ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 19.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 296

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2564 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 19.
แบบอักษร

    Be Friend EP 19.   

                                                        

@ห้องเรียน 

    การเรียนเป็นอะไรที่น่าเบื่อพอๆกับชีวิตตอนนี้ของผมเลย ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็มีแต่หน้าของมันวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว 

   "อย่าดึงไอ้เพ้นท์เข้ามาเกี่ยว ถ้ามึงไม่อยากให้มันเสียใจไปมากกว่านี้" เสียงของคิวทำผมหลุดออกภวังค์ เพราะตั้งแต่เข้าห้องเรียนมานอกจากไม่ได้สนใจอาจารย์ผู้สอนแล้ว ยังเอาเวลาไปนั่งเหม่อลอยกับเรื่องไร้สาระเมื่อครู่นั้นอีก 

   "ทำไม?" ผมเลิกคิ้วถามมันกลับไปไม่ดังมากนัก 

   "กูรู้นะว่ามึงทำอะไรเมื่อกี้นี้" คิวพูดทั้งที่สายตายังจ้องไปที่หน้าอาจารย์กำลังสอนทฤษฎีอย่างจริงจัง เพราะช่วงบ่ายวันนี้อาจารย์ปล่อยไปเคลียร์โปรเจกต์ย่อยเพื่อที่จะให้นำมาส่งในวันมะรืนนี้ 

   คิดแล้วรู้สึกเหนื่อยจัง ลาออกไปให้พ่อกับแม่เลี้ยงดีมั้ย เฮ้อออ... 

   "กูไม่เห็นได้ทำอะไร ก็แค่ชวนมันขึ้นมาเรียน เท่านั้น" ผมตอบออกไปอย่าไม่ใส่ใจอะไรนัก 

   "มันชอบมึง อย่าทำให้เรื่องมันดูยุ่งไปมากกว่านี้ แค่จีนคนเดียวมันก็ดูแย่มากพอแล้ว" 

   กึก! 

   ผมชะงักตัวพร้อมกับหันหน้าไปหาไอ้คิวแทบจะทันที  

  อะไรคือไอ้เพ้นท์ชอบผม มันเอาอะไรมาพูด ผมก็แค่เห็นว่ามันเป็นเพื่อนที่สนิทของผม เลยจะยืมมือมันมาพิสูจน์อะไรสักหน่อยก็เท่านั้นเอง 

   "มึงพูดว่าอะไรนะ" 

   "มันชะ..." 

  "มึงคุยเหี้ยกัน ทำไมไม่สนใจที่อาจารย์สอน ไอ้คิวมึงรู้ว่ามันทำไม่ค่อยได้แล้วยังจะชวนมันคุยอีกนะ" เสียงของไอ้เพ้นท์ ทำเอาคำตอบของคิวชะงักไม่สามารถพูดต่อได้ แม้กระทั่งสีหน้าแววตาดุดดัน ของมันที่ส่งมาให้ผม ทำเอาขนลุกซู่ แม่น่ากลัวสัส เพื่อนหรือพ่อถามหน่อยเถอะ 

   คิวไหวไหล่พร้อมกับหันไปตั้งใจเรียนอีกครั้ง 

   "ตั้งใจเรียน กูไม่ช่วยทำแล้วนะ ถ้ามึงยังไม่สนใจแบบนี้" 

   "ก็..." 

   "เดี๋ยวกูช่วยทำเอง" ผมยังไม่ทันที่จะตอบกลับไป เสียงทุ้มๆเย็นๆที่ผมไม่ค่อยได้ยินมาเป็นอาทิตย์ เพิ่งจะได้ยินเมื่อเช้าและก็ตอนนี้อยู่ๆก็พูดแทรกขึ้นมา ทั้งยังบอกจะช่วยผมอีก  

   "อย่าไปตามใจมันมากได้มั้ย แค่นี้มันก็แทบจะไม่ได้ทำเองแล้ว" เสียงของเพ้นท์พูดเชิงตำหนิอชิ 

   "ที่ผ่านมามึงอาจจะคอยช่วยมันตลอด จนตอนนี้มึงอาจจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว ต่อไปกูจะเป็นคนช่วยมันเองมึงไม่ต้องทำแล้ว" อชิพูดออกมาเสียงนิ่ง แต่บ่งบอกถึงความจริงจัง 

  "กูไม่ได้ลำบากอะไร กูเต็มใจจะช่วยมันทำ ให้กูทำทั้งชีวิตกูก็ทำให้มันได้ แต่ที่กูอยากให้มันทำเองมันจะได้ทำเป็นเวลาสอบมันจะได้สอบได้ด้วย" นาทีตอบกลับไปอย่างไม่ยอมเช่นกัน  

    ตอนนี้เหมือนทั้งสองกำลังฟาดฟันกันด้วยสายตาอย่างหนัก แต่เกมส์นี้ดูไม่ออกเลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ เพราะไอ้นาทีคนนี้ ถึงกับใบ้แดกไปแล้วแม่... 

   "..." ถึงกับต้องเบนสายตาไปขอความช่วยเหลือจากไอ้คิว แต่มันเลือกยกคิ้วให้ อย่างผู้ชนะ 

  สัส กูเครียดอยู่นะเว้ย! 

  อย่าบอกนะว่าไอ้เพ้นท์มันชอบผมจริงๆ งามไส้แล้วมั้ยล่ะ 

  "มึงทั้งคู่แหละไม่ต้องมาสอนหรือมาทำช่วยกู เพราะกูจะทำเอง" ผมเลยต้องหันกลับไปพูดห้ามทับสายตาที่มันทั้งคู่ส่งฟาดฟันใส่กัน 

  แม้จะยังไม่ค่อยแน่ใจว่าไอ้อชิกับไอ้เพ้นท์มันจะชอบผมจริงๆอย่างที่ไอ้คิวบอก แต่ผมก็ไม่ผมก็ไม่อยากเลี่ยง ไม่อยากให้มันสองคนต้องมาทะเลาะกันเรื่องไร้สาระแบบนี้ 

   อีกคนก็เพื่อน อีกคนก็...ผะ...เพื่อนมั้ง 

  "ฮอตไม่ไหวววว" เสียงของไอ้คิวดังขึ้นข้างหูผม พร้อมกับส่งสายตาแบบที่เรียกได้ว่ากวนเบื้องล่างสุดๆ 

  "สัส!" ผมเลยต้องพูดลอดไรฟันด่ามันออกไป 

  "ทีนี้เชื่อกูยังว่ามันชอบมึง" คิวพูดพร้อมกับชี้มือไปทางไอ้เพ้นท์ที่ตอนนี้มันหุบปากเงียบ พร้อมทั้งยังแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เอาเสียมากๆ 

   "มึงแน่ใจได้ยังไง มันอาจจะแค่อยากช่วยกูเฉยๆก็ได้" 

   "หรา มึงนี่หลอกตัวเองเก่งฉิบ ตั้งแต่เรื่องไอ้อชิและ ชอบก็แค่พูดมันออกมาสิวะ มันอยากตรงไหน" 

   "ใครบอกกูชอบมัน แล้วกูก็ไม่ได้ชอบหลอกตัวเองด้วย" ผมเถียงกลับไปทันควัน  

  "เพื่อนไม่จำเป็นต้องดูแลดีขนาดนั้นเปล่าวะ เช้าต้องไปหาซื้อน้ำซื้อขนมมาให้ แล้วอีกอย่างต้องเป็นของโปรดของหมาโง่แถวนี้ กับกูไม่เห็นมันซื้อเหี้ยอะไรให้กินเลย หึหึ" 

  ผมถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอดังเอือก แม่งจริงใช่มั้ย วะ 

  "แต่มึงก็รู้ก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย" 

  "อืม...เมื่อก่อนใช่นะ แต่พอกูได้รู้เรื่องของมึงกับ...กูเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ะ หึหึ" 

  "ตีนเถอะ" ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ เหมือนจะช่วยแต่เสือกซ้ำ 

  "วันนี้พอแค่นี้นะคะ นักศึกษา" ถือว่าเป็นความโชคดีสำหรับมึงนะไอ้คิวที่อาจารย์พูดขัดมาซะก่อน เกือบได้กินตีนกูในห้องแล้วมั้ยล่ะ 

   ไม่ได้โหดแต่โกรธมากมั้ง... 

  

  หมับ! 

   "เฮ้ย มึงมาจับแขนกูทำไมเนี่ย กูเดินเองได้" 

   "ไปทำที่คอนโดกู" อยู่ๆจากที่ผมเดินออกมาจากห้องเรียน โดยไอ้คิวกับไอ้เพ้นท์เดินนำหน้าไปก่อนแล้ว เพราะมัวแต่นั่งเก็บข้าวของและคิดคำพูดของไอ้คิวเลยเดินออกมาจากห้องเรียนช้า และไม่ทันได้สังเกตว่าไอ้อชิยังไม่ได้ออกจากห้องเช่นกัน 

   "ไม่! ปล่อยกู กูจะกลับทำเองที่ห้อง กูทำได้" ผมสะบัดข้อมืออย่างแรงหวังให้มือหนาๆของมันหลุดออก  

   "สะดิ้งเป็นสาวๆไปได้ มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว" มันขยับมากระซิบที่ข้างกกหูผม พร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้  

   "..." ทำเอาใบหูและแก้มของผมเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ 

   "ป่ะ เดินออกข้างหลัง หรืออยากจะเดินนำหน้าพวกมันสองตัว เผื่อผัวปลอมๆของมึงจะได้รู้สักทีว่าใครกันแน่ที่เป็นผะ..." 

   "เออๆ" ผมรีบหยุดประโยคหลังที่มันกำลังจะพูดทันที  

    พร้อมกับบิดข้อมือและเปลี่ยนไปจับมือมันแทนแล้วออกแรงลาก ไปอีกทางหนึ่งทันที ทำให้ตอนนี้มือของผมและมันสอดประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

   "อยากจับมือทำไมไม่บอกดีๆอ่ะ"      

   พอได้ยินมันพูดก็ถึงกลับไปไม่เป็น ทั้งหัวใจของผมอยู่ๆมันก็เต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาเสียดื้อๆ ไอ้หัวใจไม่รักดี 

   "ตะ...ตีนเถอะปะ...ปล่อย" ลิ้นพันกันขึ้นมาเลยเชียว 

   "เขินก็บอกเขินสิ เมียอย่ามาทำกลบเกลื่อน" มันพูดพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใบหน้าของผม 

   "ใครเขิน แล้วไม่ต้องมาเรียกกูว่าเมีย เพราะเมียมึงมีเป็นร้อยแล้วมั้ง กูไม่ได้อยากไปอยู่ในลิสกับคนพวกนั้นด้วย" 

   "เอ๊ะ! หึงเค้าหรอ?"  

   "ปะ...เปล่า" อยากจะตบปากตัวเองแรงๆเสียงจริงๆ มึงพูดออกอะไรออกไป 

   "แบบนี้น่ะ เค้าเรียกหึง" 

   จุ๊บ! 

   และอยู่ๆมันก็โน้มหน้าขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเราชิดกันและมันก็จุ๊บลงที่บริเวณริมฝีปากผมเบาๆโดยที่ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปด้านใน 

   จนใบหน้าของผม เห่อร้อนหนักกว่าเดิมหลายเท่า 

   "...น่ารัก" 

   "ไอ้อชิ!" พอสติกลับมาผมก็ตะโกนเรียกชื่อมันอย่างดัง จนคนที่เดินอยู่บริเวณรอบๆหันมามองผมเป็นตาเดียว ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันพวกเขาเห็นที่ผมโดยขโมยจุ๊บด้วยรึป่าว 

   "ครับ" 

   หึ่ย! 

   "ไม่มีอะไรครับ" พอเห็นสายตาที่จับจ้องมาทางผมเป็นตาเดียว ผมก็ต้องรีบยกธงขาวยอมแพ้กับไอ้คนกวนตีนตรงหน้า ด้วยความไม่เต็มใจ พร้อมกับเดินนำไปลานจอดรถหลังตึกทันที 

   "รู้ด้วยว่ารถผัวจอดตรงนี้" 

   "..." 

   ก็มึงจอดตรงนี้ประจำมั้ย เพราะตลอดที่มันมาเรียนที่นี่ ผมก็เห็นมันจอดแต่ตรงนี้ หยั่งกับซื้อที่จอดรถส่วนตัวเอาไว้ 

  พอรถถูกเคลื่อนตัวออกมจากมหา'ลัยได้สักพัก เริ่มรู้สึกได้ว่าตัวเองเหมือนกับลืมอะไรไปสักอย่าง 

   "เห้ย! แล้วรถกูล่ะ" 

   "ตกใจหมด เอาไว้นั่นแหละ" 

   "มึงอย่ามาทำมึนแบบนี้อชิ กูไม่ได้จะไปคอนโดกับมึง กูแค่ตกใจเรื่องเมื่อกี้" ไม่ให้ตกใจได้ยังไงอยู่ก็จุ๊บในที่สาธารณะขนาดนั้น แล้วยังเป็นบริเวณตึกเรียนอีก คนรู้จักผมก็เยอะแยะ 

   "...ทำอะไรไม่รู้จักคิด ถ้าสาวๆมึงมาเห็นเข้า ไม่วายกูโดยรุมตบแน่" ผมบอกออกไปอย่างหัวเสีย  

  "คนพวกนั้นกูไม่ได้จริงจังด้วยสักหน่อยแล้วถ้ามีใครกล้ามาทำไรมึงสิ ได้เห็นดีกับกูแน่ และคนที่กูจริงจังก็มีแค่คนเดียว แต่เขาก็ไม่ยอมรับกูสักที" มันพูดพร้อมกับเบี่ยงสายตามาทางผม เพียงแวบเดียวก็หันกลับไปมองถนนต่อ 

  แต่สายตาที่ถูกส่งมาให้กลับทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นส่ำนี่สิ 

  แพรวพราวมากมึง... 

  "สำส่อน!" 

  "หวงหรอ" 

  "..." อีกแล้ว นาที มึงหลุดอีกแล้ว  

  "ตอบหน่อยดิ  หวงหรอ หวงเค้าใช่หรือป่าว?" 

  "นอกจากสมองกลับและยังประสาทแดกอีกด้วยนะมึง หน้าด้าน ใครมันจะไปหวงคนแบบมึง" 

   "ใจร้าย!" 

   "สะดิ้ง" เพราะน้ำเสียกระเง้ากระงอดกับสีหน้าตอแหลๆของมัน แต่กลับทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาเสียดื้อๆซะอย่างนั้น 

   ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมรู้สึกสบายอย่างใจบอกไม่ถูก ทั้งๆที่เมื่อเช้ายังรู้สึกสับสนวุ่นวายใจอยู่เลย เพียงแค่ได้มาอยู่ใกล้ๆ ได้คุยกับไอ้คนที่ขับรถให้ผมนั่ง กลับทำให้ความรู้สึกว้าวุ่นภายในใจของผมหายไปเหมือนถูกหยิบนำไปทิ้ง  

   "จะไปเที่ยวหรอ? ไม่ไปได้มั้ย" อยู่ๆคนที่เงียบไปสักพักก็พูดขึ้น 

   มันรู้ได้ยังไง  

   "ไอ้คิวบอก?"  

   "อืม" 

   "คบไม่ได้ไอ้เวรนี่" ผมถึงกับลมออกหู ตอนแรกก็ดูจะทีมผม แต่ที่ไหนเป็นพวกขายข่าว ไหนบอกไม่ได้ถูกส่งมากล่อมผมไง 

   "นะๆไม่ไปได้มั้ย" แล้วมันก็ส่งสายตาอ้อนๆมาให้ 

   "..." 

   ผมจะทำไงต่อดี ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไง ผมไม่รู้ว่าผมยังจะควรพาจีนไปเที่ยวต่อดีมั้ย เพียงแค่มันแสดงความออดอ้อน หัวใจของผมมันเต้นระรัวจนไม่ทำอะไรไม่ถูกแล้ว 

   ผมต้องแพ้มันทุกทางเลยใช่มั้ย... 

   "นาที" อยู่มันก็เรียกชื่อผมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทั้งๆที่ผมเลือกที่จะเบนหน้าหนีหลบความเขินอายมองผ่านม่านกระจกเพื่อดูทัศนียภาพข้างทางแล้วเชียว 

     ทำให้ผมต้องค่อยๆหันกลับมามองใบหน้าหล่อคมของมันอีกครั้งและสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง  

 ยิ่งทำให้หัวใจของผมสั่นไหวหนักขึ้นไปอีก 

   "...กูชอบมึง"    

  

  

                                                                          

   

แงงงขนาดนี้ยอมเค้าไปเถอะนาทีเอ้ยยยย  

       

ความคิดเห็น