ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 02.. จอง ฮารัม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2564 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02.. จอง ฮารัม
แบบอักษร

 

 

โรงเรียนโอเซนที่ใครๆก็ต่างไฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเรียนเพราะสถานศึกษาแห่งนี้จะทำให้คุณอยู่ในชนชั้นที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าการเรียนของคุณจะแย่แค่ไหน หากคุณมีใบรับรองการเรียนจบจากโอเซนแล้วละก็ ที่ทำงานทุกที่ในเกาหลีใต้ก็พร้อมจะรับคุณเข้าทำงานทันที แต่มันก็ไม่ได้มีแค่นั้นเพราะการเป็นเด็กโอเซนมันจะทำให้คุณมีตัวตนในสังคมภายนอก ตัวตนที่ใครๆก็ต่างมองอย่างชื่นชม ตัวตนที่ไม่ว่าใครก็อยากทำความรู้จักและตัวตนที่ไม่มีใครอยากจะมีปัญหาด้วย

 

แต่นั้นมันสำหรับสังคมภายนอกแค่นั้น เพราะสังคมภายในโรงเรียนนั้นมันก็มีข้อดีเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนในแต่ละคลาส การแต่งกายในแต่ละวัน อาหารในแต่ละมื้อ ห้องน้ำที่หรูหราอย่างกับราชวังพื้นที่สระว่ายน้ำที่ใหญ่กว่าสนามหญ้าโรงเรียนทั่วไป สนามบาส สนามบอล ยิม และอีกมากมายที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้หมด แต่สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียนแห่งนี้นั้นมันโตรจะยอดเยี่ยมเลยละ

 

แต่ก็นั้นแหละนะ ความสะดวกสบายมันก็ต้องมาพร้อมกับการแลกเปลี่ยน และการแลกเปลี่ยนของโรงเรียนนี้คือการแปลกเปลี่ยนด้วยเงิน หากมีเงินมากพอคุณก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ในโรงเรียนนี้ ไม่ว่าจะซื้อห้องส่วนตัว ซื้อเวลาเล่นน้ำที่สระว่ายเป็นเวลาส่วนตัว กินอาหารระดับวีไอพี และต่างๆมากมาย แต่นั้นมันเป็นเพียงส่วนย้อยที่เป็นฉากบังหน้าของโรงเรียนเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วจำนวนเงินของคุณนั้นมันสามารถทำให้คุณมีอำนาจในโรงเรียนนี้ได้ต่างหาก

 

" ฮารัม... " ฉันหันมองไปที่เสียงเรียกของเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังวิ่งมาหาฉัน

 

" สวัสดีมินซอ " ฉันเอ่ยทักทายเพื่อนตามปกติ

 

" สวัสดีจ้ะ นี่มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้อ่ะ มีอะไรน่าดูงั้นเหรอ? "

 

" เปล่าหรอก ฉันแค่มองไปเรื่อยน่ะ "

 

" อ๋อ.. ถ้างั้นเข้าห้องเรียนกันเถอะ ป่านี้พวกยัยนาบีนั่งเม้าส์แฟชั่นไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว รีบวิ่งเถอะเดี๋ยวเราตกเทรน "

 

" ฮึฮึฮึ.. " ฉันเพียงแต่หัวเราะออกไปเบาๆ

 

อันที่จริงโรงเรียนนี้มันไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียวหรอกนะ เพราะข้อเสียมันก็มีเหมือนกัน และดูเหมือนว่ามันจะมีเยอะกว่าเสียด้วย เคยได้ยินคำนี้กันไหมคะ 'เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม' คำนี้มันมีอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ ไม่ว่าตัวตนของคุณจะเป็นยังไง หากคุณยืนอยู่ในโอเซนแล้วละก็ คุณจะต้องเป็นผู้ดีมีชนชั้นเพราะหากคุณไม่ทำตัวแบบนั้น คุณก็จะกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าลูกคนรวยทันที..

 

หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือการโดนบูลลี่ การโดนกลั้นแกล้งและการโดนเหยียดหยามนั้นแหละค่ะ

 

บ้านเช่าเล็กๆ...

 

" วันนี้พ่อได้ค่าจ้างมาตั้ง 3,000 บาท เดี๋ยวแกเอาเงินนี้ไปโรงเรียนพรุ่งนี้นะฮารัม " พ่อยัดเงินใส่มือของฉันพร้อมกับยิ้มแก้มปริ

 

" พ่อ... ทำไมต้องหาเงินให้หนูใช้เยอะๆด้วย พ่อทำงานมาได้ก็เก็บไว้สิ หนูไปโรงเรียนเพื่อไปเรียนนะไม่ได้ไปใช้ตัง "

 

" แต่แกก็ต้องพกติดตัวไว้จะได้ไม่อายคนอื่นในโรงเรียน นี่.. แกไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่หรอกนะ แกเอาเงินนี่ไปซื้อของกินอร่อยๆกับเพื่อนๆแกเถอะ "

 

" หนูจะซื้อของกินอร่อยๆพวกนั้นได้ยังไง ทั้งๆที่พ่อกับแม่ตัวเองต้องกินข้าวคลุกซอสอยู่ " น้ำตาของฉันเริ่มเอ่อล้นออกมา

 

" ฮารัมอ่า.. พ่อกับแม่กินอะไรก็ได้ ถ้าแกซาบซึ้งในสิ่งทีพ่อกับแม่ทำให้แก แกก็ต้องตั้งใจเรียนให้จบแล้วหางานหาการดีๆทำ เข้าใจไหม "

 

ฉันมองหน้าแม่ที่เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเหงื่อและร่างกายที่ดูอ่อนล้ามาจากการทำงานหนัก ฉันยิ้มอ่อนออกมาเล็กน้อยก่อนจะโอบกอดพ่อและแม่ที่ฉันรักและเทิดทูลด้วยความซาบซึ้งใจ

 

" ถ้าหนูไม่ได้ทุนเรียนที่โอเซนมันก็คงจะดี พ่อกับแม่คงไม่ต้องลำบากหาเงินเยอะขนาดนี้เพื่อส่งหนูเรียน "

 

" นี่! ทำไมคิดแบบนั้น การที่แกได้เรียนโอเซนมันคือความภาคภูมิใจของพ่อกับแม่เลยนาาา... " พ่อผละกอดออกแล้วพูดขึ้นพร้อมกับลูบหัวฉันเบาๆ

 

" โรงเรียนนี่นะเป็นโรงเรียนมีมาตรฐาน ถ้าแกได้ใบจบจากโรงเรียนนี้ ชีวิตฮารัมของพ่อก็จะมีแต่ความสุข "

 

" แต่หนูไม่ได้อยากมีความสุขอยู่คนเดียว "

 

" ไม่เป็นไรหรอกนะฮารัม แกไม่ต้องมานั่งคิดนั่งกังวลอยู่แบบนี้หรอก แกเอาเวลานี่ไปทำการบ้าน ไปตั้งใจอ่านหนังสือฝึกฝนตัวเองให้เก่งจะดีกว่า อย่าทำให้พ่อแกกับฉันต้องเหนื่อยฟรีก็พอ เข้าใจไหม "

 

" อื้อ.. หนูรู้แล้ว พ่อแม่รอหนูหน่อยนะ หลังจากที่หนูจบจากที่นี่ หนูจะหางานดีๆทำแล้วเลี้ยงพ่อกับแม่ เราจะมีบ้านมีรถเป็นของเราเอง "

 

" ให้มันได้อย่างนี้สิ ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยหน่อย "

 

ฉันปาดน้ำตาแล้วกอดพ่อกับแม่อีกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ฉันเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ใช่.. ต้นทุนชีวิตของฉันมันน้อยนิด ฉันเป็นเพียงเด็กม.ต้นที่ได้ทุนเรียนต่อม.ปลายที่โอเซนเท่านั้นเอง แต่หากถามว่าการที่ฉันเป็นเด็กทุนแล้วทำไมยังมีเพื่อนคบ นั้นก็เพราะว่าโรงเรียนนี้ปิดบังข้อมูลของนักเรียนทุกคนรวมถึงเด็กทุนอย่างฉันด้วย แต่ก็ใช่ว่านักเรียนคนอื่นจะไม่รู้ว่ามีเด็กทุนเข้ามาเรียนที่นี่

 

" ฮารัม! " ฉันสะดุ้งขึ้นเมื่อมือของเพื่อนคนหนึ่งในห้องแตะมาที่บ่าพร้อมกับเรียกฉันเสียงดัง

 

" ห๊ะ? "

 

" เหม่อลอยอะไรของเธอ ฉันเรียกตั้งนานแล้วนะ "

 

" อ่องั้นเหรอ เอ่อ.. คือเมื่อคืนฉันนอนน้อยไปหน่อยน่ะ เลยเบลอๆอึนๆ "

 

" เป็นอะไรมากไหม ไปห้องพยาบาลไหม? "

 

" ไม่เป็นไรนาบี ฉันโอเคแล้ว " ฉันยิ้มแห้งๆให้นาบีและเพื่อนในกลุ่มทุกคนที่กำลังมองฉันด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันหน้ามองหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าตัวเองพร้อมกับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

" นี่.. สรุปเธอจะไปกับพวกเราไหม? " คิมยูนาสาวผมสั้นหน้าตาจิ้มลิ้มเอ่ยถามฉันพร้อมกับยกคิ้วขึ้นสูง

 

" ปะ.. ไปไหนเหรอ? "

 

" อะไรกันฮารัม นี่เธอไม่ได้ฟังพวกเราเลยเหรอ? "

 

" เอ่อ.. " ฉันมองหน้าอึนนาบีสาวสวยของห้องที่เป็นลูกสาวของท่านสส.จังหวัด เธอเอียงคอถามฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

" คืองี้.. พวกเราจะบินไปญี่ปุ่นกันหลังจากเลิกเรียน "

 

" ไปญี่ปุ่นเหรอ ปะ.. ไปทำอะไรกันอ่ะ? "

 

" ไปกินซาซิมิแล้วก็กลับ "

 

" ห๊ะ? " ฉันหลุดทำหน้าตกใจออกไปเพราะมันว่าตกใจ ไม่สิ.. ต้องบอกว่าอึ้งตั้งหาก ถึงมันจะมีเรื่องอึ้งๆให้ฉันได้อึ้งในทุกๆวัน แต่ฉันก็ยังไม่ชินอยู่ดี แล้วครั้งนี้ก็เหมือนกัน

 

" ตกใจอะไรของเธอ " นาบีเอ่ยถามอีกครั้ง

 

" เปล่าหรอก แค่.. ฉันแค่ไม่คิดว่าพวกเธอจะไปญี่ปุ่นเพียงเพราะจะไปกินข้าวมื้อเดียว "

 

" แล้วมันแปลกตรงไหน? " นาบีลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอนตัวพิงโต๊ะเรียนเล็กน้อย ฉันหันมองหน้าเพื่อนทุกคนที่กำลังมองฉันอย่างสงสัย

 

" นั้นสิเนอะ.. มันคงไม่แปลกสำหรับพวกเธอ "

 

คำตอบของฉันทำให้เพื่อนร่วมชั้นต่างมองมาที่ฉันเหมือนต้องการคำอธิบายให้มันละเอียดกว่านี้ แต่ก็นั้นแหละฉันถือว่าฉันตอบไปแล้ว ฉันหันมาสนใจนั่งสือตรงหน้าต่อโดยที่ไม่มองหน้าใคร บางทีการมาอยู่ในชนชั้นแบบนี้มันก็ทำให้ฉันอึดอัดใจ

 

|| ฉันอยากได้เพื่อนที่ไม่ได้เป็นเหมือนคนพวกนี้ไว้ข้างกายสักคน

 

แก่ก..

ประตูกระจกบานหน้าถูกเปิดออกพร้อมกับร่างกำยำของท่านผู้อำนวยการโรงเรียน สายตาของทุกคนต่างพากันหันมองไปที่ท่านผอ.ด้วยความสงสัย เพราะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรถึงทำให้ผอ.ใหญ่มาที่ห้องแห่งนี้

 

" มองอะไรกัน ทำไมไม่ไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง? " ท่านผอ.เอ่ยปากถามพร้อมกับมองหน้านักเรียนทุกคนในห้อง

 

เมื่อทุกอย่างดูเรียบร้อย เด็กสาวที่สวมยูนิฟอร์มของโอเซนคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เธอมีรูปร่างเล็กกระทัดรัด ผิวขาว ดวงตากลมโตและผมสีดำสนิท แต่สิ่งที่มันแปลกคือเธอสวมหน้ากากปิดปากทำไม?

 

" นี่เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ของห้องนี่ ฉันหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่ดีกับดาหลานะ "

 

" ดาหลา.. งั้นเหรอ? " นาบีเอ่ยขึ้นก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นกอดอกแล้วมองหน้าเด็กใหม่ที่ชื่อดาหลา

 

" นี่ชเวดาหลา เธอพึ่งย้ายมาจากอิตาลี อาจจะมากลางเทอมหน่อยแต่เธอการเรียนของเธอเทียบเท่ากับทุกคนในตอนนี้ ยังไงก็ดูๆเพื่อนกันด้วยนะ "

 

" มาจากอิตาลีแล้วพูดเกาหลีได้ไหมอ่ะ? " นักเรียนร่วมห้องคนหนึ่งเอ่ยถามตามประสาคนอยากรู้

 

" เธอเป็นคนเกาหลี แค่ไปอยู่อิตาลีมา ถามมากกันจริงๆ " ท่านผอ.พูดจบก็หันไปมองหน้าดาหลา เธอเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา ทั้งๆที่ปกติแล้วคนที่ควรแนะนำตัวเองมันต้องเป็นเธอไม่ใช่หรือไง

 

" แล้วเธอไม่คิดจะแนะนำตัวหรือเปิดหน้าเปิดตาให้พวกฉันเห็นหน่อยหรือไง ชเวดาหลา! " นาบีพูดขึ้น

 

" แล้วที่ท่านผอ.พูดไปเธอไม่ได้ฟังหรือไง? " ดาหลาเหล่หางตามองนาบีพร้อมกับตอบนาบีด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

" เธออยากนั่งตรงไหนละ " ท่านผอ.เอ่ยถาม

 

" ตรงที่ไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายหรือรบกวน " เธอพูดจบก็เดินไปที่โต๊ะริมหน้าต่างพร้อมกับนั่งลงแล้วมองไปด้านนอกโดยไม่สนใจใครต่อ

 

" เด็กทุนสินะ " มินซอพูดขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มขึ้นแล้วมองนาบี

 

" รู้ได้ยังไง "

 

" ก็ฉันได้ยินมาว่าปีนี้มีเด็กได้ทุนเข้ามาเรียนที่นี่คนหนึ่ง แต่ทางโรงเรียนไม่ได้บอกว่าเด็กทุนนั้นคือใครหรือว่ามาจากที่ไหน การที่ยัยนั้นมากลางเทอมแบบนี้มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ไม่ใช่หรือไง "

 

" อ่า.. จริงด้วย เหอะ! " นาบีหันมองดาหลาด้วยแววตาเหยียดหยามพร้อมกับหัวเราะในลำคอออกมาก่อนจะหันหน้าไปซุบซิบนินทากับเพื่อนของเธอ

 

ฉันไม่ได้สนใจอะไรนอกจากรู้สึกผิดที่ดาหลาต้องกลายมาเป็นแพะแทนฉัน เพราะเด็กทุนตัวจริงนั้นมันคือตัวฉันเอง.. คุณครูเริ่มการเรียนการสอนตามปกติ จนกระทั่งนาฬิกาชี้ไปที่เวลาเที่ยงตรง เหล่านักเรียนทุกคนก็พากันกรูออกจากห้องเรียนตามวิสัย ฉันเก็บหนังสือปากกาลงใต้โต๊ะพร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อน

 

" มองอย่างนี้คือจะไม่ไปกับพวกเราใช่ไหม " ยูนาเอ่ยถามฉันขึ้นมา

 

" อื้ม.. ขอโทษนะวันนี้ฉันน้ำหนักขึ้นน่ะ เลยว่าจะงดอาหารกลางวันกับเย็น "

 

" เธอก็ไม่ได้อ้วนขึ้นสักหน่อย จะฟิตหุ่นไปถึงไหนคะคุณจองฮารัม "

 

|| ฉันหัวเราะออกไปนิดๆหน่อยๆเท่านั้น เพราะอันที่จริงฉันไม่ได้ฟิตหุ่นอะไร เพียงแค่ฉันอยากเก็บเงินที่พ่อและแม่ทำงานหามาแทบตายก็เท่านั้น

 

" ถ้างั้นพวกฉันไปนะ แต่ถ้าเหงาก็ตามไปที่ห้องอาหารก็แล้วกัน " นาบีพูดขึ้น ถึงเธอจะดูนิ่งใส่ฉันที่สุดแต่เธอก็มีท่าทีห่วงฉันอยู่บ้างเป็นบางครั้ง

 

" จ้ะ " ฉันยิ้มหวานให้เพื่อนๆที่พากันเดินออกไป ก่อนจะหันไปมองดาหลาที่นั่งนิ่งมองออกไปข้างนอกอยู่อย่างนั้น

 

|ฉันควรจะเข้าไปทักทายเธอดีไหม..

 

แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ ดาหลาก็เดินผ่านหน้าฉันไปแล้ว อ้าว.. เธอเดินไปแล้วฉันจะนั่งอยู่ทำไมละ ฉันรีบหยิบข้าวปั้นสองห่อที่ซื้อมาจากเซเว่นออกจากกระเป๋าพร้อมกับสาวเท้าตามดาหลาไปอย่างรวดเร็ว

 

" ดาหลา " ฉันตัดสินใจเรียกชื่อดาหลาเพราะเธอนั้นเดินเร็วเอาซะเหลือเกิน แต่เสียงของฉันกลับไม่ทำให้เธอหยุดเดินเลยสักนิด

 

" ดาหลาาาาา " ปลายเท้าของฉันรีบสาว.. ไม่สิ ฉันแทบจะวิ่งไปหาเธออยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ว่ารองเท้ามันเป็นรองเท้ามีส้น และฉันยังไม่คุ้นชินกับมัน

 

" ชเวดาหลา ว๊ายยยยย! "

 

ปึก!!

เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน ทำไมฉันถึงซุ่มซ่ามแบบนี้ เดินยังไงให้ตัวเองหน้าทิ่มได้ฉันก็งงเหมือนกัน ฉันเงยหน้ามองข้าวปั้นห่อหนึ่งที่เละอยู่ตรงหน้า น้ำตาฉันจะไหล ห่อตั้ง 20 บาทแหน่ะ

 

" เดินตามฉันทำไม " ฉันแหงนหน้ามองเจ้าของเสียงที่เดินมาหยุดตรงหน้าฉัน อย่างน้อยการล้มของฉันก็ทำให้ดาหลาหยุดเดินได้

 

" เอ่อ.. ฉันยังเหลือข้าวปั้นอีกห่อนะ กินด้วยกันไหม? "

 

||| ไม่มีเสียงตอบกลับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ทำไมเธอถึงเงียบไปแบบนี้ละ ฉันลุกขึ้นยืนมองดาหลาด้วยตาปริบ

 

" ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กทุนหรอก เพราะว่าเด็กทุนน่ะคือฉันเองแหละ แต่การที่เธอไม่เดินไปที่ห้องอาหารก็แปลว่าเธอได้โควต้าสอบเข้ามาใช่ไหม ปีนี้มันมีเด็กทุนและเด็กได้โควต้า ถ้าเด็กทุนเป็นฉัน งั้นเด็กโควต้าก็คงเป็นเธอ เราก็ต่างหัวอกเดียวกัน ฉันรู้ว่าการอยู่ในสังคมแบบนี้มันเป็นยังไง ฉันรู้ว่าการแอบไปกินข้าวคนเดียวมันเป็นยังไง ถ้าเธอไม่รังเกียจอะไร.. ให้ฉันเป็นไปกินข้าวกับเธอได้ไหม? "

 

ฉันมองดาหลาที่กำลังจ้องฉันด้วยแววตานิ่งๆ แต่แววตานิ่งๆของเธอนั้นกลับไม่ใช่แววตาที่ดูเหยียดหยามฉัน เธอมองหน้าฉันเพียงชั่วขณะก่อนจะหันหลังแล้วเดินต่อไป ฉันไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่ายังไง

 

" หรือว่าเธอไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับฉัน หรือว่าเธอรังเกียจฉัน เห้ย.. หรือว่าเธอไม่ใช่เด็กได้โควต้ามาเรียนฟรีอย่างฉัน " ฉันบ่นพึมพำอยู่คนเดียวเบาๆ สรุปมันคืออะไร ฉันไม่เข้าใจ

 

" ตามมาสิ "

 

ฉันเงยหน้ามองดาหลาอีกครั้ง เธอเพียงหยุดเดินแล้วเอียงหน้ามาทางฉันเล็กน้อย ฉันพยักหน้ารับแล้ววิ่งไปหาดาหลา มือข้างขวาของฉันสอดเกาะแขนดาหลาพร้อมกับยิ้มแก้มปริให้เธอ ถึงแววตาของเธอจะนิ่งๆไม่เหมือนคนยิ้มตอบแต่เธอก็ไม่ได้แกะมือฉันออกแต่อย่างใด

 

สวัสดีฉันชื่อจอง ฮารัม ☺ ถึงฉันจะซุ่มซ่ามไม่ทันคน แต่ฉันก็จริงใจกับทุกคนรอบข้าง และดูเหมือนว่าชเวดาหลาจะเป็นคนที่ทำให้ฉันมีชีวิตชีวามากขึ้นกับการเรียนที่นี่

 

#Yumeko

ความคิดเห็น