ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 26

คำค้น : daddy and the beast ตอนที่ 26

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 253

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26
แบบอักษร

ตอนที่ 26 

“พี่ลัค!”

ร่างสูงหนากับใบหน้าหล่อคมพร้อมปีกสีดำแววน้ำเงินกำลังบินตามหมาปีศาจของผมมา เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าผมสังเกตเห็นแล้วก็ร่อนลงมาหยุดบนหลังเพนนีของผม ผมเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจว่าต้องการอะไร เราต่างจ้องตากันไปมาแต่กลับไม่มีใครพูดจนสุดท้ายผมก็ต้องด่าไอ้ขี้เก๊กที่กำลังยืนกอดอกมองต่ำมาที่ผม

“เป็นอะไร! อยากได้อะไรก็ว่ามาอย่ามาทำแบบนี้”

“...”

“ถามก็พูดจะตามข้ามาทำไม!”

“ทำไมต้องเสียงดัง เจ้าเห็นว่าข้าอยู่ไกลนักรึ”

“อึก...”

มันน่านัก ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่คงด่าไปมากกว่านี้แล้ว นอกจากจะเปลี่ยนไปไม่มาหาเรื่องกันแล้วยังเปลี่ยนการหาเรื่องเป็นกวนตีนแทนงั้นสินะ ให้ตายเถอะอยากจะบ้าตาย

“พอดีข้ามีธุระที่หุบเขามรณะพอดีเลยกะว่าจะร่วมทางมากับเจ้า”

“อย่างท่านพี่น่ะรึอยากจะร่วมทางมากับข้า ปีกสีดำน้ำเงินนั่นสามารถพาท่านไปถึงหุบเขามรณะได้ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำเหตุใดจึงอยากลำบากเดินทางกับหมาปีศาจที่ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ กันเล่า”

“...ข้าขี้เกียจบิน”

“เฮอะ! นี่ท่านไปหัดกวนประสาทมาจากที่ใดกันถึงได้เก่งเช่นนี้ ข้าเคยพูดไว้ว่าหากมีใครมาทำลายความสงบของข้าข้าจะไม่เอามันไว้ สงสัยว่าท่านพี่อยากจะลองเชิงพลังปีศาจของข้าซะแล้ว”

“เดี๋ยวนี้เจ้าไม่เจียมเนื้อเจียมตัวเลยนะ ถึงพลังของเจ้าจะแกร่งขนาดไหนแต่ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี”

“ท่านกำลังขู่ข้าหรอ?”

“ใช่สิ ข้าแค่จะขอนั่งเพนนีของเจ้าไปหุบเขามรณะเหตุใดจะต้องมาหาเรื่อง หากเจ้าคิดจะสู้กับข้าตอนนี้เจ้าก็แพ้อยู่ดีนั่นแหละ ฉะนั้นอยู่เงียบๆ ไปซะ”

จริงอย่างที่พี่ลัคพูดเพราะตอนนี้ผมยังควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้ถ้าต่อสู้กันจริงๆ ก็มีแต่เสียกับเสีย แค่จะเอาชนะพี่ลัคก็ยากแล้วไหนจะต้องมารับผลกระทบจากการใช้พลังปีศาจอีก มันจะเสียเวลาที่จะกลับไปหาโรเบน

เพราะฉะนั้นผมจะนั่งเงียบๆ แล้วปล่อยให้ท่านพี่ร่วมทางไปด้วยก็ได้

เวลาผ่านไปค่อนวันผมเริ่มทนไม่ไหวกับอากาศหนาวด้านนอก โลกปีศาจไม่ได้อบอุ่นเหมือนโลกมนุษย์และมีแสงแดดน้อย ผิวของผมยังไม่หายสนิทดีมันยังซีดและบางจนสัมผัสสิ่งรอบข้างได้ดีกว่าเมื่อก่อน แต่สีของมันก็ขาวซีดสมกับเป็นปีศาจขึ้นมากว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ผมล้มตัวลงนอนไม่อายร่างสูงที่ร่วมอาศัยมาด้วยแล้วซุกตัวเข้าไปในขนของเพนนีให้ได้มากที่สุด

“หนาวเหรอ”

“...”

“อ่อนแอ”

“...”

ฟึ่บ!

อยู่ดีๆ พี่ลัคก็ถอดเสื้อคลุมออกมาโยนใส่ผม ผมลุกขึ้นมานั่งมองหน้าเหมือนไม่เข้าใจเพราะไม่คิดว่าคนอย่างพี่ลัคจะเอาเสื้อให้คนอื่นใส่ แต่ดูสภาพแล้วผมก็น่าเวทนานักเพราะออกมาเดินทางแบบนี้แต่กลับใส่แค่เสื้อผ้าตัวบางๆ พี่คนอื่นมักจะมีเสื้อคลุมไว้บอกถึงตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์เสมอ

“เอาให้ข้าทำไม”

“ก็เจ้าหนาวไม่ใช่รึ”

“แล้วข้าบอกท่านพี่รึว่าอยากได้เสื้อคลุมของท่าน”

“ไม่เอาก็ตามใจ”

ผมโยนเสื้อคลุมนั้นคืนทันทีแล้วล้มตัวลงนอนต่อ เวลาผ่านไปไม่นานผมก็ต้องมาคิดใหม่ว่าถ้าตอนนั้นผมไม่คืนเสื้อคลุมให้พี่ลัคไปอาจจะดีก็ได้ นี่ผมกลายเป็นพวกหยิ่งแล้วมารับกรรมทีหลังเหรอเนี่ย ไม่น่าทำเป็นเก่งเลยตอนนี้ผมหนาวจนเริ่มสั่นแล้ว สงสัยคงต้องบอกให้เพนนีหยุดวิ่งซักหน่อยจะได้ไม่ต้องโดนลมมาก

ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งแอบมองไปที่ร่างสูงนั้นกำลังนอนห้อยขาลงข้างลำตัวของเพนนีอยู่ ผมขยับตัวไปใกล้หูของเพนนีแต่พอจะขยับกลับมีมือหนาดึงให้หันกลับไปมอง

“ไหนบอกไม่หนาวไง”

สีหน้านิ่งเรียบเหมือนกำลังเบื่อโลกทำเอาผมพูดไม่ออก จะเถียงก็ไม่ได้เพราะผมทำตัวเอง แต่ตอนนั้นท่านพี่ลัคถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอามาคลุมให้ผมอีกครั้งก่อนจะพลิกตัวกลับไปนอนท่าเดิม ผมนั่งอึ้งเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำให้แบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องรับเสื้อคลุมนั้นมาใส่แล้วล้มตัวลงนอนต่อ

 

ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับมีเมฆหนาพายุกำลังจะโหม อากาศเย็นและลมหนาวที่พัดออกมาจากช่องแคบระหว่างหุบเขามรณะทำเอาผมสั่น หุบเขามรณะก็สมกับชื่ออย่างที่ได้ยิน เพราะมันมีหน้าตาเหมือนรูปกะโหลกขนาดใหญ่กองกันอยู่เบื้องหน้า อากาศเย็นหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำราวกับจะเอาความร้อนของการมีชีวิตไปหมดจนเหลือแค่ร่างเย็นของศพ

“เจ้าแน่ใจแล้วเหรอที่จะเข้าไปในหุบเขานี้”

“...ทำไมท่านพี่ถึงถามข้าซ้ำแบบนั้น ไม่มีอะไรหยุดข้าได้หรอก”

“มีเหตุผลอันใดจึงต้องรีบควบคุมพลังของเจ้าให้ได้เร็วๆ กัน เจ้าอยากจะเข้าร่วมสงครามรึ”

“ไม่มีทาง”

“แล้วเหตุผลนั้นคืออะไร”

“...นั่นไม่ใช่ธุระของท่านพี่”

เราต่างเงียบและลุกขึ้นยืนบนหลังของหมาปีศาจเพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ไม่คาดคิดจากหุบเขานั้น ไม่นานหลังจากที่เราเข้าสู่เขตของหุบเขาเพนนีก็เริ่มหยุดวิ่งแล้วเปลี่ยนมาเป็นเดิน บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยไอปีศาจและคลื่นพลังที่ยังหลงเหลือจากสงคราม

อากาศของโลกปีศาจที่ว่าหนาวเย็นอยู่แล้วยิ่งหนาวจนขนลุกไปหมด ผมสอดส่ายสายตาไปทั่วด้วยความระแวดระวัง ที่นี่น่ากลัวจริงๆ บอกตามตรงว่าอันตรายมากสำหรับผมที่ยังใช้พลังปีศาจไม่ได้

แต่จะเอาแต่กลัวได้ยังไงในเมื่อผมมาที่นี่เพื่อฝึกใช้พลังปีศาจ

“ท่านพี่ลัคเราคงต้องแยกทางกันตรงนี้ ข้าไม่อยากให้ใครอยู่ด้วยระหว่างที่ฝึกใช้พลัง”

“...แน่ใจเหรอว่าไม่อยากให้ข้าอยู่ด้วย”

“ข้าแน่ใจว่าไม่อยากให้ท่านอยู่ด้วย”

“...”

พี่ลัคมองเงียบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะกระโดดลงจากหลังของเพนนี ผมถอดเสื้อคลุมของพี่ลัคออกแล้วโยนคืนให้เจ้าของ ร่างสูงรับมันไว้แล้วมองเงียบๆ ก่อนจะกางปีกออกแล้วบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ตึง!

“เฮือก!”

หลังจากที่พี่ลัคไปไม่นานก็มีเสียงดังตึงเหมือนมีค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกับพื้นพร้อมแรงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว เพนนีหยุดเดินและย่อตัวลงทันที เรานิ่งอึ้งไปจนกระทั่งแรงสั่นสะเทือนนั้นหยุดลงจากนั้นเจ้าของที่มาของเสียงก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือหมีปีศาจอายุน่าจะเป็นพันปี เขาโค้งงุ้มยาวสวยใบหน้ามีรอยแผลเป็นราวกับผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน

“เพนนี”

“โฮ่ง!”

เจ้าหมาคู่ใจพาผมออกวิ่งหนีทันที แต่เจ้าหมีปีศาจก็ดันวิ่งตามมาแล้วกระโจนเข้าใส่เรา เพนนีกระโดดขึ้นกลางอากาศหนีอุ้งมือหมีที่กำลังจะตะปบลงมา

ตูม!

ไม่ได้การผมต้องใช้พลังปีศาจตอนนี้ไม่งั้นทั้งผมทั้งหมาได้พากันตายที่นี่แน่ ผมเกร็งเล็บมือจนมันยาวงอกออกมาจากนั้นก็เค้นเอาพลังปีศาจเคลือบมือไว้แล้วดึงปีกสีดำสนิทของผมออก

“อึก!”

แค่ดึงพลังปีศาจออกมาไม่ทันใช้ก็เจ็บร้าวเข้าเนื้อในแล้ว แบบนี้คงต้องรีบปิดฉากก่อนที่ผลกระทบจากการใช้พลังจะมากเกินทนรับไหว

ผมกระพือปีกแล้วบินเข้าใส่หมียักษ์ตรงหน้า ร่างกายของผมร้อนรุ่มไปหมดมันเดือดพล่านเหมือนพลังจะครอบงำกลืนกินผมเข้าไปเอง พลังมหาศาลนั้นยากเกินจะควบคุมแต่มันก็น่าทึ่งเพียงแค่กระพือปีกครั้งเดียวความเร็วของมันก็แทบจะมองตามไม่ทัน

โฮกกกก!

หมีปีศาจคำรามแล้วตบมือลงแต่มันก็พลาดเป้าเพราะความเร็วของผม เล็บยาวของผมเหยียดตรงเตรียมจะแทงทะลุหัวใจของมัน เจ้าหมีรู้ตัวว่ากำลังจะตายในไม่ช้ามันรีบตะปบมือเข้าหาอกของตัวเองทันที

ปึง!

แต่สายไปเพราะร่างของผมพุ่งทะลุร่างของมันออกมาด้านหลังแล้ว ผมมั่นใจว่าเล็บของผมเจาะทะลุหัวใจของมัน ร่างของผมพุ่งชนป่าด้านหลังไปไกลด้วยแรงจากการกระพือปีกที่ไม่สามารถควบคุมพลังมันได้ ผมได้ยินเสียงล้มทับต้นไม้และพื้นในป่าจากจุดที่ผมกระเด็นออกมา

เจ้าหมีนั่นคงตายไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะฆ่ามันเร็วแบบนี้ ท่านพ่อสั่งให้ผมมาปราบพยศไม่ใช่มาฆ่านั่นหมายความว่าผมยังไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ ถ้าผมสามารถควบคุมพลังตัวเองได้เมื่อไหร่ก็จะทำให้พวกมันเกรงขามและยอมเชื่อฟังมากกว่าต้องฆ่าให้ตาย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว