email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม

ชื่อตอน : ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 144

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2564 02:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม
แบบอักษร

ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม 

 

 

 

"ท่านชายเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" ในพื้นที่ส่วนตัวเช่นนี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่บ่าวรับใช้ว่า หากไม่มีเรื่องอันสมควรก็ไม่ควรรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้เป็นนาย การที่หวังฮ่าวเซวียนวิ่งหน้าตาตื่นมาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่ 

 

 

 

 

หวังหยางหลงลุกขึ้นนั่งตัวตรง พร้อมโอบประคองกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขน ก่อนเอ่ยถามถึงสาเหตุที่คนสนิทวิ่งหน้าเริดเข้ามา 

 

 

 

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?" หวังฮ่าวเซวียนค้อมกายก่อนรายงานไปว่า 

 

 

 

"องค์ชายรองกำลังมีพระประสูติกาลขอรับ!" คำรายงานสั้นๆ ของหวังฮ่าวเซวียนสร้างความตกใจให้กับหวังหยางหลงและหลี่อิงไม่น้อย อายุครรภ์ขององค์ชายรองเทียบเท่าหลี่อิง นั่นคือหกเดือนย่างเข้าเดือนที่เจ็ดยังมิครบกำหนดคลอดแต่อย่างใด การคลอดก่อนกำหนดเช่นนี้นับว่าอันตรายมาก 

 

 

 

 

"ท่านพี่" หลี่อิงมองหน้าสามีด้วยความกังวลใจ เพราะเท่าที่ทราบมา เนื่องจากได้รับแรงกระแทกจากการหกล้มในวันนั้น อีกทั้งสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ไม่สู้ดีนัก แม้หลี่อิงจะส่งเสริมผู้เป็นอาให้องค์ชายรองโขกสับระบายความขุ่นข้องหมองใจแล้วก็ตาม แต่เพราะอารมณ์เบื้องลึกยังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ และความเสียใจ จึงส่งผลให้ครรภ์ขององค์ชายรองไม่มั่นคงนัก เพราะเหตุนี้ ท่านอาจึงต้องเสาะหาสมุนไพรมารักษาอาการอยู่เนืองๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้หลี่อิงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ 

 

 

 

 

"เช่นนั้นเจ้าเข้าไปพักผ่อนในห้องก่อนเถิดสุขภาพของเจ้าสำคัญยิ่ง อย่าวิตกกังวลจนเกินไป ประเดี๋ยวจะกระเทือนลูกในท้อง" มือใหญ่ทาบทับลงบนหลังมือก่อนบีบเบาๆ 

 

 

 

 

หลี่อิงทราบว่าหลังจากนี้ ท่านชายต้องเข้าเฝ้า การเรียกตัวหวังหยางหลงเข้าเฝ้าก็เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ตามปกติแล้วหมอหลวงรักษาคนด้วยยาและสมุนไพรนับเป็นวิธีหนึ่ง และการรักษาด้วยปราณของผู้มีวรยุทธก็นับเป็นอีกวิธีหนึ่ง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็อาจต้องใช้ทั้งสองวิธี 

 

 

 

///~~~~~~~~~~~~~~~~~~~\

 

 

 

ยิ่งเห็นหวังไป๋อวี้เจ็บปวดทรมาน หลิ่วเฉินเวยก็รู้สึกเจ็บปวดไปด้วย 'ทุกข์ใจดั่งตายทั้งเป็น' เป็นอย่างไร ประมุขแดนเหนือเข้าใจสิ้นแล้วในวันนี้  

 

 

"แย่แล้ว ทารกตัวใหญ่เกินไป ตอนนี้ติดตรงช่วงไหล่" นั่นคือเสียงที่หมอตำแยพึมพำออกมา การคลอดยากหรือใช้เวลานานไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น แต่การคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งร่างกายมารดามิแข็งแรงเช่นนี้ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูกเป็นอย่างมาก 

 

 

 

 

"ช ช่วย ลูก" หวังไป๋อวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ขอเพียงหนึ่งชีวิตน้อยๆ ได้มีโอกาสเติบโต แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตนก็ยอม 

 

 

 

 

หวังไป๋อวี้ใกล้หมดแรงเต็มทน จึงได้เอ่ยเช่นนั้นกับหลิ่วเฉินเวย หากตนหมดสติไปตอนนี้ เด็กน้อยในครรภ์ก็ไม่รอดเป็นแน่และอาจรวมถึงตนเองด้วย เพราะศึกษาตำรามามากพอสมควร เหตุการณ์เช่นนี้เกิดได้น้อยมาก ตามที่บันทึกไว้หากไม่ผ่าท้องมารดาเอาเด็กออก ก็ต้องทำร้ายเด็กเพื่อช่วยชีวิตมารดา

 

 

 

 

 ซึ่งการทำร้ายเด็กในที่นี้ ในกรณีที่ติดตรงช่วงไหล่ หากหมอตำแยไม่อาจปรับท่าทางได้ ก็จะทำการหักไหล่ของเด็ก เพื่อนำตัวออกมาจากครรภ์มารดา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทารกจะไม่รอดชีวิต หากรอดวันข้างหน้าก็อาจพิการ ซึ่งหวังไป๋อวี้ไม่ให้เป็นเช่นนั้น

 

 

 

 

"ไม่ อวี้เอ๋อร์ ไม่นะ!" หลิ่วเฉินเวยร้อนรนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ให้เลือกระหว่างแม่กับลูกหรือ? เช่นนั้นก็เอามีดมาจ้วงแทงใส่อกเถิด หลิ่วเฉินเวยจะเลือกได้อย่างไร 

 

 

 

 

"อย่าทิ้งข้า อย่าเพิ่งยอมแพ้ ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม" หลิ่วเฉิยเวยพูดซ้ำๆ อยู่เช่นนั้น ทางด้านหวังหยางหลงและหลิ่วเฉินจี้หยางมองหน้ากันโดยทันที หากหลิ่วเฉินเวยไม่มีสติในการตัดสินใจ ทั้งสองก็จำเป็นต้องเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ 

 

 

 

 

"มารดาไม่มีแรงเบ่งหรืออย่างไร ท่านหมอรีบแจ้งเร็วเข้า" หลิ่วเฉินเวยเงยหน้าขึ้นมองหมอตำแย เพื่อสอบถามถึงสาเหตุ 

 

 

 

 

"ทารกตัวใหญ่มาก มารดาแรงน้อยเกินไปจึงทำให้คลอดยากเพคะ" หากออกแรงเบ่งอีกสักพักไม่แน่ว่าอาจปลอดภัยทั้งคู่ แต่ดูท่าแล้วองค์ชายรองหมดแรงเบ่งตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อน เช่นนั้นยิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อยิ่งอันตราย 

 

 

 

 

"ได้ยินหรือไม่อวี้เอ๋อร์ ท่านหมอบอกว่าให้ออกแรงอีกนิด อีกนิดเดียวเท่านั้น เราสองจะเลี้ยงดูลูกด้วยกัน อีกนิดเดียว อย่าเพิ่งยอมแพ้" หลิ่วเฉินเวย กล่าวเช่นนั้นทั้งน้ำตา ส่วนหวังไป๋อวี้เองในใจลึกๆ ก็ปรารถนาได้เลี้ยงดูบุตรผู้นี้เช่นเดียวกัน เรือนกายโปร่งบางสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ ปรับลมหายใจตัวเอง แล้วเริ่มเบ่งอีกครั้ง 

 

 

 

///~~~~~~~~~~~~~~~\

 

 

 

 

"ท่านพี่" 

 

 

 

 

 

"ท่านพี่ อาอิงเจ็บท้อง" สองเดือนต่อมาในกลางดึกวันหนึ่ง ซึ่งเป็นคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หลี่อิงเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา หวังหยางหลงตื่นเต็มตาทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'เจ็บท้อง'

 

 

 

 

"เจ็บท้อง!" แม้จะได้ยินเต็มสองหูแต่ท่านชายหวังก็เอ่ยซ้ำอีกครั้งพร้อมหัวใจที่เต้นอย่างระทึกในตอนนี้ 'หลี่อิงเจ็บท้อง'

 

 

 

"เจ็บท้อง จะ จะคลอดแล้วหรือ?" ร่างสูงดีดพรวดขึ้นมาเหมือนมีผู้ใดดึง มือใหญ่ลูบประคองหน้าท้องอย่างเบามือ ในขณะที่หลี่อิงมีสีหน้าเหยเกเพราะความเจ็บ ที่เริ่มเกิดถี่ขึ้น ถี่ขึ้นเป็นระยะ  

 

 

 

 

หวังหยางหลงรีบกระโจนลงจากเตียงตั่ง ด้วยความรวดเร็ว เสียงโครมครามดังขึ้นในความมืดครู่เดียวเท่านั้น แสงสว่างก็สาดส่องไปทั่วเรือนพักฝั่งขวา 

 

 

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น ท่านชายหวังโผนกายไปยังหน้าห้อง ก่อนสั่งบ่าวที่รับหน้าที่เฝ้ายามรอบดึกให้ไปตามหมอตำแย ส่วนตัวเองรีบวิ่งกลับมาดูหลี่อิงในทันที ทุกอย่างที่ว่ามานี้ใช้เวลาเพียงชั่วลัดนิ้ว 

 

 

 

 

"เป็นอย่างไรบ้าง" นั่นคือสิ่งแรกที่เอ่ยถาม หลี่อิงยกยิ้มก่อนพยักหน้า เพราะในตอนนี้ดูท่าใบหน้าท่านชายจะซีดเผือดกว่าตน 

 

 

 

 

"อาอิงไหว" หลี่อิงเอ่ยเช่นนั้นก่อนผ่อนลมหายใจเข้าออกยาวๆ ตามที่แม่สามีเคยสอนเอาไว้ 

 

 

 

 

โดยปกติแล้ว ผู้เป็นบิดาต้องรั้งรอนอกห้องคลอด ห้ามเข้ามาอย่างเด็ดขาด แต่หวังหยางหลงมิได้ทำตามขนบโบราณ ท่านชายนั่งปักหลังข้างเตียงตั่งเคียงข้างหลี่อิง ในช่วงเวลาเช่นนี้ หวังหยางหลงมิอาจรออยู่ได้นอกได้เป็นแน่ สองสามีภรรยาจับมือกันแน่นเพื่อความผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน 

 

 

 

 

ท้องแรกคลอดยากนั่นคือสิ่งที่ได้ยินมา ยิ่งเป็นแฝดด้วยแล้วยิ่งอันตราย หน้าท้องใหญ่โตของหลี่อิงบีบตัวเป็นระยะ ซึ่งแต่ละครั้งสร้างความเจ็บปวดจนเกินจะกล่าว แม้จะเจ็บปวดเท่าใดหลี่อิงก็ไม่โอดครวญ เกอน้อยใช้วิธีกัดฟันทนและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก สองมือเล็กกอบกุมมือใหญ่ของผู้เป็นสามีไว้มั่น 

 

 

 

 

สี่ชั่วยามเต็มๆ ที่หลี่อิงทนกับความเจ็บปวด ภายในช่องท้องมดลูกบีบตัวอย่างหนัก หลี่อิงรู้สึกเจ็บปวดจนตาลาย เอ็นใหญ่เก้าร้อย เอ็นน้อยเก้าพันในร่างบีบรัดตัวเป็นอย่างไร หลี่อิงกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วในตอนนี้ ความเจ็บปวดยังถาโถมใส่เป็นระยะ จนกระทั่งเกิดลมเบ่ง 

 

 

 

 

หมอตำแยคอยให้จังหวะในการเบ่ง ซึ่งหลี่อิงก็ปฏิบัติตามนั้น ในขณะที่หลี่อิงออกแรงเบ่งท่านชายหวังก็เบ่งตามไปด้วย หวังหยางหลงอยากปัดเป่าความเจ็บปวดให้หายไปโดยพลัน ในหัวใจเฝ้าภาวนา ขอให้ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ แวะเอาตัวอย่างตอนพิเศษมาส่งค่ะ จบลงอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับฟิคเรื่องนี้ สำหรับบินแล้วท่านชายหลี่อิงกับสองแฝด และทุกคนในเรื่อง พวกเขายังใช้ชีวิตของตัวเองในอีกมิติหนึ่งค่ะ อย่าลืมอวยพรให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ ขอบคุณ คุณนักอ่านที่เดินทางมาด้วยกันค่ะ 🙏🙇

 

 

ความคิดเห็น