ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่28 สาเหตุที่พลังของผมมองเขาเป็นอากาศ +++

ชื่อตอน : +++ บทที่28 สาเหตุที่พลังของผมมองเขาเป็นอากาศ +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2564 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่28 สาเหตุที่พลังของผมมองเขาเป็นอากาศ +++
แบบอักษร

 

 

บทที่28 

สาเหตุที่พลังของผมมองเขาเป็นอากาศ 

อัลฟ่าร่างสูงในชุดกาวน์ยื่นเอกสารรายละเอียดโปรเจคที่เขาพึ่งเสนอ ไปให้คนตัวเล็กได้อ่านทำความเข้าใจ ‘โปรเจคโอเมก้าควีน’ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาหาความเป็นไปได้ ในเรื่องของการควบคุมฟีโรโมนในเพศรองโอเมก้า โดยใช้ผู้ร่วมทดสอบเป็นโอเมก้าที่มีการตื่นของพลังพิเศษเป็นตัวแปรหลัก และตัวแปรรองเป็นอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตา และอัลฟ่าทั่วไป 

  

“ถ้าคุณดีแลนสนใจสามารถลงชื่อที่ท้ายเอกสารได้เลยนะครับ ส่วนเอกสารอีกแผ่นเป็นแบบฟอร์มยื่นเรื่องขอปลูกถ่ายอวัยวะเทียม” 

“โปรเจคใหม่นี้จะไม่เป็นอันตรายหรือสร้างปัญหาให้ผมภายหลังใช่ไหมครับหมอ” 

“ว่ากันตามตรงคุณอาจจะถูกทางสภามิวเททจับตาดูมากขึ้น เพราะเพียงแค่งานวิจัยเรื่องการตื่นของพลังที่เราทำกันก่อนหน้านี้ ทั้งผมและคุณก็ถูกจับตาดูมากเป็นพิเศษแล้วครับ โชคยังดีที่พวกเราอยู่ภายใต้การดูแลของคุณฮาแกน พวกนั้นเลยทำได้แค่จับตามอง ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายอะไร” 

“คงจะมีคนไม่ไว้ใจพวกเราใช่ไหมครับ แบบนี้จะเป็นการเพิ่มความลำบากใจให้คุณฮาแกนหรือเปล่า” 

“รายนั้นเองก็คงอยากจะรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณอยู่แล้วล่ะครับ แน่นอนว่าคงไม่ยอมให้ใครเข้ามาขัดขวางง่ายๆ หรอก” 

“เอาไว้ลองถามคุณฮาแกนอีกครั้งดีกว่าครับ เดี๋ยวอีกสักพักเขาก็คงมาที่นี่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่อยากด่วนตัดสินใจเพราะมันเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย” 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาว่ากันต่อเรื่องพลังของคุณดีกว่า คุณบอกว่าคุณสามารถมองเห็นพันเอกฮาแกนได้แล้วหรือครับ” 

“ครับ ตอนที่ไปดำน้ำดูซากเรือด้วยกันผมเห็นเขา แต่พอน้ำลดลงและผมได้กลิ่นเขาอีกครั้ง เขาก็หายไปครับ ผมพยายามเพ่งสมาธิเท่าไหร่ก็มองไม่เห็น” 

“ถ้าให้หมอลองวินิจฉัย หมอว่าน่าจะเกิดจากฟีโรโมนโดยมีน้ำเป็นตัวแปรนะครับ” 

“ฟีโรโมนกับน้ำหรือครับ?” 

  

ฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่ ออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกอยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้นในเผ่าพันธุ์เดียวกัน เดิมที่ฟีโรโมนนั้นเป็นสารระเหยที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มนุษย์ทั่วไปจึงไม่สามารถรับรู้ได้ 

ทว่าหลังจากการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ที่มนุษย์กลายเป็นมิวเทท อวัยวะที่ใช้รับฟีโรโมนของมนุษย์ ซึ่งก็คือ Vomeronasal organ ที่อยู่ในโพรงจมูกได้ถูกกระตุ้นหรือพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำให้พวกมิวเททสามารถรับรู้ถึงฟีโรโมนของกันและกันได้ เพียงแต่ฟีโรโมนนั้นไม่มีผลกับพวกเบต้า 

