facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักที่หลงเข้ามา กรุณากดถูกใจ แสดงความเห็นให้นักเขียนคนนี้นำไปปรับปรุงด้วยนะคะ :)

ชื่อตอน : 7 : กับดัก (100%)

คำค้น : #หลีกลี้หลบหนีรัก #รักพี่ #พี่ไม่รัก #มนารมณ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 67

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7 : กับดัก (100%)
แบบอักษร

7 

               “ลลิลฝันร้ายเหรอ”  

               ยุกุลกระวนกระวายเข็นวีลแชร์ตามสาวสวยหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จากับใครหลังวิ่งเตลิดเข้าห้องน้ำและกลับออกมาพร้อมใบหน้าที่เปียกชุ่ม รวมถึงผมเผ้าและใบหน้าบางส่วน  

               ถ้าลลิลฝันร้าย ทำไมต้องมีชื่อเขาเป็นเสี้ยวหนึ่งในนั้น เขาอยากเป็นฝันดี  

               ด้านหญิงสาวกำลังโมโหตัวเองสุดขีด ผู้ชายมีเป็นร้อยเป็นพันให้ฝันถึง จะเป็นอลันหรือพัคซอจุนพระเอกซีรี่ส์เรื่องที่ยุกุลเปิดดูเธอก็ไม่ติด แต่ทำไม...เวรกรรมอะไรดลใจให้เก็บยุกุลไปร่วมเบดซีนหวาบหวิวด้วย

               “สงสัยอากาศในห้องคงเย็นไปหน่อย น้องลลิลถึงนอนฝันร้าย แต่น้องยอร์ชก็โทรเรียกให้พี่เข้าไปห่มผ้าให้นะคะ”

               ยุกุลอยากดูแลลลิลด้วยตัวเองทุกอย่างหากไม่ติดว่าขยับเขยื้อนข้อเท้ามากไม่ได้ ถึงไหว้วานให้ปุ๊กกี้ทำแทน ทั้งห่มผ้า ปรับเครื่องปรับอากาศ เปิดไฟให้เพราะอยากมองหน้าลลิลชัดๆ

               “ทุกคนออกไปรอข้างนอกเถอะค่ะ ลลิลจะทำอาหารให้เพื่อนยอร์ช” ลลิลข่มอารมณ์หงุดหงิดออกปากไล่คู่เจ้านายและสาวใช้ที่สนทนาจอแจใกล้หูกลายๆ ยุกุลเพิ่งบอกว่าจะมีเพื่อนสองสามคนมาเยี่ยม เธออาสาเข้าครัวเอง

               คล้อยหลังสองคนนั้นพ้นเขตประตูห้อง ลลิลทิ้งตัวนั่งพับเพียบกับพื้นรวดเร็วดั่งใบไม้ร่วง ก่นด่าตัวเองในใจว่าแค่วันสองวันก็ดันหวั่นไหวกับยุกุลเสียแล้ว

               เธอต้องห้ามตัวเองเดี๋ยวนี้นะลลิล!  

               ลลิลสลัดภาพเหตุการณ์ในห้วงนิทราทิ้ง ตั้งสติลุกขึ้นมาทำกับข้าวตามที่ตั้งใจจนเสร็จเรียบร้อยพอดีกับที่แขกระดับดาวรุ่งช่องดังมาเยือนบ้านหิรัญศกรถึงสามคน ทีแรกลลิลคิดว่าเพื่อนมหาวิทยาลัยเสียอีก  

               “คนนี้ที่เป็นข่าวกับแกไม่ใช่เหรอ”  

               ‘เพิร์ธ ภาณุพันธุ์’ พระเอกเจเนอเรชั่นใหม่ที่ละครกำลังออนแอร์กระซิบถามเพื่อนขณะลลิลนำอาหารมาจัดวางบนโต๊ะ  

               “อืม” ยุกุลพยักหน้ารับ  

               “ตกลงคบกันเหรอวะ”  

               ‘เซฟ ธนาคาร’ พระรองหน้าคมถามต่อ ทำเอาสาวน้อยเพียงคนเดียวที่ติดตามมาด้วยอย่างมณิสราถึงกับหน้าจ๋อย  

               “เปล่าค่ะ”  

               ลลิลทนฟังเด็กๆ สนทนาพาดพิงตนราวกับเธอหูดับไม่ไหวจึงตอบคำถามนั้นแทนยุกุล คราวนี้ยุกุลทำปากคว่ำบ้าง แนะนำให้ลลิลรู้จักอย่างไม่เต็มใจ  

               “นี่ลลิล พี่สาวที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก”  

               เขาจงใจเน้นคำว่า ‘พี่สาว’ เป็นพิเศษทั้งที่จริงอยากให้เธอเป็นมากกว่านั้น ทุกคนยกมือไหว้ทักทายลลิล หญิงสาวรับไหว้และส่งยิ้มกว้างตอบกลับ  

               “ยินดีที่ได้พบทุกคนนะคะ ทานข้าวกันเลยไหม” ลลิลเอ่ยถาม สองหนุ่มรีบผงกหัวขึ้นลงตอบรับคนสวยที่ทำอะไรพูดอะไรก็น่ามองน่าฟังไปหมด “พี่ปุ๊กกี้ตักข้าวให้แขกด้วยค่ะ เดี๋ยวลลิลจะเข้าไปยกอาหารในครัวมา”  

               “สราไปด้วยสิคะพี่ลลิล” มณิสราโพล่งขอ “สราซื้อซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งมาให้พี่ยอร์ชจะได้จัดใส่จาน”  

               “รออยู่ตรงนี้ก็ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง”  

               “ให้สราช่วยเถอะนะคะ”  

               “ได้จ้ะ งั้นตามพี่มา” ลลิลทนลูกตื๊อของสาวน้อยไม่ไหวจึงชวนไปที่ห้องครัวด้วยกัน  

               “พี่ลลิลอยู่ที่นี่เหรอคะ”  

               “เปล่าจ้ะ บ้านพี่อยู่ในซอยนี้” ลลิลตอบซื่อๆ พอฉุกคิดได้ว่ามณิสราคงอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่จึงอธิบายเสริม “พี่สัญญาว่าจะดูแลยอร์ชจนกว่าเขาจะหาย เพราะช่วยพี่ ยอร์ชถึงเจ็บ”  

               “พี่ลลิลเป็นพี่สาวที่น่ารักจังเลยนะคะ” ลลิลยิ้มจืดเจื่อน ไม่รู้จะตอบอะไร อีกฝ่ายจึงชวนจ้อ “สราซื้อซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งของโปรดพี่ยอร์ชมาค่ะ เจ้านี้อร่อยมาก หวังว่าพี่ลลิลคงชอบเหมือนที่พี่ยอร์ชชอบ”  

               ประโยคบอกเล่านั้นยิ่งทำให้ลลิลปั้นหน้าไม่ถูก มณิสรากำลังอวดเบ่งในสิ่งที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเหมือนเด็กหวงของ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามณิสราชอบยุกุล จะให้พูดอย่างไรดีล่ะ...เด็กนั่นชอบซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งเพราะเห็นเป็นของโปรดเธอจึงชอบแย่งเธอกินประจำตั้งแต่เด็กๆ  

               ลลิลกับมณิสรากลับมาที่โต๊ะทานอาหาร หนุ่มๆ พูดคุยรออย่างออกรส  

               “ว้าว! อาหารที่พี่ลลิลทำน่ากินทุกอย่างด้วยเลยครับ” ภาณุพันธุ์กล่าวชมหญิงสาวเสียงเบาผสมท่าทีเอียงอายขัดหูขัดตายุกุล  

               “อย่าเพิ่งชม ชิมก่อนดีกว่าจ้ะ” ลลิลถ่อมตัว “ทานให้อร่อยนะ พี่ขอตัวไปทำงานก่อน”  

               “ทานด้วยกันก่อนสิ” ยุกุลรั้งข้อมือเธอไว้ เงยหน้ามองตาละห้อย  

               “ยอร์ชทานกับเพื่อนๆ เถอะ” ลลิลกัดฟันพูด ยิ้มแบบไม่เปิดเผยฟันขาว รักษาภาพลักษณ์พี่สาวแสนดี  

               หากแต่สองหนุ่มคะยั้นคะยอให้นั่งร่วมวง จึงลงเอยด้วยการต้องอยู่ต่อ สามหนุ่มผลัดกันชมฝีมือการทำอาหารของลลิล แต่ที่เด็ดสุดคงเป็นคำชมจากสาวน้อยเพียงคนเดียวในที่นั้น  

               “ตอนอยู่เมืองนอกพี่ลลิลทำอาหารไทยบ่อยใช่ไหมคะ รสมือถึงยังคงความเป็นไทยแท้ขนาดนี้”  

               “ก็ทำบ้างจ้ะ แล้วแต่จะหาวัตถุดิบได้”  

               “แล้วพี่อลันเขาชอบเมนูไหนเหรอคะ”  

               ยุกุลสะอึกกับคำถามไม่เข้าท่าที่ถามโดยมณิสรา เขารวบช้อนส้อมและยกแก้วขึ้นดื่มน้ำ รอฟังคำตอบจากลลิล  

               “เขาเป็นคนทานอะไรง่ายๆ ไม่เรื่องมาก” คนถูกถามตอบไม่เกินความจริง อลันมีแม่เป็นคนไทย เขาซึมซับวัฒนธรรมไทยมากพอสมควรแม้จะใช้ชีวิตต่างแดนตั้งแต่เด็กเสียส่วนใหญ่  

               “น่ารักจังเลยค่ะ สราเป็นแฟนคลับพี่อลันค่ะ ติดตามพี่เขามาตลอดแต่เห็นเขาชอบทำหน้าเคร่งขรึมตลอด คิดว่าจะเป็นคนเรื่องมากซะอีก” สราหัวเราะน้อยๆ “วันนี้ได้รู้จักพี่ลลิล สราก็หวังว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสเจอพี่อลันนะคะ” มณิสราปรารภความคาดหวัง  

               “อีกเดือนกว่า อลันจะบินกลับไทยจ้ะ”  

               “จริงเหรอคะพี่ลลิล”  

               “อะฮึ่ม!” ยุกุลกระแอม “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ แต่แค่สงสัยว่าที่มารวมกันตรงนี้วันนี้เพื่อทานข้าวหรือเล่าเรื่องผู้ชายคนอื่น” น้ำเสียงเคร่งขรึม ใบหน้าเรียบเฉยสะท้อนความไม่พอใจในที ทำบรรยากาศอึมครึมทันที  

               “ขอโทษค่ะพี่ยอร์ช สราลืมตัว” นางเอกสาวขอโทษเสียงอ่อย  

               “มันก็เรื่องปกติธรรมดาเวลาสาวๆ เจอกันแหละ แกอย่าถือสาหาความสราเลย” ธนาคารถือคติเอาน้ำเย็นเข้าลูบ  

               “หมอบอกว่าเป็นอาการข้างเคียงของการบาดเจ็บ อาจจะหงุดหงิดบ้าง น้อยใจบ่อย สราไม่ต้องกังวลนะ” ลลิลปลอบมณิสราที่ทำตัวไม่ถูก “กินข้าวอีกนิดหนึ่งสิ ตอนบ่ายสองนักกายภาพจะมาดูอาการนี่” ก่อนหันไปตักผัดผักใส่จานให้คนอารมณ์แปรปรวน  

               เมื่อไหร่จะโตสักทีนะยุกุล!  

               หลังทานอาหารกลางวันเสร็จ ลลิลปลีกตัวกลับบ้านภูวเศรษฐ์ ปล่อยให้ยุกุลใช้เวลากับกลุ่มเพื่อนตามสะดวก ทีแรกยุกุลแอบงอแงจะรั้งให้เธออยู่ด้วย แต่เธอให้เหตุผลว่าต้องทำงาน เขาถึงยอมอนุญาต ยุกุลทำตัวเหมือนเป็นเจ้าชีวิตเธออย่างไรอย่างนั้น

------------------------------------------------------------------------------ 

               เกือบห้าโมงเย็น นักกายภาพบำบัดยุติการทำหน้าที่ในวันนี้และลากลับ ส่วนเพื่อนร่วมวงการของยุกุลก็แยกย้ายตั้งแต่ก่อนนักกายภาพบำบัดจะมาถึง ตอนนี้คงเหลือเพียงสมาชิกบ้านหิรัญศกรและลลิล  

               “อาขอบใจลลิลมากที่ดูแลยอร์ชอย่างดี”  

               อนุกุลเห็นถึงความใส่ใจที่ลลิลแสดงผ่านการกระทำ เธอตั้งใจฟังทุกอย่างที่นักกายภาพแนะและถามข้อมูลการดูแลลูกชายของตนเพิ่มเติม  

               “ก็เขารับปากว่าจะชดใช้ให้ลูกเราก็ต้องเป็นไปตามนั้นไงคะ ไม่จำเป็นต้องขอบอกขอบใจอะไร” ยุวดีเบ้ปากจิกตามองสาวรุ่นลูกที่นั่งข้างๆ วีลแชร์ของลูกชาย  

               “ค่ะ ลลิลทำตามที่สัญญาไว้เท่านั้นเอง” คนถูกพาดพิงทำเออออตามยุวดี  

               “ยอร์ชเมื่อยอยากนอนพัก ลลิลพายอร์ชกลับห้องหน่อยสิ” ยุกุลไม่อยากค่อนแขวะหญิงที่ตัวเองรักจึงเบี่ยงเบนความสนใจ “ค่ำนี้แม่ต้องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอครับ รีบไปเตรียมตัวสิครับ”  

               “แต่แม่ไม่อยากทิ้งลูกไว้กับ...”  

               “แต่วันนี้ลลิลก็ดูแลตายอร์ชแทนเราทั้งวันนะแม่ยุ” อารีเอ่ยทวงความยุติธรรมให้สาวน้อยคนโปรด  

               “ไปกันเถอะลลิล ยอร์ชปวดขา” ยุกุลอ้างพลางเร่งพยาบาลส่วนตัว  

               คนไร้สิทธิ์ปฏิเสธพยักหน้ารับทราบ พาคนเอาแต่ใจกลับห้องนอน ลลิลประคองยุกุลจากรถเข็นมาที่เตียงดังเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา จัดหมอนรองขาในตำแหน่งที่พอดีและคิดหลีกหนีด้วยการไปทำอาหารเย็น  

               “ลลิลจัดหมอนให้ยอร์ชหน่อย ยอร์ชว่ามันต่ำไปหน่อย”  

               คนที่หันหลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันให้เจ้ากรรมนายเวร ข้อเท้าหักไม่ได้เป็นง่อยหรืออ่อนเปลี้ยเพลียแรงเสียหน่อย แค่ขยับหมอนก็ต้องสั่งๆๆๆ ยุกุลจงใจแกล้งเธอ  

