facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 3 : เปิดปมระทึก

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 3 : เปิดปมระทึก

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 3 : เปิดปมระทึก
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 3 : เปิดปมระทึก 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในบ้านถึงกับเงียบกริบ ขนาดแม่ที่ต่อล้อต่อเถียงด้วยยังถึงกับกลืนคำพูดลงคอไป สิ่งที่เซลีนพูดมากระทบกับหลายฝ่าย เธอพูดถูกที่เราไม่รู้เรื่องของเจมส์เลยสักนิด ใบหน้าที่แท้จริงเป็นใครกันแน่ก็ยังบอกไม่ได้ รู้แค่ว่าหน้าคล้ายปู่เดม่อน เคยคิดว่าอาจจะเป็นลุงดีวาน แฝดพ่อดายที่ตายไป

 

           แต่ทั้งสองคนล้วนจากโลกนี้ไปนานแล้ว มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกลับมา

 

           และเอาคืน 

 

           “คุณต้องการจะบอกอะไรเรากันแน่ เซลีน” แม่ถามเสียงนิ่ง “ผมคิดว่าการเล่นปริศนาคำทายในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่สนุกเท่าไหร่”

 

           “ฉันแค่ถามเพื่อความแน่ใจ คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจมส์เลย” เธอกอดอก “ขนาดลูกเลี้ยงเขายังช่วยอะไรคุณไม่ได้ การที่จะกำจัดเจมส์ให้ตาย คงต้องมีพวกคุณสักร้อยคน”

 

           “แล้วคุณอยากให้พวกเราทำยังไง”

 

           “โซล”

 

           “ผมคิดว่าคุณคงไม่ได้แค่อยากมาแนะนำว่าตัวเองรู้จักเจมส์ดีหรอกใช่ไหม คุณเองก็มีสิ่งที่อยากได้จากพวกเราเหมือนกัน” สายตาของแม่เรียบเฉยมาก หากแต่เต็มไปด้วยความทรงพลัง “ไม่งั้นคุณคงไม่กล้าตามโนเอลมา จะว่าโนเอลใสซื่อไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณก็ไม่ใช่ เพราะเขารู้ดีว่าการที่จะเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ต้องเตรียมใจ”

 

“คุณขู่ฉันเหรอคุณอิลเดนสัน”

 

“อยู่ที่ว่าคุณจะเลิกทำตัวเหนือพวกเราไหม”

 

“…”

 

“เผื่อคุณไม่รู้สถานะตัวเอง ผมจะบอกให้” แม่ส่งยิ้มการค้ากลับไป “คนที่ควรระวังตัวคือพวกเรา แต่คนที่ควรระวังปากคือคุณ ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นคุณเพราะงั้นเก็บลิ้นของคุณไปซะ อย่าลามปามครอบครัวผมไปมากกว่านี้” 

 

           ถ้อยคำนั้นทำเอาเซลีนหลุบตาต่ำ ลอบกลืนน้ำลายคล้ายกลัวลิ้นขาด พาให้ผมแอบกระตุกยิ้มเบาๆ อย่างสะใจปนเห็นด้วย เธอสมควรโดนแล้วจะได้รู้ว่าการที่ถือข้อมูลเหนือกว่าไม่ได้ทำให้เธอปลอดภัยเสมอไป กลับกันการที่เธอวางตัวไม่เหมาะสมจะทำให้เธอตายไวขึ้น ยิ่งมาอยู่ในถิ่นฉลามก็ยิ่งแย่กันไปใหญ่

 

           ภายนอกเราอาจดูเป็นครอบครัวอบอุ่นที่ใครๆ หวังไว้ ทว่าหากมองลึกเข้าไป

 

           ยังไงเราก็เป็นฉลามกันทั้งบ้านอยู่ดี

 

           “ฉันต้องการให้คุณปกป้องฉัน” ในที่สุดเซลีนก็เผยความจริง “เพราะสิ่งที่ฉันรู้ทำให้เจมส์ไล่ล่าฉัน เขาต้องการให้ฉันตาย ฉันถึงต้องบากหน้ามาที่นี่”

 

           “ในที่สุดคุณก็ยอมพูดสักที ผมนึกว่าเราต้องใช้กำลังมากกว่านี้ซะอีก” แม่หัวเราะขำๆ ยกมือปรามสองพ่อที่จ้องเธออย่างกับจะฆ่ากันให้ตาย เซลีนควรรู้นะว่าการยุ่งกับคนของฉลาม มันไม่ได้เจ๋งเท่าไหร่ ยิ่งกับคนที่คุมฉลามทั้งบ้านมีเหรอว่าจะรอดไปได้ง่ายๆ

 

           ฉลามยิ่งอายุมาก มันยิ่งดุ :)

 

           “ไหนลองพูดสถานการณ์ของคุณมาสิ คราวนี้ผมคิดว่าคุณคงจะพูดดีๆ โดยไม่กวนประสาทเราได้”

 

           “แม่เริ่มองค์ลงแล้วครับอา”

 

           “ต้องเอาน้ำสาดแล้วแบบนี้” ผมยิ้มขำให้กับมุกของอาที่แซวแม่แบบนั้น ก่อนที่เราจะกลับมาตั้งใจฟังเซลีนที่มีท่าทีอ่อนลงเนื่องจากโดนบังคับให้ยอมแพ้พ่าย ไม่วายโดนสายตาของพี่ซีวานดุโทษฐานที่ไม่จริงจัง

 

           “ฉันรู้ความลับเรื่องการวิจัยของเขาและได้ข้อมูลชิ้นสำคัญมา”

 

           “ข้อมูลที่ว่าคืออะไร”

 

           “มันคือการวิจัยที่ฉันเล่าให้ฟัง” เธอพูดพร้อมหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันคือแฟลชไดร์ฟสีแดงสด “ในนี้มีข้อมูลเรื่องการวิจัยกรรมพันธุ์ครอบครัวคุณ รวมถึงสิ่งที่พ่อของคุณเคยสร้างเอาไว้”

 

           “พ่อของใครนะ ?”

 

           “อีธาน อิลเดนสัน”

 

           “!!!”

 

           “เขาคือต้นตอข้อมูลที่เจมส์สานต่อมาจนถึงตอนนี้” ชื่อนั้นมีผลกับแม่เป็นอย่างมาก ชนิดที่นิ่งค้างพูดอะไรไม่ออก พวกเรารู้ดีว่าจุดจบของคุณตาและคุณยายไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก และนั่นทำให้แม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกว่าจะมาถึงวันนี้ได้

 

           ซึ่งทุกครั้งที่แม่เล่า แม่มักจะอ่อนไหว พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกแย่ๆ เพื่อไม่ให้เราเป็นห่วงมากเกินไป แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานมากแค่ไหน การตายของคุณตาคุณยาย...

 

           ก็คงไม่หายไปจากความทรงจำของแม่ผมหรอก

 

           “ข้อมูลที่มีค่าเกินจะประเมินได้ เจมส์ถือครองมันไว้”

 

           “ได้ยังไง”

 

           “…”

 

           “เขาได้ข้อมูลพวกนั้นได้ยังไง ในเมื่อผมเผาศูนย์วิจัยทิ้งไปแล้ว” เจ้าตัวถามกลับ แม่เสียงสั่นจนพ่อดายต้องเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้ “ข้อมูลทั้งหมดถูกลบ ซากศูนย์วิจัยก็จมหายไปใต้ทะเล ถ้าจะเอาข้อมูลพวกนั้นกลับคืนมาได้คือต้องไปงมเศษซากพวกนั้นขึ้นมา”

 

           “หรือใช้วิธีที่ง่ายกว่า”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “คุณรู้จักริชาร์ดและเซ็บ ปาร์คเกอร์ใช่ไหม” คราวนี้เป็นอาที่ชะงัก ผมไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนนั้นมีความสัมพันธ์กับครอบครัวเรายังไง แต่ถ้าผมจำไม่ผิดเซ็บ ปาร์คเกอร์คือพ่อของอาโนเอลใช่ไหม ผมเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหน

 

           แต่ลืมเลือนไปหมดแล้ว

 

           “เขาล้วงข้อมูลจากศูนย์วิจัยคุณ”

 

           “เป็นไปไม่ได้ ข้อมูลที่เขาได้เป็นไฟล์ลวง ผมเป็นคนขัดขวางเขาด้วยตัวเองทำไมผมจะจำไม่ได้”

 

           “แต่คุณอิลเดนสัน ณ ตอนนั้นคุณคิดว่าจะไม่มีช่องโหว่ให้เขาได้ข้อมูลคุณไปบ้างหรือไง”

 

           “…”

 

           “คุณไม่ใช่คนเดียวที่ฉลาดหนิจริงไหม บนโลกใบนี้คนที่ฉลามย่อมเจอกับคนที่มีความสามารถพอๆกัน” แม่อ้าปากค้าง เขาหลุบตาต่ำความกังวลแสดงอย่างชัด “เจมส์ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อได้ข้อมูลนั้นต่อให้ทั้งสองคนนั้นจะถูกฆ่าตายไปแล้วก็ตาม แต่เขาก็ได้มันมาและเขาก็กำจัดคนที่หมดประโยชน์ไป”

 

           “คนที่หมดประโยชน์เหรอ คุณหมายถึงใคร”

 

           “จริงๆ จะบอกว่ากำจัดก็ไม่ได้ เพราะเขาคงอยากให้คุณคิดแบบนั้น” เซลีนถอนหายใจ เธอพักดื่มไวน์ที่แม่เป็นคนเทให้ราวกับดับกระหายในลำคอ “และเขาคือคนที่ช่วยให้งานวิจัยของเจมส์เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะพวกคุณยื่นข้อมูลต่างๆ ให้ถึงมือโดยไม่สงสัยเขา"

 

           "คุณพูดถึงใครกัน"

 

           “คุณว่าพ่อของคุณมีเพื่อนแท้กี่คนกัน”

 

           “หา ?”

 

           “หนึ่งในคนที่รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์จากเหตุการณ์ครั้งนั้น

 

           “…”

 

           “คนที่คุณคิดว่าเขาตายจากเพราะช่วยเหลือแกะตาดำๆ”

 

           “…”

 

           “ผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง”

 

           “อย่าบอกนะว่า...”

 

           “คุณหมอที่เอาเลือดลูกชายคุณไปถวายให้เจมส์” 

 

           “หมอโทแวน” 

 

           “!!!”

 

           “ลุงหมอเป็นคนเอาเลือดพวกเราไปให้เจมส์เหรอ” เป็นผมที่พูดขึ้นหลังนึกถึงใบหน้าคนที่ตายไปแล้ว หมอโทแวนคือคนที่ทำคลอดให้แม่ เป็นเพื่อนของคุณปู่ที่ถูกตามล่าจนไปติดอยู่ในเกาะสวรรค์ เขาเป็นคนคอยดูแลรักษาพวกเรา และเขาได้จากไปเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากถูกยิงตายหลังพี่ออสตินเข้าโรงพยาบาล

 

           พ่อกับแม่คิดว่าเขาถูกฆ่าปิดปากจากคนของเจมส์ หนำซ้ำของในเซฟที่อีกฝ่ายเก็บซ่อนไว้ก็หายไป เราพยายามสืบค้นกันอยู่หลายปี พยายามติดต่อลูกชายเขาก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

 

           จนพวกเราเลือกที่จะอยู่เฉยๆ เหมือนที่เจมส์เลือกที่จะหายไป

 

           และกลับมาพร้อมกับแผนใหญ่ที่พวกเราไม่คาดคิดเลยแม้แต่นิดเดียว

 

           “แต่เขาตายไปแล้วนะ” ผมถามด้วยความสงสัย “เขาถูกยิงตายที่บ้านพักไม่ใช่เหรอครับแม่”

 

           “คนเราจัดฉากได้อยู่แล้ว ยิ่งกับคนปลิ้นปล้อนประเภทนั้นจะหลอกพวกคุณได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก” เซลีนเป็นคนตอบกลับ “เขาต้องทำเพื่อให้พวกคุณไม่สงสัยในตัวเขา คิดดูสิ เขาเข้านอกออกในรู้จักครอบครัวคุณเป็นอย่างดี รู้จักพ่อของคุณ ช่วยทำงานวิจัย ทำไมเจมส์จะอยากฆ่าเขาให้ตาย”

 

           “…”

 