การที่ฟีโรโมนซึ่งเป็นสารระเหยถูกปิดกั้นด้วยน้ำ ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่า ทำให้ดีแลนไม่สามารถรับรู้ได้ถึงฟีโรโมนของพันเอกฮาแกน ทำให้พลังของดีแลนสามารถมองเห็นพันเอกได้โดยบังเอิญ ส่วนที่ว่าทำไมถึงมีแค่พันเอกฮาแกนคนเดียวที่ดีแลนมองไม่เห็น คำตอบก็คาดว่าเพราะพันเอกฮาแกนคือคู่แห่งโชคชะตาของเขา 

  

“ในทางการแพทย์ คนที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาจะมีความเข้ากันได้ของสารเคมีในสมอง ตรงจุดนี้อาจทำให้ร่างกายของคุณมองว่าคุณฮาแกนไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งที่เป็นอันตราย” 

“พลังของผมเลยมองคุณฮาแกนเป็นอากาศไปหรือครับ” 

“หึ...อย่างนั้นเองหรอ” 

  

เสียงทุ้มที่เจือปนด้วยความไม่พอใจดังมาจากข้างหลัง ทำให้โอเมก้าตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว กระแสลมอ่อนๆ พัดโชยเข้ามาในห้องเบาๆ พร้อมกับฟีโรโมนกลิ่นวู้ดดี้ที่ดีแลนคุ้นเคย ฮาแกนและไพธอนเดินมาทันฟังประเด็นสนทนาเมื่อครู่พอดี ถึงแม้ที่ไอ้หมอพูดมาจะดูมีเหตุผลที่สุด แต่ยังไงมันก็เป็นเพียงแค่สมมติฐานเท่านั้น คนตัวใหญ่นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เจ้าหัวไชเท้าที่ดูท่าทางลนลาน ส่วนไพธอนนั้นเดินไปนั่งที่เตียงตรวจ 

  

“ตะ...แต่ผมเริ่มมองเห็นคุณฮาแกนได้บ้างแล้ว รวมถึงรูปถ่ายด้วย รูปตอนคุณฮาแกนเป็นเด็กผมเห็นชัดเจนเลยครับ แต่พอเป็นรูปที่ถ่ายตอนโตผมมองเห็นแบบรางๆ” 

“มันใช่รูปที่น่ามองเห็นไหมล่ะนั่น” 

“ฮ่าๆๆๆ นั่นคงเป็นผลจากการฝึกฝนครับ เมื่อก่อนคุณมองไม่เห็นอะไรเลยแม้กระทั่งรูปถ่าย จากการวิเคราะห์ของหมอ หลักการทำงานของพลังคุณดีแลนคล้ายกับการทำงานของดวงตา” 

  

อวัยวะสำคัญในการมองเห็นอย่างดวงตา จะทำหน้าที่เปลี่ยนแสงให้กลายเป็นคลื่นไฟฟ้าและส่งไปที่สมอง ซึ่งจะแปลผลกลายเป็นภาพให้เรามองเห็น พอสมองของดีแลนรับรู้ว่านี่คือพันเอกฮาแกน จึงทำการลบภาพเขาออกไปจากสารบบ แต่ด้วยการได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และการฝึกฝนของตัวดีแลนเอง เลยน่าจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เริ่มมองเห็นพันเอกฮาแกนได้ 

ดีแลนพยักหน้าอย่างเข้าใจ เป็นไปได้ว่าจากนี้ถ้าหากเขาฝึกฝนให้มากขึ้น สักวันหนึ่งก็อาจจะมองเห็นคู่ชะตาของเขาได้โดยไม่ต้องพึ่งดวงตาเทียม แต่เขาคงรอให้ถึงตอนนั้นไม่ไหว และยิ่งรู้ว่าถึงปลูกถ่ายดวงตาเข้ามาแล้วพลังจะไม่หายไปด้วยแล้ว คนตัวเล็กจึงได้ก้มลงเซ็นเอกสารขอรับการปลูกถ่ายดวงตาเทียมในทันที ส่วนเอกสารโปรเจคโอเมก้าควีนถูกฮาแกนหยิบไปอ่านแล้ว 

  

“วิธีศึกษาวิจัยฟีโรโมนของมึงคือยังไง อธิบายให้กูฟังอย่างละเอียด” 

“อย่าทำเสียงเข้มสิคร้าบ วิธีวิจัยของผมก็ง่ายม๊ากมาก เริ่มจากการทำให้คุณดีแลนชินและจดจำฟีโรโมนดังกล่าวให้ได้ก่อน พอเริ่มจับทางได้ค่อยเริ่มทดลองกับตัวแปรอื่นๆ” 

“หมายความว่าคนของกูต้องฮีท?” 

“ครับผมอาจจะต้องใช้ยากระตุ้นฮีทกับคุณดีแลนติดต่อกันเป็นเวลานาน แน่นอนว่าไม่อันตราย แต่คุณดีแลนอาจจะเหนื่อยสักหน่อย ถ้าคุณฮาแกนไม่ว่าอะไรก็สามารถเริ่มโปรเจคได้ทันทีเลย” 

“ขอเวลาคุย5นาที” 

  

หมอออสตินพยักหน้าและลุกจากเก้าอี้ไปยืนอยู่ข้างร้อยเอกไพธอน เขาใช้นิ้วชี้ดันแว่นให้เข้าที่พลางส่งยิ้มหวานให้ร่างหนาที่นั่งอยู่บนเตียงตรวจ เบต้าหนุ่มยิ้มตอบและยื่นนิ้วกลางกลับมาให้อย่างสวยงาม ดีแลนใช้พลังลอบสังเกตอัลฟ่าและเบต้าสองคนที่แสร้งยืนกดวอชอยู่ตรงเตียงตรวจ ถึงท่าทีจะดูไม่สนใจแต่ในความคิดของทั้งคู่คือตั้งใจแอบฟังเป็นอย่างยิ่ง 

  

“เธอคิดว่ายังไง” 

  

ฮาแกนหันกลับมาหาคนตัวเล็กด้านข้างแล้วดึงมือบางมากุมไว้บนตัก สรรพนามเรียกที่เปลี่ยนไปทำให้อัลฟ่าและเบต้าด้านหลังหันมาสบตากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ และไหนจะมือที่กอบกุมกันไว้ไม่ยอมปล่อยนั้นอีก ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาพักร้อนแค่สองอาทิตย์จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของฮาแกนและโอเมก้าคนนี้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด 

  

“ผมอยากเข้าร่วมครับ เพียงแต่ไม่อยากให้คุณต้องวุ่นวายเพราะทางสภา” 

“ไม่ต้องห่วง เกี่ยวกับพลังหรือตัวเธออยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ ส่วนพวกสภาเดี๋ยวพี่จัดการเอง” 

“ขอบคุณนะครับ” 

  

หมอออสตินกลั้นยิ้มจนจมูกบาน ส่วนร้อยเอกไพธอนที่กดวอชนิ่งๆ ตอนนี้คือโวยวายในใจเป็นบ้าเป็นหลังไปแล้วกับคำว่า ‘พี่’ ของพันเอก ‘พี่หรอวะ พี่จริงดิ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ’ ดีแลนส่ายหัวเล็กน้อยกับทั้งสองคนและหันมาเซ็นเอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อย เป็นอันว่านับตั้งแต่นี้ต่อไปเขาตกลงและยินยอมเข้าร่วมโปรเจควิจัย ‘ฟีโรโมนควีน’ ของหมอออสติน 

ช่วงเวลาแห่งความทรมานและเหนื่อยยากของดีแลนเริ่มต้นในวันรุ่งขึ้น ห้องทดลองที่เคยใช้ฝึกการอ่านใจและการมองเห็นถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องควบคุมกลิ่นฟีโรโมนแบบสูงสุด ดีแลนในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มบนเตียงนุ่มกลางห้องนั้น ยากระตุ้นฮีทถูกฉีดเข้าไปครึ่งโดสเพื่อให้ร่างกายของคนตัวเล็กค่อยๆ ปรับตัว 

  

“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...” 

  

ความร้อนและความรู้สึกต้องการเข้าโจมตีดีแลนเป็นระลอก คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ความร้อนวูบวาบในตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเข้าสู่สภาวะฮีทอย่างสมบูรณ์แล้ว สมองก็เบลอไปหมดจนเกือบจะลืมไปว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ ยากระตุ้นอีกหนึ่งโดสถูกฉีดในสองชั่วโมงถัดมา ดีแลนดิ้นพล่านด้วยความทรมานที่เข้าจู่โจมร่างกาย เขาต้องการ เดี๋ยวนี้และตอนนี้ 

  

/คุณดีแลนต้องอดทนนะครับ ตั้งสติและจดจำฟีโรโมนตัวนี้ให้ได้ ทำให้มันสงบลง/ 

“มะ...ไม่ไหว...อื้อ...ผมต้องเอาออก” 

/อดทนไว้ก่อนนะครับ คุณต้องทำได้ คุณฮาแกนรออยู่ข้างนอกนะครับ/ 

  

โอเมก้าตัวเล็กเม้มปากก่อนจะกัดฟันแน่น ใช่คุณฮาแกนรอเขาอยู่ข้างนอก เขาต้องทำให้ได้ หมัดเล็กๆ ทุบลงกับฟูกหนานุ่มคล้ายจะระบายความอึดอัดที่กลางกายและท้องน้อย ดีแลนเริ่มตั้งสติและควบคุมการหายใจใหม่ พลางตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับฟีโรโมนที่ร่างกายกำลังปลดปล่อยมันออกมาราวกับเขื่อนแตก 

. 

. 

. 

ช่วงเวลาเดียวกันที่ประเทศเอเดน ในโกดังเก็บสินค้าใกล้กับท่าเรือ ปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งถูกมัดรวมกันอยู่ภายในคอนเทนเนอร์ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นห้องเย็นสำหรับแช่แข็ง ทั้งสองนั่งสั่นงันงกด้วยความหนาวท่ามกลางความมืด จนกระทั่งประตูของตู้ถูกเปิดออก ผู้ชายตัวสูงใหญ่สองคนเดินเข้ามาด้านใน 

  

“ชะ...ช่วย...ช่วยด้วย” 

“ปล่อยเรา...ไปเถอะ...ดะ...ได้โปรด” 

  

ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาสมทบสองคนก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งสองคนที่ถูกมัดอยู่นั้นจำได้ทันที เพราะชายคนนี้คือเจ้าหนี้ที่ตามตัวพวกเขาอยู่ ทั้งสองคนพยายามกระเถิบถอยหลังอัตโนมัติด้วยความหวั่นเกรง แต่ชายวัยกลางคนส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดชุดดำลากทั้งสองคนออกมาที่ส่วนหน้าตู้ใกล้กับประตู 

  

“กว่าจะตามตัวพวกแกมาได้นี้ลำบากหน้าดูเลยนะ” 

“กะ...แกต้องการอะไรอีก!!! พวกกูไม่มีเงินหรอกนะ!!!” 

“อ่า...เรื่องนั้นเห็นทีจะไม่จำเป็น พอดีมีคนอยากจะคุยกับพวกแกสักหน่อย ถ้ายอมให้ความร่วมมือเขาว่าจะใช้หนี้แทน” 

  

ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไรต่อ ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับหมุนสปินเนอร์ในมือเล่น ชายวัยกลางคนหลีกทางไปอยู่ที่อีกฝั่งของตู้ ผู้มาใหม่ใช้มืออีกข้างยกบุหรี่ขึ้นมาใกล้กับปาก บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นั้นจึงยกไฟแช็กขึ้นมาจุดให้ เขาสูดหายใจเอานิโคตินเข้าปอด ก่อนจะก้มตัวลงนั่งยองๆ ท่าทางผ่อนคลาย 

  

“เป็นไง หวังว่าคนของฉันจะให้การดูแลแกเป็นอย่างดีนะ” 

“ตะ...ต้องการอะไร” 

“น่าเบื่อจังเลยน้า...แกเป็นใคร...ต้องการอะไร...ทำแบบนี้ทำไม...ไม่ว่าใครก็ตามที่เจอหน้าฉันต้องถามคำถามนี้ตลอดเลย” 

“.....” 

  

น้ำเสียงและท่าทีสบายๆ ของชายคนนี้ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าขนลุกลดลงไปเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถูกมัดอยู่ไม่ยอมพูดอะไรตอบกลับมา มือเรียวอีกข้างจึงยกขึ้นกดวอช ภาพโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นมา ทำให้ชายและหญิงที่ถูกผูกติดกันอยู่หน้าซีดลงยิ่งกว่าเดิม 

  

“ไม่ได้อยากจะนอกเรื่องหรอกนะ แต่ช่วยบอกข้อมูลเด็กคนนี้หน่อยได้ไหม?” 

“ดะ...ดีแลน....มันตายไปแล้ว! ตายไปตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้ว!!!” 

“หือ...หมายความว่ายังไงตาย? รูปนี้พึ่งถ่ายได้ไม่ถึงเดือนเลยนะ?” 

“ฉะ...ฉันยืนยันได้...อ๊ากกกกกก” 

  

บุหรี่ในมือถูกจี้ลงที่เนื้อบริเวณคอ นิ้วเรียวขยับเคาะบุหรี่เล็กน้อยให้ขี้บุหรี่ตกลงไปบนตัวของแท่นเขี่ยบุหรี่จำเป็น แล้วยกมันขึ้นมาสูบต่ออีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะพ่นควันสีขาวใส่ใบหน้าที่เจือด้วยคราบน้ำตา ผู้หญิงที่ถูกผูกไว้ด้วยกันนั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมา จนเขาต้องเบี่ยงความสนใจมาทางเธอแทน สปินเนอร์ในมือถูกเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง 

  

“อื้อ...แต่คนที่ตายแล้วคงไม่ลุกขึ้นมาสมัครเรียนเตรียมทหารหรอกใช่ไหม ขอข้อมูลหน่อยสิ” 

  

ทั้งสองคนสะดุ้งอีกครั้ง พวกเขาไม่ได้เอะใจถึงมันเลย พอผลักมันตกเหวไปก็จัดการโอนทรัพย์สินของเอ็ดดี้ให้เป็นชื่อของพวกเขาเท่านั้น ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันยังมีชีวิตอยู่ เรื่องราวของดีแลนก่อนถูกผลักลงเหวที่อวาลอน ถูกบอกเล่าผ่านริมฝีปากที่เริ่มขึ้นสีคล้ำเพราะอากาศหนาว โดยที่ร่างสูงโปร่งนั้นยังคงนั่งยองสูบบุหรี่ฟังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนจนจบ บุหรี่ในมือของเขาก็หมดมวลพอดี 

  

“ขอบใจสำหรับข้อมูลนะ ช่วยได้มากเลยล่ะ” 

“พวกฉันบอกข้อมูลของมันไปหมดแล้ว ที่ว่าจะใช้หนี้ให้นี่พูดจริงใช่ไหม” 

“แน่นอน ฉันพูดคำไหนคำนั้นเสมอแหละ” 

  

มือใหญ่ๆ ยกขึ้นตบบ่าชายซึ่งถูกมัดอยู่ เขาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นและขี้บุหรี่ออกจากตัวแล้วเดินหันหลังออกจากตู้คอนเทนเนอร์ไป ก้าวออกไปได้ไม่นานเขาก็ยกนิ้วโป้งขึ้นลากผ่านคอของตัวเองสองครั้ง เป็นการส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่ยืนถือปืนเก็บเสียงรอคำสั่งอยู่ด้านข้างเข้าใจ 

  

“ไม่ได้ห่าอะไรสักอย่าง...น่ารำคาญจริงๆ” 

  

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

สปินเนอร์ Hand Spinner หรือ Fidget Spinner เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น และเด็กที่มีอาการออทิสติกด้วยการฝึกให้มีสมาธิดีขึ้น ทำให้เด็กๆ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการหมุนของเล่น อีกทั้งยังช่วยฝึกการใช้นิ้วมือ ประสาทสัมผัส ช่วยลดความเครียด และทำให้ผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ 

  

TALK with Poydswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

เจ้าคนร้ายก็เริ่มรุกใกล้เข้ามาแล้ว แอบเป็นห่วงน้องจังเลยค่ะ สารภาพว่าตอนเขียนก็มีแอบหวั่นไหวใจเต้นกับตัวร้ายคนนี้นิ๊ดหน่อย แต่!!! เขาเป็นคนร้ายนะ เราจะมาใจเต้นกับคนร้ายไม่ได้!!!! มุ้แงงงงงงงงง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว