ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

24 โปรโมชั่นแฮปปี้ตลอดปีตลอดชาติ [END]

ชื่อตอน : 24 โปรโมชั่นแฮปปี้ตลอดปีตลอดชาติ [END]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
24 โปรโมชั่นแฮปปี้ตลอดปีตลอดชาติ [END]
แบบอักษร

 #อุบายกินรา 

 

 

 

 

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฤษนีเคยคิดว่าการศึกจบสิ้นลงแล้ว คนทรยศก็ถูกลงโทษไปหมดแล้ว ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปรกติแล้วพวกเขาก็น่าจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสุขสงบ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เพราะถึงเรื่องศึกสงครามจะจบลงไปก็ยังคงมีเรื่องอื่นๆ ให้ปวดหัวอีกเป็นกระบุงโกย แถมยังเป็นเรื่องสำคัญมากซะจนทำให้เขาที่ไม่ค่อยอยากใส่ใจเรื่องอะไรนอกจากกินๆ นอนๆ ไปวันๆ เกิดอาการคิ้วกระตุกเป็นจังหวะเพลงบางระจันวันเพ็ญได้ 

  

จะเรื่องอะไรซะอีก ถ้าไม่ใช่มีชาวบ้านพยายามจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตคู่ของเขาน่ะ! 

  

“ท่านพี่ วันนี้ก็มีแขกมาเยี่ยมเยือนที่เผ่าเราอีกแล้วรึ” ปฤษนีถามด้วยน้ำเสียงอ่อนใจขณะเดินไปยังบันไดทางลงเรือนเพื่อส่งสามีไปทำงานเช่นทุกวัน นัยน์ตาสีแดงฉานของท้าวครุฑาที่เดินโอบเอวเขาอยู่ชำเลืองมองมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงแววเบื่อหน่ายเล็กๆ 

  

“ใช่ วันนี้เป็นผู้นำแห่งเผ่าอัปสรสีหะ คงจักมาขอเข้าสวามิภักดิ์ด้วย” 

  

“ขยันมากันจริงๆ” ร่างบางบ่นพึมพำกับตนเองอย่างขัดอกขัดใจ 

  

จะบอกว่าตั้งแต่จบสงครามกับพวกนาค เผ่าครุฑที่ปรกติก็มักจะมีเผ่าพันธุ์ลูกกระจ๊อกแวะมาเยี่ยมเยือนเป็นนิจอยู่ก็ดูเหมือนจะยิ่งฮอตขึ้นไปอีก เพราะตอนนี้เผ่านาคาก็แตกพ่าย เหลือเพียงครุฑที่แข็งแกร่งที่สุดในหิมพานต์แบบไร้การคานอำนาจไปแล้ว เผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงพากันรีบแล่นมาประจบประแจง แสดงความยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้ โดยเฉพาะพวกเผ่าที่เคยวางตัวเป็นกลางหรือแม้แต่วางตัวเป็นปฏิปักษ์กับครุฑต่างก็แจ้นมาขอสวามิภักดิ์กันโดยพร้อมเพรียง 

  

ไอ้มาสวามิภักดิ์เฉยๆ นี่ปฤษนีก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอกนะ ถ้ามันไม่ได้มาในรูปแบบเดียวกับที่ท้าวไชยฤทธิ์ท่านลุงของเขาเคยทำก่อนหน้านี้ ประเภทมาตัวเปล่าไม่พอ ยังเอาของบรรณาการมาให้ด้วย แล้วของที่ว่าคืออะไร ก็พวกผู้หญิงผู้ชายเอ๊าะๆ หน้าตาสวยหวานยังไงล่ะ 

  

ไอ้ค่านิยมบ้าๆ นี่มันมาจากไหนกัน น่าหยิกหลังคนริเริ่มสักทีไหม ตกลงนี่ตั้งใจจะมาทำการสวามิภักดิ์หรือมาทำให้ผัวเมียเขาบ้านแตกกัน หา!!! 

  

“พี่ไปแล้วหนา” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู ตามด้วยสัมผัสหนักๆ จากจมูกโด่งเป็นสันของร่างสูงที่กดลงมาบนแก้มของเขา ปฤษนีเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มสามีกลับ มองส่งศิมันตร์เดินลงจากเรือนไปด้วยแววตาไม่สดใสนัก เมื่อศิมันตร์เดินลับตาไปแล้วร่างบางก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง 

  

หลังสงครามจบสิ้น ภวิตราถูกสำเร็จโทษ ตำแหน่งภรรยาเอกของท้าวครุฑาก็ว่างลง ศิมันตร์จึงประกาศต่อเหล่าเสนาอำมาตย์แต่งตั้งเขาขึ้นเป็นภรรยาเอกแทนโดยไม่มีผู้ใด (กล้า) คัดค้าน ฟังๆ ดูเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้งใช่ไหมล่ะ แต่พอได้ยินว่ามีเผ่าพันธุ์อื่นๆ มาสวามิภักดิ์ พร้อมกับตั้งท่าจะยกคนของตัวเองมาเป็นอนุภรรยาสามีของเขากันมากมายนั้น ปฤษนีก็นึกอยากเอาเท้าก่ายหน้าผากขึ้นมาทันที 

  

รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของยุคโบราณที่มักจะส่งคนของตัวเองไปเป็นเมียคนใหญ่คนโตเพื่อแสดงถึงการสวามิภักดิ์ แต่พอมาเจอกับตัวแบบนี้บอกเลยว่าแอบจุกอกไม่น้อย เข้าใจความรู้สึกของภวิตราขึ้นมาทันที มีคนมาเสนอยอมเป็นเมียให้ผัวเราอะ ใครหน้าไหนบ้างจะชอบ ถึงตานกน้ำแข็งจะปฏิเสธไปหลายต่อหลายรายว่าไม่ต้องการรับอนุภรรยา แต่มันยังมีปัจจัยสำคัญอื่นที่ทำให้เรื่องนี้ไม่อาจปัดตกไปได้ 

  

เขาที่เป็นภรรยาเอกของศิมันตร์ไม่ใช่ผู้หญิง เขาท้องไม่ได้ ไม่อาจผลิตทายาทเพื่อสืบต่อตำแหน่งท้าวครุฑาได้ นั่นแหละคือเรื่องใหญ่... 

  

เสียงถอนหายใจหนักๆ ของเจ้าของเรือนเล็กดังขึ้นอีกครั้งเป็นรอบที่สิบของวันทั้งที่พระอาทิตย์ยังไม่อยู่กลางหัวเสียด้วยซ้ำ ปฤษนีนั่งร้อยมาลัยไป เดี๋ยวๆ ก็หยิบดอกพุดใส่ปากพลางมองไปเบื้องหน้าแบบจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว 

  

เขาไม่ค่อยรู้เรื่องการบ้านการเมืองก็จริง แต่พวกเรื่องกอสซิปทั้งหลายแหล่มีหรือจะหลุดรอดหูของวรดีไปได้ ปฤษนีเลยได้รู้จากบ่าวของตนว่ายามนี้พวกเสนาอำมาตย์ส่วนใหญ่กำลังพยายามคะยั้นคะยอให้ศิมันตร์รับอนุภรรยาสตรีสักคน จะเป็นเผ่าพันธุ์ใดก็ได้ เพื่อเอาไว้ผลิตทายาทโดยเฉพาะ 

  

ดีมากกก มีคนสนับสนุนให้ผัวกูมีเมียน้อยกันเต็มไปหมดเลย ดีจริงๆ! 

  

“ท่านปฤษนี จักให้ข้าไปเก็บดอกพุดให้เพิ่มหรือไม่เจ้าคะ” เสียงของวรดีร้องทักขึ้นเบาๆ ทำให้เจ้าของชื่อก้มหน้าลงมองถาดดอกไม้ซึ่งว่างเปล่าไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบที่วางอยู่ข้างกาย 

  

เอ่อ พอมีเรื่องให้คิดปากมันก็ขยับหาของกินไปเองอะ เขาก็มีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นนวิน ถึงต้องออกกำลังกายฟิตหุ่นให้เซี๊ยะแซ่บตลอดเวลาไง ไม่งั้นคงได้ลงพุงกันพอดี แต่โชคดีที่ยัยปฤษนีนี่คงระบบเผาผลาญดีจัด เก็บดอกไม้กินจนดอกไม้ในแดนครุฑจะโกร๋นหมดแล้วก็ยังไม่ยอมอ้วนสักที 

  

“ไปเก็บให้ข้าเพิ่มสักหน่อยเถิด” ปฤษนีดันถาดไปทางผู้เป็นบ่าว เมื่อวรดีจากไปแล้วกินนรหนุ่มจึงถอนหายใจดังเฮือกอีกครั้ง 

  

วันก่อนนู้นก็เผ่าเงือก เมื่อวานก็เผ่าเทพปักษี วันนี้เป็นเผ่าอัปสรสีหะ แต่ละเผ่าได้ชื่อว่าอุดมไปด้วยสตรีงามงด แล้วตานกของเขาจะหวั่นไหวบ้างไหมเนี่ย 

  

คิดไปคิดมาก็ชักจะหึงแล้วนะ! 

  

มือบางขยี้กลีบดอกกุหลาบที่กำลังจะเอามาร้อยเป็นปลายอุบะไปมาพลางทำหน้ามู่ทู่ ก็มั่นใจอะนะว่าตัวเองก็สวยเซ็กซี่ไม่แพ้ใคร แต่ใจมันก็อดจะหวั่นๆ ไม่ได้ นี่ถ้าเขาหลุดมาอยู่ในนิยาย mpreg ก็คงจบปัญหานี้ไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ กูท้องไม่ได้จ้า จะพยายามสวดภาวนาให้มีครุฑโอปปาติกะมาเกิดเป็นลูกมันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นเพราะตัวเขาเองก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ครุฑด้วย 

  

คิดไปคิดมา เรื่องการมีทายาทสืบทอดตำแหน่งมันก็เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ มันเป็นเรื่องของความมั่นคงของเผ่า สำคัญชนิดที่เขาไม่รู้จะไปเถียงกับพวกอำมาตย์ยังไงดีเลย 

  

“ท่านปฤษนี มีเรื่องใดไม่สบายใจหรือเจ้าคะ” วรดีที่เพิ่งเดินกลับขึ้นมาบนเรือนรีบถลามานั่งอยู่ข้างเขาผู้นั่งเบะปากอยู่ตามลำพัง ปฤษนีหันไปมองบ่าวคนสนิทพร้อมกับส่งเสียงครางฮือในลำคอ 

  

“วรดี เจ้าว่าท่านพี่ของข้าจักรับอนุภรรยาหรือไม่” 

  

“เอ่อ...” กินรีสาวถึงกับอึกอัก ได้แต่ส่งยิ้มแห้งไปให้นายเหนือหัว ผู้ใดก็รู้กันทั่วว่าตอนนี้ท้าวครุฑากำลังถูกกดดันจากเหล่าเสนาอำมาตย์เรื่องการรับอนุภรรยา แม้ตัวนางเองจักเข้าใจว่ามันเป็นความจำเป็น แต่นางก็ยังนึกสงสารผู้เป็นนายของตนอยู่ดี 

  

“ท่านท้าวรักมั่นเพียงท่านปฤษนีเท่านั้น ไม่ต้องกังวลไปดอกเจ้าค่ะ” สุดท้ายวรดีก็คิดหาคำตอบที่เหมาะสมได้จึงกล่าวออกไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ท่านท้าวรักใครท่านปฤษนีเยี่ยงชีวิต ต่อให้มีความจำเป็นต้องมีอนุภรรยา วรดีก็ยังมั่นใจว่าหัวใจของท่านท้าวจักยังอยู่ที่ท่านปฤษนีเพียงผู้เดียวเท่านั้น 

  

“อืมมม” ปฤษนีได้แต่ส่งเสียงตอบแบบเซ็งๆ ในลำคอ มือเรียวขาวหยิบดอกพุดขึ้นมาพลางมองเข็มมาลัยในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดแล้วเอาดอกพุดยัดใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ แทนที่จะร้อยเข้ากับเข็มมาลัย 

  

ไม่รู้แล้วโว้ย! เครียดนักก็ขอกินก่อนแล้วกัน! 

  

  

  

  

  

  

เมื่อทิวาเคลื่อนคล้อยผันผ่าน ยามสนธยาก็หวนคืนกลับมาอีกครา เหล่าครุฑทั้งหลายจึงได้เห็นร่างของท้าวครุฑาแลกินนรผู้เป็นภรรยาเอกเดินตรงไปยังเรือนใหญ่ เพื่อพักผ่อนหลังจากการกรำงานหนักมาตลอดทั้งวัน 

  

สายตาของเหล่าสุบรรณทั้งชายหญิงล้วนจับจ้องมองไปยังผู้นำเผ่าแลภรรยา ด้วยเล่าลือกันหนาหูว่าวันนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในเรือนรับรองอาคันตุกะ ทว่าปฤษนียังไม่ได้รับรู้ถึงข่าวลือนั้น จึงไม่ทันสังเกตว่าวันนี้มีสายตาของผู้อื่นลอบชำเลืองมองมายังพวกตนมากกว่าปรกติ 

  

“วันนี้ท่านพี่เหนื่อยมากหรือไม่ ให้น้องช่วยบีบนวดให้ท่านดีหรือไม่” ปฤษนีที่นั่งอยู่บนเตียงถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงของสามีเดินเปลือยท่อนบนเข้ามาในห้องนอน ภายหลังจากรับประทานอาหารเย็นแลอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว 

  

“อืม” ศิมันตร์ตอบรับพลางทรุดตัวลงบนเตียง กินนรหนุ่มจึงรีบขยับไปช่วยบีบนวดไหล่กว้างให้อย่างเอาอกเอาใจ 

  

นวดไปก็อดคิดไม่ได้ว่าตานกยักษ์ของเขานี่หุ่นดีสุดยอดจริงๆ จะจับตรงไหนก็กล้ามแน่นเปรี๊ยะ แค่มองจากด้านหลังยังน้ำลายแทบหก ไม่ต้องพูดถึงมองด้านหน้า เลือดกำเดาจะไหลตั้งแต่ตอนหน้าเจอกันครั้งแรกแล้วอะ 

  

แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าคิดไปว่าที่เขาอาสามานวดเพราะอยากแต๊ะอั๋งผู้ชายนะ แค่เห็นว่าช่วงนี้สามีทำงานเยอะคงจะเหนื่อยเลยอยากช่วยอะไรบ้างก็เท่านั้นเอง ไม่มีเจตนาแอบแฝงอะไรเลยจริงจริ๊งงง 

  

“ขอบน้ำใจภรรยา” ผ่านไปครู่ใหญ่ศิมันตร์จึงเอ่ยขึ้น ท่อนแขนหนารั้งเอวบางของคนรักให้หยุดทำหน้าที่เป็นหมอนวดชั่วคราวขึ้นมานั่งซ้อนตักหันหน้าชนกัน ก่อนจักโน้มหน้าไปกดจมูกลงบนผิวแก้มนวล สูดกลิ่นมะลิหอมชื่นใจเข้าเต็มปอด 

  

“ข้าเพียงอยากช่วยท่านพี่บ้างก็เท่านั้น” ปฤษนียกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอหนา เอนศีรษะซบไหล่กว้าง ฝ่ามือใหญ่ของสามีที่ลูบลงแผ่นหลังของเขาเบาๆ นั้นสร้างความอบอุ่นสบายใจจนกินนรหนุ่มหลับตาพริ้ม 

  

“ท่านพี่” ผ่านไปพักหนึ่งปฤษนีจึงพึมพำเรียกคนที่กำลังโอบประคองตนอยู่ 

  

“ว่าอย่างไร” เสียงทุ้มนุ่มถามกลับ ร่างบางชะงักไปเล็กน้อยด้วยความลังเลว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ชอบให้มีเรื่องค้างคาใจ สุดท้ายจึงสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวเสียงราบเรียบ 

  

“เรื่องการรับอนุภรรยา ท่านจักรับเข้ามาเมื่อใดกันหรือ” 

  

“เหตุใดจึงถามเช่นนั้น” คิ้วเข้มของท้าวครุฑาขมวดเข้าหากันโดยพลัน ปฤษนีเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของสามี มือบางก็ลูบไปตามลาดไหล่หนานั้นก่อนพึมพำโดยไม่สบตาผู้ฟัง 

  

“ถึงน้องจักไม่ได้เข้าร่วมประชุมการบ้านการเมือง แต่น้องก็ได้ยินมาหลายเรื่องเหมือนกันหนา” 

  

“...” 

  

“น้องเข้าใจดีถึงความจำเป็นของท่านพี่ ตำแหน่งท้าวครุฑาต้องมีทายาทสืบต่อ แลน้องไม่อาจทำหน้าที่นั้นได้ แม้น้องจักพยายามสวดภาวนาขอบุตรจากทวยเทพ หาก...เราต่างก็รู้ว่านั่นคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากนัก ดังนั้น..หากท่านพี่จักรับอนุภรรยาเข้ามาน้องก็เข้าใจ” ริมฝีปากอิ่มคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางมอบให้ผู้เป็นสามี 

  

เขาคิดทบทวนเรื่องนี้มาหลายสิบตลบ จนมั่นใจว่าตัวเองจะโอเคจริงๆ แล้วถึงได้ตัดสินใจพูดออกมา ปฤษนีไม่ใช่คนที่จะตะบึงตะบอนเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผล แน่นอนล่ะว่าเขาไม่ได้อยากแบ่งปันสามีร่วมกับใคร แต่ในเมื่อมันเป็นความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงก็มีแต่ต้องยอมรับ 

  

เฮ้อออ สุดท้ายก็ต้องมาทำตัวเป็นเมียหลวงใจกว้างทั้งที่ไม่ได้อยากทำ นี่คงเป็นผลกรรมที่เขามาเป็นอนุภรรยาให้คนเป็นเมียหลวงเจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่า ถึงต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ก็ภาวนาให้ตานกยักษ์ไม่ไปเผลอหลงเสน่ห์สาวคนไหนจนไม่เห็นหัวเขาหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็คงไม่มีเหตุผลจะทนอยู่ให้เป็นเมียหลวงช้ำรักแบบในละครไทย 

  

ถ้าตานกนอกใจเขาเมื่อไหร่ เขาจะหย่าแล้วหนีไปให้ไกล เผลอๆ จะหาผัวใหม่เอาซะเลยคอยดู! 

  

“จักไม่มีการรับอนุภรรยาใดทั้งนั้น” ศิมันตร์กล่าวเสียงหนักแน่น มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนจากบั้นเอวมาประคองใบหน้างามไว้ ดวงตาสีแดงฉานที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง 

  

“พี่เคยสัญญากับเจ้าไว้แล้วอย่างไร จำไม่ได้หรือ” 

  

“แล้วเรื่องทายาท...” ปฤษนีเม้มปากน้อยๆ อย่างหนักใจ เขารู้ดีว่าถ้าเป็นแบบนี้พวกเสนาอำมาตย์คงได้คะยั้นคะยอกันไม่เลิก เผลอๆ ถ้าดื้อแพ่งไปมากจะเป็นเหตุให้การครองตำแหน่งของศิมันตร์ไม่มั่นคงด้วยซ้ำ เขาไม่อยากให้สามีต้องเผชิญกับการถูกแย่งชิงอำนาจเช่นที่ผ่านมาอีก 

  

“ผู้สืบทอดตำแหน่งท้าวครุฑาได้ถูกกำหนดตัวแล้วในวันนี้” คำกล่าวนั้นทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างสับสนและตกใจ 

  

“ผู้ใดกัน ท่านพี่ยังไม่มีทายาทเลยหนา” 

  

“เมื่อข้าลงจากตำแหน่ง บุตรชายคนโตของศราวินจักเป็นผู้รับช่วงสืบทอดตำแหน่งท้าวครุฑาต่อไป เป็นการตอบแทนที่เขาให้การสนับสนุนข้ามาโดยตลอด” ศิมันตร์คลี่ยิ้มบาง ยกมือขึ้นปัดไรผมที่ปรกหน้าภรรยาออกให้อย่างอ่อนโยน “ข้าได้พูดคุยกับพวกเขาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งท่านพี่แลหลานชายต่างรับรู้แลยอมรับ” 

  

“แล้วพวกเสนาอำมาตย์เล่า...” 

  

“พวกเขาย่อมไม่มีเหตุให้กล่าวคัดค้าน อำมาตย์ส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” 

  

“จริงหรือ” เมื่อได้ยินดังนั้นรอยยิ้มสดใสก็ค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าคนตัวเล็กกว่า ปฤษนีรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมาขณะเอ่ยปากถามอีกครั้งเพื่อย้ำให้แน่ใจ “เช่นนั้นท่านพี่ก็ไม่จำเป็นต้องรับอนุภรรยาแล้วใช่หรือไม่” 

  

“ใช่” ท้าวครุฑาจับมือบางของภรรยาลงมาแนบที่หน้าอกของตน ปฤษนีรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกของอีกฝ่ายเต้นระรัวอยู่ใต้ฝ่ามือ ไม่ต่างไปจากของเขาที่กำลังเต้นรัวเร็วไปในจังหวะเดียวกัน 

  

“พี่จักไม่ผิดคำสัญญา ชั่วชีวิตนี้พี่จักมีเจ้าเป็นภรรยาเพียงผู้เดียว” 

  

ความอบอุ่นหวานล้ำพลันแทรกซึมเข้ามายังหัวใจของผู้ฟัง ปฤษนีคลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาสีนิลเอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำตาบางๆ แห่งความซาบซึ้งใจ 

  

สายตาของท้าวครุฑาเลื่อนจากดวงตาคู่สวยมาจดจ้องอยู่ที่กลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ก่อนจักเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ประกบริมฝีปากของตนลงไปเคล้าคลึงกับความหอมหวานที่เขาเฝ้าถวิลหาทุกเพลา 

  

หนักแน่นเชื่องช้า ดุจคำสัญญาที่เขาจักยึดมั่นไว้ตราบจนลมหายใจนี้สิ้นสุดลง 

  

  

  

  

  

  

  

บรรยากาศยามใกล้ถึงเวลาอาทิตย์อัสดงนั้นช่างงดงามจับตา หากมีโอกาสปฤษนีจึงชื่นชอบที่จะออกมาเดินเล่นแถวชายป่าอันเงียบสงบ เก็บดอกไม้ใบหญ้าไปเป็นมื้อเย็นพลางมองดูดวงอาทิตย์ค่อยๆ จมหายไปจนลาลับขอบฟ้า ดังเช่นในยามนี้... 

  

เขาเดินห่างออกจากวรดีกับมธุราที่ติดตามมาและกำลังยืนเก็บดอกไม้อยู่ด้านหลัง ดวงตาสีนิลกวาดมองไปรอบๆ กายซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สูงและบุปผานานาพรรณ ทุกอย่างในผืนป่าหิมพานต์นี้งดงามเกินกว่าสมองของเขาจะจินตนาการเองได้ ถึงเวลาจะผ่านมาค่อนข้างนานแล้ว แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไรมันก็ยังคงน่าเหลือเชื่อ ว่าเขาจะได้มีโอกาสมาเห็นความน่าพิศวงต่างๆ ที่เคยอ่านจากในนิยายด้วยตาของตัวเอง 

  

กินนร ครุฑ นาค ป่าหิมพานต์ เรื่องเหล่านี้ฟังดูแสนจะแฟนตาซีเพ้อฝัน แต่ทุกวันนี้เขาก็กำลังใช้ชีวิตแสนมหัศจรรย์นั้นอยู่ ทว่าบางครั้งปฤษนีก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นความจริงหรือเป็นแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้น 

  

หากเขายังไม่ตายล่ะ หากสักวันหนึ่งเขาลืมตาขึ้นมาแล้วอยู่ในโรงพยาบาลจะเป็นอย่างไรกัน หากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน 

  

เขาจะทำอย่างไรดี... 

  

“วรดี มธุรา เรากลับเรือนกันเถิด” ปฤษนีตัดสินใจปัดเรื่องเหล่านั้นออกไปจากสมองแล้วหันไปหาบ่าวทั้งสอง หากเมื่อหันมองไปกลับไม่พบผู้ใดอยู่บริเวณนั้นเลยสักคน 

  

หายไปไหนกันนะ เมื่อกี้ยังอยู่ข้างหลังอยู่เลยไม่ใช่เหรอ กินนรหนุ่มคิดอย่างฉงนขณะกวาดตามองไปรอบๆ ทว่าก็ยังไร้ซึ่งร่างของผู้ติดตาม แถมบรรยากาศรอบกายดูสงบเงียบเกินไปอย่างน่าประหลาด จนทำให้ปฤษนีต้องกลอกตามองซ้ายขวาระวังระไว 

  

อะไรอีกฟะ อย่าบอกนะว่าเวรกรรมของเขายังไม่จบลงอีกอะ... 

  

เสียงเหยียบใบไม้กรอบแกรบดังขึ้นในบริเวณใกล้ๆ เรียกความสนใจของร่างบางให้รีบหันขวับไปมอง เงาร่างของใครบางคนกำลังเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ และนั่นทำให้ปฤษนีเลิกคิ้วสูง ส่งเสียงร้องถามออกไปอย่างประหลาดใจ 

  

“เจ้า...คนธรรพ์ตนนั้น” 

  

“ขอรับ” คนธรรพ์หนุ่มส่งยิ้มบางพลางสาวเท้าตรงมาหาเขา คนธรรพ์ที่ครั้งก่อนเคยดูอ่อนแอคล้ายไม้ใกล้ฝั่งยามนี้กลับดูแข็งแรงผิดหูผิดตา หากสายตาเขาไม่ฝาดก็คล้ายจะเห็นแสงสีทองจางๆ เปล่งออกมาจากตัวของอีกฝ่ายด้วย 

  

“เจ้าหาได้...หาได้...” 

  

“หาได้ดับสูญไปแล้วไช่หรือไม่ เป็นอย่างที่ท่านเห็นขอรับ” คนธรรพ์ตนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาที่มองมายังเขาแฝงแววขบขัน ปฤษนีขมวดคิ้วน้อยๆ เมื่อเห็นฝ่ายนั้นใช้สายตาเหมือนผู้ใหญ่กำลังมองเด็กน้อยวัยเตาะแตะ 

  

“ไม่ได้พบกันเสียนาน ที่ผ่านมาท่านปฤษนีคงลำบากมาก” 

  

“อ่า...ใช่ เจ้าคงได้ยินเรื่องการศึกกับเผ่านาคามากระมัง ข้าถูกจับไปเป็นตัวประกันด้วย” ปฤษนีพยักหน้าเออออตอบไปแม้จะยังคงนึกติดใจสงสัย คนธรรพ์ตรงหน้าคลี่รอยยิ้มปริศนา แล้วกล่าวประโยคที่ทำให้กินราหนุ่มชะงักงัน 

  

“ข้าขอแสดงความยินดีที่ท่านผ่านเรื่องราวหนักหนาเหล่านั้นไปได้ วางใจเถิด ต่อจากนี้จักไม่มีอุปสรรคใดมากล้ำกรายท่านอีก จงใช้โอกาสที่สองของท่านอย่างมีความสุข” 

  

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ารู้ว่าข้าคือผู้ใดใช่หรือไม่” ปฤษนียิงคำถามรัวเร็ว หัวใจสั่นไหวไปหมดด้วยความตื่นเต้น เขาคิดอยู่แล้วเชียวว่าคราวก่อนคนธรรพ์ตนนี้ไม่ได้เพ้อเจ้อ แต่รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาจริงๆ 

  

“ท่านเองก็รู้ว่าตนคือผู้ใด เหตุใดเล่าข้าจักไม่รู้” คำตอบอ้อมค้อมยียวนนั้นทำให้คนฟังชักสีหน้า ปฤษนีจึงเดินเข้าไปหา ตั้งท่าจะเอื้อมมือไปคว้าแขนจับมานั่งซักฟอก แต่เมื่อยื่นมือออกไปกินนรหนุ่มก็ต้องตัวแข็งทื่อเพราะมือของเขาทะลุผ่านอากาศ ไม่อาจคว้าจับสิ่งใดได้ 

  

เห็นตัว แต่จับต้องไม่ได้ นี่มันผะ...ผะ... 

  

“เทวดาองค์นั้นที่ท่านมักเอ่ยสาปแช่ง เห็นทีเขาคงจักรับรู้แล้วกระมัง” เสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้น ปฤษนีเบิกตากว้าง มองภาพร่างของคนธรรพ์ที่เปล่งแสงสีทองและจางลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วบริเวณนั้นก็เหลือเพียงแต่เขาที่ยืนเหม่อลอยเพราะสมองยังคงประมวลผลเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอไม่ได้ 

  

สรุปแล้วหมอนั่นไม่ใช่คนธรรพ์ แต่เป็นเทวดางั้นเหรอ...อย่าบอกนะว่าที่เขาชอบค่อนขอดในใจมันเป็นเรื่องจริงอะ เทวดาที่คอยควบคุมโชคชะตาเขาคือตานั่นอะนะ 

  

แม่งเอ๊ยยย สนุกมากไหมที่ส่งเขาไปเสี่ยงตายแบบนั้น กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ มาต่อยกันเลยโว้ย!!! 

  

“ท่านปฤษนีเจ้าคะ” เสียงของบ่าวคนสนิทดังแว่วมาจากด้านหลัง วรดีกับมธุรากำลังเดินตรงมาทางเขาราวกับเมื่อครู่นี้ทั้งคู่ไม่ได้จากไปไหน 

  

“มองสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ” 

  

“เมื่อครู่พวกเจ้าไปที่ใดกันมา เหตุใดข้าจึงไม่เห็น” 

  

“...พวกข้าก็อยู่ตรงนี้ หาได้ไปที่ใดเลยหนาเจ้าคะ” นางกินรีเอียงคอมองเขาแบบงงๆ คิ้วเรียวของครุฑสาวข้างกายวรดีก็มุ่นเข้าหากันเล็กน้อย นางส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถามมายังเขา ทำเอาปฤษนีกะพริบตาถี่ด้วยความสับสน 

  

“แล้วเมื่อครู่พวกเจ้าเห็นผู้ใดนอกจากพวกเราอยู่แถวนี้หรือไม่” 

  

“ข้าไม่เห็นผู้ใดเลยเจ้าค่ะ” วรดีกล่าว มธุราเองก็พยักหน้ายืนยัน เมื่อได้ฟังเช่นนั้นปฤษนีก็ถอนหายใจดังเฮือก 

  

ถ้าภาษาชาวบ้านก็คงต้องบอกว่าเขาเจอดีเข้าแล้ว เทวดาอะไรทำตัวเหมือนผีเลยเนี่ย! 

  

“ท่านปฤษนีพบเจอผู้ใดหรือเจ้าคะ” 

  

“ไม่ ไม่ได้พบผู้ใดดอก ข้าถามไปอย่างนั้นเอง” เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างปลดปลงพลางหันไปเด็ดดอกแก้วที่ชูช่อบานสะพรั่งอยู่ใกล้มือมาใส่ตะกร้า 

  

พวกเขาใช้เวลากินลมชมวิวอยู่ที่ชายป่าครู่หนึ่ง กระทั่งแสงทินกรเริ่มอ่อนจาง ปฤษนีจึงชวนบ่าวทั้งสองเดินกลับเรือนเพื่อไปพบกับสามีซึ่งป่านนี้น่าจะกลับมาจากการทำงาน 

  

“ปฤษนี” เสียงทุ้มต่ำของท้าวครุฑาดังขึ้นในยามที่เขาเดินใกล้จะถึงเรือน ปฤษนีคลี่รอยยิ้มหวาน เร่งรุดเดินหน้าถือตะกร้าใส่อาหารเย็นของตนเข้าไปหาสามีอย่างมีความสุข 

  

“วันนี้ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยหรือไม่” 

  

“ไม่เหนื่อยเท่าใดนัก” ท่อนแขนกำยำข้างหนึ่งเลื่อนมาโอบเอวบางของภรรยารักโดยพลัน ศิมันตร์มองใบหน้างดงามของกินนรข้างกาย ริมฝีปากหยักคลี่ออกเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน 

  

“ไปที่ใดมาหรือ” 

  

“น้องไปเดินเล่นที่ชายป่า เก็บดอกไม้มาเป็นอาหารเย็นมากมายเลยเทียว” ปฤษนีชูตะกร้าบรรจุบุปผานานาพรรณขึ้นพลางเบียดตัวเข้าหาแผ่นอกกำยำที่ตนแสนจะหลงใหล 

  

“ท่านพี่กรำงานมาทั้งวัน คงจักหิวแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นเรากลับเรือนใหญ่กันเถิด” 

  

“ไปสิ” ศิมันตร์รับคำแลโอบเอวภรรยาให้เดินไปด้านหน้า มุ่งหน้ากลับสู่ที่พำนักท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงอ่อนจางที่ฉายฉานไปทั่วแดนครุฑ 

  

‘วางใจเถิด ต่อจากนี้จักไม่มีอุปสรรคใดมากล้ำกรายท่านอีก จงใช้โอกาสที่สองของท่านอย่างมีความสุข 

  

เสียงของเทวดาองค์นั้นพลันแวบกลับเข้ามาในความคิด ยามที่เรียวขายาวของกินนรหนุ่มกำลังก้าวเดินไปพร้อมกับสามี ดวงตากลมโตจึงชำเลืองมองใบหน้าคร้ามคมของครุฑาข้างกายเล็กน้อย ก่อนจะอิงแอบศีรษะลงพิงแผ่นอกกว้าง ริมฝีปากอิ่มโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางอย่างสุขใจ 

  

อืมมม ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนอะนะ แต่เวลาที่พวกหมอดูทักถึงอะไรที่เป็นเรื่องดีๆ เขาก็พร้อมจะเชื่อทั้งหมด อีกอย่าง ลางสังหรณ์แม่นๆ ของเขาก็เหมือนกำลังบ่งบอกว่าคำพูดของเทวดาองค์นั้นน่าจะเป็นความจริงเสียด้วย 

  

แพ็คเกจความซวยอันลิมิตจบลงแล้ว ต่อจากนี้เป็นโปรโมชั่นแฮปปี้ตลอดปีตลอดชาติ ตราบจนกว่าวันเวลาของเขาและตานกน้ำแข็งในโลกใบนี้จะหมดลง 

  

และจนกว่าจะถึงตอนนั้น ปฤษนีก็มั่นใจว่าพวกเขาทั้งคู่จะใช้เวลาทุกวินาทีได้คุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน 

  

  

[END] 

  

ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับนกหยั่ยและยัยเจี๊ยบตลอดสามเดือนที่ผ่านมานะคะ ขอบคุณทุกคนที่ให้การตอบรับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ขอบคุณสำหรับแฟนอาร์ตน่ารักๆทุกรูป แต่เรื่องราวของนกหยั่ยกับเจี๊ยบยังไม่จบลงแค่นี้น้า เพราะเรายังมีตอนพิเศษในเล่มอีกหลายตอนเลย มาลุ้นกับว่าเจี๊ยบจะมีวีรกรรมป่วนๆอะไรบ้าง จะเอาวัฒนาธรรมอะไรไปเผยแพร่ในแดนครุฑบ้าง แล้วไว้พบกันในฉบับรูปเล่มและอีบุ๊คนะคะ ถ้าทราบกำหนดตีพิมพ์เมื่อไหร่เราจะรีบมาอัพเดทเลยยยย 

  

จากนี้เราจะขอพักการอัพเดตนิยายราวๆ หนึ่งเดือน แล้วพบกันได้ใหม่ใน #ภพเธอ หลังงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เรื่องนี้ก็เป็นพีเรียดอีกแล้วค่ะ นายเอกของเราจะย้อนเวลากลับไปในสมัยอยุธยาตอนกลาง ถ้าใครสนใจติดตามสามารถกดเข้าชั้นรอกันไว้ได้ตามลิงค์นี้นะคะ https://www.readawrite.com/a/63160007ff93c0471e7ac38bfb3989ce 

  

ป.ล. เราจะไปแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ไบเทคบางนาด้วยนะคะ สามารถแวะมาพบปะเมาท์มอยเอาหนังสือมาให้เซ็นกันได้ และจะมีอีเวนท์เปิดตัวซีรีส์ #พี่เจตคนกลาง ด้วย มาพบน้องๆนักแสดงกันได้นะคะ ส่วนจะเป็นวันที่เท่าไหร่นั้นเราจะอัพเดทให้อีกครั้งในทวิตเตอร์ @ltbb_novels ค่ะ มาเจอกันเยอะๆน้าาา^^ 

  

 

ความคิดเห็น