ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 ความรู้สึกแปลกๆนี้ มันคืออะไร?

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ความรู้สึกแปลกๆนี้ มันคืออะไร?

คำค้น : magic song,เวทย์มนต์แห่งเสียงเพลง,yaoi,ต่างโลก,MMORPG

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 342

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ความรู้สึกแปลกๆนี้ มันคืออะไร?
แบบอักษร

"อาหารที่นี่รสชาติถูกปากนัก"ไม่ค่อยแน่ใจว่าสิ่งที่หน้าตาเหมือนข้าวต้มเหนียวนี้มันคืออะไร แต่พอนำมากินกับกลับแล้วที่เป็นเนื้อแพะย่างแล้วมันช่างอร่อยยิ่งนัก สายกินอย่างเพิลคอนเฟิร์ม 

 

"....."ดีแลนเพียงแค่กินไปเงียบๆไม่คิดจะวิจารย์อาหารใดๆ คงมีแต่อีกฝั่งละมั้งที่พูดจาฉาเลาะจนไม่รู้สึกเบื่อ  

 

แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เพิลจะนำเก็บมาคิดมาก นิสัยของดีแลนเพิลพอจะดูออกอยู่บ้างว่าไม่ใช่คนชอบพูดติดจะเย็นชาเสียไปเสียหน่อยแต่ก็ถือว่าอยู่ด้วยกันได้ เพิลพยักหน้าเข้าใจในความคิดก่อนจะลงมือกินต่อ พอกินเสร็จดีแลนก็เอ่ยปากจ่ายให้อีกตามเคยไม่ทันได้คัดค้าน เลยรู้สึกเกรงใจอยู่หลายส่วน 

 

ก็รู้หรอกว่านายมันใจป๋า แต่ไม่เห็นจะต้องเลี้ยงต้อยเขาขนาดนี้เลยนี่นา... 

 

คิดว่าคงต้องหาอะไรมาตอบแทนน้ำใจอีกฝ่ายบ้างแล้วแหละ ให้เลี้ยงต่อไปแบบนี้ก็ยิ่งเกรงใจแย่... อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ใช่คนที่จะต้องแบมือขอเงินคนอื่น เขามีความสามารถเขาหาเงินเลี้ยงตัวเองด้วยการเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 13 แม้มันจะเป็นงานเล็กงานนี้แต่ก็ยินดีทำโดยไม่ปริปากบ่น 

 

"เพิล...." 

 

หมับ! 

 

อ่ะ! ตัวของเพิลแข็งทื่อที่จู่ก็มีใครมารู้วิ่งเข้ามากอด แต่กลิ่นอ่อนๆของธรรมชาติชวนให้เพิลนึกถึงใครบางคนที่อยู่ในป่าเอลฟ์ คนๆนี้แม้จะเรือนร่างกำยำผิวคล้ำแดดแดดนิดหน่อยแต่ร่างกายกลับสะอาดสะอ้านประหนึ่งไม่เคยเปื้อนฝุ่นมาก่อน 

 

"เออริก!"มันไม่คล้ายแล้วล่ะ แต่ใช่เลยตางหาก! ตอนแรกที่เขายังไม่มั่นใจก็เพราะว่าครั้งแรกที่เจอกันนั้นเออริกมีผิวที่ขาวสุขภาพดีไม่ได้กร้านแดดขนาดนี้ หมอนี่ไปทำอะไรมา! 

 

"เพิล ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ!"เออริกยิ้มร่า ความคนึงหาร่างน้อยเปี่ยมล้นจนเก็บเอาไปฝันยามหลับทุกคืน ไม่ว่าการเดินทางจะผ่านร้อนผ่านหนาวมามากขนาดไหนแต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อเมื่่อคิดว่าจะได้พบกับรอยยิ้มหวานนี้ 

 

"คุณไปทำอะไรมาเออริก ผิวถึงได้เป็นแบบนี้"ยอมรับเลยว่าผิวนี้สีน้ำผึ้งนี้เหมาะกับเออริกที่มีผมสีทองอยู่ไม่น้อย สาวไหนเห็นต่างก็ต้องกรีด... พอหันกลับมามองตัวเองอีกที เขานี่ช่างบอบบางเสียนี่กระไร เห้อ...ร่างบางถอนหายใจน้อยๆ 

 

"อ่ะ..."เหมือนจะลืมใครบางคนไว้ด้านหลังเจ้าเพราะให้ความสนใจคนข้างหน้ามากเกินไป ดีแลนคว้าข้อมือเขาไปกระชับทำให้อดหันไปมองไม่ได้  

 

