facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 4 : เกมซ่อนปม

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 4 : เกมซ่อนปม

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2564 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 4 : เกมซ่อนปม
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 4 : เกมซ่อนปม 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           ผมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทุกส่วนของร่างกายเจ็บจี๊ดเหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามจะฉีกร่างออกมาพาให้ผมทรุดฮวบลงไปดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้พยายามจะกระชากเซลีนมารับกรรมที่ก่อไว้แม้จะไม่ทันแม่ที่กระชากเธออย่างรุนแรงจนหงายหลัง แต่ภาพต่อจากนั้นผมไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

 

           ภาพเดียวที่ผมเห็นคือเพดานที่หมุนไปมากับใบหน้าของอาที่พยายามประคองร่างผมไว้ และพวกพี่ๆ กับพ่อที่เข้ามามุงกันด้วยความห่วงใย

 

           แต่นั่นไม่อาจหยุดความเจ็บปวดในร่างผมได้

 

           “อ๊ากกกกกก !!!!”

 

           “ซีน่อน ! เฮ้ ซีน่อน !” อาลนลานอย่างหนัก จับตัวผมที่ดิ้นพล่านร้องครวญครางไม่ยอมหยุด มันเจ็บจนน้ำตาไหล เจ็บจนต้องเอานิ้วจิกไปกลางอกหวังว่าจะกระชากไอ้ตัวที่พยายามแหวกร่างผมออกมาได้ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงความเจ็บนั้นมันก็ไม่หายไป “ซีน่อนได้ยินอาไหม !”

 

           “ผมเจ็บ ! เอามันออกไป ! เอามันออกไปที !!!!”

 

           “ซีน่อน !” ผมร้องลั่นจนสุดเสียง มันเจ็บจนคิดว่าอาจตายเลยก็ได้ ถ้าเกิดผมตายจะทำยังไง ผมยังไม่ได้ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุผลที่เจ็บในร่างขนาดนี้เกิดจากอะไร อย่างน้อยก็อยากรู้ว่าตัวเองจะตายเพราะอะไรก่อนไม่งั้นคงตายตาไม่หลับ

 

           แต่ถ้าเลือกได้ผมก็ยังไม่อยากตาย ผมยังอยากใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ผมรัก

 

           ผมไม่อยากไปอยู่ในที่ที่คนตายเขาไปกัน

 

หมับ !

 

           พลันจู่ๆ ในตอนที่สมองผมเบลอไปหมด ผมเห็นภาพของพ่อดายที่กระชากเซลีนที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมาบีบคอไว้ เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการยกตัวเธอในลอยเหมือนเธอเป็นแค่ปุยนุ่นไม่ก็ธาตุอากาศที่สัมผัสได้ จากนั้นก็เปล่งเสียงถามขณะที่ทุกคนพยายามช่วยผมให้รอดพ้นจากอันตราย

 

           “เธอทำอะไร เธอทำอะไรเขา !”

 

           “ดาย !”

 

           “บอกมา !”

 

           “อึก ! ฉันเปล่า !”

 

           “โกหก !” พ่อดายตวาดลั่น ไม่สนใจเสียงของแม่ที่พยายามห้ามเขาไว้ ต่อให้จะไม่ได้เข้าไปรั้งเนื่องจากจับมือผมอยู่ก็ตาม “เธอปั่นหัวเขาอย่างตั้งใจ บอกมาว่าเธอทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรและจะช่วยเขาได้ยังไง”

 

           “ฉะ...ฉันไม่รู้ ! ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

 

           “ถ้าเธอไม่บอก เธอก็ต้องตาย”

 

           “ฉันไม่รู้จริงๆ !”

 

           “อ๊ากกกกกกกก !!!!”

 

           “พ่อครับ น้องจะช็อคแล้ว !”

 

           “ทำอะไรสักอย่างสิ ! เราเป็นหมอนะซีวาน !” เสียงทุกคนปนเปกันไปหมด ผมแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเสียงไหนเป็นเสียงไหน รู้แค่ว่าพออาพูดแบบนั้นซีวานก็กระชากเสื้อผมออกเหมือนตรวจดูว่าร่างกายผมเป็นยังไง ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างเช่นเดียวกับทุกคนที่อ้าปากค้างไป “นี่มัน...อะไร”

 

           “ทำไมร่างของซีน่อนถึงได้...”

 

           “อึก ! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!” ผมดิ้นจนอาที่จับอยู่ถึงกับกระเด็นไปกระแทกโต๊ะกินข้าว แดเนียลกับพ่อดีแลนเลยต้องพยายามจับผมไว้ ผมเจ็บมาก เจ็บจนส่ายหัวไปมาปฏิเสธความตาย “ช่วยด้วย ฮึก ซีวาน พี่ พี่ครับ”

 

           “ไม่เป็นไรนะลูก ควบคุมตัวเองไว้” แม่เป็นคนพูดพลางจับหน้าผมไว้แน่น “มองหน้าแม่นี่ ลูกจะไม่เป็นอะไร ได้ยินไหม อดทน”

 

           “ไม่ ฮึก มีอะไรไม่รู้อยู่ในตัวผม มันจะฆ่าผมครับแม่”

 

           “ไม่ลูกรัก มันจะไม่เป็นอะไร เชื่อแม่”

 

           “ฮึก อึก ผมเจ็บครับแม่ ผมเจ็บเป็นบ้าเลย” ผมบอกทั้งน้ำตารู้สึกเหมือนตัวเองใกล้ตายเต็มทน ผมไม่สนแล้วว่าเวลานี้พ่อดายจะเค้นความจริงจากเซลีนไปถึงไหน ไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาจากแม่เพราะกลัวว่าถ้าคลาดเคลื่อนกันไปจะไม่ได้เจอกันอีก

 

           ผมกัดปาก ลมหายใจเริ่มหอบถี่ทว่าความเจ็บที่มีก็ยังไม่หลุดพ้น

 

           พวกเขาพยายามคิดหาทางช่วยผมก่อนที่ซีวานจะช้อนตัวผมเข้าวงแขน ยกตัวผมขึ้นอุ้มท่ามกลางสีหน้าตกใจ

 

           “ลูกจะพาน้องไปไหน”

 

           “ทะเล”

 

           “หืม !?” ซีวานไม่รีรอที่จะอธิบาย เขาใช้ความแข็งแกร่งและความรวดเร็วของเขาพาผมตรงดิ่งไปยังทะเลหลังบ้าน เขากอดผมไว้แน่นมาก ชนิดที่ผมมั่นใจได้เลยว่าต่อให้ดิ้นแขนไหนก็จะไม่มีทางหลุดจากวงแขนเขา แน่นอนว่าการกระทำที่บ้าบิ่นนั่นทำให้ทุกคนตามมา

 

           ผมเห็นลางๆ ถึงสภาพของเซลีนที่สลบอยู่ตรงพื้นบ้าน มีเลือดออกมาจากปากแต่ผมไม่แน่ใจว่านั่นใช่เรื่องจริงหรือว่าผมหลอนไป ผมรู้แค่ว่าพอออกมาข้างนอก ผมได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ได้กลิ่นอายของชายหาดที่ผมรักและสายลมที่พัดผ่านมาทักทาย

 

           ผมกรีดร้องคิดว่านี่น่าจะเป็นเฮือกสุดท้ายก่อนตาย ซึ่งมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ซีวานทำตามสิ่งที่เขาคิดไว้

 

ตู้ม !

 

           “ซีน่อน !!!”

 

           “ซีวานลูกทำอะไร !”

 

           “ช่วยน้องไง !”

 

           “!!!”

 

           “ผมช่วยน้องอยู่” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ทั้งร่างจะจมหายไปใต้ทะเลลึก ซีวานไม่ได้วางผมลงในทะเล แต่เขากลับโยนร่างผมไปยังจุดที่ลึกที่สุด ให้ร่างกายผมถูกโอบอุ้มด้วยมหาสมุทรที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผม

 

           ผมไม่รู้ว่าทำไมซีวานถึงทำแบบนี้กับผม หรือเขาต้องการจะปลดปล่อยผมจากความทุกข์ที่ผมเผชิญอยู่ ซ้ำยังไม่มีใครลงมาช่วยผมเหมือนทุกคนก็อยากให้ผมจมลงไปใต้ผืนน้ำนั่น

 

           นั่นเป็นความคิดที่ประเดประดังเข้ามาในขณะที่ผมพยายามต่อสู้กับความเจ็บช้ำ ผมพยายามอดทนตามคำที่แม่บอก พยายามบอกว่าตัวเองจะไม่เป็นไร มันแค่ฝันร้ายเท่านั้น ขอแค่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งผมก็จะรอดพ้นจากความฝัน

 

           เผชิญกับความจริงที่ผมอาจอยากไขว้คว้ามัน

 

           ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองลงมาในน้ำนานแค่ไหน

 

           ผมรู้แค่ว่าความเย็นพวกนั้นเปรียบเสมือนกรงขังปีศาจให้สงบลงไป น่าแปลกที่เมื่อกี้ร่างกายผมร้อนดั่งไฟทว่าตอนนี้กลับเย็นฉ่ำ ความเจ็บปวดที่เคยได้รับก็ค่อยๆ มลายคล้ายมีคนทายาให้กัน ยิ่งจมลงไปในทะเลลึกเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนนั้น

 

           หากแต่ก็แลกมากับสติที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากกัน

 

           สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นคือภาพของอาที่กระโดดลงน้ำ แหวกว่ายมาหากัน พยายามไขว้คว้ามือผม ฉุดกระชากให้เข้าไปในอ้อมกอดของเขา

 

           และป้อนอากาศให้กัน

 

           นาทีนั้นผมหลับตาลงน้อมรับโลกที่มืดดำ

 

พลางคิดในใจให้กับการกระทำนั้น...

 

   ‘อาลืมเหรอครับว่าลูกฉลามหายใจใต้น้ำได้เอง’ 

            

           แล้วผมก็ไม่รู้สึกถึงอะไรอีกเลย 

            

            

           ผมไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า รู้แค่ว่าผมฝันสัตว์ร้ายกาจที่พยายามจะฉีกกระชากผมออกเป็นชิ้นๆ ผมไม่เห็นตัวมัน ไม่รู้ว่าลักษณะรูปร่างเป็นแบบไหน สัมผัสได้เพียงขากรรไกรที่คมกริบ กัดกินตามร่างกาย 

  

           ในฝันผมกรีดร้องแทบขาดใจ พยายามร้องขอความเมตตาจากใครก็ไม่มีใครได้ยิน 

  

           ผมเดาว่ามันเป็นผลพ่วงมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันตามหลอกหลอนผมถึงในฝัน พลันทุกอย่างก็หยุดนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความมืดที่ผมถูกฉุดรั้งให้หลุดพ้นจากมัน ผมเห็นแสงสีขาวกับมือที่ยื่นมาให้คว้ามันและนั่นทำให้ผมตื่นจากความฝัน 

  

           มาพบเจอกับความจริง 

  

           “อือ...” ผมครางในลำคออย่างงัวเงียเนื่องจากแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างมากระทบด้วยตาผม ความอุ่นร้อนของมันปลุกผมให้หลุดพ้นภวังค์ความฝัน หัวผมหนักอึ้งขณะที่ร่างกายชาหนึบราวกับถูกทับทั้งที่ความจริงผมนอนอยู่บนเตียงตัวเอง ไม่มีใครอยู่ด้วยกัน 

  

           ผมมองเพดานอยู่สักพัก ค่อยๆ กะพริบตาปรับโฟกัส 

  

           “นี่เรายัง...ไม่ตายเหรอ”  

  

           “อืม…” 

  

           “หืม ?” 

  

           “ฟี้” เสียงลมหายใจที่ดังคลออยู่ข้างหูทำให้ผมเลื่อนสายตาไปมองดูก่อนจะชะงัก ใบหน้าของคนที่ผมคุ้นเคยนอนอยู่ข้างกาย แขนแกร่งของเขาพาดทับเอวผมคล้ายกอดไว้หลวมๆ เพื่อไม่ให้ผมหนีไปไหน นาทีนั้นผมถึงกับทำอะไรไม่ถูก ตอนแรกคิดว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่า แต่พอสัมผัสความอบอุ่นจากเนื้อตัวคนตรงหน้าผมก็มั่นใจ 

  

           ผมยังไม่ตาย 

  

           ผมยังมีชีวิตเหมือนเดิม 

  

           “พระเจ้า” ความดีใจแน่นขึ้นอกพาให้ผมตะแคงตัวโผเข้ากอดคนที่นอนอยู่ ผมไม่รู้ว่าทำไมอาโนเอลถึงนอนอยู่ในห้องผม แต่การตื่นมาเจอเขามันช่วยให้ผมมั่นใจมากขึ้นว่ายังไม่ได้ตายจากไปไหน ผมกอดอาแน่นมากขณะที่ร้องไห้ด้วยความดีใจ 

  

           ขอบคุณพระเจ้าที่ยังไม่เอาตัวผมไป 

  

           ขอบคุณที่สัตว์ร้ายยังปรานีผมอยู่ 

  

           “อือ...อะไรกัน” ไม่นานคนตัวโตก็พึมพำอาจเพราะผมกอดเขาแน่นและฝังหน้าลงกับอกเขา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา “นี่มัน...เฮ้ ซีน่อน” 

  

           “อาครับ” 

  

           “!!!” 

  

           “ผมยังอยู่” ผมเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตาพลางยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่ามันทำให้คนเพิ่งตื่นตกใจ อาโนเอลใช้เวลาสักพักในการปะติดปะต่อเรื่องราว พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางในหัวเขา ร่างสูงก็กอดตอบผมแน่นมาก

 

           “ให้ตายสิเจ้าจิ๋ว อานึกว่าจะเสียเราไปแล้ว”

 

           “ฮึก ฮือ” ผมสะอื้นตัวสั่นอยู่ในวงแขนอา ผมเคยคิดนะว่าตัวเองไม่กลัวความตาย ทว่าพอผ่านมันมาก็รู้สึกว่าผมกลัวมันกว่าที่คิด เนื่องจากผมยังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่าง ผมยังมีห่วงอีกมากที่ต้องทำให้ได้ หนึ่งในนั้นคือใช้ชีวิตอยู่กับอาจนกว่าความตายจะพรากกันไป

 

           แต่อย่างน้อยก็ขอใช้เวลานานกว่านี้ได้ไหม

 

           ผมเพิ่งจะได้อากลับมาเอง

 

           “ขอบคุณสวรรค์ที่ฟังคำขออา ทุกคนเป็นห่วงเรามากเลยรู้ไหม”

 

           “ผมนึกว่าตัวเองตาย ผมจำอะไรแทบไม่ได้” ผมบอกเขาไป “จำได้แค่ว่าพี่ซีวานโยนผมลงทะเล แล้วทุกอย่างก็มืดดับไป”

 

           “ซีวานช่วยเราไว้”

 

           “หือ ?”

 

           “เขาทำให้เรายังมีชีวิตอยู่” ผมไม่ค่อยเข้าใจที่อาพูดเท่าไหร่ แต่คิดว่าพี่ชายคงจะใช้วิชาที่เรียนมาช่วยผมให้หลุดพ้นความทุกข์ได้ “ถึงตอนแรกอาจะมองว่าเขาบ้าบิ่นไปหน่อยก็เถอะ แต่มันก็คุ้มที่ได้เราคืนมา นี่มันเป็นเรื่องที่ดีมาก”

 

           “...”

 

           “ขอบคุณที่กลับมาหาพวกเรานะ ซีน่อน”

 

           “อาครับ” เรียวนิ้วยาวปาดน้ำตาให้ผมก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนจะประทับลงกลางหน้าผากผมเป็นการต้อนรับกลับมา มันทำให้ผมยิ้มกว้าง มีความสุขที่ไม่เกิดเรื่องร้ายอย่างที่คิดไว้ ต่อให้เมื่อวานนี้ผมจะทรมานแทบเจียนตาย

 

           หรือจริงๆ ผมตายไปแล้วแค่กำลังหลอกตัวเองอยู่

 

           “ว่าแต่เราเจ็บตรงไหนไหม ร่างกายเป็นอะไรหรือเปล่า” อาลุกขึ้นนั่งจับไหล่ผมพลางกวาดตามองด้วยความเป็นห่วงปนกังวลใจ “บอกอามาได้เลยนะ อาจะได้ไปเรียกซีวานมาดูอาการให้”

 

           “ผมรู้สึกตึงๆ ที่กลางอกนิดหน่อยครับ แต่ตรงอื่นไม่เป็นไร” ผมจับอกตัวเอง รู้สึกเหมือนมีแผลทว่าก็ไม่ได้เปิดเสื้อดูมัน “ว่าแต่เมื่อคืนหลังจากตอนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ผมจำอะไรไม่ได้”

 

           “ไว้ค่อยคุยกันเถอะนะ อาต้องไปบอกพ่อแม่เราก่อน พวกเขาจะได้โล่งใจ”

 

           “งั้นพาผมไปด้วยได้ไหม ผมเองก็อยากไปหาพ่อกับแม่เหมือน...” 

 

แกร๊ก !

 

           “โนเอล ซีน่อนเป็นไง...!”

 

           “แม่ครับ !”

 

           “ซีน่อน !” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบ จู่ๆ ประตูห้องนอนผมก็ถูกเปิดออกก่อนจะปรากฏร่างของแม่ที่ดูเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา เขาคงจะมาถามอาการผมจากอาแต่ดันเห็นผมฟื้นขึ้นมาก่อนถึงได้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบวิ่งมาหาผมเช่นเดียวกับผมที่ฝืนยันตัวลุกขึ้นนั่งอ้าแขนรอแม่ไว้

 

           นาทีที่อ้อมกอดของแม่โอบตัวผมไว้ เราสองคนต่างร้องไห้

 

           “แม่ครับ ฮึก แม่ครับ”

 

           “พระเจ้า ซีน่อน ลูกฟื้นแล้ว” แม่กอดผมแน่นมากยิ่งกว่าตอนที่ผมกอดอาซะอีกแสดงให้เห็นว่าแม่เป็นห่วงผมแค่ไหน ไม่เพียงแค่นั้นเขายังหอมไปทั่วหน้าผม ตั้งแต่แก้มทั้งสองจนถึงหน้าผาก ประคองใบหน้าผมด้วยมือที่สั่นเทาทั้งสองข้าง “นี่แม่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”

 

           “ไม่ครับแม่ ผมยังไม่ตาย” ผมยิ้มให้ “ผมยังอยู่ ยังอยู่กอดแม่เหมือนเดิม”

 

           “โธ่ซีน่อน ลูกรักของแม่” แม่พยายามเช็ดน้ำตาให้ทั้งที่ตัวเองก็ร้องไห้หนักไม่ต่างกัน ผมรับรู้ได้เลยว่าแม่ดีใจขนาดไหน ดีใจมากกว่าใครๆ จนผมกอดเขาไว้แน่น ไม่นานพ่อก็เดินตามเข้ามาด้วยคงได้ยินเสียงร้องไห้ของเราสองคนดังลอดออกไป อาโนเอลเลยขยับไปยืนปล่อยให้พ่อแม่กอดผมไว้

 

           เราสี่คนกอดกันแน่น แน่นมากจนผมแทบรวมร่างกับพวกเขา ถึงพ่อๆ จะไม่ได้ร้องไห้เหมือนแม่แต่พวกเขาก็แสดงออกชัดว่าดีใจที่เห็นผมลืมตาตื่นอีกครั้ง

 

           พ่อดายหอมหัวผมไม่หยุด ปกติเขาไม่ใช่คนที่แสดงความรักเท่าไหร่นัก การที่เขาเอาแต่กอด เอาแต่หอมผมก็บ่งบอกได้ดีว่าเขาห่วงผมอย่างหนัก

 

           พ่อดีแลนก็ไม่ต่างกัน ผมรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง

 

           “ขอต้อนรับกลับบ้านนะลูก”

 

           “ผมดีใจที่ได้กลับมาครับพ่อ” ผมยิ้มให้พ่อดาย “แล้วพี่ๆ ล่ะครับ ซีวานกับแดเนียลไปไหน ออสตินด้วย ผมอยากเจอพวกเขา พวกเขาจะได้รู้ว่าผมยังไม่ตาย”

 

           “พวกเขาอยู่ข้างล่าง ไว้พ่อลงไปตามให้”

 

           “ผมลงไปเองก็ได้ พวกเขาจะได้เซอร์ไพรส์”

 

           “พ่อไม่คิดว่าลูกควรลงไป”

 

           “ดาย”

 

           “ยังไม่ใช่ตอนนี้ โซล” คำพูดนั้นทำผมชะงัก เอียงคอมองพ่อที่ปรามแม่แบบนั้น เล่นเอาคนเป็นแม่ถึงกับถอนหายใจออกมาคล้ายกับว่าพวกเขามีเรื่องหนักใจถ่วงอยู่ในอก จังหวะนั้นผมรับรู้ได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผม

 

เหมือนมีเรื่องอื่นอีกไม่งั้นพ่อคงไม่ห้ามผมลงไปข้างล่าง

 

           “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ผมเอ่ยถามตามประสาเพราะไม่ใช่คนที่ชอบรอให้ใครเฉลย มักเป็นฝ่ายหาคำตอบเองมากกว่า “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมพ่อแม่ดูตึงจัง”

 

           “ไม่มีอะไรหรอกซีน่อน ลูกควรพักมากกว่าจะมานั่งฟัง”

 

           “ทำไมถึงฟังไม่ได้ล่ะครับ มันเป็นความลับขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมว่าอย่างสงสัย เลิกคิ้วใส่พ่อแม่โดยเฉพาะพ่อดายที่ดูจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มากที่สุด อาโนเอลก็เลือกที่จะเงียบ ดูก็รู้ว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแค่รอให้คนอื่นเป็นคนบอกผมเอง ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นพ่อดาย

 

           ดูจากการกระทำของแม่ที่เอื้อมมือไปบีบมือคนรักตัวเองไว้ พ่อดีแลนก็วางมือลงบนบ่าพี่ชาย

 

           “บอกลูกไปทูนหัว อย่าปล่อยให้เขาสงสัย”

 

           “ผมเชื่อว่าเขาจะเข้าใจ” แม่กับพ่อดีแลนปลอบพ่อดาย “มันเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้นะพี่”

 

           “พ่อหมายความว่าไง”

 

           “…”

 

           “พ่อดาย”

 

           “พ่อพลั้งมือไป”

 

           “หืม ?”

 

           “พ่อ...พลั้งมือฆ่าเซลีน” 

  

           “ว่าไงนะ” ผมถึงกับเบิกตากว้าง ตกใจกับสิ่งที่ได้ฟัง สีหน้าของพ่อดายเต็มไปด้วยความหนักใจปนเศร้า ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นพ่อเป็นแบบนี้คือเมื่อไหร่ ไม่สิ ต้องบอกว่าตั้งแต่ผมเกิดมาผมไม่เคยเห็นพ่อทำหน้าเศร้าหรือหนักใจ พ่อมักเก็บความรู้สึกไว้เสมอ  

  

           แต่คราวนี้นัยน์ตาสีดำแสดงออกมาจนหมดบ่งบอกให้รู้เลยว่าเรื่องนี้มีอิทธิพลกับเขา 

  

           “พ่อโกรธทุกสิ่งที่เธอทำ” เขาว่าเสียงเบา “ทั้งคำพูดพวกนั้น ทั้งการกระทำ มันทำให้พ่อคุมตัวเองไม่ไหว” 

  

           “พ่อครับ” 

  

           “รู้ตัวอีกทีเธอก็หมดลมหายใจในกำมือพ่อไปแล้ว” ภาพเหตุการณ์ที่พ่อบีบคอเซลีนเพื่อเค้นคำตอบจากเธอลอยเข้ามาในหัว จำได้ว่าตอนนั้นทุกอย่างพร่ามัวผมแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่พอพ่อพูดผมกลับเห็นภาพชัดเจนเหมือนเป็นคนโดนกระทำ 

  

           ผมรู้ว่าพ่อไม่ได้ตั้งใจ การที่พ่อพลาดพลั้งแปลว่าพ่อโกรธมากจริงๆ 

  

           “พ่อเสียใจซีน่อน พ่อไม่ควรทำแบบนั้น แต่พ่อทนไม่ได้ให้เขาเหยียบย่ำรังแกลูกไม่ได้” เสียงของพ่อสั่น เขาถอนหายใจช้าๆ คล้ายพยายามควบคุมตัวเองเอาไว้ ผมรู้ดีว่าในอดีตพ่อคร่าชีวิตคนมามากมายเพราะสัญชาตญาณที่ควบคุมไม่ได้ 

  

           เราเป็นฉลาม ความบ้าดีเดือดมันอยู่ในร่างกายถึงจะมียีนส์มนุษย์ แต่บางครั้งก็มีตัวกระตุ้นด้านฉลามมากเกินไป และจากที่ฟังผมรู้ว่าที่พ่อทำก็เพราะต้องการปกป้องผมให้พ้นจากอันตราย 

  

           พ่อไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย 

  

           “ไม่เป็นไรนะครับพ่อ” 

  

           “ซีน่อน” 

  

           “มันช่วยไม่ได้นี่น่า” ผมฝืนยิ้มให้เขาพลางขยับเข้าไปกอดพ่อแล้วเอียงหัวซบบ่า ผมรู้ว่ามันฟังดูใจร้ายที่ผมพูดเหมือนมองข้ามการตายของเซลีนไป แต่จะให้ผมทำยังไง ผมเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเหมือนกัน “ถือว่าพ่อปลดปล่อยเธอจากเจมส์ก็แล้วกัน เธอจะได้ไม่ต้องถูกตามล่าอีก” 

  

           “การฆ่าคนเป็นเรื่องผิด พ่อรู้เรื่องนั้นดี” 

  

           “แต่เขาเข้ามาทำลายความสุขของพวกเราก่อนหนิ” 

  

           “ดีแลน” 

  

           “บางทีการฆ่าก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” พ่อดีแลนบอก เขาพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เช่นเดียวกับแม่ที่เงียบไป ทำแค่จับมือพ่อทั้งสองเอาไว้เป็นกำลังใจให้กัน ผมรู้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมามาก มากเสียจนผมคิดไม่ออกเลยว่ามันเจ็บช้ำแค่ไหน 

  

           อุตส่าห์ได้มีชีวิตดีๆ ก็ยังไม่วายโดนรุกรานให้ช้ำใจ 

  

           ทำไมพวกเราถึงไม่หลุดพ้นจากคนใจร้าย 

  

           ทำไม 

  

           ทำไมกัน 

  

           “แล้วตอนนี้ร่างของเธออยู่ที่ไหนครับ” 

  

           “เรากำลังจะเอาไปฝังกัน” แม่เป็นฝ่ายตอบ “ที่จริงเราจะจัดการตั้งแต่เมื่อคืน แต่ซีวานอยากให้เก็บร่างเธอไว้ก่อน” 

  

           “ทำไมล่ะครับ ?” 

  

           “พี่เขาต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง” 

  

           “พิสูจน์ ?” 

  

           “เรื่องยีนส์ฉลาม” 

  

           “…” 

  

           “เขารู้สึกว่ามันบางอย่างผิดปกติ” ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “ตอนที่พ่อดายพลั้งมือฆ่าเธอไป มีฉลามมากมายมาว่ายวนเวียนแถวบ้าน” 

  

           “อะไรนะ” 

  

           “ซึ่งปกติมันไม่เคยมาเพราะสัญชาตญาณของเมกาโลดอนที่ไล่มันไป” แม่พูดอย่างตั้งใจ “แต่นี่มันเข้ามากใกล้เหมือนรออะไรบางอย่าง ขนาดพี่ชายลูกเปลี่ยนเป็นฉลามไล่ พวกมันก็ไม่ยอมไปไหน เอาแต่ว่ายวนไปมาอยู่อย่างนั้นทั้งคืนจนพวกเราหวั่นใจ” 

  

           “พวกมันต้องการอะไร” 

  

           “พวกเราไม่รู้ มันเฝ้าอยู่ทั้งคืนกระทั่งเมื่อเช้าที่มันหายไป” 

  

           “หายไป ?” 

  

           “ใช่ จู่ๆ มันก็หายไป” 

  

           “มันหายไปไหน” 

  

           “ไม่มีใครรู้ และแม่ไม่แน่ใจว่ามันเชื่อมโยงกับลูกไหม” 

  

           “ทำไมแม่พูดแบบนั้นล่ะครับ ผมเกี่ยวอะไร ?” 

  

           “ก็มันหายไปหลังลูกตื่นขึ้นมา ซีน่อน” 

  

พลิกแพลงแพลงพลิก อย่ามั่นใจกับสิ่งที่คิด สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป :) 

ฝากส่งฟีดแบ็กให้ชื่นฉ่ำใจและอย่าลืมเล่น #ฉลามซ่อนรัก กันน้า* 

LOADING 100 PER 

เกมซ่อนปม เปิดปมไว้แล้วซ่อนต่อแล้วเปิดปมใหม่กลบปมเดิม 

ปริศนามากมายรอเราอยู่ อย่ามัวแต่พูดจงสังเกต 

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คาดคิดไว้เหมือนกัน 

หนึ่งคนสับขาหลอก อีกคนโดนตลบหลัง เกมนี้ไม่ง่ายเพราะไม่รู้ซึ้งกันข้างในของกันและกัน 

ขนาดเหรียญยังมีสองด้าน แล้วนับประสาอะไรกับใจคน :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว