facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

365 Day To My Chritsmas (Again) [SSxHP)]

ชื่อตอน : 365 Day To My Chritsmas (Again) [SSxHP)]

คำค้น : เรื่องสั้น , แฟนฟิค , Harry Potter , Severus Snap , ภานินทร์ดา , NANRAEMON

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 102

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 07:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
365 Day To My Chritsmas (Again) [SSxHP)]
แบบอักษร

STORY : 365 Day To My Chritsmas (Again) (SSxHP) 

AUTHOR : ภานินทร์ดา (NANRAEMON) 

 

เทศกาลคริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ใครต่อใครก็ตั้งตารอเพื่อจะสัมผัสบรรยากาศนั้นให้ได้สักครั้งหนึ่ง ซึ่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาปล่อยความทุกข์ที่มีทั้งหมดทิ้งไปและตักตวงแค่ความสุขทั้งตรง ตอนนั้นจึงไม่ได้คาดคิดว่าผลของการฉลองมากเกินไปจะทำให้อีกสามเดือนต่อมาชีวิตของเขาเปลี่ยนไป!

 

เขาตั้งท้อง! 

 

ใช่! เขาตั้งท้องนั่นคือความจริง!

 

แฮร์รี่เกือบล้มลงเมื่อได้รู้ความจริงเข้า แรกทีเดียวเขาคิดว่าตนเองนั้นโหมงานหนักจนเกินไปจึงรู้สึกว่าร่างกายน่าจะรับไม่ไหว หรือไม่เช่นนั้นก็อาจเป็นโรคร้าย แต่ใครจะรู้เล่าว่าอาการปวดศีรษะ อาการอยากอาเจียน ความต้องการพักผ่อนที่วันๆ อยากจะนอนอย่างเดียว รวมถึงการที่เขาหิวตอนกลางดึกคือ...อาการของคนแพ้ท้อง! 

 

เมอร์ลินเป็นพยาน! ไม่มีทางเป็นไปได้!

 

เรื่องตั้งท้องว่าน่าตกใจแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ช็อคเท่ากับการที่เขารู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก! 

 

แฮร์รี่ไม่อาจทำใจยอมรับให้คนๆ นั้นมาเป็นพ่อของลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่มันเกิดขึ้นได้ เขาไม่คิดที่จะบอกให้อีกฝ่ายรู้และไม่อยากให้รู้ด้วย ถึงแม้จะได้ตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์แต่ก็ยินดีที่จะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูเด็กที่กำลังจะเกิดมาแต่เพียงผู้เดียว

 

เรื่องใหญ่เช่นนี้ทำให้แฮร์รี่เก็บงำเรื่องที่เกิดขึ้นไว้โดยไม่บอกใคร แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของเพื่อนรักได้ ที่สุดแล้วจึงนำมาสู่การคาดคั้นราวกับเขาเป็นนักโทษ สุดท้ายรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ก็ได้รู้เรื่องในที่สุด

 

"ให้ตายสิ! เมอร์ลินเป็นพยานเถอะ!" รอนทิ้งตัวเองลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง "ทำไมนายถึงซวยอย่างนี้นะ!"

 

รอนแทบไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนรักจะถึงจุดต่ำสุดถึงเพียงนี้ แต่นั่นก็ยังไม่หนักหนาเท่ากับการที่รู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร ทว่าเฮอร์ไมโอนี่กลับกระโดดจนตัวลอย

 

"ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ! ว่าในที่สุดพันธะคู่ชีวิตก็เกิดขึ้นกับเพื่อนที่น่ารักของฉันแล้ว!"

 

"....." รอนมองหน้าภรรยาคนสวยพลางคิดว่าเรื่องนี้มันน่ายินดีตรงไหนกัน?

 

แฮร์รี่มองการถกเถียงของเพื่อนรักไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันพลันปวดศีรษะขึ้นมา รอนนั้นเสนอให้นำเด็กออกเพราะตามกฏหมายของพ่อมดถือว่าไม่ผิด แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับค้านหัวชนฝาและหว่านล้อมให้แฮร์รี่เก็บเด็กคนนั้นไว้ แถมยังอาสาที่จะเป็นแม่ทูนหัวให้เด็กคนนั้นอีกด้วย

 

"เฮอร์ไมโอนี่! แต่สเนปนี่หรือจะมาเป็นคู่พันธะของเพื่อนเรา" รอนส่ายศีรษะอย่างเอาเป็นเอาตาย "ให้ฉันไปตายดีกว่า คนอย่างนั้นไม่มีทาง"

 

"แล้วเด็กที่กำลังเกิดมาล่ะ เขาไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ นี่! พวกนายฟังนะอย่างไรเสียก็ต้องรับผิดชอบเด็กคนนี้" เฮอร์ไมโอนี่กล่าว "อีกอย่างนะ ฉันรู้ว่าพวกเราไม่ค่อยลงรอยกับอาจารย์สักเท่าไหร่ แต่อาจารย์ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ไม่แน่หรอก อาจารย์อาจจะดีใจมากก็ได้ที่จะได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพ่อคน"

 

"แต่ฉันว่าไม่มีทาง!" รอนแย้งออกมา "คนอย่างนั้นไม่มีทางที่จะยินดีในเรื่องที่เกี่ยวกับแฮร์รี่หรอก"

 

รอนพูดถูก แฮร์รี่เห็นด้วย ที่ผ่านมาเหตุใดจะไม่รู้ว่าสเนปรู้สึกเช่นไรกับพ่อของเขา แถมยังเผื่อแผ่ความเกลียดชังนั้นมาถึงเขาด้วย เวลานี้แม้จะรู้สึกอับจนหนทาง แต่ก็คิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีทางให้สเนปรู้เรื่องแน่นอน...ขอให้มันจบลงไปพร้อมกับสัญญาลับในวันนั้นเถอะ!

.

.

.

แฮร์รี่ยังทำตัวตามปกติหลังจากวันนั้นไปอีกสองเดือนโดยพยายามแสดงไม่อาการใดออกมา ทั้งที่จริงแล้วเขารู้สึกปวดศีรษะและอยากอาเจียนตลอดเวลา แต่ก็ยังโชคดีที่มีรอนช่วยปกปิดความลับอันใหญ่หลวงนี้ให้ และยังช่วยเสกคาถาอำพรางร่างเอาไว้อีก

 

สำหรับรอนทำใจยอมรับเรื่องของเพื่อนรักได้แล้ว เขาก็พยายามช่วยเต็มที่โดยการขันอาสาไปตรวจตรางานที่ได้รับมอบหมาย โดยให้แฮร์รี่กลับไปพักที่บ้านและรอสรุปงานจากเขาส่งอีกที ยิ่งนานวันเข้าท้องของแฮร์รี่ก็เริ่มโตขึ้นและการเคลื่อนไหวช้าลงกว่าเดิมมาก แม้แฮร์รี่จะไม่ได้ตั้งใจแต่เขาก็ดูออกว่าเพื่อนรักเด็กคนนี้มากเพียงใด

 

คิดไปแล้วยังรู้สึกรังเกียจสเนปไม่หาย ที่ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติแต่แฮร์รี่กลับย่ำแย่ลงไปทุกวัน อยากจะสาปสเนปนัก รอนคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่อยากวนเวียนเข้าไปใกล้กับคนแบบนั้นอีก

 

"อยากจะฝากคาถาให้สักบทสิน่า!" รอนคิดว่าตัวเองคิดถูกและเพื่อนรักก็คงคิดแบบเดียวกัน ทว่านั้นมันเป็นความคิดฝ่ายเดียวของรอน อีกอย่างเขาหลงลืมกฏหนึ่งของการเป็นคู่พันธะในโลกผู้วิเศษไปว่า...อย่างไรแล้วก็ต้องเวียนมาพบกันอยู่ดี 

 

วันศุกร์ของทุกสัปดาห์สำนักงานมือปราบมารต้องประชุมเป็นประจำ และทุกครั้งก็มีงานใหม่ๆ ให้ทำเสมอไป วันนี้เองก็เช่นกัน หัวข้อการประชุมไม่ได้มีอะไรมากนัก นอกจากการสรุปเรื่องทั่วๆ ไป แต่วันนี้กลับมีงานเพิ่มมาอีกสิ่งคือการที่มือปราบมารทุกคนจะต้องเพิ่มทักษะในการปรุงยาอีกขั้นหนึ่ง

 

สืบเนื่องมาจากงานที่ทำนั้นอาจจะต้องพบกับการถูกวางยาพิษต่างๆ หรือการช่วยเหลือบุคคลอื่นในยามคับขัน ดังนั้น หัวหน้าใหญ่แห่งสำนักงานมือปราบมารจึงลงความเห็นว่าจำต้องเพิ่มทักษะเหล่านี้

 

"แหม งานชุกจริงๆ เลยพวกเรา" รอนแอบมาเบะปากใส่เพื่อนรัก แต่ก็จำยอมที่จะให้มันเป็นเช่นนั้นเพราะอย่างไรก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว

.

.

.

การเพิ่มทักษะด้านการปรุงยาจะเริ่มเรียกทุกวันเสาร์ตลอดระยะเวลาสี่เดือนโดยวันนี้เป็นวันแรก มือปราบมารนั่งรอในห้องที่ถูกจัดไว้สำหรับการเรียนรู้ในครั้งนี้ รอนนั่งหาวขณะนั่งรอผู้ที่จะมาแนะแนวการเพิ่มทักษะการปรุงยาให้ ส่วนแฮร์รี่กำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับควิดดิชเพื่อฆ่าเวลา

 

ไม่นานหลังจากนั้นนายโรเจอร์หัวหน้ามือปราบมารก็เดินเข้ามาพร้อมกับแนะนำผู้ที่จะมาช่วยเพิ่มทักษะการปรุงยาให้ รอนที่นั่งง่วงอยู่เห็นแล้วสะดุ้งตกใจจนเกือบจะตกเก้าอี้ อาการอยากนอนนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง ส่วนแฮร์รี่พลันลมหายใจติดขัด สิ่งรอบข้างเวลานี้เหมือนจะหยุดชะงักลง

 

เป็นเขาไปได้อย่างไร...เซเวอร์รัส สเนป!

 

"....."

จะว่าเป็นแล้วเขาไม่เคยเอะใจเลยว่าคนสอนนั้นเป็นใคร อันที่จริงหลังจากประชุมในวันนั้นก็ไม่เคยมีใครถามถึงบุคคลที่มาสอนพวกเขาเลยสักคน

 

"สวัสดีทุกคน นี่คือศาสตราจารย์เซเวอร์รัส สเนป อาจารย์สอนวิชาปรุงยาจากฮอกวอตส์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยกย่องจากกระทรวงเวทมนตร์"

 

สเนปเดินมาหยุดด้านข้างของนายโรเจอร์พร้อมกับค้อมศีรษะลงเล็กน้อยหลังจากได้รับการแนะนำตัวเอง เสร็จจากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายบทเรียนในทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลามากนัก โดยแจกม้วนกระดาษที่เป็นรายละเอียดสำหรับการเรียนตลอดระยะเวลาสี่เดือนนั้นให้ทุกคนทำความเข้าใจ

 

"....."

 

หลังจากที่สังเกตว่าพวกมือปราบมารได้ทำความเข้าใจแล้ว สเนปก็ได้เริ่มการเรียนขึ้น ดวงตาสีดำสนิทกวาดสายตามองผู้เข้ารับการเรียนรู้แวบหนึ่ง และยังเผื่อแผ่ 'สายตา' ไปที่ใครบางคนอย่างจงใจจึงเห็นว่า 'เจ้าเด็กนั่น' ดูจะสนใจม้วนกระดาษในมือเสียเหลือเกิน

 

หากอยู่ที่ฮอกวอตส์เขาต้องหักสักยี่สิบแต้มเป็นอย่างต่ำ โทษฐานที่ไม่สนใจต่อการศึกษา

 

"ผมจะอธิบายส่วนประกอบหลักๆ ของน้ำยาที่เราสกัดในวันนี้ หากใครไม่เข้าใจ ผมอนุญาตให้ถามได้..."

 

การเรียนการสอนของสเนปยังคงตามรูปแบบเหมือนกับสอนที่ฮอกวอตส์ไม่มีผิด จะแตกต่างกันตรงที่เขาไม่หักคะแนนเวลาที่ใครทำผิด และไม่ตะคอกใส่นักเรียนที่เขา 'ไม่ชอบหน้า' มิหนำซ้ำยังมีแก่ใจแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการปรุงน้ำยาให้ด้วย

 

สำหรับมือปราบมารท่านอื่นที่เรียนโรงเรียนพ่อมดอื่นต่างก้มหน้าทำตามที่ได้รับคำสั่ง แต่รอนที่คุ้นเคยกับการสอนของสเนปมาร่วมหกปีเต็มๆ เขาแอบเบะปากเวลาที่สเนปเอื้อนเอ่ยออกมา และยังแกล้งทำปากขมุบขมิบทำท่าล้อเลียน ทว่าแฮร์รี่กลับไม่ได้มีแก่ใจจะทำเช่นนั้น เวลานี้เขารู้สึกหน้ามืดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และอยากอาเจียนยามได้กลิ่นส่วนผสมของเครื่องปรุงยาเข้า

 

ที่สุดแล้วจึงได้ขออนุญาตไปห้องน้ำ เมื่อมาถึงก็เข้าไปโก่งคออาเจียนอยู่เกือบสิบนาทีจึงค่อยดีขึ้น

 

"....."

แฮร์รี่เดินกลับมาที่ห้องก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีมากนัก ทันทีที่ได้กลิ่นน้ำยาลอยปะทะกันในอากาศเขาก็อยากจะพุ่งไปที่ห้องน้ำอีกรอบ แต่ด้วยมารยาทและรู้สึกเกรงใจหัวหน้างานที่มาคอยสังเกตการณ์ด้วยจึงทำให้เขาอดทนเดินเข้าไปปรุงยาต่อ

 

แต่ความอดทนของเขาคงมีไม่มากพอ เข้ามายืนอยู่ได้ไม่ถึงห้านาที พลันบรรยาการอบตัวก็มืดลง จากนั้นแฮร์รี่ก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย...

.

.

.

"มันน่าตีนักนะ แฮร์รี่ท้องไม่คิดจะบอกแม่!" น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนฉุนเฉียว

 

"โอ๊ย! แม่! ผมเจ็บนะ!" เสียงนี้เป็นเสียงรอนเพื่อนรักแน่นอน

 

"....."

 

"ฉันล่ะรู้สึกอยากเป็นลมเมื่อรู้ว่าแฮร์รี่เป็นลม..." น้ำเสียงนี้ฟังแล้วรู้สึกว่าผู้พูดอ่อนแรง...เสียงของเฮอร์ไมโอนี่?

 

"แฮร์รี่ล่ะก็...ตื่นมาน่าดูเชียว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ยอมบอกกัน" ปลายเสียงติดจะดุ แต่ต่อมาเสียงนั้นกล่าวอย่างร่าเริง "ดีใจจริงๆ แม่จะได้อุ้มหลานอีกแล้วรอน!"

 

"....."

 

แฮร์รี่รู้สึกตัวตื่นหลังจากเสียงสนทนาของใครไม่รู้ดังเข้ามารบกวน แต่เขารู้สึกปวดหัวและไม่อาจฝืนลืมตาได้จึงนอนฟังเงียบๆ อยากจะรู้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะพูดอะไรกันต่ ทว่าจบจากเสียงของสามคนนั้น กลับมีเสียงหนึ่งที่ถามขึ้นว่า

 

"ผมต้องการทราบวิธีการดูแลพ่อมดที่...ตั้งครรภ์แบบนี้"

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยชอบใจกับคำถามนี้นัก เขาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย ว่าแล้วจึงลืมตาตื่นก็พบกับเพดานสีขาวสะอาดตา และโครงเหล็กที่ติดตั้งผ้าม่านไว้รอบเตียง ใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นานนักก็รู้ว่าที่นี่คือ...ห้องพักห้องหนึ่งในโรงพยาบาลวิเศษเซนต์มังโกเพื่อผู้ป่วยและบาดเจ็บ

 

ตั้งแต่เขาเป็นมือปราบมารค่อนข้างที่จะได้แวะเวียนที่นี่บ่อยจึงจำได้อย่างง่ายดาย

 

"แฮร์รี่!" เป็นรอนที่พุ่งเข้ามาคนแรก ใบหน้าตกกระของเพื่อนรักยิ้มกว้าง จากนั้นจึงตามมาด้วยเฮอร์ไมโอนี่ และคุณนายวีสลีย์ที่เข้ามาบ่นยกใหญ่ ก่อนจะก้มจูบที่บนหน้าผากเขา

 

แฮร์รี่ไม่อยากจะอธิบายว่าเพราะเหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น และก็ไม่อยากอธิบายด้วย

 

"ผม...ขอโทษครับ" แฮร์รี่เอ่ยเบาๆ ก่อนสายตาจะเลยไปเห็นเงาร่างของใครยืนอยู่ด้านหลังสุด สีหน้าของสเนปถมึงทึง ดวงตาสีดำมองมาที่เขาอย่างเกรี้ยวกราด แฮร์รี่นึกอยู่แล้วว่าสเนปคงไม่พอใจที่เขาอาจหาญมาทำให้การเรียนการสอนของอีกฝ่ายหยุดชะงักลงในวันแรกที่ชายหนุ่มมาสอน

 

"....."

 

แฮร์รี่คิดเองเออเองเช่นนั้น แต่เปล่าเลย สเนปไม่ได้โมโหเรื่องนั้นสักนิด แต่สิ่งที่ชายหนุ่มโมโหคือเรื่องที่แฮร์รี่ตั้งครรภ์ต่างหาก! เด็กหนุ่มไม่บอกให้เขารับรู้...เพียงเพราะเกลียดขี้หน้าเขาใช่หรือไม่?

 

สเนปยังจำคำพูดวันนั้นได้ดี

 

เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาเองว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีกไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม และไม่ต้องการการรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่ขอคือเรื่องคืนนั้นจะต้องเก็บเป็น 'ความลับ' ตลอดกาล

 

แต่! นี่มันลูกของเขาทั้งคนเจ้าเด็กนี่จะไม่มีวันให้เขาได้รับรู้เลยหรือว่า...เขาก็มีโอกาสได้เป็นพ่อคนเหมือนคนอื่นบ้าง!

 

"ยินดีด้วยนะคะ" นักบำบัดสาวสวยที่เป็นผู้ตรวจร่ายกายให้เอ่ยยิ้มแย้ม "ต่อจากนี้คงต้องงดกิจกรรมผาดโผนและดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ คุณพอตเตอร์"

 

"แล้วเรื่อง..."

 

"ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องวันนี้ทุกอย่างจะต้องเป็นความลับค่ะ"

 

"ขอบคุณมากครับ" แฮร์รี่ยิ้มขอบคุณตามมารยาท ส่วนจะมีอะไรน่ายินดีบ้างหลังจากนั้นเขาคงจะคิดอีกที แต่วันนี้เขาจะต้องพูดกับสเนปให้เข้าใจ...อีกฝ่ายรู้เรื่องแล้วจะต้องมีเรื่องยุ่งแน่นอน!

.

.

.

"ไม่มีทาง!" 

 

แฮร์รี่เกือบจะหูแตกหลังจากเขารวบรวมสติและเหตุผลทั้งหมดเพื่อจะมาพูดคุยกับสเนปให้รู้เรื่อง แต่เมื่อเขาเอ่ยว่าสเนปไม่ต้องรับผิดชอบอันใด ชายหนุ่มก็แสดงท่าทางฉุนเฉียวออกมาทันที แฮร์รี่ตกใจจนทำอะไรม่ถูก มันจึงเป็นผลให้วันนั้นเขาตกลงกับสเนปไม่ได้ และนั่นจึงทำให้ชายหนุ่มมาเดินเข้าออกรวมถึงพักค้างที่บ้านเขาจนถึงเวลานี้!

 

"....."

 

แฮร์รี่เดินพยุงร่างที่หนักอึ้งจากการมีตัวตนของใครอีกคนลงจากบันไดมา สเนปที่กำลังนั่งจิบชารีบลุกขึ้นมาหาและยื่นมาออกมา

 

"จับสิ..." ชายหนุ่มออกคำสั่ง แฮร์รี่ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ แต่สเนปกับฉวยมือของเขามาไว้และกล่าวว่า "เดินดีๆ ระวังพาลูกสาวของฉันตกบันได"

 

ใช่! เขาพึ่งทราบเพศของลูกในท้องไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนั้นอีกคนก็อยู่ด้วยจึงได้รับรู้อย่างไม่ต้องสงสัย แวบหนึ่งแฮร์รี่เห็นรอยยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตาของคนๆ นี้....ดวงตานั้นลิงโลดและยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

แฮร์รี่ยอมรับว่าเขาตั้งเป้าว่าจะไม่มีวันยอมรับสเนปเป็นอันขาด แต่พอนานวันเข้ากำแพงที่ตั้งไว้กลับลดหลั่นลงมา แม้ในใจจะพร่ำบอกกับตัวเองว่าคงเป็นอารมณ์ที่แปรปรวนของคนท้องล่ะมั้ง แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่

 

"ใกล้กำหนดคลอดแล้ว ระวังตัวด้วย" สเนปกล่าวพร้อมกับยื่นถ้วยยาบำรุงครรภ์ที่ตนเองตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือให้อีกฝ่ายดื่ม ดวงตาสีนิลเสมองหน้าท้องที่แบนราบเพราะถูกเสกคาถากำบังไว้แล้วอมยิ้ม

 

"ผมรู้แล้วน่า! นี่ก็ลูกของผมเหมือนกันนะ!" แฮร์รี่ทำแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย แต่สเนปก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามชายหนุ่มแสดงท่าทีเรียบเฉยจนแฮร์รี่เองก็ยังแปลกใจ

 

เพื่อลูกหรือเปล่านะถึงได้อดทนถึงเพียงนี้? แฮร์รี่อดคิดไม่ได้

 

"อาจารย์ไม่ต้องมาเฝ้าผมก็ได้ มีงานอะไรก็ไปทำเถอะ ผมดูแลตัวเองได้"

 

"เท่าที่จำได้เหมือนฉันจะได้ยินมอลลี่บอกว่าเธอต้องอนุญาตให้ฉันดูแลลูก...อยู่ที่นี่" สเนปเลิกคิ้วถาม แววตาสีดำสนิทมีแววยิ้มเยาะ แฮร์รี่สะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจพลางนึกถึงวันที่ออกจากเซนต์มังโก

 

วันนั้นเป็นวันที่ไม่ว่าเขาจะเอ่ยออกไปอย่างไร แต่ดูเหมือนเสียงเขาจะเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบเสียอีก ทั้งนางวีสลีย์และเฮอร์ไมโอนี่ต่างเห็นดีเห็นงามที่จะให้สเนปเข้ามาดูแลเขา ไม่ว่ารอนจะช่วยพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้

 

รอนจึงปลอบใจเขาโดยบอกว่าจะมาเยี่ยมเขาทุกๆ วัน แต่ก็ไม่จริงเสียทั้งหมด แรกๆ ก็มาทุกวัน ต่อจากนั้นสามวันมาครั้ง สุดท้ายจึงเหลือสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แฮร์รี่รู้สึกน้อยใจแต่ก็เข้าใจรอนด้วย เพราะเขาต้องหยุดงานและรอนจึงเป็นคนทำแทนทั้งหมด เพื่อนรักจึงไม่อาจรักษาสัญญาได้

 

ส่วนเฮอร์ไมโอนี่กับคุณนายวีสลีย์ก็ไม่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมมากนัก เหตุนั้นก็เพราะว่าเวลานี้เฮอร์ไมโอนี่ก็ 'ตั้งครรภ์' เช่นเดียวกัน กระนั้นทั้งสองก็ไม่เคยลืมที่จะส่งสิ่งบำรุงครรภ์มาให้ทุกวัน

 

"ก็ไม่เห็นต้องปฏิบัติตามอย่าง 'เคร่งครัด' ก็ได้" เด็กหนุ่มยังคงหาเรื่องไม่เลิกลา "ผมดูแลตัวเองได้"

 

(...หาว....)

พูดจบก็ป้องปากหาวเพราะได้เวลานั้นถึงเวลานอนกลางวันแล้ว แฮร์รี่ลุกขึ้นโดยไม่ระวังเลยทำให้หัวเข่ากระแทกกับเพดานโต๊ะจึงทำให้ทั้งร่างเซเหมือนจะล้ม โชคดีที่เขาจับขอบโต๊ะไว้ได้และสเนปก็พุ่งเข้ามาประคองได้ทันท่วงที

 

"....!!!" ตกใจจนหัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง!

 

มืออันสั่นเทาเลื่อนมาจับหน้าท้องทันทีเพื่อให้มั่นใจว่าลูกยังอยู่ดี ส่วนสเนปเองก็เลื่อนมือมากุมหน้าท้องเด็กหนุ่มเช่นเดียวกันเลยกลายเป็นว่ามือของชายหนุ่มทาบทับบนมือของแฮร์รี่อีกที

 

"เป็นอะไรหรือเปล่า"

 

"มะ...ไม่" แฮร์รี่ตอบปฏิเสธ และพยายามขืนตัวออกมา "ผมไม่เป็นไร"

 

"แน่ใจหรือ?" สเนปไม่ยอมปล่อยแต่กลับถามออกมาอีก

 

ยิ่งอยู่ใกล้แฮร์รี่ยิ่งใจสั่นมากกว่าเดิมและรู้สึกร้อนที่ใบหน้า ความอุ่นวาบที่ท้องส่งผลต่อใบหน้าได้อย่างไรกัน?

 

"ผมง่วง...ปล่อยผมครับ...ผมต้องการพักผ่อน"

 

"....." สเนปไม่ได้โต้ตอบ แต่เขากลับช้อนร่างอีกฝ่ายขึ้นมาและพาไปส่งถึงห้องนอน

 

"ฉันจะไปเตรียมยาให้เธอหลังตื่นนอน" ชายหนุ่มบอกแบบนั้นก็จากไป

 

"คนบ้า...ทำไมจะต้องอุ้มด้วยนะ!"

 

แฮร์รี่ขยับตัวนอนตะแคงพลันก็รู้สึกปวดหนึบที่ข้อเท้าขึ้นมา จึงต้องขยับร่างอันหนักอึ้งขึ้นพิงหัวเตียงและพยายามบีบนวดที่ข้อเท้าอย่างทุลักทุเล...แต่ใครจะรู้ว่าคนที่พึ่งจากไปดันเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างเสียมารยาท!

 

"...?" สีหน้าฉงนปรากฏอย่างไม่ชอบใจ แถมสายตายังจ้องมองอีกคนแน่นิ่ง "นั่น...กำลังทำอะไร?"

 

แฮร์รี่กลัวถูกดุจึงละล่ำละลักพูด "ผมปวดขาเลยจะนวดมันหน่อย แต่ผมไม่ได้ทำอะไรพิสดารให้ลูกได้รับผลกระทบหรอก"

 

สเนปสาวเท้าเดินเข้ามาและนั่งลงบนเตียง ฝ่ามือยกขึ้นมาบีบนวดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แฮร์รี่จะปฏิเสธการช่วยเหลือก็ถูกขัดเสียก่อน

 

"ไม่ต้องเป็นกังวลใจ ฉันทำให้ลูกไม่ได้ทำให้เธอ"

 

"....."

แฮร์รี่อดรู้สึกปวดหนึบที่ใจไม่ได้ คำพูดเมื่อครู่นี้ทำให้เขารู้สึกแย่จริงๆ ...สเนปทำทุกอย่างก็เพื่อลูกเท่านั้น

 

"งั้นก็ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมดูแลลูกได้เหมือนกัน" เขาดึงเท้ากลับแต่ก็ถูกจับไว้นิ่ง "ปล่อยเท้าของผม"

 

"ฉันก็เป็นห่วงแม่ของเด็กเหมือนกัน เอาล่ะ เธอเลิกงี่เง่าได้แล้ว" สเนปตอบกลับเสียงเรียบขณะที่เขาเริ่มลงมือบีบนวดให้อีกฝ่าย

 

"....." แฮร์รี่นิ่งเงียบโดยไม่อาจเอ่ยคำโต้แย้ง

 

สำหรับสเนปการกระทำเช่นนี้เขาไม่เคยทำให้ใครแม้แต่แม่ของตัวเอง แต่วินาทีที่ได้รู้ว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว มันทำให้เขาเสาะหาหนังสือเกี่ยวกับการแม่และเด็กมาอ่านทั้งหมด อายุครรภ์ที่มากขึ้นย่อมต้องทำให้แฮร์รี่ปวดขาอยู่แล้ว ดังนั้น เขาจึงได้ฝึกมาบ้างแล้ว

 

"....."

ผมไม่เชื่อ แฮร์รี่อยากพูดแบบนั้นแต่ก็พูดไม่ออกไป ดังนั้น จึงเอนกายพิงกับหมอนอิงและหลับตาลงด้วยความผ่อนคลาย

 

สุดท้ายคนท้องก็หลับลง...

 

สเนปเงยหน้ามองก็เผยรอยยิ้มออกมาไม่รู้ตัว เขาหยุดทำกิจกรรมทั้งหมดและขยับไปจัดท่านอนคนท้องให้เหมาะสมก่อนจะจรดริมฝีปากบนหน้าผากของแฮร์รี่อย่างแผ่วเบา

 

ฉันเป็นห่วงเธอและลูกเสมอ... 

.

.

.

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาทุกที แฮร์รี่กับสเนปจึงทำตัวติดกันมากขึ้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะย่างกรายไปทางไหนก็ต้องมีอีกคนตามติดไปด้วยทุกครั้ง แม้กระทั่งตอนหลับสเนปก็ยังได้นอนอยู่เคียงข้างทุกค่ำคืน

 

แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเผลอให้สเนปมานอนด้วยเมื่อไหร่ แต่พอรู้ตัวอีกทีมันก็เป็นเช่นนั้นแล้ว และเป็นเขาที่ไม่คิดจะเอ่ยปากไล่ เพราะเคยทำอยู่ครั้งหนึ่งปรากฏว่าเขานอนไม่หลับ คืนนั้นนอนกระวนกระวายแทบทั้งคืน จึงบอกตัวเองว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะหากนอนไม่หลับจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้...

 

แฮร์รี่คิดว่านอนไม่หลับเพราะเป็นอาการของคนท้อง ไม่ใช่เพราะอ้อมกอดของสเนปเสียหน่อย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า...คนเย็นชาแบบนั้นเหตุใดจึงมีอ้อมกอดที่อบอุ่นถึงเพียงนี้?

 

"คุณครับ...ผมอิ่มแล้ว" สรรพนามที่เรียกขานก็เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

 

"กินอีกหน่อยสิ เธอกินไปแค่นิดเดียวเอง" ว่าที่คุณพ่อพยายามคะยั้นคะยอ

 

"ผมอิ่มแล้วจริงๆ ครับ..." แฮร์รี่รู้สึกเหมือนจะอาเจียน

 

"โอ๊ะ...!"

ไม่ทันไรก็ส่งเสียงร้องออกมา ไม่ใช่เพราะเจ็บแต่เจ้าตัวดีในท้องถีบเข้าที่ผนังท้องอย่างแรง สเนปพลันปล่อยส้อมในมือและรีบขยับมาที่หน้าท้องของแฮร์รี่อย่างรวดเร็ว

 

"ลูกดิ้น?"

ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กเคลื่อนไหวชายหนุ่มจะเสียอาการทุกที ตอนแรกแฮร์รี่ตกใจ แต่ตอนนี้เขาเคยชินและแปรเปลี่ยนเป็นความเอ็นดู

 

"....."

เจ้าตัวดีนี่ก็ช่างแกล้ง พอสเนปขยับเข้ามาใกล้เป็นอันต้องหยุดดิ้นทันที

 

"คงหลับไปแล้วน่ะครับ" แฮร์รี่พูดปะเหลาะเพราะชายหนุ่มเงยหน้ามองราวกับถามว่า...ทำไมลูกไม่ดิ้นแล้ว?

 

"ตอนที่คุณนายวีสลีย์มาสอนวิธีการดูแลเด็กอ่อนเป็นอย่างไรบ้างครับ" แฮร์รี่ชวนคุยเปลี่ยนเรื่อง "พอจะทำได้ไหมครับ"

 

"ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากหนังสือที่ฉันอ่าน" สเนปลุกขึ้นกลับไปนั่งเก้าอี้ดังเดิม "ว่าแต่เธอ รู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องบ้างหรือเปล่า แฮร์รี่"

 

"ไม่หรอกครับ...อึก!" เขาตอบแล้วชะงักเพราะลูกสาวตัวน้อยถีบผนังท้องอีกแล้ว เขาเห็นสเนปขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ลุกมาหา จากนั้นหน้าท้องก็ถูกทารุณกรรมโดยลูกสาวอีกหลายครั้ง สุดท้ายจึงต้องย้ายไปนั่งพิงโซฟานิ่มที่ห้องนั่งเล่นแทน เพราะเก้าอี้ในห้องทานอาหารมันแข็ง ยิ่งนั่งนานเข้าก็ทำให้รู้สึกเจ็บ

 

"ตื่นเต้นอะไรหรือลูก" เขาเอาลืมลูบท้องพลันอมยิ้ม แต่ไม่กี่วินาทีสีหน้าก็เปลี่ยนไป จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บร้าวที่หลังอย่างรุนแรง ในช่องท้องคล้ายกับมีสิ่งหนึ่งที่บิดเกลียวจนทำให้เขาน้ำตาเล็ด

 

นี่คงไม่ใช่ลูกดิ้นแน่นอน แฮร์รี่มั่นใจ พลันนึกถึงคำแนะนำของพวกนักบำบัดที่บอกว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมไว้ตลอดเพราะเด็กอาจจะอยากลืมตามาดูโลกได้ทุกเวลา...และตอนนี้มันก็ถึงเวลานั้นแล้ว!

.

.

.

หิมะแรกของคริสต์มาสเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิต่ำลงจนบังเกิดความหนาวสะท้านไปทั่วบริเวณ ผู้คนงดสัญจรออกจากเคหะสถานในช่วงกลางคืนจึงทำให้หมู่บ้านก็อดดริกส์โฮลโล่คอนข้างเงียบสงบ แต่บ้านหลังหนึ่งกลับมีแสงไฟสาดส่องออกมา

 

ห้องหนึ่งบนชั้นสองของตัวบ้านเปิดไฟสว่างจ้าและกำลังบังเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อเด็กทารกแบเบาะตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะ 'หิวนม'

 

แฮร์รี่ที่พึ่งหลับตาลงนอนได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงลูกสาวตัวดี ส่วนคุณพ่อมือใหม่ก็รีบไปชงนมเพื่อมาเอาใจทันที ไม่นานหลังจากที่ปากเล็กได้สัมผัสน้ำนมอันหวานหยดก็ค่อยเงียบเสียงลงและหลับไปในที่สุด

 

"เอาแต่ใจที่สุด..." แฮร์รี่แอบบีบจมูกเด็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แต่สเนปกลับแย้งออกมา

 

"ลูกยังเด็กอยู่เลยนะ" ชายหนุ่มมองหน้าลูกสาวตัวน้อยแล้วก้มลงไปจูบเบาๆ นอกจากนั้นยังเผื่อแผ่มายังริมฝีปากของผู้เป็น (แม่) ด้วย

 

"....."

แฮร์รี่นั่งทำตาปริบๆ เพราะตั้งตัวไม่ทัน ใบหน้าพลันปรากฏสีเรื่ออีกครั้ง แม้ว่าสเนปจะทำอย่างนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว แน่นอนว่าเขา 'ยอม' ให้อีกฝ่ายทำและไม่มีท่าทีรังเกียจสักนิด

 

วันเวลาล่วงเลยมาตั้งแต่วันที่เริ่มปล่อยให้ชายหนุ่มเข้ามาในชีวิตก็ทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนไป สิ่งสำคัญนั้นคือความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และทั้งสองต่างก็ยอมรับซึ่งกันและกันจึงนำมาสู่คำขอแต่งงานที่ดังออกมาจากปากสีซีดที่ไม่คิดจะเอ่ยคำนี้กับผู้ใด

 

อดีตที่ผ่านมาไม่ขอลืมแต่ไม่คิดจะเอามาทำร้ายปัจจุบัน...

 

ปัจจุบันที่กำลังพัฒนาไปเป็นอนาคต...

 

และอนาคตที่ต่อไปจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ...

 

แฮร์รี่ตกลงยินยอมที่จะใช้ชีวิตคู่กับสเนป จากนั้นเขาจึงพบความแปลกใหม่และความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ราวกับสายธารน้ำที่ไหลทอดยาวอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

 

การดูแลเอาใจใส่ที่ไม่คิดว่าจะได้รับจากชายผู้นี้

 

นึกย้อนไปช่วงเวลาหนึ่งที่มัวแต่ใช้ทิฐิแล้วก็อดรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย หากไม่เสียเวลาอยู่ตรงนั้น...ป่านนี้ชีวิตเขาคงมีความสุขมากกว่านี้ก็เป็นได้

 

"คิดอะไรอยู่" สเนปแตะมือแฮร์รี่เบาๆ

 

"เปล่าครับ...ผมแค่คิดเรื่องที่ผ่านมาน่ะครับ...ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ" แฮร์รี่อมยิ้มเบาๆ ก่อนจะก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยแล้วก็อดหอมแก้มชมพูนุ่มนิ่มนั้นไม่ได้

 

แม่หนู 'เฮเลน่า' เป็น 'สิ่งมหัศจรรย์' สมกับความหมายของชื่อจริงๆ

 

"ดึกมากแล้วนะครับ คุณไปนอนต่อเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องไปฮอกวอตส์แต่เช้าไม่ใช่หรอครับ เดี๋ยวทางนี้ผมดูแลต่อเองครับ"

 

"แล้วเธอ...ไม่ไปนอนด้วยกันหรือ? " ชายหนุ่มถามเสียงนุ่ม "เธอเองก็ต้องพักผ่อนบ้าง"

 

"ผมขอกล่อมลูกนอนก่อนครับ คุณนอนไปก่อนเลยครับ" แฮร์รี่ว่า แล้วหันตะแคงไปตบก้นเด็กน้อยเบาๆ โดยไม่ได้สนใจสเนปอีก ทว่าเมื่อเด็กหญิงหลับไปแล้ว พอหันกลับมาก็พบว่าสเนปยังไม่หลับ แต่ชายหนุ่มกำลังตะแคงมองเขาเช่นกัน

 

"...มานอนสิ" ว่าแล้วตบที่นอนเบาๆ "ฉันชักจะง่วงแล้วล่ะ"

 

"ง่วงก็นอนก่อนสิครับ ผมบอกคุณไปแล้ว" แฮร์รี่ขมวดคิ้ว

 

"....." สเนปไม่โต้ตอบแต่กลับพึมพำอะไรบางอย่าง ร่างแฮร์รี่ก็ลอยมาหาเขาโดยไม่เกิดเสียง

 

"ถ้าเธอไม่มานอนตรงนี้ แล้วฉันจะหลับได้อย่างไร"

 

"งั้นก็นอนครับ" แฮร์รี่ไม่ได้ฉุกใจกับคำพูดนั้น เขายอมล้มตัวนอนอย่างว่าง่าย โดยด้านหลังถูกสเนปตะคองกอดไว้

 

ล้มตัวนอนลงได้ไม่นาน กลับรู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลัง 'ตื่นตัว' อยู่ด้านหลัง แฮร์รี่รู้ดีว่ามันคือสิ่งใดแต่ก็พยายามข่มใจให้หลับ ทำทีว่าไม่สนใจทั้งที่ใบหน้าเห่อร้อนอย่างไม่อาจควบคุม

 

"นอนไม่หลับใช่มั้ยล่ะ?" เสียงกระซิบพร้อมขบที่ใบหูแผ่วเบาอย่างกลั่นแกล้ง

 

แฮร์รี่อยากจะลุกสาปสเนปสักคาถาหากไม่กลัวลูกตื่น

 

"ผมจะนอนครับ เซเวอร์รัส" แฮร์รี่เผลอพูดเสียงดังก็มองที่ลูกสาวตัวน้อย พอเห็นว่ายังนอนนิ่งก็โล่งใจ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอีกคนพร้อมกับบิดที่หน้าท้องแรงๆ "หากนอนไม่หลับก็ลุกไปปรุงยานู่นครับ!"

 

แฮร์รี่รู้ว่าสเนปต้องการคือสิ่งใด หากแต่ยามนี้กิจกรรมเข้าจังหวะไม่อาจให้มันเกิดขึ้นได้ เฮเลน่าพร้อมจะตื่นได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเขาจึงไม่ไว้ใจที่จะอยู่ห่างจากลูกแม้แต่นาทีเดียว

 

"....."

 

"งั้นให้จูบมัดจำก่อนได้ไหมครับ" นึกเสียใจที่ปฏิเสธชายหนุ่มไปแบบนั้น ส่วนอีกใจก็อดเสียดายไม่ได้?

 

เรื่องปกติทางเพศแฮร์รี่รู้ดีว่าอย่างไรแล้วจะต้องได้รับการปลดปล่อย แม้กระทั่งเขาเองตอนตั้งท้องก็ยังรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา แต่สเนปที่ห่างหายจากเรื่องนั้นมาพอสมควร...รู้สึกแบบนั้นคงไม่แปลก

 

"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย..." แฮร์รี่อ้าปากค้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น และต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่าย

 

แฮร์รี่เม้มปากแน่นที่เสียรู้อีกฝ่ายเข้าให้ และรู้สึกเสียหน้ามากกว่าครั้งใด ดังนั้นเขาจึงหลับตาแน่นและตั้งใจว่าจะไม่สนใจอีกคนแล้ว!

 

แต่...

 

"อันที่จริงฉันพอมีวิธีที่ทำให้ลูกไม่ตื่นอยู่นะ..." ยังก่อกวนไม่เลิก

 

แฮร์รี่ได้ยินเสียงขยุกขยิกคล้ายกับอีกคนกำลังลุกจากที่นอน จากนั้นเสียงก็เงียบไปชั่วอึดใจ ต่อมาร่างของเขาก็ถูกยกขึ้นจากที่นอน

 

"จะไปไหนครับ" แฮร์รี่ถามอย่างตกใจพลันเอามือกอดคอชายหนุ่มไว้แน่น

 

"ฉันก็บอกเธอแล้วไงว่ามีธีที่ทำให้ลูกไม่ตื่น?" สเนปอุ้มแฮร์รี่ออกจากห้องนอนโดยที่ไม่ลืมจะเสกคาถาป้องกันลูกน้อยไว้ด้วย สองขาพาแฮร์รี่ก้าวลงมาที่โซฟาด้านล่างพลันประกบจูบอย่างร้อนแรง

 

ความต้องการนั้นมีจนแน่นอก แต่เพราะกลัวลูกน้อยจะตื่นเช่นกันจึงได้เสียเวลาคิดอยู่นานก็ได้วิธีการนี้ขึ้น

 

หากต้อง 'ทำ' กันด้านบนลูกต้องตื่นแน่ หรือขยับไปที่ห้องน้ำภายในห้องนอนก็ไม่แน่ใจว่า 'เสียง' จะไปปลุกลูกให้ตื่นหรือไม่ ครั้นจะเสกคาถาที่มีฤทธิ์รุนแรงก็กลัวจะเกิดผลกระทบต่อลูกน้อย ดังนั้น เขาจึงเลือกเสกคาถาป้องกันไว้เพียงบางเบาเท่านั้น

 

"ถ้าอย่างนั้นไม่นานนะครับ...ผมเป็นห่วงลูก" แฮร์รี่ดันหน้าอกของคนด้านบนพร้อมกับตั้งเงื่อนไขเรียบร้อย หากสเนปไม่ตกลงเขาก็จะปล่อยให้สเนปใช้มือตัวเองเอาของเหลวที่อยู่ด้านในออกเอง "...และห้ามมีต่อเพราะพรุ่งนี้คุณต้องไปฮอกวอตส์ ส่วนผมก็ต้องไปเตรียมจัดงานไว้รอภาคีนกฟินิกซ์มาฉลองคริสต์มาส...ตกลงไหมครับ?"

 

"....."

สเนปยอมพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แม้ในใจเขาอยากจะเรียกร้องอีกมากมาย แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเขาจึงโน้มใบหน้าเข้าไปซอกซอนหาความหอมหวานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า...บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนักเขาจะตักตวงให้คุ้มค่าที่สุด!

 

หิมะด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ความหนาวเหน็บเองก็แพร่กระจายปกคลุมทุกพื้นที่หมู่บ้านก็อดดริกส์โฮลโล่เต็มไปด้วยความหนาวเย็น แต่ห้องนั่งเล่นของบ้าน 'เด็กชายผู้รอดชีวิต' กลับคุกรุ่นไปด้วยความเร่าร้อน

 

"แฮ่ก!" 

 

"อึก!" 

 

"อ่า!" 

 

ริมฝีปากของทั้งสองดึงดูดอย่างไม่มีใครยอมใคร เพียงแตะกันไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็พร้อมปลุกความกำหนัดในกายให้ลุกโชน ความร้อนแรงถูกส่งผ่านให้กันและกันไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ โดยไม่มีท่าทางจะหยุดลงโดยง่าย

 

โซฟาห้องนั่งเล่นถูกใช้เป็นสิ่งรองรับการขยับเขยื้อนรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าคนทั้งสองไม่มีท่าทีจะหยุดเคลื่อนไหวแม้สักเสี้ยวนาทีเดียว สองมือโอบกอดกันและกันไม่ยอมให้สิ่งอื่นแทรกเข้ามา

 

"อ๊ะ..!" 

 

เสียงครวญครางดังสอดประสานจนแยกไม่ออกว่าคือเสียงคนใด แต่ยิ่งได้ยินมันยิ่งเร้าอารมณ์ให้มีความกว่าเดิมและส่งผลให้ทั้งสองได้รับการปลดปล่อยครั้งแล้วครั้งเล่า...ลืมสิ้นคำสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ตอนแรก

 

ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปในห้องนั่งเล่นนั้นเอง...

 

สเนปกระแทกร่างเข้าไปลึกล้ำก่อนจะปล่อยของเหลวเข้าไปจนเต็มล้น ใบหน้าล้อมกรอบไปด้วยผมมันเยิ้มก้มกระซิบข้างใบหูแผ่วเบา แต่กลับสะท้านก้องในใจของแฮร์รี่

 

"ลูกคนแรกเราอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่สำหรับลูกคนคนนี้ฉันตั้งใจอย่างสุดฝีมือ ให้เขาได้รู้ว่าพ่อของเขารักแม่ของเขามากเพียงไร..."

 

 

THE END... 

 

 

TALK : สวัสดีวันสงกรานต์นะคะทุกคน ^^ เราพึ่งลองหัดแต่งเรื่องแบบตอนเดียวจบครั้งแรก หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะคะ

ความคิดเห็น