ดีแลนดึงตัวเพิลไปไกล้สายตาจับจ้องไปที่เองฟ์หนุ่มที่ทำตัวสนิทชิดเชื้อกับเจ้าของร่างบางเกินตัว เมื่อเออริกเห็นอย่างนั้นก็ชะงักก่อนจะมองเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ราวกับว่าเห็นเส้นสายฟ้าแล๊บออกมาจากดวงตาของทั้งคู่ เหมือนประกาศศึกเป็นศัตรูกันยังไงยังงั้น  

 

เพิลเริ่มเหงื่อตกไม่รู้จะทำยังไงดี อยู่ๆทั้งคู่ก็จ้องกันเหมือนจะหาเรื่อง เขาควรจะห้ามดีไหม... เอาวะ อย่างน้อยๆก็หลุดออกไปจากตรงนี้ให้ได้ แต่ไม่ทันไรร่างของเขาก็เซจากการถูกชน 

 

"โอ๊ะ!"เริ่มจะรู้สึกหงุดหงิดหน่อยๆละนะ วันนี้รู้สึกว่าเขาจะอุทานบ่อยเสียเหลือเกิน แต่พออีกฝ่ายเป็นเด็กที่วิ่งมาอย่างลุกลี้ลุกลนพร้อมกับก้มตัวขอโทษเขาเลยไม่ได้ว่าอะไร เพียงส่งยิ้มไปอย่างเอ็นดูเท่านั้น แต่รู้สึกว่ามุมมองนี้มันแปลกๆยังไงไม่รู้ พอหันกับไปถึงได้รู้พร้อมกับเบิกตากว้างสุดๆ  

 

ดีแลนกับเออริก ทั้งคู่ยื่นมือคนละข้างกำลังประคองแผ่นหลังของเพิลเอาไว้ไม่ให้เจ้าตัวล้มจากแรงเมื่อกี้  

 

"ข...ขอบคุณ"เขารีบกลับมายืนตรงพลางเอ่ยขอบคุณ  

 

อาการก้มหน้าหงุดเพราะความเขินอายดีแลนกับเออริกมองว่าเพิลนั้นน่ารักอยู่ไม่น้อยจึงเผลอมองด้วยสายตาเอ็นดูเหมือนกันทั้งคู่ พวกเขาปลายตามองกันสักพักเป็นครั้งสุดท้ายจึงยอมล่าถอยกลับไปแล้วจูงมือพาเพิลเดินไปตามทางคนละข้าง ระหว่างทางดีแลนถามไถ่เรื่องราวมากมายพร้อมกับยกยิ้มยินดียามเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าตัวเองได้รับเกียรติและปฏิหาริย์จากทวยเทพมา  

 

"งั้นที่เหลือก็แค่ขึ้นรับพิธีแสดงตนน่ะสิ อา...มิน่าล่ะ องค์ราชินีช่างมองการณ์ไกลถึงได้บอกให้เจ้ามาที่เมืองบาบิโลนแห่งนี้ ตลอดทางคงลำบากเจ้าไม่น้อย"ดีแลนกล่าวอย่างยิ้มๆ  

 

"อื้อ ไม่เลยกลับกัน ผมคิดว่าสิ่งนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้และค้นพบบางสิ่งบางอย่างมากมายถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็เถอะ"เขารู้สึกเขอะเขินอยู่บ้างยามที่เออริกมองเขาด้วยสายตาอบอุ่นออกนอกหน้า อีกฝ่ายช่างเป็นบุรุษที่ร้ายกาจยิ่งนักเพียงบรรยากาศรอบข้างก็ชวนให้คนรอบข้างอบอุ่นได้  

 

หากเทียบกับเออริก อีกฝ่ายเป็นคนพูดน้อยแต่ใจดีเรื่องนี้คงเทียบกันไม่ได้ เขาหวังว่าทั้งคู่คงจะสนิทกันได้ในเร็วๆนี้ล่ะนะ 

 

โชคดีหน่อยที่ค่ำคืนนี้เพิลไม่ต้องนอนเบียดเสียด เพราะสองหนุ่มแอบไปตกลงกันตอนที่เพิลเผลอว่าจะแบ่งพื้นที่คนละฝั่ง ดีแลนนอนประกบขวา เออริกนอนประกบซ้าย เพิลนอนกลางเตียง... ส่วนที่บอกขนาบข้างนั้นคือเรื่องจริง...หมายถึงขนาบข้างเตียงโดยที่ทั้งคู่นอนปูผ้าห่มข้างข้างล่าง แม้เพิลจะห้ามเท่าไหร่ทั้งคู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟังเลยปล่อยตามเลย  

 

"ไม่มานอนข้างบนจริงๆหรอดีแลน เออริก"ร่างบางชะโงกไปมองทั้งสองคน ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ถึงไปนอนอย่างนั้นแต่เขากลับต้องนอนอยู่บนเตียงสะอาดๆอยู่คนเดียวมันรู้สึกเกรงใจจนนอนไม่เป็นอันหลับ จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้คำตอบของทั้งสองกลับมา เพิลถอนหายใจเบาๆแล้วเรียกเจ้าปุกปุยคนสีฟ้ามานอนกอดเป็นเพื่อน ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป... 

 

.

.

.

.

เพิลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ออร่าความสดชื้นฟุ้งกระจายไปทั่ว นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้นอนพักเต็มอิ่มแบบนี้ ปกติแล้วจะนอนดึกแต่พอมาอยู่นี้ไม่มีอะไรให้ทำเลยนอนได้ไว นับว่าเป็นเรื่องที่ดี

 

"โลลี่ กลับไปนอนในมิติเถอะ"มือเรียวลูบหัวเจ้าปุกปุยคนสีฟ้า มันม้วนตัวกลับมาส่งเสียงครวญครางอย่างพอใจ ส่งยิ้มให้ทีหนึ่งก็ตัวก็หายวับ ตอนนี้ดีแลนกับเออริกยังไม่ตื่นก็เลยไม่อยากทำเสียงดังให้ทั้งคู่ตื่น จึงเดินลงมายังด้านล่างโรงแรมอย่างเงียบๆ บังเอิญเห็นผู้ดูแลที่ตื่นอยู่แล้วมองขึ้นมาจึงยิ้มทักทายกลับเป็นมารยาท

 

"โห ตื่นเช้าจังนะครับ ไม่ทราบว่าต้องการมื้อเช้าเลยหรือเปล่า"อีกฝ่ายถามอย่างอารมณ์ดี

 

"ครับ เอ่อ ไม่ทราบว่าผมขอยืมครัวทำอาหารได้หรือเปล่า พอดีสหายสองคนของผมเดินทางมาเหนื่อยๆจึงอยากทำมื้อพิเศษให้"ถึงเรื่องดนตรีการร้องเพลงเขาจะเก่ง แต่เรื่องทำอาหารก็เด่นใช่ย่อย นานๆนักจะทำทีเพราะไม่มีเวลามากมายนักมัวแต่ซ้อม

 

ผู้ดูแลเป็นคนคุมทุกอย่างของที่นี่ เห็นเด็กหนุ่มใบหน้าอ่อนหวานน่าเอ็นดูเช่นนี้จึงเอ่ยอนุญาต

 

"ได้แน่นอนคุณหนู หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมให้แจ้งแก่พ่อครัวได้"

 

"ขอบคุณมากๆครับ"เอ่ยขอบคุณทีหนึ่งเขาจึงเดินไปที่ครัว เห็นว่ามีเหล่พ่อครัวกับผู้ช่วยอยู่มากแล้วไม่อยากรบกวน จึงเดินไปเงียบๆหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นสักสามสี่อย่างขึ้นมา ถึงมันจะเป็นอาหารพื้นๆแต่ก็อยากทำเอาใจให้ทั้งสองคนกลับมาอารมณ์ดีแล้วจับเข่าคุยกัน ส่วนจะได้ผลไม่นั้นขึ้นอยู่กับพวกคนทั้งสองแล้ว

 

เพียงไม่นานข้าวต้มกุ้งกับต้มแฟงก็เสร็จสิ้น อาหารทั้งสองอย่างนี้โชยกลิ่นให้ผู้คนต่างหันมาสูดดมด้วยความสนใจ เชฟกับลูกมือต่างก็อดลอบชื่นชมอีกฝ่ายไม่ได้ ตั้งแต่การประกอบอาหารที่คล่องแคล่วกลิ่นที่ฟุ้งซ่านชวนน้ำลายไหลไหนจะหน้าตาที่ออกมาดูดีเกินคาดอีก น่านับถือคุณหนูคนนี้เสียจริง ขนาดลูกมือบางคนยังไม่คล่องขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

 

"เอาล่ะ...ขอให้ทั้งคู่เป็นมิตรที่ดีต่อกันน้า"สิ่งสุดท้ายที่ใส่ลงไปคือใส่ใจ

 

เพิลนำอาหารขึ้นไปบนห้องของตัวเองพลางเปิดประตูเข้าไป เห็นว่าทั้งคู่นั่งสะลึมสะลืองั่วเงียเหมือนเด็กพึ่งตื่นไม่มีผิด

 

"อาหารเช้ามาแล้วมา มากินกันก่อนที่จะหายร้อนเถอะครับ วันนี้ผมทำข้าวต้มกุ้งกับต้มแฟงด้วย ถือว่าเป็นมื้อพิเศษต้อนรับคุณเออริก"เออริกได้ยินแล้วยิ้มโชว์ฟันขาวทุกซี่ เพิลช่างน่ารักกับเขาเสียจริง... ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่าเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาอดใจรอกินอาหารที่เพิลทำไม่ไหว

 

"ดีแลน?"เห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาเลยเดินเข้าไปไกล้ๆ แต่พอจะเอ่ยถามว่าเป็นอะไรก็ถูกคว้าเอวเข้าหาตัว ดีแลน? หมอนี่?! สภาพของเขากับดีแลนโคตรจะชวนให้คิด สภาพที่เขานั่งตักหมอนี่แล้วหันหน้าเข้าตัว มือข้างหนึ่งก็ถูกดีแลนจับเอาไว้ ส่วนอีกข้างมือแกร่งดันเอาบางให้แนบชิด

 

"ดีแลน..."กลืนน้ำลายดังเอือก ไม่ทราบว่าหมอนี่ฝันร้ายหรืออย่างไร ทำไมอยู่ก็ทำตัวแบบนี้ล่ะเนี่ย!... เริ่มทำจิตใจให้สงบก่อนจะถอนตัวเองออกจากตรงนั้น สายตาของดีแลนที่มองมาเหมือนมีประกายน้อยใจอะไรบางอย่าง นี่เขาไปทำอะไรให้หมอนี่ไม่พอใจหรือเปล่า...

 

"ดีแลนเป็นอะไร ผมทำให้นายโกรธหรอ บอกผมได้ไหมดีแลนอย่าเงียบแบบนี้สิ"พอเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบก็คะยั้นคะยอ คิ้วเรียวเริ่มขมวด อะไรที่ทำให้ดีแลนเป็นแบบนี้ เมื่อวานก็ยังดีๆอยู่เลยพอเออริกมากลับไม่ยอมพูดยอมจาสะงั้น พอทำอาหารมาให้เพราะต้อนรับเออริกอีกฝ่ายก็ดูไม่ชอบใจ... เอ่ะ หรือว่า

 

"คุณไม่พอใจเออริกที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มเรางั้นหรอ"ถามออกไปตรงๆ เรื่องนี้ถ้าดีแลนตอบว่าใช่ก็คงอึดอัดไม่ใช่น้อย เออริกก็เคยช่วยเหลือเขาอยู่หลายหนมันหนักใจนัก! โอ๊ย!ปวดหัว!

 

เห้อ...ดีแลนไม่ตอบอย่างนี้เขาก็จนปัญญาจะแก้ไขปัญหาแล้ว ไม่ใช่ว่าดีแลนไม่ใช่คนดีแต่ถ้าเป็นแบบนี้เขาก็ทำใจไม่ได้...

 

"งั้นพวกเราแยกกลุ่มกันไหม ผมสัญญาว่าถ้าพิธีในวันนี้เสร็จสิ้นเมื่อไหร่ผมจะเข้ากลุ่มกับ...คุณ..."

 

"ไม่..."ไม่ทันได้พูดจบดีแลนก็หันขวับตอบกลับมาทันที ทั้งสายตายังเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธเหมือนเรื่องนี้ไม่ควรหยิบยกมาพูดอีก จะแยกจากเขางั้นรึ...หึ ไม่มีวันสะหรอก!

 

ไม่รู้ว่าทำไมดีแลนถึงเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน อาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แต่เมื่อไอ้เอลฟ์เออริกนั่นมามันก็มีความรู้สึกสายหนึ่งตีแผ่ขึ้นไปที่หน้าอกให้ร้อนรุ่ม ไม่อยากให้คนอื่นหรือใครหน้าไหนแย่งคนตรงหน้าเขาไป... หรือว่าอาการที่ว่านั้นคือ...หึงงั้นหรอ...

 

ดีแลนนิ่งค้าง ไม่เชื่อในความคิดของตัวเอง อีกฝ่ายคือผู้ชายเขาที่เป็นผู้ชายก็ควรจะรู้สึกเฉยๆสิ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ดีแลนเคยศึกษาทางด้านจิตวิทยา อาการแบบนี้ยังไงก็คือสิ่งที่เขาคิด หึง...หวง... สองคำนี้มันตีวนอยู่ในหัวไปมา หรือแท้ที่จริงแล้ว...

 

เขาจะชอบเพิล...

 

_________________________________

แหมคุณพี่ก็ไม่เพลาเลยน้าาาา น้องเครียดไปหมดแล้วพยายามเข้าใจสักทีเถิด

ความคิดเห็น