               “ค่ะคุณชาย” ลลิลหมุนตัวคลานเข่ากลับมาใกล้ๆ เขา “กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลันหรือไง” ปากด่าทว่ามือข้างหนึ่งสอดวางตรงท้ายทอยค่อยๆ ยกศีรษะได้รูปอย่างระมัดระวัง มืออีกข้างปรับดึงหมอนนุ่ม คนคิดไม่ซื่ออาศัยจังหวะนั้นใช้สองแขนรั้งตัวสาวเจ้าเข้าสู่อกแกร่ง ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงสองนิ้ว “ปล่อย!” หญิงสาวดิ้นขลุกขลักออกคำสั่งเสียงแข็ง  

               “ยังไม่ปล่อย ต้องอยู่แบบนี้นานๆ ลลิลจะมั่นใจว่ากล้ามเนื้อยอร์ชไม่ได้อ่อนแรง คิดดูดีๆ สิ ขืนอาการหนักกว่านี้ คนที่ทรมานคือลลิลนะ ต้องได้อยู่กับยอร์ชอีกนาน” ยุกุลยิ้มร่า กระดี๊กระด๊าประหนึ่งฝนโปรยลงมาบนผืนนาหน้าแล้ง นาทีนี้ได้ทั้งแกล้งทั้งใกล้ชิดหญิงสาว  

               “ยุกุล!” ลลิลตวาด เบือนหน้าหลบสายตาคู่นั้นที่มองมา  

               “ครับ” คนท่องคติ ‘ด้านได้อายอด’ ลอยหน้าลอยตาขานรับไม่สะทกสะท้าน “ลลิลรังเกียจยอร์ชมากเลยเหรอ” ประโยคหลังแฝงความเจ็บปวดใจเล็กน้อย  

               “ปละ...เปล่าซะหน่อย” แน่นอนว่าคนฟังจับความรู้สึกนั้นได้ ลลิลผินหน้ากลับมาช้าๆ ตอบกระท่อนกระแท่นแต่ต้องการถนอมจิตใจชายหนุ่ม  

               ลลิลไม่ได้รังเกียจหรือเกลียดเขาเลยสักนิด แต่สิ่งที่ทำให้เธอพยายามอยู่ห่างจากยุกุลคือความรู้สึกที่เขามีให้และแสดงออกอย่างชัดเจน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างลีลากับยุวดีนั้นไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไรซึ่งต้นสายปลายเหตุคืออะไร มารดาไม่เคยพูดถึงแต่ส่งผลกระทบให้มารดายุกุลปฏิบัติต่อเธอเชิงลบเสมอมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด...ลลิลไม่อยากเป็นฟืนที่ลีลาใช้สุมไฟความบาดหมางชิงชังนี้  

               “แต่ลลิลไม่เคยพูดดีๆ หรือยิ้มให้ยอร์ชแบบเต็มใจเลยสักครั้งตั้งแต่เรารู้จักกัน” ยุกุลยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกราวกับกลัวเธอจะอันตรธานหายไปหลังจากเขาพูดไม่เข้าหู “สิ่งที่ลลิลทำไม่ได้ใกล้เคียงสถานะพี่สาวที่ลลิลชอบอ้างสักนิด” ถ้าลลิลวางตัวให้สมกับเป็นพี่สาว เขาอาจจะทำใจได้นานแล้ว แต่เพราะเธอเฉยชามาตลอด เขาถึงตัดใจยอมแพ้ไม่ลงเสียที  

               “นายต้องการอะไรกันแน่” 

               “ยอร์ชอยากรู้ว่าลลิลเมินยอร์ชทำไม เพราะรังเกียจหรือกลัวว่าจะรัก”  

               “เพ้อเจ้อ!” ลลิลสวนทันควันทั้งที่ใจเต้นตึกตัก 

               กลัวว่าจะรักเหรอ...ไม่เคยอยู่ในหัวสักนิด  

               “งั้นบอกเหตุผลยอร์ชมาสิ”  

               “ปล่อยฉันก่อนสิ” ลลิลต่อรอง  

               “ไม่ปล่อย ลลิลต้องบอกก่อน”  

               “ฉันมีแฟนแล้วจะให้ทำสนิทกับผู้ชายคนอื่นมันก็ดูไม่ดีไง” ลลิลอ้อมแอ้มตอบ  

               “ตอนสิบเจ็ดสิบแปดลลิลไม่มีแฟนนะ” ยุกุลต้อนเด็กเลี้ยงแกะกะให้จนมุมสารภาพความจริง  

               “ก็...” ลลิลอึกอัก “โอ๊ย!” ก่อนจะร้องลั่นเพราะยุกุลกอดแน่นกว่าเก่า  

               “ถ้าไม่บอกเหตุผลก็อยู่อย่างนี้แหละ”  

               “ยอร์ช!” 

               “ครับ”  

               ยิ่งเฮ้วใส่ ยุกุลยิ่งก่อกวนยิ่งรัดแน่นดั่งงูเหลือมกำลังจัดการเหยื่อ เมื่อถูกทำให้แนบชิดโดยไม่ตั้งใจ จมูกโด่งรั้นและปากนุ่มจึงชนเข้ากับแก้มหนุ่มหล่อจังๆ ต่างฝ่ายต่างตกใจโดยเฉพาะยุกุลที่ไม่คิดว่าโชคใหญ่จะหล่นทับ เผลอคลายวงแขนที่โอบหญิงสาว ลลิลรีบลุกขึ้นนั่งยังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพเหตุการณ์ในฝันผุดขึ้นหลอกหลอนในความคิด  

               “เพราะนายไม่ใช่คนที่ฉันชอบ ฉันอึดอัดทุกครั้งเวลาเราเจอกัน” ลลิลโพล่งออกไปให้เขาหายคลางแคลงใจ “ฉันรู้ว่านายรู้สึกกับฉันยังไงแต่การรักใครสักคนหนึ่งมากๆ ไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นคนที่ถูกเลือก เราใช้ความรักบังคับให้ใครรักเราตอบไม่ได้หรอกนะยอร์ช”  

               ยุกุลหน้าชาเมื่อได้ฟังคำตอบที่เขาขบคิดมาแสนนาน นี่ใช่ไหมที่คนมักพูดว่า ‘คนที่ใช่ไม่ต้องใช้ความพยายาม’ ลลิลกำลังเตือนสติเขาว่าต่อให้ทุ่มเทแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันได้ครอบครองหัวใจของเธอ 

  

               สามวันต่อมา  

               หลังตัดสะบั้นความรักของหนุ่มรุ่นน้องอย่างไม่ไยดี ลลิลไม่ไปที่บ้านยุกุลอีกเลย เธอสงสารเขาแต่หากยังปล่อยให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ คนที่เจ็บหนักก็คือยุกุล หญิงสาวเพียรบอกตัวเองว่าทำถูกแล้ว  

               “ลลิล”

               “คุณอา” คนที่หนีมาซ่อนตัวทำงานนิยายในสวนเงยหน้าตามเสียงเรียก ไม่นึกว่าผู้มาเยือนจะเป็นยุวดีที่ร้อยวันพันปีไม่เคยมาเหยียบบ้านภูวเศรษฐ์

               “เธอรับปากแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะดูแลตายอร์ช แล้วทำไมไม่ทำตามที่พูด” ยุวดีฉอดชุดใหญ่เผยอารมณ์เกรี้ยวกราด

               “ลลิล...” เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร

               “ยอร์ชทานข้าวน้อย ไม่ยอมทำกายภาพ ถามอะไรก็ไม่พูดไม่จาตั้งแต่วันที่เธอผิดสัญญา”

               ยุวดีพยายามดูแลยุกุลแต่ลูกชายไม่ให้ความร่วมมือ ดื้อเงียบไม่โวยวายเหมือนที่ผ่านมาเสียด้วย วันเดียวยังพอทนแต่นี่ย่างเข้าสู่วันที่สาม คนเป็นแม่ร้อนรนอยู่นิ่งไม่ไหว ยอมได้ทุกอย่างให้ลูกรักกลับมาเป็นคนเดิม ยุวดีแน่ใจว่าลลิลคือสาเหตุที่ทำให้ยุกุลต่อต้านทุกอย่างในตอนนี้ ถึงบากหน้ามาทวงสัญญาในถิ่นศัตรู

               “ลลิลขอโทษค่ะ พอดีงานลลิลยุ่ง” คนถูกต่อว่าโป้ปดแก้ตัว

               “ก่อนเที่ยงฉันหวังว่าจะได้เห็นเธอไปแสดงความรับผิดชอบที่บ้าน”

               “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับก่อนยุวดีจะสะบัดหน้าหนีเดินหันหลังกลับไป 

               คำบอกเล่าจากยุวดีทำลลิลอดคิดโทษตัวเองที่ก่อเรื่องไม่รู้จักเวลาไม่ได้ สภาพจิตใจยุกุลมีผลต่อการฟื้นตัวของร่างกาย ฉะนั้นสมควรที่เธอต้องกลับไปทำตามสัญญา

               ลลิลเข้าครัวทำข้าวต้มทะเลทรงเครื่องและทับทิบกรอบมะพร้าวอ่อนแล้วนำมาจัดใส่ภาชนะที่บ้านหิรัญศกร ทำใจอยู่พักใหญ่กว่าจะยกเข้ามาในห้องพักของยุกุลได้

               “ยอร์ชไม่หิว ไม่ต้องเอามาหรอก”

               พอได้ยินเสียงคนเข้ามาในห้อง ยุกุลที่นั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างพูดขึ้นโดยไม่สนใจมองว่าใครมาหา

               “จะไม่ดูก่อนสักหน่อยหรือไงว่ามีอะไรบ้าง”

               “ลลิล!” ยุกุลหันขวับด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเสียงใส ใบหน้าเจือรอยยิ้มก่อนจืดเจื่อนลง “ลลิลมาทำไมเหรอ” หากไม่มีธุระ เธอคงอึดอัดใจที่จะเจอหน้าเขา 

               “ทำอาหารมาให้นายไงล่ะ” ลลิลเดินตรงไปยังโซฟาตัวยาวที่ยุกุลนั่งเหยียดขา “ข้าวต้มทะเลทรงเครื่อง ฉันใส่ปลาหมึกมาเยอะเลย มีทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนด้วยนะ วันนี้แม่ไม่อยู่ไม่รู้ว่าฉันทำเองจะถูกปากนายรึเปล่า” หลังวางถาดบนโต๊ะด้านหน้าโซฟา ลลิลแนะนำเมนูคาวหวานที่คัดสรรมาให้คนป่วย ยุกุลชอบแย่งปลาหมึกในชามข้าวต้มเธอตอนวัยรุ่น หญิงสาวจึงเข้าใจว่าเขาชอบแต่หารู้ไม่ว่าเขาอยากแกล้งยียวนตามประสาหนุ่มน้อยอยากชิดใกล้ผู้หญิงที่ชอบ “ขอโทษนะที่หายไปสองวัน มีงานด่วนน่ะ”

               ยุกุลไม่ถามและไม่คิดจะถาม เพราะรู้ดีว่าลลิลหลบหน้าเขาเนื่องจากสาเหตุใด และที่เธอปรากฏตัวต่อหน้าเขาตอนนี้คงเพราะยุวดีที่ไม่มีวันปล่อยเขาอดข้าวอดน้ำตาย

               “ยอร์ชไม่หิว” ยุกุลมองไปยังทิศทางเดิม

               “ไม่หิวก็ต้องกิน” ลลิลขยับลุกไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน “แฟนคลับภาวนาให้นายหายจะได้กลับไปทำงานเร็วๆ แต่ดูซินายทำอะไรอยู่ บำเพ็ญทุกรกิริยาหรือยังไง พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่ามันไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง ต้องเดินทางสายกลางสิ” เธอยกเรื่องราวทางศาสนามาอ้างหวังให้ยุกุลคิดได้ แต่เขากลับนิ่ง “ยอร์ช...กินหน่อยเถอะนะ ทุกคนอยากให้นายหายนะ” หญิงสาวยกมือไปวางบนหลังมือหนา ยุกุลปรายตามองมือน้อยๆ ของลลิล

               “ลลิลก็อยากให้ยอร์ชหายใช่ไหม”

               “ก็ใช่สิ ทำไมฉันจะไม่อยากให้นายหายล่ะ” เธอยิ้มบางๆ แสดงความจริงใจ

               “ถ้ายอร์ชหายเร็ว ลลิลคงดีใจมากสินะ เพราะจะไม่มียอร์ชไปยุ่งวุ่นวายในชีวิตลลิลอีก” แต่คนน้อยใจตีความเป็นอื่น

               “งั้นฉันก็จะเดินทางสายกลาง”

               “...” ยุกุลขมวดคิ้วรอฟัง

               “เรายังติดต่อพูดคุยกันได้ในฐานะพี่น้อง ฉันสัญญาจะเป็นพี่สาวที่ดีไม่มึนตึง เฉยชา ทำหน้าบึ้งใส่นายอีกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่มีข้อแม้ว่านายยอมเลิกอดข้าวประชดชีวิตกลับมาทำกายภาพเหมือนเดิม”

               “ลลิลพูดจริงเหรอ”

               “จริงสิ ฉันจะโกหกทำไมล่ะ”

               หญิงสาวคิดว่าข้อเสนอนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ถ้ายุกุลยอมรับน่ะนะ ลลิลไม่อาจรู้ว่าก้นบึ้งหัวใจชายหนุ่มเข้มแข็งหรืออ่อนไหว หากเขาเปราะบาง เรื่องแบบนี้สามารถทำลายชีวิตเขาได้ เธอไม่อยากเสียใจและโทษตัวเองทีหลังว่าเป็นต้นเหตุทำร้ายยุกุล

               “ลลิลจะพูดดีๆ กับยอร์ชใช่ไหม”

               “แน่นอน”

               “ลลิลจะชดเชยวันสองวันที่หายไปให้ยอร์ชได้ไหม”

               “อืม...จะชดเชยยังไงล่ะ” ลลิลครุ่นคิด

               “หลังยอร์ชหาย ลลิลต้องดูแลยอร์ชต่ออีกสองวัน”

               “ก็ได้”

               “สัญญาไหม”

               “สัญญา”

               ลลิลเกี่ยวก้อยทำสัญญากับชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเขาทำใจยอมรับสถานะ ‘น้องชาย’ ที่เธอมอบให้ได้ แต่เพราะเธอหลีกหนียุกุลมาตลอดถึงไม่รู้พิษสงแท้จริงของดาราเจ้าบทบาทที่พัฒนาตามวัย ยุกุลลอบยิ้มคิดแผนการในใจขณะลลิลเอี้ยวตัวไปยกชามข้าวต้ม

               จากคนที่เธอพยายามหนีหน้า ยังเล่นละครดราม่าจนสามารถขยับมาเป็น ‘น้องชาย’ คอยชมตอนต่อไปเถอะ เขาไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่!

               “ขอบคุณครับ” ยุกุลทำทีรับชามจากหญิงสาวมาทานเองแต่แสร้งทำมือสั่น “สงสัยกินข้าวน้อยเลยไม่ค่อยมีแรง” เขาแสยะยิ้มแหยๆ จับช้อนตักข้าวแล้วปล่อยลง

               “มาๆ ฉันป้อนเอง” ลลิลมิได้แสดงอาการเบื่อหน่ายตรงกันข้ามกลับสงสารเด็กน้อยตรงหน้า

               “ไม่เป็นไร” เขาดึงภาชนะเซรามิกไว้

               “อย่าดื้อสิ ไม่งั้นฉันยกเลิกสัญญานะ” ลลิลขู่ราวกับตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทั้งที่ความจริงมีตัวร้ายซ่อนไพ่ใบฉกาจไว้ด้านหลัง

               “ก็ได้ครับ” ยุกุลแกล้งยินยอมให้เหยื่อตายใจ ต้องฝืนทำหน้านิ่งแม้ในใจลิงโลดอยากยิ้มกว้างที่ลลิลป้อนข้าวโดยสมัครใจ “อร่อยจัง” ส่วนคำชมนั้นออกมาจากใจ ลลิลทำอาหารอร่อยจริงๆ  

               ผ่านพ้นมื้ออาหารที่คนเจ็บเปี่ยมสุขแบบแอบซ่อน ยุกุลไหว้วานให้ปุ๊กกี้ขึ้นไปนำกล่องกระดาษใบใหญ่ที่ห้องนอนชั้นสองลงมาอวดลลิลซึ่งด้านในเต็มไปด้วยหนังสือนิยายที่เธอแต่ง

               “นี่นายซื้อทุกเล่มเลยเหรอ” นักเขียนเจ้าของผลงานหยิบนิยายในกล่องออกมาดูทึ่งๆ

               “ซื้อทุกเรื่องอ่านทุกเล่ม นี่ยอร์ชว่าจะเอามาอ่านซ้ำอีกรอบ อยู่ว่างๆ แล้วเบื่อ”

               ลลิลอึ้ง ถ้ายุกุลอ่านเท่ากับว่าเขาอ่านฉากเลิฟซีนจากจินตนาการเธอจนเห็นภาพหมดแล้ว เขาจะคิดว่าเธอเป็นคนยังไงนะ

               “อ่านรอบเดียวก็พอมั้ง”

               ลลิลยกน้ำเย็นขึ้นดื่มแก้กระอักกระอ่วน เธอเคยแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือช่วงเขียนนิยายรักวัยรุ่นใหม่ๆ เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของนักอ่านล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง หญิงสาวเคยคิดว่าจะมีผู้ชายอ่านนิยายเธอบ้างไหม ถ้ามี...พวกเขาคิดยังไงกับงานเหล่านี้ แต่พอเป็นยุกุลที่อ่าน เธอนึกขลาดกลัวไม่กล้าขอฟีดแบ็ก

               “ลลิลแต่งได้สนุก น่าติดตามทุกเรื่อง คาแรกเตอร์นางเอกไม่ซ้ำซากจำเจเหมือนหยิบนิสัยใครบางคนแถวนี้กระจายใส่ไปในเรื่องต่างๆ” ยุกุลสนองให้โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ ลลิลยอมรับว่ามีบ้างที่เธอเอาความเป็นตัวเองผสมลงไปในร่างตัวละครเอก “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าเหมือนลลิลรึเปล่า”

               “เรื่องอะไร”

               “เรื่องบนเตียง”

               หญิงสาวร้อนวูบวาบในกายทันทีที่ฟังคำถามจบ เด็กบ้า! ใครเขาถามเรื่องนี้กันตรงๆ บ้าง

               “นิยายมันก็แค่จินตนาการ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันสักหน่อย” ลลิลดื่มน้ำอีกรอบกลบเกลื่อน

               “คอแห้งเหรอ เอาแก้วยอร์ชไปดื่มไหม ยังไม่ได้แตะเลย” ยุกุลนึกขบขันคนตัวเล็ก แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ยื่นแก้วน้ำตัวเองให้

               “พอแล้ว” เธอสั่นหน้าปฏิเสธ “นายต้องเตรียมตัวทำกายภาพ วันนี้จะดื้ออีกไม่ได้แล้วนะ” ลลิลเฉไฉเปลี่ยนเรื่องสนทนา

               “อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าหมอจะมา ยอร์ชของีบก่อนได้ไหม” ถึงยุกุลจะใช้มารยาล่อลวงให้ลลิลเดินมาติดกับดัก แต่ใช่ว่าสองวันก่อนเขาไม่เสียใจ ชายหนุ่มเศร้าจนหลับไม่ลง สมองคิดหาทางพลิกเกมจนขอบตาคล้ำชนิดที่เอาครีมบำรุงตัวไหนโปะก็ไม่ช่วยเยียวยา “ยอร์ชอยากให้ลลิลอยู่เป็นเพื่อนตอนทำกายภาพนะ แต่ถ้าลลิลไม่สะดวกจะกลับบ้านก็ได้” ยุกุลยิ้มเศร้า หลุบตามองขาตัวเอง

               “นายนอนเถอะ ฉันจะเล่นมือถือฆ่าเวลารอ”

               “หมายความว่าลลิลจะอยู่เป็นเพื่อนยอร์ชเหรอ” เขาอยากเฮดังๆ แต่แสดงออกได้จำกัด ฉีกยิ้มอ่อนๆ ตรงมุมปาก

               “อืม” ลลิลพยักหน้า “ฉันช่วยพยุงไปนอนที่เตียงดีกว่า” หญิงสาวใจดีเสนอตัวช่วยเหลือ

               เธอหยิบยื่นน้ำใจมา มีหรือที่ยุกุลจะไม่รับ ระหว่างเดินกะเผลกไปที่เตียงมิวายแกล้งเซนิดเซหน่อยแล้วโอบเอวเธอไว้ซึ่งดูเหมือนลลิลจะจับพิรุธไม่ได้ ไม่บ่นไม่ด่าเขาสักคำ

               ฟากลลิลหลังส่งยุกุลขึ้นเตียงและนั่งเฝ้ากระทั่งแน่ใจว่าเขาหลับสนิทแล้ว เธอถึงเดินกลับมานั่งที่โซฟา อัพเดตข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ดั่งที่บอกกับชายหนุ่ม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ลลิลได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ทีแรกเธอคิดว่าหูแว่วทว่าเสียงนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

               ยุกุลร้องไห้!? 

           ลลิลทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่โซฟา สาวเท้าตรงไปที่เตียงกว้างพบว่ายุกุลนอนส่ายศีรษะไปมา บนใบหน้าหล่อเหลาเปียกปอนด้วยหยาดน้ำตา  

               “ยอร์ช! ยอร์ช!” หญิงสาวเขย่าท่อนแขนหวังปลุกให้เขาตื่น

               “ไม่...ไม่...” ยุกุลพึมพำ

               “ยอร์ชตื่นก่อน...ยอร์ช!”

               “ไม่!” ชายหนุ่มร้องลั่นเบิกตาโพลง น้ำตาเอ่อล้นขอบตาด้านล่าง สีหน้าไม่สู้ดี หายใจเร็วหอบกระชั้น กวาดสายตามองรอบตัว “ลลิล...ยอร์ชฝันร้าย” พอเห็นหน้าเธอชัดๆ ก็รีบคว้ามือข้างหนึ่งไปจับไว้แน่น พูดประโยคเดิมซ้ำๆ คล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

               “ไม่มีอะไรแล้ว นายตื่นแล้ว” ลลิลใช้มืออีกข้างลูบผมเส้นหนาที่เริ่มมันเนื่องจากหมอสั่งงดสระผมจนกว่าแผลจะแห้ง ปลอบประโลมให้หายผวาจากฝันร้าย

               “ยอร์ชกลัว...ยอร์ชกลัวจริงๆ นะ ยอร์ชฝันว่าถูกตัดขา” เรื่องราวในฝันพรั่งพรูผ่านเสียงสั่น น้ำตายังคงไหลไม่หยุด

               “ไม่กลัวนะ...ฉันอยู่นี่ อยู่ตรงนี้กับนาย” เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้เป็นแม่เคยกระทำยามเธอฝันร้ายเมื่อวัยเด็ก ตะแคงตัวล้มนอนลงข้างๆ ชายหนุ่ม เขยิบตัวแนบชิดโอบกอดเขาไว้แน่น ลูบแผ่นหลังหนาขึ้นลงช้าๆ “หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ลลิลอยู่กับยอร์ช ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ”

               เธอแทนตัวเองว่าลลิล?  

           คนถูกสวมกอดนอนตัวเกร็งมองเพดาน อยากกอดตอบหญิงสาวใจจะขาดแต่การสวมบทบาทหนุ่มน้อยผู้ถูกฝันร้ายตามหลอกหลอนยังต้องดำเนินต่อไปเพื่อความสมจริง เขานึกแผนเด็ดนี้ได้ตอนเธอหยิบนิยายเรื่องหนึ่งขึ้นมาพลิกดูปกหน้าหลัง เรื่องนั้นนางเอกแกล้งฝันร้ายเพื่อหลอกตัวร้าย เขาแค่พลิกแพลง ต่อเติมเสริมบทนิดหน่อย ลลิลคงคาดไม่ถึงเพราะเขาคือนักแสดง เขาแค่อยากให้เธอมาปลอบใกล้ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าลลิลจะทุ่มเทขนาดนี้  

               ภาวนาขออย่าให้ลลิลจับได้ว่าเวลานี้หัวใจเขามันเต้นแรงแค่ไหน เธอรู้ทันเมื่อไหร่จบเห่แน่ไอ้ยอร์ชเอ๊ย! 

----------------------------------------------------------------------------

ช่วงนี้มนารมณ์พยายามมาบ่อยแล้วนะฮะ ฝากให้กำลังใจน้องยอร์ชกับคุณพรี่ลลิลที่เหมือนจะแน่แต่แพ้กลลวงเด็กน้อยด้วย เอ๊ะ! หรือว่าไม่แพ้นะ 5555555 แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

ความคิดเห็น