           “เขาคือตัวหมากชิ้นใหญ่ของเกมนี้เลย” เจ้าตัวยกไวน์ดื่มท่าทางเธอดูผ่อนคลายผิดกับพวกเรา โดยเฉพาะแม่ที่ฉายชัดถึงความผิดหวังและเสียใจในดวงตาคู่นั้น ผมคิดว่าแม่ต้องกำลังโทษตัวเองอยู่แน่ๆ ที่พาลุงหมอมาใกล้ชิดพวกเรา

 

           แต่ลุงหมอใจดีกับพวกเรามาก เขาเป็นคนเดียวที่คอยรักษาและเก็บงำความลับของพวกเราไว้ เขาเป็นเพื่อนของคุณปู่ ชอบเล่าเรื่องสมัยหนุ่มๆ ให้เราฟังบ่อยจะตาย เราโตมาโดยที่มองเขาเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึงที่ไว้ใจได้

 

           ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกลับกลายเป็นคนที่ทรยศที่สุด

 

           “ซ้ำลูกชายเขายังหายตัวไปอีกด้วยใช่ไหม” ร่างเล็กยังไม่จบแค่คำพูดก่อนหน้านั้น “ลูกชายเขาหายสาบสูญติดต่อไม่ได้ ฉันพูดถูกหรือเปล่า”

 

           “ถูกต้อง เขาหายตัวไปไม่มีใครตามหาเขาเจอเลยสักคน”

 

           “นั่นเพราะเขากลายเป็นผุยผง”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “เขากลายเป็นตัวทดลองของพ่อตัวเองไปแล้ว” ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องตั้งแต่เซลีนเปิดปากขึ้นมา มันมีแต่เรื่องที่ยากจะรับฟังเต็มไปหมด สมองผมต้องประมวลผลอย่างหนักหน่วงเพื่อตามให้ทัน “หมอโทแวนไม่สนใจศีลธรรม เขาทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับต่อให้ต้องพรากชีวิตใครไป”

 

           “เขาฆ่าลูกชายตัวเองเหรอ ?” แดเนียลถาม

 

           “ไม่หนุ่มน้อย เขาแค่ดัดแปลงพันธุกรรมแล้วโยนร่างขยะนั่นลงทะเลไป ซึ่งเธอคงจะเดาได้ใช่ไหมว่าผลลัพธ์มันเป็นยังไง”

 

           “เขาถูกฉลามฆ่าตาย”

 

           “ออสติน”

 

           “ร่างกายของเขาไม่ตอบรับกับเลือดเมกาโลดอน”

 

           “ฉลามดี :)” เซลีนยิ้มทำเป็นปรบมือให้พี่ออสตินด้วยซ้ำ “เขาต้องการคนที่สามารถล่อพวกคุณไปติดกับ เสียดายที่ลูกชายของโทแวนไม่ตอบสนองต่อการวิจัยนั่น เขาตายในทะเลกลายเป็นอาหารให้พวกฉลามขาวที่ได้กลิ่นเลือดของเขา ในแฟลชไดร์ฟนั่นก็มีภาพตอนตายของเขาอยู่”

 

           เธอชี้ไปที่แฟลชไดร์ฟในมือแม่

 

           “รายละเอียดทุกอย่างอยู่ในนั้น และมันคงทำให้คุณตาสว่างขึ้นว่าไว้ใจคนผิดมานานแค่ไหน” แม่ตวัดสายตามองเธออย่างมีเลศนัย “คุณคงคิดว่าใจดีมีน้ำใจ ช่วยคุณให้คลอดลูกๆออกมาได้ แต่ที่ไหนได้มันก็แค่การเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อเท่านั้น”

 

           “ดูคุณรู้เรื่องนี้ดี ดีเสียจนผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงทรยศเขา”

 

           “เพราะฉันไม่อยากมีจุดจบแบบที่พวกมันทำกับคนอื่นไง ฉันมีความสามารถ ฉันไม่ควรตายอยู่ที่นั่นหรือเป็นอาหารให้กับพวกฉลามพวกนั้น”

 

           “ฉลามมันเลือกกินนะเผื่อคุณไม่รู้” ผมตอบกลับ “มันไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิดหรอก”

 

           “ฉันรู้ดีพ่อหนุ่มน้อย ไม่ต้องมาสอน” เซลีนปรามผม “ฉันทำงานกับพวกมันมาเป็นปีๆ ทำไมจะไม่รู้วิถีชีวิตของพวกมัน”

 

           “แต่ผมว่าคุณรู้น้อยไปนะถึงได้ไร้มารยาทกับพวกเรา”

 

           “…!!!”

 

           “ถึงผมจะกลายร่างไม่ได้แบบพวกเขา แต่ผมก็ไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่คนเดียว” เจ้าตัวถึงกับหน้าถอดสี เวลานี้พวกพ่อๆกับพี่ๆ มองเซลีนเหมือนจะขย้ำ “เพราะงั้นช่วยรักษามารยาทสักนิดเถอะ การที่คุณถือข้อมูลไม่ได้แปลว่าคุณเหนือกว่า”

 

           “ฉะ...ฉันก็แค่พูดตามที่คิด ไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท”

 

           “แต่ผมรับรู้ได้ว่าคุณมีเจตนาร้าย”

 

           “นี่คิดจะกล่าวหากันหรือไง”

 

           “ผมรับรู้ได้จากสัญชาตญาณ”

 

           “!!!”

 

           “ถึงจะเป็นแค่เศษขยะลอยน้ำ แต่ผมก็รู้นะว่าคุณไม่ได้มาดี” ผมจับจ้องไปที่เซลีน ถึงก่อนหน้านี้เธอจะบอกให้เราปกป้องเธอเนื่องจากโดนตามล่า แต่สิ่งที่พ่นออกมามันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล “ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงทรยศคนพวกนั้นและเราจะรู้ได้ไงว่าเจมส์ไม่ได้ส่งคุณมา”

 

           “ฉันสาบานได้ ฉันจะไม่บากหน้ามาหรอกถ้าฉันไม่เดือดร้อนจริงๆ” เซลีนพูดลิ้นพัน “พวกคุณต้องช่วยฉัน ฉันไม่อยากมีจุดจบแบบพวกตัวทดลองนั่น เจมส์จะยังไม่เล่นงานพวกคุณตอนนี้หรอกฉันรู้ดี ฉันถึงมาที่นี่ไง”

 

           “แล้วเหตุผลที่คุณมาหาพวกเรามันคืออะไร”

 

           “ก็ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันมีข้อมูล...”

 

           “กึด !”

 

           “!!!” เซลีนถึงกับเบิกตากว้าง เธอผงะถอยติดพนักพิงเมื่อเห็นพี่ชายกับพ่อผมแยกเขี้ยวฉลาม ขากรรไกรเงางามแม้จะเล็กเพราะอยู่ในร่างมนุษย์ ทว่าก็มีอนุภาพมากพอที่จะกัดคอคนขาดได้ในชั่วพริบตา นั่นทำให้แม่หัวเราะ เขายกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบบ้าง

 

           ท่าทางสง่างามนั่นบ่งบอกถึงการยั่วประสาท

 

           “เรามาลองถามกันใหม่อีกครั้งดีไหม เผื่อคุณจะช่วยให้ลูกชายกับสามีผมสงบลงได้บ้าง” ผมยิ้มขำพร้อมกอดแขนอา “คุณไม่ได้มาเพื่อให้ผมคุ้มกะลาหัวให้แค่นั้นหรอกจริงไหม คุณยังมีเรื่องอื่นซ่อนอยู่ในใจ”

 

           “ฉะ...ฉันแค่ตกอยู่ในอันตราย”

 

           “แล้วระหว่างก่อนหน้านี้กับตอนนี้ อย่างไหนอันตรายกว่ากันล่ะเซลีน”

 

           “อึก !”

 

           “เป็นผม ผมจะไม่ยั่วฉลามตอนที่กำลังโมโหหรอกนะ” สัญชาตญาณพลุ่งพล่านในร่างฉลามหนุ่ม ผมนั่งมองพ่อกับพี่ขู่เธออย่างสนุกสนาน ขณะที่ออสตินเลิ่กลั่กพยายามปรามคนรักของตัวเองที่ขู่เก่งจนน่าหวั่น เสียดายที่เวลานี้ความเป็นฉลามครอบงำพวกเขา “ว่าไง คุณจะตอบผมไหมหรือให้พวกเขาเค้นคุณจนกว่าจะพูดออกมา ซึ่งผมว่ามันไม่น่าดูเท่าไหร่หรอกนะและถึงคุณเป็นผู้หญิง ก็ไม่มีใครละเว้นให้”

 

           “ฉัน...ฉัน” เซลีนอึกอัก หันมาขอความช่วยเหลือจากอาโนเอลที่ถูกผมกอดไว้ ผมเลยเหยียดยิ้มร้ายให้แล้วเอาคางเกยไหล่อา “ฉัน...ทำความผิดบางอย่าง”

 

           “ความผิดเหรอ ?”

 

           “ฉันนอนกับผู้ช่วยเขา”

 

           “หืม ?”

 

           “ในขณะที่ฉันก็นอนกับเจมส์เหมือนกัน” เจ้าตัวพูดเสียงสั่น สถานการณ์มันกดดันให้เธอคลายความลับออกมา “เจมส์โกรธที่ของเล่นของเขาแปดเปื้อน เขาเลยลงโทษฉันให้ฉันเข้ารับการรักษา”

 

           “หมายความว่าไงรับการรักษา ?”

 

           “เขาให้โทแวนฉีดวัคซีนกระตุ้นสัญชาตญาณฉลามในร่าง”

 

           “…”

 

           “แต่วัคซีนนั่นมันมีผลข้างเคียงตามมา” เธอกัดปากพลางถกแขนเสื้อขึ้นเพื่อให้เราเห็นบางสิ่ง นาทีนั้นพวกเราถึงกับเบิกตากว้าง ชะงักนิ่งให้กับสิ่งที่เห็น แขนของเธอปรากฏรอยกัดมากมายที่เหมือนโดนฟันฉลามขนาดเล็กฉีกทึ้ง ซ้ำยังเผยให้เห็นเส้นเลือดสีแดงที่เต้นตุบๆ “มันทำให้ฉันกลายเป็นสัตว์ประหลาด”

 

           “นี่คุณถูกกัดโดยฉลาม ?”

 

           “ไม่ใช่ ฉันทำมัน”

 

           “อะไรนะ”

 

           “เมื่อถึงเวลามันจะมา”

 

           “อะไรจะมา ?”

 

           “สัญชาตญาณในร่าง”

 

           “…”

 

   “เขาทำให้ฉันเป็นเหมือนพวกคุณ” 

 

           “เป็นเหมือน...พวกเรา ?” ผมทวนคำนั้นพลางเลิกคิ้วใส่ “หมายถึงเป็นฉลามแบบพวกเรางั้นเหรอ ?”

 

           “ใช่”

 

           “มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ไม่มีทางที่มนุษย์จะกลายร่างเป็นฉลามได้”

 

           “เว้นแต่โดนปรับแต่งพันธุกรรม” เซลีนสวนกลับเหมือนเธอพยายามบังคับให้เราเชื่อเธอแบบนั้น “เขาใช้เลือดลูกชายคุณปรับแต่งตัวทดลองต่างๆ บางคนไม่ได้ผล บางคนก็ได้ แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามกรรมพันธุ์ อย่างลูกเลี้ยงเจมส์ก็ทำได้แค่ล่อฉลามเมกาโลดอนเท่านั้น เขาก็กลายร่างไม่ได้”

 

           “แล้วกับคุณมันแสดงผลยังไง”

 

           “ฉันจะหิวกระหาย อยากทำลายทุกสิ่ง”

 

           “ฟังดูไม่เหมือนนิสัยฉลามเลยสักนิด พวกเราไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย” ผมย่นคิ้วใส่ “ฉลามในสายตาคนปกติอาจจะดูดุร้ายก็จริง แต่พวกเราไม่เคยคิดทำลายอะไรหรอกนะ เราต่างก็อยากอยู่อย่างสงบในพื้นที่ของเรา”

 

           “แต่วัคซีนที่ฉันได้รับมันทำให้ฉันเป็นแบบนั้น” เธอขัด “ฉันห้ามตัวเองไม่ได้และบอกไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน ฉันต้องกัดตัวเองเพื่อให้ความอยากมันสงบลงไป”

 

           “ฟันคุณเปลี่ยนเป็นฟันฉลามได้ ?”

 

           “แค่บางที” เธออึกอัก “เฉพาะตอนที่สัญชาตญาณในร่างตื่นขึ้น แต่ฉันหายใจใต้น้ำไม่ได้ ฉันแค่มีฟันงอกแล้วก็อยากกินอะไรสักอย่าง”

 

           “เช่นวาฬหรือโลมา ?”

 

           “ใครจะไปกินของพรรค์นั้นกัน” เหมือนเธอลืมว่าพฤติกรรมของฉลามต้องล่าสัตว์พวกนั้น ถึงได้ตอบกลับมาโดยไม่ไตร่ตรองให้ดี “ฉันบอกไม่ได้เหมือนกันว่าอยากกินอะไร แต่ไม่ใช่ของพวกนั้นแน่ บอกแล้วไงว่ามันแค่ทำให้ฉันบ้าคลั่ง ฉันเลยต้องการให้พวกคุณปกป้องฉัน”

 

           “ปกป้องคนที่ไม่รู้แม้กระทั่งพฤติกรรมการกินของฉลามแล้วกล้าบอกว่าตัวเองถูกเปลี่ยนให้เหมือนพวกเราเนี่ยนะ มันน่าเชื่อถือตรงไหน”

 

           “แต่นายก็กลายร่างเป็นฉลามไม่ได้เหมือนกันไม่ใช่หรือไง”

 

           “อย่างน้อยผมก็มีเลือดฉลามอยู่ในร่างกาย”

 

           “แต่ก็กลายร่างไม่ได้”

 

           “แล้ว...”

 

           “จะรู้ได้ไงว่านายไม่ใช่ของปลอมเหมือนกัน” 

 

ปึง !

 

           “ว่าไงนะ !”

 

           “ซีน่อน !”

 

           “จะบอกว่าผมเป็นของปลอมเหมือนคุณหรือไงกัน !” ผมตวาดลั่นทุบโต๊ะเสียงดังแล้วลุกขึ้นจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นที่พูดออกมาได้ไม่อายปาก นัยน์ตาสีสวยตวัดไปสบความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในนั้น ว่าผมกลายร่างไม่ได้ผมยังพอปล่อยไปได้ แต่ดันมาพูดเหมือนว่าเราเป็นพวกเดียวกัน

 

           ผมไม่ได้เกิดจากการทดลองแบบเธอสักหน่อย ผมเกิดจากความรักที่พ่อแม่มีให้กัน

 

           การที่พูดอย่างนั้นมันเหมือนบอกว่าผมไม่ได้เกิดจากพ่อแม่ที่ผมรัก

 

           มันไม่มีทางเป็นแบบนั้น

 

           ผมคือซีน่อน อิลเดนสัน

 

           และผมเป็นลูกฉลามของจริง

 

           “การที่ผมกลายร่างไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าผมเป็นพวกเดียวกับคุณนะ อย่างน้อยเลือดฉลามในร่างผมก็เป็นของจริงที่ส่งตรงจากกรรมพันธุ์ ไม่เหมือนคุณที่ถูกทำให้กลายเป็นตัวประหลาดแบบนั้น”

 

           “จะแน่ใจได้ไงว่าเลือดของนายส่งตรงจากกรรมพันธุ์ อย่าลืมสิว่าหมอโทแวนเป็นคนทำคลอดให้เขา” เซลีนผงกหัวไปทางแม่ที่ฟัง อาโนเอลพยายามดึงผมให้นั่ง แต่คำพูดของเซลีนมันจี้ใจดำเกินไป “ไม่แน่ผู้ชายคนนั้นอาจทดลองกับนายตั้งแต่เด็กก็เป็นได้ แค่นายไม่รู้ว่าถูกทำ”

 

           “ไม่มีทาง ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น พ่อแม่เป็นพยาน”

 

           “เขาก็อาจหลอกพ่อแม่นายเหมือนกัน”

 

           “คุณ...!”

 

           “ลองคิดดูสิซีน่อนนายไม่มีร่างฉลาม มีแค่สัญชาตญาณ นายกับฉันต่างกันตรงไหน” เธอยั่วยุผมคล้ายทดสอบว่าผมจะทนแรงอารมณ์ไหวไหม “มีอะไรบ้างที่บ่งบอกว่านายเป็นฉลามได้ จากที่ฉันสังเกตนายนอกจากอารมณ์ที่รุนแรงแล้ว นายก็ไม่เห็นมีอะไรเหมือนพี่น้องหรือพ่อนายสักอย่าง”

 

           “คุณไม่รู้จักผม อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลยน่า”

 

           “อย่างน้อยฉันก็ไม่ปฏิเสธว่าตัวเองถูกทำให้กลายเป็นของเลียนแบบเลยต้องหนีมา แต่นายน่ะยอมรับได้หรือเปล่า”

 

           “ยอมรับบ้าอะไร”

 

           “ยอมรับว่านายก็ของเลียนแบบเหมือนกัน”

 

           “เซลีน !!!!”

 

           “ซีน่อน ! ซีน่อน ใจเย็นสิ !” สติผมขาดผึงหมดซึ่งความอดทนที่สะสม ผมกระโจนใส่เซลีนทว่าอากลับเอาตัวมาขวางผมไว้ เขาพยายามกอดผม ดันผมให้ออกห่างจากคนที่พามา พ่อกับพี่เองก็ลุกขึ้นตกใจกับสถานการณ์เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ผมจะโกรธจนเป็นบ้าขนาดนี้

 

           จะไม่ให้โกรธได้ไงกันในเมื่อลึกๆ ผมก็หวังว่าจะได้เป็นแบบพี่ๆ แต่เพราะมีความสามารถด้านอื่นเลยคิดว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่า กระทั่งเซลีนขยี้จี้ใจดำจุดที่ผมพยายามเก็บงำตลอดมา

 

           ผมพยายามเอื้อมมือไปคว้า

 

           “เจ้าจิ๋วตั้งสติ มองหน้าอา”

 

           “ไม่ ! ผมจะเอาเลือดมันออกจากปาก ! กล้าดียังไงมาพูดว่าผมไม่ใช่ลูกฉลาม ! ผมน่ะเป็นลูกของพ่อแม่นะ !” ผมโวยวายลั่น “อาอย่ามาห้าม ปล่อยผมฆ่ามัน !”

 

           “ไม่ได้นะซีน่อน อย่าทำแบบนั้น”

 

           “แต่อาก็เห็น มันบอกว่าผมเป็นของเลียนแบบเหมือนมัน ผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้เป็นแบบ...อึก” ระหว่างที่ผมอาละวาด อยู่ๆ ในร่างกายมันก็เจ็บขึ้นมาราวกับถูกมีดนับพันทิ่มแทงเต็มไปหมด ทั้งที่ความจริงผมไม่ได้โดนอะไรเลย ผมยืนอยู่เฉยๆ ถูกอากอดเอาไว้เพื่อไม่ให้เข้าไปขย้ำอีกฝ่าย

 

           ทว่าความเจ็บกลับลุกลามบีบอัดเข้าที่หัวใจจนเสียงผมหลุดหายไป ผมยกมือขึ้นกุมหัวใจกำเสื้ออาแน่นจนอาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

           “ซีน่อน ! ซีน่อน เฮ้ เราเป็นอะไรไป !”

 

           “อา อึก ผม...ผมเจ็บข้างใน”

 

           “อะไรนะ เจ็บตรงไหน”

 

           “ข้างใน โอ๊ย มันอยู่ข้างใน”

 

           “!!!”

 

   “อึก ! ไม่ไหว ! ผมเจ็บ ! อาครับ ผมเจ็บไปทั้งตัวเลย อ๊ากกกก !!!” 

  

ถึงเวลาสนุกแล้วสิ :) 

จะมาอัพบ่อยหน่อยอย่าเบื่อเค้านะตัวเอง เค้าอยากเขียนให้เตงอ่านกันง่ะ ;w; 

ฝากส่งฟีดแบ็กที่ #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า* 

LOADING 100 PER 

เปิดปมระทึกอะไรที่เคยปูไว้เตรียมสับขาหลอก 

คนที่นั่งอยู่ตรงหน้ามีทั้งด้านดีและด้านหลอก เราต้องช่วยกันประคองสืบค้นต่อไป 

อย่าได้ไว้ใจทุกคำพูด อย่าได้หลงกลทุกความน่าสงสาร 

อย่าได้หวาดหวั่นให้กับคำที่พูดออกมา 

เกมลวงที่ดำเนินอยู่นั้น มันจะพลิกแพลง 

*เรื่องนี้มีกำหนดเปิดพรีวันที่ 21 พ.ค – 23 ก.ค นาจา มาบอกตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้เก็บเงินรอกัน* 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว