฤษฎี นักล่ามักถูกดึงดูดด้วยความอ่อนแอของเหยื่อเสมอ อย่างวาฬที่พ่อดีแลนชอบกิน เพราะเขารู้ว่ามันสู้เขาไม่ได้เลยจัดการ หรืออย่างพวกสิงโตหรือเสือที่โจมตีสัตว์ที่ตัวเล็กไม่ก็อ่อนแอกว่า

 

           ยิ่งเหยื่อตัวนั้นได้รับบาดเจ็บอย่างมากก็ยิ่งล่อให้นักล่ามาเอาชีวิตตน

 

           “มันอาจคิดว่าผมบาดเจ็บหนักเลยมาวนดูเพื่อรอขย้ำ”

 

           “มันไม่น่าเป็นแบบนั้น บ้านเรามีเมกาโลดอนเต็มตัวตั้งสี่คนเลยนะ มันจะกล้าขนาดนั้นเลยเหรอ” พ่อดีแลนขมวดคิ้วสงสัย “ตั้งแต่เกิดมาพ่อไม่เคยเจออะไรแบบนั้น มันฟังดูแปลกไปไหม”

 

           “แต่มันก็เป็นไปได้”

 

           “ดาย”

 

           “เหมือนตอนที่ฉันทำร้ายดีวาน” จู่ๆ บรรยากาศก็อึดอัดขึ้นมาในทันใดเมื่อพ่อดายเอ่ยชื่อคนที่จากเราไปนานมาก ดีวานคือฝาแฝดของพ่อดายที่ถูกเจ้าตัวฆ่าตายไปเมื่อนานแสนนาน เหตุการณ์นั้นสะเทือนใจพ่อมากเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจแต่ด้วยสัญชาตญาณในร่างทำให้ห้ามตัวเองไม่ได้ “ตอนนั้นฉันก็คิดว่าเขาอ่อนแอกว่าเลยจู่โจม”

 

           “มันไม่เหมือนกันนะพี่ ตอนนั้นดีวานไม่ได้บาดเจ็บด้วยซ้ำ”

 

           “แต่หมอนั่นก็ปลดปล่อยสัญชาตญาณของฉลามมาท้าทายเหมือนกัน”

 

           “…”

 

           “ซีน่อนอาจเป็นแบบเขา”

 

           “ไม่...”

 

           “แค่แตกต่างเพราะยีนส์พวกเราสามคน” ผมพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด ยอมรับว่างุนงงและตามไม่ค่อยทัน ส่วนนึงมาเพราะผมเพิ่งฟื้นจากอาการแปลกๆ นั่นเลยทำให้สมองประมวลได้ยาก ที่แน่ๆ คือผมกับลุงดีวานอาจมีบางอย่างเชื่อมโยงกัน “ตอนนั้นถ้าไม่ถูกกระตุ้น ดีวานก็ไม่ปล่อยสัญชาตญาณฉลามเหมือนกัน มีสิทธิ์ที่ซีน่อนจะได้ส่วนนั้น มันอาจเป็นกรรมพันธุ์จากฉัน”

 

           “เรายังพูดเรื่องนั้นไม่ได้เต็มปากนะดาย” คราวนี้แม่เป็นคนขัด “เพราะตอนท้องเขาผมก็เสียลูกไปคนนึงเหมือนกัน”

 

           “โซล เรื่องนั้น...”

 

           “ไม่เป็นไรโนเอล ผมพูดได้” แม่ปรามอาที่เอ่ยขัด “มันมีสิทธิ์ที่ซีน่อนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนั้น”

 

           “คุณพูดแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้ผมคิดว่าตัวเองผิดสินะ”

 

           “คุณไม่ผิดทูนหัว ผมเชื่ออย่างนั้นและคุณต้องเชื่อตาม” แม่พูดอย่างจริงจังมาก “เลิกโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเองสักที คุณไม่ได้เป็นแบบนั้น”

 

           “ผมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรโซล”

 

           “ผมก็รู้ดีเพราะผมดูแลพวกคุณสองคนมาเหมือนกัน”

 

“ที่รัก”

 

“และในฐานะคนรัก ผมขอสั่งห้ามไม่ให้คุณโทษตัวเอง พวกคุณทั้งสองคน” แม่ชี้หน้าพ่อทั้งสองเป็นการสั่งพาให้พวกเขาหลุบตาต่ำหนีกันไปจนหมด “ถ้าจะมีใครผิดคนนั้นก็คือผม ผมเป็นคนอนุญาตให้เซลีนเข้ามา”

 

“ไม่โซล ผมสิผิดที่พาเธอมา”

 

“อาครับ”

 

“ผมไว้ใจคนผิดเอง” อาที่เงียบไปนานพูดขึ้น ผมเห็นความเสียใจในดวงตาคู่นั้น ส่งผลให้แม่เม้มปากเบาๆ คล้ายเห็นใจกัน “ทั้งที่ผมรู้ว่าตอนจบมันจะเป็นแบบไหน ผมก็ยังพาเธอมา คิดแค่ว่าเราอาจเค้นความจริงจากเธอได้เพราะเธอไม่ได้มีทางเลือกมากเช่นกัน”

 

“โนเอล”

 

“ผมมองว่าเธอเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ เราพยายามมาหลายปีมากในการค้นหาตัวเจมส์ให้เจอและเธอก็น่าจะช่วยได้” อาถอนหายใจก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ข้างๆ ผม “ถ้าผมรู้ว่ามันจะทำให้พวกคุณต้องมาวุ่นวายและซีน่อนเกือบตาย ผมจะไม่ยุ่งกับเธอเลยสาบานได้”

 

“ผมรู้ว่าคุณหวังดีโนเอล ผมรู้เสมอว่าคุณไม่เคยคิดร้าย” แม่เอื้อมมือไปจับมือเขาไว้ “คุณคงเหนื่อยเลยไม่ทันระวังตัว พวกเราต่างก็เหนื่อยที่ต้องคอยระวังไม่ให้เจมส์พรากคนในครอบครัวเราไป คุณเองก็พยายามมาตลอดเพราะงั้นอย่าโทษตัวเองเลย ได้ยินไหม”

 

“ผมเสียใจ” อากัดปากตัวเองแน่น นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นเขาดูเจ็บปวดขนาดนี้ “ผมเสียใจมากจริงๆ”

 

“อาครับ ผมกอดอานะ”

 

“ซีน่อน” ผมโผเข้ากอดอา แนบแก้มตัวเองลงกับอกเขา ฟังเสียงหัวใจคนที่อ่อนล้าไม่ต่างกัน ผมว่าผมเข้าใจสถานะของอานะ อาแค่อยากช่วยแม่ที่พยายามหาข้อมูลเจมส์มาตลอด มองว่าเซลีนที่เป็นเพื่อนเก่าจะไม่ทรยศ คิดว่าเราคงเอาอยู่ถ้าเกิดไม่มีเรื่องผมขึ้นมา

 

เอาจริงนะ ถ้าเกิดผมไม่คลั่งในตอนนั้น เราอาจได้ความจริงจากปากของเซลีนมากกว่านี้ก็ได้ เธอกำลังจนตรอก เค้นอีกหน่อยเธอคงคายความลับออกมามากมาย

 

แต่ทำไมเธอถึงเลือกที่จะกดดันให้ผมไม่พอใจ

 

เธอมีแผนอะไร

 

เธอต้องการอะไรกันแน่ เซลีน

 

ก๊อกๆ !

 

           “ขอโทษที่ขัดจังหวะครับ”

 

           “ซีวาน”

 

           “แต่ผมอยากให้ทุกคนลงมาดูนี่หน่อย” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นรั้งให้พวกเราทั้งห้าคนหันไปมองพี่ชายคนโตที่เคาะประตูเรียกหา เขาผงกหัวให้ตามลงไปข้างล่าง ไม่วายเลื่อนสายตามาสบตาผมแล้วยิ้มออกมาบางๆ เช่นคนโล่งใจ

 

           “มีอะไรเหรอซีวาน ข้างล่างนั่นมีอะไร”

 

           “ร่างของเซลีนที่ผมวิจัย”

 

“หืม ?”

 

“เธอกำลังเปลี่ยนไป”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “หลังเธอมีครีบงอกออกมา” 

 

           “อะไรนะ ครีบเหรอ ?” เราต่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยินชนิดที่แม่ถึงกับเอ่ยถาม ซีวานจึงพยักหน้าพร้อมผงกหัวให้พวกเราลงไปดูด้านล่าง แม่กับพ่อเลยมองหน้ากันก่อนที่จะตัดสินในเดินตามพี่ชายผมลงไป ตอนแรกพวกเขาสั่งให้ผมพักผ่อนอยู่บนห้อง เสียดายที่ผมรั้นจะลงไปด้วยอาเลยมาประคองพาเดินตามหลังไป

 

           ยอมรับว่าพอลุกขึ้นเดินจะรู้สึกตึงๆ ที่กลางอกคล้ายมีแผลขนาดใหญ่ แต่ผมเลือกที่จะไม่สนใจ

 

           เวลานี้ควรโฟกัสที่ร่างของเซลีนก่อน

 

           “พระเจ้า” ผมอ้าปากค้างทันทีที่ลงมาถึง ร่างของเซลีนถูกวางไว้ที่พื้น มีผ้ามาปูรองรับไม่ให้กลิ้งไปไหน ตามตัวเธอซีดขาวคล้ายกับสีตัวของฉลามเลยถ้าผมมองไม่ผิดไปนั่นคงเป็นสัญญาณว่าเธอไร้ลมหายใจ ทว่าที่น่าสนใจคือการที่เธอนอนตะแคงแทนที่จะนอนหงาย พอมองไปด้านหลังก็จะเห็นบางสิ่งที่ซีวานบอกไว้

 

           ครีบฉลามที่งอกออกมาทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

 

           ผมกวาดตามองเธอ ที่รอบคอมีรอยช้ำเป็นรอยนิ้วที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือใคร เธอเบิกตากว้างดูออกว่าตื่นตระหนกตกใจคงไม่คิดว่าตัวเองจะตาย

 

           แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันมีบางอย่างแตกต่างออกไป

 

           “ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวเธอ” ผมพึมพำในขณะที่รอบด้านเงียบไปหมด “เธอตายแล้วจริงๆเหรอครับ”

 

           “ตามทฤษฎี เธอตาย”

 

           “…”

 

           “แต่พอเห็นสีผิวกับครีบที่งอกออกมาได้ พี่ไม่แน่ใจว่าเธอตายจริง” ซีวานว่าเสียงหนัก เขายกแขนของเซลีนขึ้นมาถือไว้ “ปกติคนตายแล้วสีผิวจะซีดลงไม่ก็อมเขียวตามระยะเวลาที่เสียชีวิต แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสีผิวของเซลีนกลายเป็นสีขาวซีดเหมือนพวกฉลามขาว”

 

“มันไม่น่าเป็นไปได้”

 

“กับคนทั่วไปคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่กับคนที่ถูกทดลองมาจะเป็นไปได้ก็ไม่แปลก” เขาตอบกลับ “นอกจากครีบที่งอกออกมา ฟันของเธอก็เปลี่ยนเป็นฟันฉลามเหมือนกัน”

 

“เหมือนเธอกำลังกลายร่างเป็นฉลามพวกนั้น”

 

“แดน”

 

“พวกที่เฝ้าเราตลอดทั้งคืน” แดเนียลที่เงียบไปนานพูดขึ้นพลางหันไปมองทะเลหลังบ้านที่ตอนนี้ดูสงบกว่าทุกวันนัก “พฤติกรรมของมันเปรียบไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ มันมารอกินอะไรบางอย่าง”

 

“ซึ่งมันได้หายไปตอนที่ซีนตื่นขึ้นมา” ซีวานเสริมทัพ “เป็นไปได้ว่าเซลีนกระตุ้นพวกมันและมีผลกับตัวนายด้วย”

 

“ปวดหัวเป็นบ้าเลย” ผมส่ายหัวไปมาพลางยกมือกุมขมับ “ผมไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้พวกเราเผชิญอะไรอยู่กันแน่”

 

“พี่ว่าเซลีนมาเพื่อกระตุ้นนายโดยใช้สัญชาตญาณในตัวเธอเอง”

 

“…”

 

“เธอคงอยากเห็นว่านายกลายร่างไม่ได้จริงไหม” ผมกัดปากแน่นยังคงไม่เข้าใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ผมไม่คิดว่าตัวเองกลายร่างนะ มันเหมือนถูกฉีกร่างด้วยอสูรกายมากกว่า “เพราะนั่นคงช่วยให้งานวิจัยของเจมส์ง่ายขึ้น ขนาดเซลีนที่ตายแล้วยังเปลี่ยนเป็นฉลามทีละนิด เขาคงคิดว่านายเองก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นแบบนี้เหมือนกัน”

 

“แต่ผมกลายร่างไม่ได้ ทุกคนก็รู้ไม่ใช่เหรอครับ”

 

“พี่ก็คิดแบบนั้นจนเห็นนายเมื่อวาน”

 

“ซีวาน”

 

“ตรงอกของนายมันตึงใช่ไหม” คำพูดนั้นทำผมเม้มปากแน่น ผมกำเสื้อตรงอกตัวเองเช่นคนกลัวว่าจะถูกเปิดโปงความลับ ทั้งที่ความจริงผมแค่กังวลที่จะเห็นมัน ผมไม่รู้ว่ามันเป็นแผลใหญ่แค่ไหน รู้แค่ว่ามันเจ็บๆ ตึงๆ เป็นพักๆ “นายยังไม่ดูมันใช่ไหมซีน”

 

“ยัง” ผมส่ายหน้า “มันตึงก็จริงแต่ผมไม่กล้าดูมัน”

 

“นายกลัวสินะ”

 

“…”

 

“แต่นายต้องยอมรับมันให้ได้นะซีน” ผมหลุบตาหนี ดูซีวานจะมีความคิดดีๆ ไม่ก็ได้คำตอบในเรื่องนี้แล้ว “ลองเปิดเสื้อนายดูสิ จะได้รู้ความจริงกัน”

 

“ผม...”

 

“แล้วพี่จะอธิบายให้นายฟัง”

 

“ไม่มีอะไรต้องกลัว” คำพูดนี้ดังมาจากปากอาโนเอลที่ประคองผมอยู่ เขายกยิ้มพร้อมยกมือมาเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าผมไปทัดหูให้ “มันไม่ได้เลวร้าย กลับกันมันจะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

 

“แล้วถ้าผมไม่ชอบตัวเองหลังรู้ความจริงล่ะ”

 

“งั้นอาจะเป็นคนรับมัน”

 

“อาครับ”

 

“ถึงเราจะกลายร่างเป็นฉลามแง่งๆ เราก็ยังเป็นเจ้าจิ๋วของอาอยู่ดี”

 

“อะแฮ่ม”

 

“หมายถึงของพวกเรา” อารีบแก้คำทันทีที่ถูกพ่อดีแลนกระแอมใส่ เขาแอบกลอกตาเหนื่อยใจเล็กน้อยซึ่งนั่นทำให้บรรยากาศดีขึ้นมานิดหน่อย ผมยิ้มขำให้เขาก่อนจะกลับมาถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ผมเองก็อยากรู้ว่าใต้เสื้อผ้านี้ สภาพร่างกายผมเป็นยังไง

 

อย่างน้อยถ้าได้เห็นเราก็จะรู้ว่าต้องแก้ปัญหาตรงจุดไหน แต่ถ้าผมไม่กล้าดู เอาแต่ปกปิดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร

 

และนั่นไม่ใช่นิสัยผมเลย

 

กึก !

 

           ผมปลดกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ดด้วยมือที่สั่นไหว ในหัวก็คิดไปต่างๆนานาว่าจะเป็นยังไงถ้าได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ ผมไม่รู้ว่ามันร้ายแรงขนาดไหน ทว่าเทียบจากเมื่อคืนมันน่าจะเป็นแผลใหญ่พอสมควร เนื่องจากผมก็จิกทึ้งตัวเองเพื่อระบายความเจ็บ อีกส่วนคือพยายามเอาสิ่งที่อยู่ในร่างออกมาข้างนอกแม้ว่ามันจะไม่ได้ผลก็ตาม

 

           ทุกคนจับจ้องมาที่ผม ต่างก็ลุ้นว่าร่างกายผมจะเป็นยังไงบ้าง ผมกลั้นหายใจแหวกเสื้อที่ปลดกระดุมจนหมดเพื่อดูผลงาน

 

           พลันก็พบเห็นรอยแผลขนาดใหญ่ตรงช่วงอก

 

           มันไม่ได้เหวอะหวะอย่างที่ผมคิด ทว่าก็ไม่ได้ดูดีอย่างที่ผมหวัง มันเป็นเหมือนแผลเป็นขนาดยักษ์ที่ตรึงรั้งบางสิ่งในตัวผมให้อยู่ในที่ของมันไว้

 

           นาทีนั้นผมกัดฟันแน่น ดึงเสื้อมาคลุมก่อนจะโผเข้าวงแขนอาไป

 

           “มันคืออะไร”

 

           “ซีน่อน”

 

           “ผมกลายเป็นอะไรเหรอครับพี่” ผมถามเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาซีวานเอาแต่หลบตาอยู่กับอกอาให้อากอดปลอบขวัญ “ทำไมแผลมันถึงใหญ่ขนาดนี้”

 

           “ร่างกายนายปฏิเสธการกลายร่างน่ะสิ”

 

           “หืม ?”

 

           “เพราะนายไม่ได้ถูกสร้างมาแบบพวกพี่ นายถูกสร้างให้เป็นมนุษย์ซีน่อน” ซีวานตอบกลับอย่างจริงจัง ผมเห็นความเศร้าในดวงตาเขา คงสงสารผมที่ต้องพบเจอเรื่องแบบนี้ “จากที่พี่เห็นนายเมื่อวาน พอนายโกรธมันเลยไปกระตุ้นบางอย่างในร่าง อาจเป็นยีนส์ฉลามที่ซ่อนตัวอยู่”

 

           ผมตั้งใจฟัง

 

           “แต่ด้วยร่างกายที่เป็นมนุษย์ นายเลยกลายร่างไม่ได้อย่างสมบูรณ์เพราะงั้นนายถึงทรมานตอนสัญชาตญาณตื่นขึ้นมา”

 

           “ตอนพวกพี่เปลี่ยนร่าง พวกพี่รู้สึกแบบนี้หรือเปล่า ?”

 

           “ฉันรู้สึกถึงแต่อิสระ” แดเนียลเอ่ยขึ้นมา “การกลายร่างมันไม่เคยสร้างความเจ็บปวดให้พวกเราเลยสักครั้งเดียว”

 

           “อื้ม” ซีวานขานรับสั้นๆ พวกพ่อก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน “แต่กับนายมันไม่เหมือนกัน ถ้านายกลายร่าง นายมีสิทธิ์ตายมากกว่ารอดนะ ซีน”

 

           “ผมไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นแบบนี้”

 

           “ซีน่อน”

 

           “ทำไมผมถึงกลายเป็นอย่างนี้”

 

           “…”

 

   “ผมไม่อยากเป็นฉลามครึ่งๆกลางๆ ไม่อยากถูกเรียกว่าของเลียนแบบเลย” 

 

           ผมเผยความเศร้าให้ได้เห็นและมันมาพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า ผมเลยซุกหน้าลงกับอกอาเพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำตามัน พวกเขาจะได้ไม่รู้สึกแย่แม้ว่ามันจะไม่ทันแล้วก็ตาม ผมไม่เคยคิดว่าการกลายร่างไม่ได้เป็นปมด้อยในชีวิตมาก่อน เพราะยังพอมีอย่างอื่นทดแทนได้

 

           แต่ถึงอย่างนั้นเวลาเห็นพ่อกับพี่เปลี่ยนร่างเป็นฉลาม มันก็อดอิจฉาไม่ได้

 

พวกเขาสามารถเล่นทะเลได้ตามอำเภอใจ สามารถว่ายไปที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องกลัวเกรง ในน่านน้ำนี้พวกเขาเป็นดั่งราชาที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย ขณะที่ผมทำได้มากสุดแค่สั่งพวกปลาให้ว่ายน้ำใกล้ๆ ตัวเองได้กับสั่งให้พวกมันหายไป

 

ความสามารถที่มีไม่เทียบเท่ากับพวกพี่เลย

 

“ไม่ใช่สักหน่อย ลูกไม่ได้เป็นของเลียนแบบ” พลันแม่ก็พูดขึ้น สีหน้าจริงจังนั่นมาพร้อมกับการดึงมือผมไปจับไว้ “การที่ลูกกลายร่างไม่ได้แปลว่าลูกมียีนส์ก็แม่เยอะไง ถ้าใครจะผิดเรื่องนี้ก็เป็นแม่ที่ทำให้ลูกเกิดมา”

 

“ไม่จริงนะครับแม่ ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นนะ” ผมรีบสวนกลับ “การได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่คือเรื่องดีที่สุดในชีวิตผม ไม่มีวันไหนเลยที่ผมคิดว่ามันแย่”

 

“งั้นจงจำไว้ว่าต่อให้ลูกจะกลายร่างเป็นฉลามไม่ได้ ลูกก็ยังมีเลือดฉลามอยู่ข้างใน”

 

“แม่ครับ”

 

“อย่าให้คนอื่นมาตัดสินว่าลูกต้องเป็นหรือห้ามเป็นอะไร นี่ชีวิตลูกซีน่อน ลูกเลือกทางเดินของตัวเองได้” แม่มองลึกเข้ามาในดวงตาผม เอื้อมมือมาจับแก้มเสริมทัพกับคำพูดผมจะได้เชื่อใจเขามากขึ้น “เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็น อย่าลังเลเพราะคำพูดใคร”

 

“แล้วถ้าเกิดผมเป็นแบบเมื่อคืนอีก จะทำยังไง”

 

“เราก็จะอยู่ช่วยลูกไง”

 

“…”

 

“พวกเราคืออิลเดนสัน และอิลเดนสันไม่ทิ้งกัน”

 

“ปาร์คเกอร์คนนี้ด้วย”

 

“อา”

 

“แฮะๆ” อาโนเอลยิ้มขำแบบเจื่อนๆ หลังโดนซีวานย่นคิ้วใส่ ก็เขาดันทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ที่แม่กำลังปลุกใจจะโดนปรามก็ไม่แปลก ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้แย่ กลับกันมันทำให้แม่ยิ้มพลางพยักหน้าให้ “พวกเราอยู่กับเราเสมอนะซีน่อน เราไม่ได้เผชิญเรื่องร้ายอยู่คนเดียวสักหน่อย”

 

“แต่ผมกลัวว่าถ้ามันเกิดขึ้นอีก ผมจะตาย”

 

“เรื่องนั้นเรายังบอกอย่างแน่นอนไม่ได้”

 

“พี่ครับ”

 

“มันก็แค่ทฤษฎี” ซีวานยักไหล่ เขาระบายยิ้มบางหวังให้ผมสบายใจขึ้น “และถ้านายไม่อยากเจ็บแบบเมื่อคืน พี่ว่าแค่หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นก็พอแล้ว นายไม่เคยเป็นแบบนี้เลยตั้งแต่เกิดมา พอเซลีนกดดันมันเลยกระตุ้นนายยังไงล่ะ”

 

“ซึ่งตอนนี้เธอก็ตายแล้วนั่นแปลว่าไม่มีอะไรต้องห่วง” แดเนียลยักคิ้วกวนประสาทให้ “แล้วก็นะพวกพี่กับทุกคนก็ไม่เคยคิดว่านายเป็นฉลามครึ่งๆกลางๆ ตรงไหน นายเจ๋งจะตาย ทุกวันนี้พวกปลายังไม่ค่อยอยากคุยกับพี่เหมือนที่อยากคุยกับนายเลย”

 

“เพราะนายมันน่ารำคาญไง พี่ยังไม่อยากคุยกับนายเลย”

 

“พี่ !”

 

“หึ” คนโตกว่ากระตุกยิ้มขบขันหากแต่กลับดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเป็นที่สุด ส่วนแดเนียลก็ขมวดคิ้วมุ่ยหันไปกอดออสติน ใช้อีกฝ่ายเป็นที่พึ่งเนื่องจากไม่มีใครเข้าข้าง พวกพ่อก็มองมาที่ผม มอบรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ยิ่งกับแม่ก็ยิ่งอ่อนโยนเข้าไปใหญ่

 

           อาเองก็ใช่น้อยที่ไหน

 

           รอยยิ้มของเขาอบอุ่นที่สุดเลย

 

           “ขอบคุณนะครับ” ผมว่าเสียงแผ่ว “ขอบคุณจริงๆ ที่ให้กำลังใจผม”

 

           “พวกเรารักลูกนะซีน ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร” แม่ยื่นหน้ามาจูบหน้าผากผมเบาๆ “ขอแค่เข้มแข็งอย่างที่แม่สอนไว้ ลูกผ่านมันไปได้อยู่แล้ว”

 

           “ผมจะพยายามนะครับแม่ ผมจะพยายามยอมรับมัน” ผมพึมพำวางมือลงบนรอยแผลผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ “แต่ผมก็อดกลัวไม่ได้ มันเจ็บปวดเหลือเกินตอนที่มันมา”

 

           “ทางที่ดีอย่างที่พี่เขาบอกน่ะซีน อยู่ให้ห่างจากสิ่งที่จะกระตุ้นมันดีกว่า” แม่ถอนหายใจช้าๆ “ไม่ใช่ว่าแม่อยากให้ลูกปฏิเสธความเป็นฉลาม แต่จนกว่าเราจะรู้สิ่งที่ต้องการ การหลีกเลี่ยงมันถือว่าดีที่สุด และมันจะดีกับลูกด้วยอย่างน้อยลูกก็ไม่ต้องเจ็บปวดกับมัน”

 

           “แต่ผมคิดว่าถ้าน้องอยู่กับเรา สัญชาตญาณฉลามของน้องอาจจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง”

 

           “หมายความว่าไงซีวาน”

 

           “ผมแค่คิดว่าให้น้องอยู่ห่างจากเราสักระยะอาจช่วยให้สัญชาตญาณสงบลง” ผมขมวดคิ้วแปลกใจที่ซีวานพูดเหมือนอยากไล่ผมไปจากที่นี่ เขาเดินขึ้นมาข้างหน้ามองหน้าผมสลับกับแม่ด้วยแววตาจริงจังชัดเจนดี “เพราะเซลีนกระตุ้นยีนส์ฉลามในร่างซีน่อนขึ้นมา เราไม่รู้เลยว่าการที่น้องอยู่กับเราช่วงนี้จะทำให้น้องกลายร่างอีกไหม”

 

           “ทำไมพูดเหมือนอยากให้น้องไปไหนล่ะซิล ถ้าน้องไปใครจะปกป้องน้องได้”

 

           “อาไงครับที่จะช่วยให้ซีน่อนปลอดภัย”

 

           “อะไรนะ...!”

 

           “และผมไม่ได้จะไล่น้องไปไหน ผมแค่อยากให้น้องพักจากเรื่องร้าย”

 

           “พี่ต้องการจะพูดอะไร”

 

           “พี่อยากให้นายย้ายไปอยู่กับอาสักพักจนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย”

 

           “!!!”

 

           “พี่เชื่อว่าอาจะช่วยให้นายกลับมามีความสุขได้ ซีน :)” 

 

ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยเด้อ* 

LOADING 100 PER 

พลิกแพลงแพลงพลิก สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป :) 

ข้อสันนิษฐานที่พูดไปเป็นไปตามหลักการที่เรียนมา 

แต่ความเป็นจริงมีอะไรที่ลึกกว่า ไม่ใช่แค่จากตำรา 

มันยังมีเรื่องของปัจจัยและสัญชาตญาณ 

ในเกมนี้ต้องคิดให้หมดทุกทางไม่งั้นทางรอดจะมีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น 

นั่นคือตายโดยไม่ต้องฝ่าฟัน แต่ต้องทุกจ์ทรมานยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว