ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 674

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2564 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25
แบบอักษร

 

 

 

บรรยากาศอบอุ่นในตอนเช้าของวันใหม่เรียกให้ใครหลายๆคนตื่นจากการหลับไหล คฤหาสน์โรเซนไฮซ์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

ชายหนุ่มร่างกายกำยำทั้งหลายต่างออกมาฝึกฝนร่างกายอย่างแข็งขันเหมือนทุกวันโดยมีดิวเป็นผู้คุมการฝึก

 

กึกๆ

 

เสียงปรายนิ้วสัมผัสคีบอร์ดอย่างคล่องแคล่วของฟรังภายในห้องควบคุมหลักตรงหน้าปรากฎจอมอนิเตอร์ขนาดใหญที่ฉายภาพทั่วบริเวณพร้อมด้วยเหล่าผู้ดูแลตรวจสอบความผิดปกติ

 

ไม่ต่างจากบรรดาเชฟเมดรับใช้ที่พากันจัดเตรียมความเรียบร้อยของอาหารและความสะอาด

 

เอเดนก้าวออกมาจากลิฟต์เพื่อย่นเวลาจากชั้นสี่เดินตรงเข้าไปห้องนั่งเล่นด้วยความเคยชิน วันนี้เขาพักงานที่บริษัทเพื่อที่จะใช้เวลาอยู่กับน้องเรนให้มากขึ้นในวันหยุด

 

เวลาหกโมงเช้าเป็นเวลาปกติที่น้องเรนจะตื่นขึ้นมาดื่มชาพร้อมอ่านหนังสือที่ห้องนั่งเล่นจนเป็นกิจวัตรประจำวัน

 

แต่ภาพแรกที่เห็นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อพบเพียงริมะและอามุที่ช่วยกันจัดแจกันภายในห้อง

 

" น้องเรนยังไม่ตื่น? "

 

" คุณหนูตื่นสักพักแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ศาลาค่ะ " พลอยที่กลับเข้ามาเอาชาร้อนตอบแทน

 

คิ้วหนาขมวดยิ่งขึ้น ถึงอากาศจะอุ่นแค่ไหนแต่ศาลาทำจากหินอ่อนที่ดูดซับความเย็นยิ่งพึ่งตอนเช้ามันจะแผ่ไอเย็นที่ได้จากตอนการคืนออกมา แล้วน้องเรนอยู่ที่นั่น?

 

ไวเท่าความคิด ขายาวรีบไปคว้าเอาผ้าห่มที่ผับวางอยู่บนโซฟาขึ้นมาก้าวเร็วๆไปทางทิศที่ตั้งของศาลา

 

ถึงบนศาลาจะมีผ้านวมและผ้าห่มอุ่นนุ่มมากมายแต่มันไม่พอสำหรับผิวบอบบางน่าทะนุถนอมของน้องเรน

 

พลอยที่ตั้งสติได้รีบเดินตามหลังของผู้เป็นนายในทันที

 

" นายท่าน... " เจคเรียกเสียงแผ่วเมื่อเห็นว่าใครเดินตรงมาทางนี้พร้อมก้มหัวให้ไม่ต่างจากคีย์

 

เอเดนเหลือบตามองจนคนถูกมองสะดุ้งก้มหน้า ก็พอรู้อยู่หรอกว่ามีไม่กี่เรื่องที่ทำให้นายท่านไม่พอใจซึ่งหนึ่งในนั้นคงไม่พ้นที่พวกเขาปล่อยคุณหนูออกมาตากอากาศข้างนอกแบบนี้

 

ร่างสูงแกร่งเมินสองร่างตรงขึ้นบนศาลา จากตอนแรกที่คิดจะดุนิดหน่อยแต่พอเห็นใบหน้ายามหลับของน้องเรนก็พอให้ใจอ่อนยวบ ภาพของน้องเรนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มบนฟูกนอนขนจิ้งจองขาวนิ่มผืนหนาพร้อมผ้าห่มสองชั้นที่คลุมร่างกายเพียงครึ่งเดียว ช่างเหมือนเทวดาตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ที่ทั้งสูงส่งและอ่อนโยนเหมาะแก่การดูแลปกป้องไม่ให้มีรอยตำหนิ

 

เจคกับคีย์หันไปหาพลอยราวของความเห็นแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงรอยยิ้มแห้งที่ราวกับบอกเป็นนัยว่า 'ฉันคงช่วยไม่ได้' นั่นจึงทำให้สองคู่รักจำใจเดินคอตกไปยืนข้างศาลาขาวแทน

 

มือหนาคลี่ผ้าห่มสีครีมออกจากกันก่อนจะค่อยๆยกขึ้นห่มให้ลูกรักอย่างเบามือเพราะกลัวน้องเรนตื่น

 

" เอ่อคือ..อุ๊ย!! " เจคที่ทำท่าจะอธิบายกลับต้องเอามือขึ้นปิดปากฉับพลัดเมื่อถูกสายตาคมตวัดขึ้นมองอีกครั้งราวกับเป็นคำสั่งว่า 'หุบปาก'

 

ผมผิดอีกแล้ว...(TT) เจคได้แต่รํ่าร้องอยู่ในใจโดยมีคีย์ช่วยลูบหลังอย่างเห็นใจ

 

" งืออ~ " เสียงครางหวานดังออกมาจากลำคอเล็กเรียกความสนใจของทุกคนที่อยู่รอบข้าง นัยน์ตาโตสีเงินค่อยๆเผยออกกระพริ้บสองสามทีเพื่อปรับแสงสว่างจนภาพทุกอย่างชัดเจน

 

" ป๊ะป๋า... " เอ่ยพึมพำเมื่อเห็นว่าใครอยู่ตรงหน้าตนก่อนจะหลับตารับสัมผัสแผ่วเบาตรงหน้าผากมล

 

จุ๊บ~

 

" ขอโทษนะครับที่ทำให้ตื่น " เอเดนเอ่ยขอโทษพรางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก

 

" ไม่เป็นไรครับ " ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ นี่เขาหลับลึกถึงขนาดไม่รู้ว่าป๊ะป๋าเข้ามาใกล้เลยหรือ?

 

" ทำไมถึงออกมานอนตรงนี้ครับ มันเย็นนะรู้ไหม? "

 

" ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ " ตอบออกไปพร้อมรับชาร้อนจากพลอย

 

" แล้วออกมานอนตรงนี้นานรึยังครับ " เอเดนยังคงถามต่อด้วยความเป็นห่วง

 

" สักพักแล้วครับ " ที่จริงเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับเลยตัดสินใจเดินออกมานอนเล่นที่นี่ตั้งแต่ห้าโมงเช้า

 

เฮ้อ เอเดนถอนหายใจเมื่อได้ยินคำตอบ ถ้าน้องเรนเป็นอะไรไปเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต

 

" ขอโทษนะครับที่ทำให้ป๊ะป๋าเป็นห่วง " ฝ่ามือเรียวเล็กประกบเข้าสองข้างแก้มหนาก่อนเอ่ยขอโทษ ทำให้ผู้เป็นพ่อมองอ่อนผ่อนคลายลง

 

" งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะ " เอเดนพูดพร้อมสอดมือเข้าใต้ข้อพับของลูกชายเมื่อได้รับแรงพยักหน้า ยกร่างเล็กขึ้นแนบอกเดินเข้าตัวบ้าน ฝ่ายเรนเองก็ไม่คิดที่จะขัดขืนยกมือขึ้นคล้องคอผู้เป็นพ่ออย่างว่าง่ายเอนซบอกแกร่ง

 

เมื่อเดินมาถึงห้องนั่งเล่นคุณป๊ะป๋าก็สั่งให้อามุปรับเครื่องปรับอากาศให้อุ่นขึ้นก่อนจะนั่งลงโดยมีผมนั่งทับอยู่บนตัก

 

" วันนี้ไม่ไปทำงานหรอครับ "

 

" ขี้เกียจครับ " คุณป๊ะป๋าตอบเสียงเรียบซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ดูเหมือนว่าตอนนี้งานที่บริษัทจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูและมันก็ดีอย่างตรงที่ผมไม่ต้องมีภาระเพิ่ม

 

คุณป๊ะป๋ากดรีโมทเปิดทีวีขนาดใหญ่เลื่อนดูช่องที่น่าสนใจพร้อมมืออีกข้างที่คว้าเอาผ้าห่มมาห่อตัวผมไว้พรางโอบเอวช

 

อามุกับริมะมองหน้ากันเล็กน้องด้วยรอยยิ้มก่อนก้มหัวเดินออกไปจากห้องทิ้งให้สองพ่อลูกใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

 

" ตายแล้ว! คุณเจคเป็นอะไรไปคะเนี่ย! " ริมะร้องถามด้วยความตกใจเมื่อเธอปิดประตูหันมาพบกับเจคที่ยืนนํ้ามูกนํ้าตาไหลโดยมีคุณคีย์ยืนลูบหลังให้

 

" กระซิกๆ กะ กี้นทวยแงใบวิดสือ "

 

ป้าป!

 

" ฟังไม่รู้เรื่อง! " คีย์ตบหัวแฟนหนุ่มจนหน้าถลา

 

" กะ ก็... " เจคเสียงอ่อนพูดปากสั่นๆ 'ก็เขาทำนายท่านโกรธนี่น่า กระซิกๆ '

 

คีย์ส่ายหัวกับท่าทางเป็นเด็กของเจค 'นี่เขาได้สามีหรือลูกกันแน่' พอหันไปอีกด้านก็เป็นอามุกับริมะยิ้มแห้งส่งมาให้ราวเห็นใจ

 

เฮ้อ~

 

 

 

" ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างครับ " คุณป๊ะป๋าก้มหน้าลงมาถาม

 

" ก็ดีครับ ผมยังได้เข้าร่วมสภานักเรียนด้วย " ผมตอบตามตรงจะมีเลี่ยงบ้างตรงที่โดนเจ้าพวกนั้นรุกใส่ ขืนบอกไปรับรองได้เลยว่าต้องมีงานแห่ศพแน่หรือไม่ก็พิธีเชิญวิญญาณเพราะแม้แต่ศพก็คงไม่เหลือ

 

" หืม? สภานักเรียนหรอ " เอเดนยกมือขึ้นกุมคางอย่างครุ่นคิดก่อนเอ่ยถามต่ออย่างไม่แน่ใจนัก

 

" แล้วที่น้องเรนตอบรับเป็นเพราะใครครับ "

 

" ท่านผู้อำนวยการ เจไดย์ คลีมัว " คำตอบของผมเรียกรอยยิ้มมุมปากหนาให้ยกขึ้น

 

" งั้นหรอ... "

 

จบคำทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ผมไม่พูด คุณป๊ะป๋าก็ไม่พูด รายการทีวีช่องแล้วช่องเล่ายังคงถูกเลื่อนต่อไปจนกระทั่งถึงช่องที่น่าสนใจโดยมีพาดหัวข่าวว่า 'นักธุรกิจชื่อดังเสี่ยวิชัยถูกพบเป็นศพเครียดผูกคอตาย'

 

ตาแก่นั่นตายแล้วหรอ? ผมมองจอทีวีนิ่งในหัวก็คิดวิเคราะห์ถึงสภาพศพที่มีร่องรอยของการผูกคอแต่ไร้ซึ่งการต่อสู้ขัดขืนหรือถูกทำร้าย

 

แต่ผมไม่เชื่อหรอกว่าตาแก่นั่นจะฆ่าตัวตาย...

 

" ป๊ะป๋าผมขอคำชี้แจงด้วยครับ "

 

" ก็ฆ่าตัวตาย " ตอบเสียงเรียบอย่างไม่สนใจ

 

" เรื่องนั้นผมเห็นครับแต่ผมไม่เชื่อว่าคนที่อยากได้ท่าเรือของป๊ะป๋าจนตัวสั่นแถมธุรกิจยาเสพติดที่เป็นไปได้ด้วยดีจะคิดฆ่าตัวตาย " ผมหรี่ตามองอย่างจับผิดซึ่งอีกฝ่ายก็เบนหน้าหนี

 

" ฝีมือป๊ะป๋าหรอ " ผมถามออกไปอย่างที่คิด คนที่น่าสงสัยที่สุดในตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณป๊ะป๋าหน้าเด็กที่หลบตาเขาหันไปจิบกาแฟสบายใจ

 

" ไม่ใช่ฝีมือป๊ะป๋า " อีกฝ่ายตอบหน้าลอย ก็เขาไม่ได้ฆ่าตาแก่นั่นหนิแค่สั่งอีกทีเฉยๆ สาเหตุก็ไม่ใช่อะไรนอกจากไม่ชอบที่มันเคยมองน้องเรนแค่นั้น

 

เรนถอนหายใจให้ผู้เป็นพ่อทีนึงเอนลงซบอกแกร่งอีกครั้ง เอาเถอะช่างมันแล้วกัน บอกตัวเองก่อนเปลือกตาสีไข่จะค่อยๆปิดลงเป็นรอบที่สองของเช้านี้

 

ช่วงนี้ง่วงบ่อยจัง...

 

เอเดนที่รู้สึกถึงน้ำหนักที่เอนลงมาก้มหน้าลงมองใบหน้าหวานของลูกชายด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะจัดท่านั่งของตัวเองให้เอนลงเล็กน้อยไม่ให้น้องเรนเมื่อย

 

ถึงจะรู้สึกแปลกใจกับท่าทางขี้เซาของลูกน้อยแต่เขาก็เลือกที่จะสลัดความคิดในหัวออกยกมือทั้งสองข้างโอบกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมอกสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายบาง

 

ความจริงวันนี้เขากะว่าจะพาน้องเรนไปที่ที่นึงสักหน่อยแต่ดูถ้าแล้วคงจะต้องรอให้เจ้าตัวเล็กตื่นก่อน คิดได้ดังนั้นเอเดนก็เริ่มปิดตาลงบ้าง

 

 

 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ปาเข้าไปแปดโมงยกมือขึ้นเกี่ยวเส้นผมที่ตกลงมาก่อนหันไปมองหน้าคนที่รู้สึกตัวแล้วเหมือนกัน

 

จุ๊บ~

 

" อรุณสวัสดิ์ครับ " จูบที่สองของวันตรงหน้าผากถูกคุณป๊ะป๋าชิงไปอีกครั้ง

 

" อรุณสวัสดิ์ครับ " เสียงหวานตอบกลับดันตัวขึ้นหอมแก้มหนาเมื่อเจ้าตัวยื่นแก้มเข้ามาใกล้ เอเดนยกยิ้มพอใจกับสิ่งที่ต้องการพร้อมเอ่ยชวนลูกชายไปทานข้าวด้วยกัน

 

ทานข้าวได้ไม่นานบนจานของผมก็เต็มไปด้วยกับข้าวมากมายที่คุณป๊ะป๋ะตักให้จนต้องยกมือขึ้นเบรกอีกฝ่ายที่กำลังตักเพิ่มพรางตักกับข้าวคืนอีกฝ่ายไปบางส่วน คุณป๊ะป๋าไม่พูดอะไรกินอาหารที่ผมตักให้

 

" กินเสร็จแล้วขึ้นไปอาบนํ้านะ ป๊ะป๋าจะพาออกไปข้างนอก " ผมมองหน้าคนพูดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า

 

" ไปไหนหรอครับ "

 

" บ้านเกิดของม่าม๊าน้องเรน...บ้านบริพัตร " คำตอบที่ได้รับทำให้มือที่กำลังตักอาหารเข้าปากหยุดชะงัก นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน ภาพในวันวานกลับเข้ามาตีตื้นอีกครั้ง รู้สึกดีใจและยินดี อยากกลับไป...

 

" อยากไปรึเปล่าครับ? " เอเดนถามความเห็น น้องเรนที่ไม่มีโอกาสได้เจอกับแม่มีเพียงรูปถ่ายเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าแม่มีหน้าตายังไง เขาไม่รู้ว่าน้องเรนรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้เพราะน้องเรนไม่เคยแสดงท่าทางเศร้าหรือน้อยใจออกมาให้เห็นจนมันทำให้เขาคิดว่าเขาไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้น้องเรนมีความสุขและเติมเต็มความรักในส่วนของกาลได้

 

" ป๊ะป๋า " เอเดนสะดุ้งเมื่อมือเล็กของลูกชายแตะแขนเรียกสติ

 

" ผมไม่เป็นไร ผมอยากไปบ้านเกิดของม่าม๊า แล้วก็นะ ป๊ะป๋า... " ร่างเล็กตอบตามตรงก่อนจะเว้นช่วงสบตากับนัยน์ตาสีนิลอย่างแน่วแน่ ริมฝีปากบางอมชมพูเผยยิ้มออกกว้างไม่ปิดบังพร้อมพูดในสิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อถึงกับหัวใจพองโตอย่างมีความสุขและตื้นตัน

 

" น้องเรนดีใจที่มีป๊ะป๋าเป็นพ่อ ถึงไม่มีม่าม๊าอยู่ด้วยแต่ไม่รู้สึกเหงาเลย น้องเรนมีความสุขมาก ขอบคุณครับที่ทำเพื่อน้องเรน "

 

นัยน์ตาสีนิลสั่นไหวหลังจบคำเอเดนลุกขึ้นเดินเข้าสวมกอดลูกชายแน่น ใบหน้าหล่อเหลาซุกไปกับบ่าเล็กจนสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นของหยดนํ้า

 

เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้น้องเรนมีความสุข ไม่ว่าสิ่งนั้นจะต้องแลกมาด้วยอะไรหรือต้องกลายเป็นปีศาจในสายตาใครเขาไม่สนทั้งนั้น หัวใจดวงนี้แสงสว่างในชีวิตที่ทำให้เขาอยากอยู่ต่อคือน้องเรน ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา และเขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาพรากน้องเรนไปจากเขาได้ ไม่มีวัน...

 

ร่างเล็กกอดตอบพรางลูบหลังให้กับคุณป๊ะป๋ามาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ตอนนี้เหมือนกับเด็กไม่มีผิด

 

ถึงจะอายุน้อยกว่าเขาในร่างก่อนก็เถอะ

 

หลังผ่านพ้นฉากเสียน้ำตาผมก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาขึ้นรถโดยมีคุณป๊ะป๋านั่งรออยู่ด้านใน มือเล็กเผลอกำขากางเกงตัวเองด้วยความตื่นเต้นระคมประหม่า

 

" ตื่นเต้นหรอครับ " ป๊ะป๋าหันมาถาม

 

" นิดหน่อยครับ " ผมตอบก่อนจะรู้สึกได้ถึงฝ่ามือหนาที่วางทับลงบนหลังมือของตัวเองพร้อมบีบเบาๆให้ผ่อนคลาย ผมทำตามอย่างว่าง่ายยิ้มขอบคุณและมองออกไปนอกกระจกเมื่อรถเคลื่อนตัว

 

เส้นทางที่คุ้นแปลเปลี่ยนไปตามกาลเวลาแต่ความรู้สึกมันสัมผัสได้ว่าเป็นทางนี้อย่างแน่นอน ตลอดห้าปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจ ผมติดตามความเป็นไปของบ้านบริพัตรตลอดและยังรู้อีกว่าตอนนี้บ้านบริพักตรเป็นสถานที่ในความดูแลของโรเซนไฮน์ไปแล้ว ผมจึงไม่ห่วงมากเรื่องความเป็นอยู่และการศึกษาของเด็กๆ

 

" เข้าห้างก่อนนะ " ผมบอกฟรังที่ทำหน้าที่คนขับ อีกฝ่ายตอบรับส่งสัญญาณให้อีกสองคันที่เหลือเลี้ยวหัวรถเข้าห้างสรรพสิ้นค้าชื่อดังในเครือเข้าจอดพื้นที่ส่วนตัว

 

ผมลงจากรถดึงฮู้ดคลุมหัวก้าวเข้าไปด้านในพร้อมคุณป๊ะป๋าและบอดี้การ์ดอีกสามคนทิ้งให้คนที่เหลือยืนเฝ้ารถ ถึงจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัยแต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้ โรเซนไฮซ์ถึงจะมีอำนาจมากแต่ก็มีศัตรูที่คิดโค้นล้มมากเช่นกัน

 

ผมเดินเข้าไปในโซนขนมก่อนเป็นอันดับแรกหยิบของที่คิดว่ามีประโยชน์และของทานเล่นใส่รถเข็นที่การ์ดเข็นให้ก่อนออกไปยังโซนของเล่นและของใช้ที่จำเป็นโดยไม่ลืมหนังสือความรู้หรือหนังสือสำหรับเด็กรวมไปถึงนวนิยายตลอดจนนิตยสาร

 

แน่นอนว่าพวกเสื้อผ้าเองก็จำเป็น ผมเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบก็ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี เพราะแต่ละคนก็มีขนาดตัวที่แตกต่างกัน

 

ดวงตาเรียวช้อนมองคุณป๊ะป๋าอย่างขอความเห็นก่อนจะยกยิ้มรับบัตรแบล็คการ์ดที่ถูกยื่นมาให้พร้อมประโยคสุดเบสิกจากปากผู้เป็นใหญ่

 

" ฉันเหมาหมด "

 

เมื่อได้ของที่ต้องการแล้วตอนนี้ภาระก็ตกไปอยู่ที่สามบอดี้การ์ดและเหล่าพนักงานที่ต้องช่วยกันแบกของขึ้นรถข่นเพราะคุณป๊ะป๋าไม่ได้เหมามาแค่เสื้อผ้าเล่นเอาห้างต้องสั่งของล็อตใหม่กันหลายโซนเลยทีเดียว

 

ใช้เวลากว่าชั่วโมงจนในที่สุดเราก็มาถึงที่หมาย ผมมองริมรั้วตรงหน้าด้วยความคิดถึง ภาพในวันวานที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆสองขอบตาร้อนแผ่วอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพความสุขที่ตอนนี้มันเหือดแห้งไปตามกาลเวลาพร้อมการแยกจาก

 

 

 

บ้านบริพัตรตอนแรกเป็นแค่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแรกเกิดจนไปถึงอายุสิบห้าปีพอที่แม่ใหญ่จะสามารถส่งเสียได้บางคน คนที่อายุมากขึ้นก็ต้องออกไปหางานรับจ้างทำเพื่อเป็นค่าเทอมและอาหารต่อวัน หรือออกไปจากบ้านบริพัตร บ้างก็ถูกรับเลี้ยงจากผู้ใจบุญ ลำพังแค่เงินบริจาคที่ได้มาในแต่ละเดือนนั้นไม่เพียงพอต่อความเป็นอยู่ นั้นเป็นสาเหตุที่ผมต้องออกมาหางานทำไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบได้เข้าร่วมFDIตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะความสามารถรวมไปถึงความฉลาดที่ถูกใจท่านผู้บัญชาการเข้าและมันทำให้ผมมีเงินมากพอที่จะส่งน้องๆทุกคนเรียนลดภาระแม่ใหญ่

 

แต่ตอนนี้บ้านบริพัตรนั้นเปิดกว้างได้อย่างเต็มที่แล้วเพราะได้รับความช่วยเหลือและฟื้นบำรุต่อเติมอาคารจนกลายเป็นเหมือนโรงเรียนขนาดกลางที่มีเครื่องอำนวยความสะดวงมากมายรวมทั้งหอนอนน้องๆและคนยากไร้

 

น้องกาลกับทุกคนช่วยที่นี่ไว้ ที่ๆผมรัก บ้านของผม...

 

 

 

....................................................................

 

หายไปนานมากกกกก

 

ตอนหน้าเจอกันงานประมูลต่อออ

 

ตอนนี้จะเป็นความรักระหว่างต่อลูกน่ารักกก

 

คุณป๊ะป๋าเราสายเปย์~

 

ฝากติดตาม คอมเม้นต์ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ^^

 

รักทุกท่าน...จากไรท์^^

 

 

ความคิดเห็น