facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 กลับมาอีกครั้ง

ชื่อตอน : บทที่ 24 กลับมาอีกครั้ง

คำค้น : นิยายรัก รักแท้ รักโรแมนติก รักแรกพบ แอบรัก รักวัยรุ่น มีรัก รักเดียวใจเดียว วิศวะ หนุ่มวิศวะ หมอ แพทยน์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 185

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2564 16:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 กลับมาอีกครั้ง
แบบอักษร

24 ตุลาคม 2538   เวลา 09:00 น  

 

“รองศาสตราจารย์ธาวินขอรับ สนใจขึ้นไปดูสุริยุปราคากับกระผมหรือไม่ขอรับ”

ดอกเตอร์ประชาถือแว่นตาสำหรับดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเดินเข้ามาหาเพื่อนอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้มหาวิทยาลัยสั่งงดการเรียนการสอนครึ่งวันเพื่อให้คณาจารย์ และเหล่านักศึกษาได้เห็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ต้องรอนานถึง 40 ปี จึงจะปรากฏขึ้นครั้งหนึ่ง

การสังเกตการณ์นี้หากมองดวงอาทิตย์โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันดวงตา อาจจะทำให้เกิดอันตรายมาสู่ต่อดวงตาถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ ดังนั้น ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์จึงแจกแว่นตากรองแสงให้กับทุกคน

 

“ไปสิ แต่เพิ่งจะเก้าโมงเองนะ รออีกสักหน่อยค่อยไปก็ได้ กันขอตอบจดหมายโปรเฟรชเชอร์จากญี่ปุ่นเสียก่อน”

ธาวินตอบกลับเพื่อนโดยไม่เสียเวลาหันไปมองแม้สักนิด ในขณะที่สายจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยาวกำลังรัวลงบนคีย์บอร์ด เขาจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นจึงทำให้มีโอกาสทำการวิจัยระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างมาบรรยายพิเศษให้นักศึกษาฟังเพื่อเพิ่มพูนความรู้

 

“ครับ ท่านว่าที่ศาสตราจารย์ ผู้เห็นหน้าที่การงานมาเป็นอันดับหนึ่ง ลมหายใจเข้าออกคืองานวิจัย และสอน ระวังเถอะจะค้างสต๊อกนะขอรับ”

ดร.ประชา ทิ้งท้ายไว้เท่านั้น ก็เดินหายออกไปจากห้อง ทิ้งให้อาจารย์หนุ่มละเลงนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโดยไม่สนใจคำกระเซ้าเย้าแหย่ของเพื่อน

 

……………….. …………………………………

 

10.30 น.

 

“ทำงานจนถึงวินาทีสุดท้ายจริง ๆ เลยนะครับ  ท่านว่าที่ศาสตราจารย์”

ดร.ประชาส่งแว่นตาดูสุริยคราสให้ร่างสูงทันทีที่เขามายืนข้าง ๆ พวกเขาอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึก EN6 คณะวิศวกรรมศาสตร์

 

“อีกไม่กี่นาทีก็จะเต็มดวงแล้ว ดูสิเงาของตัวจันทร์บังดวงอาทิตย์จะหมดแล้ว”

ดร.ประชา เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสลัวลง คล้ายกับมีเงามืดกำลังปกคลุมทั้งแผ่นดิน

“พวกเราโชคดีมากเลยที่ได้มีโอกาสเห็นจะยุบราคาเต็มดวงในปีนี้ ถ้าพลาดก็ต้องรออีกสี่สิบ กันว่าพวกเราต้องตายก่อนได้ดูแน่ ๆ ว่ะ”

ดร.ประชาชนชวนคุยไปเรื่อย ๆ ตามประสาคนช่างพูด

ส่วนอาจารย์ธาวินนั้นเพียงแค่ส่งเสียงในลำคอให้เพื่อนรับรู้เท่านั้นว่าตนยังฟังอยู่

รอบ ๆ ตัวพวกเขามีนักศึกษาของคณะกำลังเฝ้าสังเกตการณ์การเกิดสุริยุปราคา แต่นักศึกษาสาวบางกลุ่มกำลังสนใจอาจารย์หนุ่มดีกรีว่าที่ศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดมากกว่าสุริยคาสเต็มดวง 

ทันทีที่ร่างสูงของอาจารย์ธาวินปรากฎขึ้นที่ดาดฟ้า สายตาของสาว ๆ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ต่างมองเขาเป็นตาเดียว ผิวพรรณที่ขาวผ่องยิ่งกว่าผู้หญิง ใบหน้าเรียวแต่คมเป็นสันดุจเทพบุตร ยามที่เขาเดินผ่านกลุ่มสาว ๆ พวกเธอเหล่านั้นก็แทบจะลืมหายใจกันไปเสียสิ้น

 

ในที่สุดทั่วทั้งแผ่นดินก็ถูกเงามืดปกคลุมสุริยคราสได้เต็มดวงแล้ว คล้ายกับมีผ้าห่มสีเทาห่อหุ้มโลกเอาไว้ เกิดความเงียบสงัดขึ้นโดยฉับพลัน คล้ายกับห้วงเวลาหนึ่งได้หยุดลง และเมื่อดวงจันทร์ได้เคลื่อนตัวออกจากเส้นทางวงโคจรระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ แสงสว่างก็ค่อย ๆ กลับคืน

 

ร่างสูงของอาจารย์ธาวินขยับไหว คล้ายถูกพลังบางอย่างเข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน จากนั้น เขาก็สาวเท้าเดินจากไป จนเพื่อนที่ยืนข้างต้องรีบตะโกนถาม

“อ่าวเฮ้ย ธาวินจะรีบไปไหนวะ”

เพราะความตกที่อยู่ ๆ เพื่อนก็เดินออกไปเสียดื้อ ๆ เขาจึงเผลอเรียกชื่อเพื่อนอย่างสนิทสนม

 

“มีนัดกับแฟน”

เสียงแข็ง ๆ นั้นลอยออกมาโดยที่ร่างของอาจารย์ธาวินยังคงมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ

 

“แกไปมีแฟนตอนไหนวะ”

ดร.ประชามองตามเพื่อนพร้อมกับพึมพำออกมา

 

………………………………………………………………..

 

 

ทันทีที่ยมทูตตัวเล็กสวดบทสวดคาถาร่ายเวทย์ขณะที่สุริยคราสกำลังจะเต็มดวง ไอสีขาวลอยขึ้นเหนือร่างของหญิงสาวบนเตียง แล้วเมื่อสุริยคราสเต็มดวงทั่วทั้งห้องก็สว่างเจิดจ้า

“อร้ายยยยยยยยยย”

อิงดาวกรีดร้องออกมาสุดเสียง ความเจ็บปวดพุ่งโจมตีเธออย่างแสนสาหัสเหมือนร่างกายระเบิดออก แล้วถูกแรงดูดมหาศาลให้รวมกลับเข้าไปใหม่

 

“สำเร็จ”

เสียงของยมทูตร่างใหญ่ทำให้อิงดาวลืมตาขึ้น และเธอก็พบว่าอยู่ในร่างของหญิงสาวอีกคน ที่กำลังยืนมองตนเองอยู่ข้างเตียง

“นะ นี่คือฉันเหรอ”

อิงดาวลูบคลำตัวเองไปทั่วทั้งร่าง แล้ววิ่งไปดูตนเองที่หน้ากระจก เธอเห็นหญิงสาวแสนสวย ใบหน้าเรียวเล็ก ผมที่เคยหยิกหยองบัดนี้ยาวสลวย ผิวที่เคยกระด่างกระดำบัดนี้ขาวผ่องเป็นยองใย เสื้อผ้าที่เคยเก่าจนแทบจะมองสีไม่ออกว่าคือสีอะไรบัดนี้กลายเป็นชุดเดรสสีหวานคาดเข็มขัดเส้นโตตามสมัยนิยม สิ่งที่เธอพอจะจำตนเองได้ก็คือดวงตากลมโตสีดำขลับที่ไม่เคยเปลี่ยน

 

“ใช่ นี่คือเรือนร่างของเจ้าที่เกิดจากการเอาแต้มบุญทั้งหมดมาหลอมรวมวิญญาณจนเกิดเป็นกายทิพย์นี้ กายทิพย์นี้จะมีอายุอยู่ได้เพียงแค่วันนี้ เมื่อพระจันทร์คืนนี้ขึ้นตรงศีรษะเมื่อไหร่ กายทิพย์นี้จะสลายไปทันที”

ยมทูตฝึกหัดอธิบาย ใบหน้าเขาหมองคล้ำลงเพราะใช้พลังบุญไปกับการฝืนชะตาให้กับหญิงสาว

 

ปี๊น ๆ  ปี๊น ๆ

 

แตรเสียงทุ้มจากรถยุโยปดังขึ้น ยมทูตฝึกหัดจึงบอกกับอิงดาวว่า

“เศษกรรมของเจ้ากับเขายังพอหลงเหลืออยู่ บัดนี้คนที่เจ้ารักมาถึงแล้ว เจ้าไปหาเขาเถอะ ก่อนที่เวลาจะหมดลงเสียก่อน”

 

“ขอขอบคุณท่านยมทูตมาก”

เสียงใส ๆ ดุจระฆังแก้วของอิงดาวเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างระหงส์จะรีบสาวเท้าลงไปหาเจ้าของรถที่จอดรอเธออยู่หน้าบ้าน

 

ตลอดทางเดินที่อิงดาวเดินผ่านแปรเปลี่ยนไปจากบ้านห้องแถวไม้ผุ ๆ กลายเป็นเรือนทรงไทยไม้ศักดิ์หลังใหญ่ มีสนามหญ้าและสวยดอกไม้หน้าบ้าน รถยุโยปสีเงินวาวของอาจารย์ธาวินจอดรอที่ประตูรั้ว

เมื่อร่างบางก้าวพ้นประตู ร่างสูงสง่าของอาจารย์ธาวินก็ก้าวลงจากรถ อิงดาวหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ใช้สาตาของเธอมองเขาอย่างพินิจ

ผู้ชายที่ฉันแอบรักมาเนินนานยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว.... ร่างสูงสง่านั้นที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวทุกครั้งที่เจอ แววตาที่แสนอบอุ่นนั่นกำลังมองฉัน รอยยิ้มที่ชวนหลงใหลเกิดจากริมฝีปากบางของเขา เสียงทุ้มน่าฟังกว่าเสียงของสรรพสิ่งใด ๆ ในโลกกำลังเรียกชื่อฉัน

“อิงดาว”

- ใช่เขาเรียกชื่อฉันจริง ๆ –

น้ำใส ๆ รื้อขึ้นจนคลอเต็มหน่วยในดวงตาของหญิงสาว เธอรอวันนี้มาแสนนาน วันที่เขาไม่เดินหนี วันที่เขามองเห็นเธออยู่ในสายตาสักครั้ง

“อาจารย์ ธะ ธาวิน”

 อิงดาวเรียกชื่อเขาเจือเสียงสะอื้น มือบางสั่นระริกขณะที่ยกขึ้นหมายจะสัมผัสคนตรงหน้าเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าใช่เขาจริง ๆ หรือไม่ แต่กลับชะงักค้างเพราะรู้สึกว่ามิอาจเอื้อม

“อิงดาว พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้เรียกอาจารย์”

รอยยิ้มของเขายังสว่างกระจ่างอยู่เช่นเดิม มือใหญ่ประคองมือของอิงดาวที่ชะงักค้างเมื่อครู่ให้แนบลงที่แก้มอุ่น ๆ ของเขา น้ำตาของเธอที่รื้อขึ้นมาเมื่อสักครู่จึงไหลออกมาเป็นสาย

“อาจารย์ธาวินจริง ๆ ด้วย”

อิงดาวกลั้นสะอื้น เธอไม่ได้ฝันไป ผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกลมหายใจ ผู้ชายที่เธออยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน ผู้ชายที่เธอจะรักจนวันตาย ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วจริง ๆ ผลบุญกุศลทั้งหมดที่เธอตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้พูดคุยกับเขาสักครั้งบรรลุผล

“เด็กขี้แยเลิกร้องได้แล้ว”

ธาวินใช้ฝ่ามือสองข้างประคองดวงหน้าหญิงสาวที่เอาแต่ร้องไห้เอาไว้ ดวงตาของเธอแดงก่ำไปหมดคล้ายกับคนร้องไห้มาอย่างหนัก จากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งกรีดน้ำตาออกจากพวงแก้มเนียน พลางเอ่ยว่า

“ก็พี่ธาวินของอิงดาวไงจะใครอีก พี่บอกแล้วไงว่า -อาจารย์- เอาไว้ให้คนอื่นเรียก ส่วนอิงดาวให้เรียกว่า พี่”

อิงดาวพยักหน้ารับรู้สองแก้มนุ่มของเธอสัมผัสกับฝ่ามือใหญ่แสนอุ่นของเขา

“อิงดาวรักพี่ธาวิน”

หล่อนบอกไปอย่างที่ใจคิด เธอจะไม่รอช้าที่จะบอกเขาอีกแล้ว เธออยากให้เขารู้ว่าหล่อนรักเขามากแค่ไหน และรักมากเพียงใด

เขามองสบตาเธอ ดวงตาเขามีประกายล้ำลึก

“รักพี่ธาวินที่สุด”

หล่อนย้ำอีกครั้ง อยากจะบอกรักเขาสักพันครั้ง หมื่นครั้ง แสนครั้ง ก็ยังไม่มากมายเท่ากับความรู้สึกรักที่อัดแน่นอยู่ในใจนี้

“รู้แล้วครับ”

“รัก รัก รักพี่ธาวินได้ยินไหม”

เพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากอุ่นของอาจารย์ธาวินก็ทาบทับลงบนริมฝีปากของหญิงสาวกลืนกินคำรักที่หล่อนเอ่ยออกมาทั้งหมด ทั้งหอมหวาน ทั้งลึกซึ้ง ไออุ่นจากริมฝีปากของเขาไหลแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์ของหญิงสาว วันเวลาดูเหมือนว่าจะหยุดลงไปชั่วนิรันดร์

“ได้ยิน แล้วอิงดาวล่ะ รู้รึยังว่าพี่รักอิงมากเช่นกัน”

เขามองสบตาเธอ ดวงตาของเขาลึกซึ้ง มองหล่อนคล้ายอยากจะกลืนกินลงไปทั้งตัว

ดวงตาของอิงดาวสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนที่จะโผล่เข้ากอดร่างสูงด้วยความโหยหามาเนิ่นนาน

 

........................... จบตอน..........................................................

 

 

 

ความคิดเห็น