ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่29 รอยกัดของหมอออสติน +++

ชื่อตอน : +++ บทที่29 รอยกัดของหมอออสติน +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2564 14:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่29 รอยกัดของหมอออสติน +++
แบบอักษร

 

 

บทที่29 

รอยกัดของหมอออสติน 

คืนวันแห่งความทรมานของดีแลนได้จบลงในวันที่สาม เมื่อฟีโรโมนที่ส่งกลิ่นหอมเชิญชวนนั้นค่อยๆ ลดระดับลง จนในที่สุดมันก็สงบได้โดยที่ออสตินไม่ได้ฉีดยาระงับ ร่างเล็กนอนหายใจระรินอยู่บนฟูกหนานุ่มก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างช้าๆ เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พักผ่อนเลย 

เสียงปลดล็อกประตูทางเข้าดังขึ้น มันถูกเปิดออกโดยเจ้าของดวงตาสีอำพันและฟีโรโมนกลิ่นวู้ดดี้ ฮาแกนเดินเข้ามาหาดีแลนที่หลับลึกก่อนจะช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นมาแนบอก หมอออสตินที่เดินตามเข้ามาทีหลังมีสีหน้าที่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง โอเมก้าตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของพันเอกฮาแกน พยายามได้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก การที่เพศรองโอเมก้าสามารถควบคุมฟีโรโมนตัวเองได้นั้นแทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ด้วยซ้ำ แต่ดีแลนสามารถทำได้ด้วยระยะเวลาแค่สามวันเท่านั้น 

ร่างสูงตัดสินใจรีบพาคนตัวเล็กออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เนื่องจากฟีโรโมนหอมหวานเย้ายวนนั้นยังคงลอยปะปนอยู่ในอากาศ ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มทนกับมันได้บ้าง แต่ถ้าหากอยู่นานเกินกว่านี้เขาก็ไม่มั่นใจ ว่าตัวเองจะยังควบคุมสัญชาตญาณดิบของตัวไหว 

  

“คุณดีแลนพยายามได้ดีมากเลยนะครับ แต่ที่น่าตกใจมากกว่าก็คือคุณนะคุณฮาแกน” 

“กูทำไม” 

“ก็แหม กลิ่นของคุณดีแลนออกจะหอมขนาดนี้ ลองให้อัลฟ่าปกติได้กลิ่นสิครับ คงทนได้ไม่เกินหนึ่งนาทีหรอก” 

“มึงก็อัลฟ่า” 

“อ่า...แต่ต่อมของผมมันโดนควักออกไปแล้ว ต่อให้คุณดีแลนฮีทตอนนี้ ไอ้นั่นของผมก็ไม่โด่หรอกคร้าบ” 

  

เจ้าของดวงตาสีอำพันจ้องมองออสตินเล็กน้อย ก่อนจะพาร่างนิ่มในอ้อมแขนที่หายใจเป็นจังหวะออกจากห้องไป อัลฟ่าในชุดกาวน์จึงหันกลับมาสนใจผ้าปูที่นอนและหมอนที่เปียกชื้น ออสตินจัดการเอากรรไกรมาตัดผ้าปูที่นอนเก็บไว้หลายส่วนเพื่อนำไปทำวิจัยต่อ 

ทางด้านฮาแกนเขากดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น10 ฟีโรโมนหอมเย้ายวนนั้นจางหายไปมากแล้ว เหลือแต่กลิ่นเครมบรูเล่หอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเนื้อขาวๆ สองแขนแข็งแรงวางร่างเล็กไว้บนเตียงกว้างในห้องนอนของเขาเอง ฮาแกนเดินเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาพร้อมกับชามใบใหญ่ใส่น้ำสะอาดและผ้าขนหนู เขาบรรจงถอดชุดผู้ป่วยของหน่วยพยาบาลออก และใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาดเช็ดตัวให้ดีแลนที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติเพราะความอ่อนเพลีย 

  

“เก่งมากครับ” 

  

นิ้วเรียวยาวเกลี่ยที่แก้มขาวอมชมพูอย่างหยอกล้อ คนตัวใหญ่ยกเอาชามและผ้าขนหนูไปเก็บให้เรียบร้อย แล้วจึงกลับมาที่เตียงและจัดการสวมชุดนอนให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฮาแกนก้าวขึ้นไปนอนตะแคงบนเตียง มือใหญ่ตวัดห่มผ้านวมผืนหนาให้กับร่างเล็กที่เบียดตัวเข้าหาไออุ่นอย่างเคยชิน 

การทดลองของออสตินใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเขาก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคนตัวเล็กจะสามารถควบคุมฟีโรโมนได้ตอนไหน ระหว่างที่ทดลองอยู่ก็ต้องคอยฉีดยากระตุ้นตลอด เพื่อไม่ให้ระดับฟีโรโมนตกลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ออสตินต้องการ ถึงแม้จะรู้จักกันมาหลายปีและอาการของออสตินก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่เขาก็แอบเป็นกังวล 

สามวันที่ผ่านมานี้เขาหอบงานตัวเองลงมาทำที่ข้างห้องทดลอง เพื่อนั่งเฝ้าดีแลนที่กำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่ด้านใน และป้องกันไม่ให้ออสตินทำอะไรเกินเหตุ แขนแข็งแรงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น จมูกโด่งเป็นสันกดลงบนกลุ่มผมนิ่มสีขาว สูดหายใจเอากลิ่นของขนมหวานที่เขาไม่เคยชอบมันลงปอด แต่น่าแปลกที่กลิ่นนี้มันทำให้เขาใจสงบลง อัลฟ่าตัวใหญ่คลอเคลียจมูกสูดเอากลิ่นหอมหวานนั้นอยู่อีกสักครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามร่างเล็กไปในเวลาต่อมา 

  

“อื้อ...” 

  

ดีแลนรู้สึกตัวในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น ร่างเล็กยกมือขึ้นปัดป่ายหาความอบอุ่นที่ตระกองกอดเขามาทั้งคืน แต่ก็พบเพียงความเย็นชืดของที่นอนด้านข้างซึ่งว่างเปล่า ตอนนี้เขารู้สึกโล่งสบายไม่รู้สึกเร่าร้อนและอึดอัดอีกแล้ว ดีแลนใช้พลังมองไปรอบๆ ห้อง ถึงรู้ว่าในตอนนี้เขานอนอยู่บนเตียงของพันเอกฮาแกน คงจะมีใครสักคนพาเขามาที่นี่ เสียงก๊อกแก๊กดังมาจากด้านในห้องน้ำก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ดีแลนค่อยๆ พลิกตัวหันกลับมาและใช้พลังเพ่งมองไปยังแสงด้านหน้าห้องน้ำ 

ฮาแกนก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดทหารเต็มยศ เข้าเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่เหมือนจะตื่นแล้วและก้มตัวลงไปหา เจ้าหัวไชเท้านุ่มนิ่มยกศีรษะขึ้นเล็กน้อย พลางเอาแก้มถูไถกับฝ่ามือใหญ่ซึ่งวางไว้ข้างแก้มของเขา อัลฟ่าตัวใหญ่มองภาพนั้นอย่างเอ็นดูแล้วก้มลงจูบที่ขมับคล้ายจะทักทาย 

  

“อรุณสวัสดิ์” 

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณฮาแกนจะไปทำงานแล้วหรอครับ” 

“อืม มีประชุมด่วนต้องรีบไป อาจจะไม่อยู่สักสองหรือสามวัน” 

  

มือเล็กๆ คว้ามือใหญ่ที่จับแก้มของเขาอยู่ขึ้นมาประทับจูบหนึ่งครั้ง และฝังจมูกสูดดมกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ที่ปะปนมากับกลิ่นฟีโรโมนเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ฮาแกนยิ้มน้อยๆ และก้มลงไปหามือเล็กที่ยังกอบกุมกันไม่ปล่อย ริมฝีปากบางได้รูปประทับจูบที่หลังมือขาวๆ ของดีแลนอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านจากมือที่กอบกุมกันทำให้หัวใจดวงเล็กของดีแลนพองโต 

  

“ถ้ายังเพลียอยู่วันนี้พักไปก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปหาออสตินวันหลัง” 

“นอนพักอีกสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วครับ ผมไม่เป็นไร” 

“ไพธอนจะอยู่ที่ฐานเพื่อตามดูเธอแทนพี่ไปก่อน เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับนะ” 

“ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ” 

  

อัลฟ่าล่องหนก้มลงจูบที่แก้มนิ่มหนึ่งครั้งแล้วจึงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องไป ดีแลนทิ้งหัวลงบนหมอนใบใหญ่แล้วดึงเอาหมอนของฮาแกนมากอดไว้แนบกาย ใช้เวลาไม่นานคนตัวเล็กก็หลับต่อ จนถึงเวลาแปดโมงเช้า 

ดีแลนลงจากชั้น10ไปหาอะไรเติมเต็มกระเพาะอาหารที่น่าสงสารของเขาให้เต็มอิ่ม ถึงแม้คุณฮาแกนจะบอกกับเขาว่าในช่วงที่เจ้าตัวไม่อยู่ ร้อยเอกไพธอนจะเป็นคนคอยดูแล ทว่าตั้งแต่ตื่นมาอีกครั้งจนลงมาถึงด้านล่าง เขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของเบต้าซึ่งเป็นมือขวาของพันเอกเลย ดีแลนเดินเข้าโรงอาหารไปหาพวกคุณแก้วตาและเพื่อนๆ ในหน่วยคลังอาวุธ ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของพวกเธอ เมื่อพวกเขาเห็นคนตัวเล็กในผ้าปิดตาที่แสนคุ้นเคย ก็พากันส่งเสียงดีใจต้อนรับการกลับมากันเสียยกใหญ่ 

แก้วตาสารภาพว่าเธอเองแอบคิดไปไกลว่าดีแลนนั้นอาจจะสอบไม่ผ่าน เพราะตั้งแต่มาลาไปสอบก็ไม่เห็นหน้าอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ ดีแลนยิ้มกว้างและบอกเธอว่าเขาสอบผ่าน ที่หายไปคือไปเที่ยวช่วงปิดเทอม แก้วตาและพวกเพื่อนๆ จึงอาสาจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เลี้ยงข้าวเขาในตอนเย็นเพื่อต้อนรับการกลับมา 

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ดีแลนก็รีบขอตัวเพื่อไปทำธุระต่อที่หน่วยพยาบาล เมื่อไปถึงหมอออสตินที่ยืนรอเขาอยู่แล้วจึงรีบพาตัวเขาเข้าไปในห้องทำงาน คนตัวเล็กไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่ก่อนประตูห้องทำงานจะปิดลง พลังของดีแลนสังเกตเห็นรอยกัดช้ำเลือดที่บริเวณหลังคอของอัลฟ่าตัวสูง ในตอนที่หมอออสตินหันหลังไปหยิบของบางอย่างบนตู้ 

  

“คะ...คุณหมอ...คอของคุณ...” 

“เอ๋...อ่ออออ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมเป็นอัลฟ่ายังไงก็ผูกพันธะไม่ได้อยู่แล้ว” 

“ใครทำคุณขนาดนี้ครับ ให้ผมแจ้งคุณฮาแกนไหม” 

“ไม่ต้องหรอกครับ เขาก็แค่อยากลองกัดดูเท่านั้น อีกสักสองหรือสามอาทิตย์แผลก็หายแล้วครับ” 

  

ออสตินยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตรงที่รอยกัดปรากฏอยู่ เนื้อบริเวณนั้นหลุดออกไปเล็กน้อย ในตอนนี้เขาใส่ยาห้ามเลือดรวมถึงล้างแผลแล้ว อีกไม่นานมันก็จะหายไป อัลฟ่าตัวสูงยกมือขึ้นดันแว่นตาให้เข้าที่แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน อุปกรณ์การทดลองเล็กๆ ถูกนำมาเรียงไว้บนโต๊ะ 

  

“เป็นยังไงบ้างครับคุณดีแลน รู้สึกดีไหม มีปวดหัวหรือใจเต้นผิดจังหวะไหมครับ” 

“ไม่ครับหมอ ผมสบายดี ตอนนี้พอจะจำฟีโรโมนตัวนั้นได้แล้วครับ แต่คิดว่าคงจะต้องนิยามมันใหม่” 

“หือ นิยามมันใหม่? มันไม่ใช่ฟีโรโมนฮีทหรือครับ?” 

“หลังจากที่สู้กับมันมาสามวัน ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ฟีโรโมนฮีทครับหมอ แต่มันใกล้เคียงกัน” 

“อ่า...ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามาเริ่มการทดลองเล็กๆ น้อยๆ กันดีกว่านะครับ” 

“การทดลองหรือครับ?” 

  

ออสตินอธิบายว่าการทดลองในวันนี้ จะเป็นการทดลองการใช้ฟีโรโมนควีนควบคุมจิตใจอัลฟ่าเป้าหมาย โดยที่หมอออสตินจะทำการฉีดพิษส่วนหนึ่งเข้าไปในร่างกาย แต่พิษจะยังไม่ทำงานจนกว่าจะได้รับพิษเข็มที่สอง ซึ่งหน้าที่ของดีแลนคือใช้ฟีโรโมนควบคุมไม่ให้หมอออสตินลุกจากเก้าอี้ไปหยิบพิษเข็มที่สองมาฉีดเข้าร่างกายตัวเอง โดยมีระยะเวลาการทดลองอยู่ที่10นาที 

  

“ประมาณนี้นะครับคุณดีแลน ชีวิตผมฝากไว้ที่คุณแล้วนะครับ” 

“ทำไมหมอถึงมั่นใจล่ะครับว่าผมจะสามารถทำได้จนครบ10นาที” 

“อ่า...ไม่รู้สิครับ แต่ถ้าทำไม่ได้ผมก็แค่เป็นอัมพาต ไม่สิผมอาจจะตายไปเลย” 

“แต่เท่าที่หมอเคยเล่าให้ฟัง ต่อมที่ใช้ผลิตฟีโรโมนอัลฟ่าของหมอโดนผ่าออกไปแล้วไม่ใช่หรอครับ ถ้าฟีโรโมนของผมใช้ไม่ได้ผลล่ะครับ” 

“ที่โดนเอาออกไปเป็นแค่ตัวผลิตครับ ผมยังสามารถรับกลิ่นได้เหมือนเดิม เพียงแต่ฟีโรโมนตอนฮีทไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกคึกคักซู่ซ่าเหมือนคุณฮาแกนเท่านั้นเอง” 

  

ดีแลนก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แต่รอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้ไม่ได้ทำให้ดีแลนรู้สึกดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เอาเถอะยังไงเขาก็จะพยายามให้เต็มที่ ถ้าทำไม่ได้ก็แค่วิ่งไปขวางไม่ให้หมอหยิบเข็มที่สองได้ก็น่าจะพอแล้ว เมื่อเห็นว่าดีแลนยอมให้ความร่วมมือ ออสตินจึงหยิบเข็มฉีดยาแทงเข้าไปในขวดน้ำเกลือและฉีดเข้าในขวดพิษ หลังจากผสมผงยากับน้ำเกลือจนเข้ากันแล้ว ออสตินใช้เข็มอันเดิมดูดยาเข้าไซลิงค์ เมื่อไล่อากาศด้านในออกหมดแล้ว จึงทำการปักหัวเข็มเข้าที่หัวไหล่ตัวเองและดันยาเข้าจนหมดเข็ม 

  

“เอาล่ะ...เรามาเริ่มกันเลยครับ” 

“ครับ” 

  

ดีแลนสูดหายใจเข้าลึกและตั้งสมาธิปลดปล่อยฟีโรโมนควีนออกมา ออสตินที่ทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ก็นั่งลงอย่างสงบเสงียมพลางส่งยิ้มหวานเยิ้มมาให้ ดีแลนกดนาฬิกาจับเวลาและตั้งใจเพ่งสมาธิเพื่อควบคุมระดับฟีโรโมนของตัวเองให้คงที่ พลางชวนอีกฝ่ายคุยถึงสิ่งที่ตัวเขาต้องการในเวลานี้ เมื่อเห็นว่าหมอออสตินตั้งท่าจะลุกจากเก้าอี้อีกรอบ 

  

“คุณหมออย่าพึ่งลุกสิครับ อยู่คุยกับผมก่อน” 

“ได้สิครับ...ว่าแต่กลิ่นมันหอมจริงๆ เลยนะครับเนี่ย ไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงควบคุมคุณฮาแกนได้” 

“ครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันหอมขนาดไหน แต่ถ้าคุณอยากได้กลิ่นมันคุณก็ต้องนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ” 

  

ดีแลนพูดขึ้นอีกเมื่อหมอออสตินทำท่าจะลุกจากเก้าอี้อีกรอบหนึ่ง กลิ่นหอมของฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาได้มอมเมาออสตินไว้ ในตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่ว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะพูดอะไรเขาก็พร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตาม ดีแลนยังคงตั้งสมาธิรักษาระดับฟีโรโมนของตัวเองให้ควบคุมออสตินให้นั่งเฉยๆ ไว้ได้จนใกล้จะครบ10นาที ทว่าเขาก็สังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ 

ริมฝีปากของออสตินเริ่มเป็นสีม่วงคล้ำ ใบหน้าก็ซีดลงเรื่อยๆ แถมยังมีเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นมาตามใบหน้าและลำคอ ตามที่หมอออสตินบอกไว้ ถ้ายังไม่ได้รับพิษเข็มที่สองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ หรือว่าหมอฉีดยาผิดขวด...ไวกว่าความคิดดีแลนหยุดปล่อยฟีโรโมนนั้นแล้วลุกขึ้นคว้าขวดพิษที่หมอฉีดเข้าตัวมาตรวจดูอย่างละเอียด มันคือพิษจากงูทะเลชนิดหนึ่ง ที่ไม่น่าจะต้องใช้ร่วมกับพิษอื่นๆ ในการทำให้มันทำงาน 

  

“หมอครับ!!! นี่มันหมายความว่ายังไงครับหมอ!!!” 

“.....” 

“หมอออสติน!!! ยาถอนพิษอยู่ไหนครับ!!! บอกผมเร็วเข้า!!!” 

  

ออสตินที่ยังคงเบลอๆ กับฟีโรโมนของดีแลนยังคงนิ่ง ใบหน้าซีดเซียวยังคงยิ้มหวานให้โอเมก้าตัวเล็ก ดีแลนร้องโวยวายพลางเขย่าให้หมอออสตินรู้สึกตัว แต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลจึงใช้พลังในการอ่านใจของหมอออสติน เพื่อหาว่ายาถอนพิษอยู่ที่ไหนทว่าความคิดภายในใจของหมอนั้นว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย 

เมื่อเห็นว่าหมดทางแล้วดีแลนจึงตัดสินใจผลักออสตินให้นั่งพิงเก้าอี้อย่างเดิม และออกตัววิ่งไปที่ประตูห้องเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนในหน่วยพยาบาล ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างใหญ่ของเบต้าที่หายไปทั้งวันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าห้อง ไพธอนที่ได้รับคำสั่งให้ตามดูดีแลนห่างๆ ละสายตาจากวอชที่ข้อมือ ไอ้หมอเคยเปรยกับเขาว่าช่วงกลางวันจะทำการทดลองพิเศษ สีหน้าและท่าทางตกใจของร่างเล็กตรงหน้าทำให้เขารู้สึกตงิดๆ 

  

“มันทำเหี้ยอะไรอีกล่ะ” 

“ชะ...ช่วยด้วย...” 

  

ไพธอนไม่รอให้ดีแลนได้พูดอะไรออกมาอีก มือใหญ่ดันร่างเล็กไปให้พ้นทางแล้วก้าวไวๆ เข้าไปด้านในห้องทำงานของออสติน สถาพของออสตินในตอนนี้คือหายใจรวยริน ริมฝีปากม่วงคล้ำเล็บมือเริ่มเปลี่ยนสี ด้วยสัญชาตญาณเบต้าร่างใหญ่หยิบขวดยาขึ้นมาดูและเดินดุ่มๆ เข้าไปที่ห้องเก็บของ ใช้เวลาอึดใจเดียวก็เดินกลับมาพร้อมยาอีกขวด 

ไม่รอช้าไพธอนจัดการผสมยากับน้ำเกลืออย่างรวดเร็ว และฉีดเข้าเส้นเลือดดำที่ข้อพับของออสติน ห้านาทีหลังจากที่ได้รับยาถอนพิษ อาการของออสตินก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ อัลฟ่าในชุดกาวน์ขยับตัวเล็กน้อยแล้วสะบัดหัวไล่ความรู้สึกมึนงง แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร หมัดหนักๆ ของร้อยเอกไพธอนก็พุ่งแหวกอากาศเข้ากระทบที่แก้มของหมอออสตินอย่างแรง 

  

ผลัวะ!!!!!!!!!! 

  

ร่างของหมอออสตินกระเด็นตกเก้าอี้ตามแรงของหมัดซึ่งปะทะที่ใบหน้า อัลฟ่าในชุดกาวน์หัวเราะแหะๆ ก่อนจะหันหน้าไปถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น สัมผัสได้ถึงฟันกรามที่โยกไปมาทำให้เขาอาจจะต้องหาเวลาไปที่แผนกทันตกรรมสักหน่อย ดีแลนที่ยังคงตกใจอยู่พยายามจะเดินเข้ามาหาหมอออสตินที่ยังอยู่บนพื้นไม่ยอมลุก แต่เบต้าร่างใหญ่ที่ยืนเต็มความสูงอยู่ยกมือขึ้นห้าม 

  

“กลับห้องมึงไป” 

“อะ...อะไรนะครับ...” 

ออกไป 

  

ไพธอนยกมือขึ้นนวดที่ด้านหลังคอ พลางหักคอซ้ายทีขวาทีคล้ายกับเตียมพร้อมอะไรบางอย่าง บรรยากาศตึงเครียดที่เกิดขึ้นทำให้ดีแลนก้าวถอยหลังแต่ก็ไม่ออกจากห้องเสียที จนออสตินหันมายิ้มหวานให้ดีแลนและส่งสัญญาณให้เขาออกจากห้องไปก่อน ดีแลนจึงกล้าที่จะหันหลังออกมาจากหน่วยพยาบาล ทิ้งร้อยเอกไพธอนกับหมอออสตินให้อยู่จัดการกันเอง ส่วนตัวเขาขอหลบไปสงบสติที่ชั้น10ซึ่งเป็นเซฟโซนของเขา 

  

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

TALK with Poydswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

ในตอนนี้จะซอฟ(หรอ!!!!!) เนื้อหาเบาๆให้อีพี่อ้อนน้อง น้องอ้อนพี่บ้าง ใกล้แล้วค่ะ น้องใกล้จะมีดวงตาแล้วนะคะแม่ๆ 

เพิ่มเติมตอนนี้ไรท์ทำการร่างเรื่องใหม่เอาไว้บ้างแล้ว จะมีภาคแยกของตัวละครในเรื่องนี้ออกไปอีก3เรื่องค่ะ แต่จะยังไม่บอกว่าเป็นของใครบ้าง เอาไว้รอติดตามกัน หรือจะลองต่อเรือกันเองดูก่อนก็ได้ไม่ว่างกันค่ะ 55555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว