ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 18.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 261

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2564 16:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 18.
แบบอักษร

Be Friend EP 18.       

 

  @มหาวิทยาลัย XP

   หลายวันมานี้ผมกับอชิแทบไม่ได้คุยกันเลย มันไม่ได้เข้ามาหามผมที่คอนโด ไม่ได้แอบมาหาผมหรือคุยกับตามซอกตึกหรือห้องน้ำ ทำตัวราวกับคนไม่รู้จักกัน

   ในใจผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีแล้ว แต่ลึกๆผมกลับคิดถึงคำพูดเพราะๆ คิดถึงสัมผัสของมันที่มันมอบให้ผมในคืนวันนั้น

  มันสุขสมและอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก...  

  ตอนนี้ความรักระหว่างผมกับจีนกำลังไปได้สวย จีนยังคงเป็นคนที่น่ารักสำหรับผมเสมอ แต่ถ้าถามความคืบหน้าว่าจะก้าวขึ้นไปเพื่อมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งผมตอบเลยว่ามันยังไม่ใกล้เคียงเอาซะเลย

   "เฮ้ออออ..."

   "เป็นเหี้ยอะไรของมึง กูเห็นมึงนั่งทำหน้าเป็นคนป่วยตั้งแต่มาและ" คิวถามขึ้นในขณะที่ผมกับมันนั่งอยู่ด้วยกัน

    "เปล่า กูกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะพาจีนไปเที่ยวไหนดีช่วงวันหยุดยาว" เป็นจริงอย่างที่พูดออกไป ถึงในตอนนี้ถึงผมกับจีนจะยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน แต่ผมอยากหาสิ่งอื่นมาเพื่อชดเชยและทำให้แฟนของผมรู้สึกมีความสุขในทุกช่วงเวลาที่เราคบกัน

   "อื้ม..."คิวตอบรับแต่แสดงสีหน้าแบบคนกำลังมีความสงสัยภายในใจ

  "...มึงแน่ใจดีแล้วใช่มั้ยที่คบกับจีน" แต่ไอ้ความสงสัยคงมีมากกว่าความเกรงใจ คิวจึงเอ่ยถามออกมา ทำให้คนอย่างนาทีชะงักตัวทันทีที่ได้ยิน

   ยิ่งช่วงนี้ผมสังเกตเห็นว่าคิวกับอชิ เริ่มกลับมาพูดคุยกันแล้วบ้างถึงจะยังไม่ค่อยปกติก็เถอะ แต่ดูเหมือนคิวจะเปิดใจและให้โอกาสแล้วมั้ง

   "น่ะ...แน่สิมึงถามแบบนี้หมายความว่าไง" ด้วยความที่เห็นว่าตอนนี้สองคนนั้นกำลังเริ่มคุยกัน ไอ้คนที่มีชะงักติดหลังอย่างผม ถึงกับต้องทะลึงตาเบิกกว้าง พร้อมกับถามออกไปเสียงตะกุกตักกัก

   แต่ยังดีที่ตอนนี้โต๊ะประจำของพวกเรามีเพียงแค่สองคน ไม่งั้นเพื่อนฉลาดๆอย่างไอ้เพ้นท์ต้องพลอยอยากรู้ไปด้วยแน่ๆ

  ถึงคำถามมันจะดูเรียบง่าย แต่มันกลับซ่อนความนัยไว้ในนั้นจริงๆ

  "มึงคงไม่อยากให้กูพูดทุกอย่างออกมาหรอกในตอนนี้" คิวหันมองทาง เพราะอีกไม่นานคาดว่าเพ้นท์จะต้องเดินเข้ามาแล้วแน่ๆ

   "มึงไปรู้อะไรมา!" ตอนนี้สติของผมเริ่มแตกกระจาย เหมือนความลับที่แอบซ่อนไว้เหมือนหลายปีก่อนกำลังจะกลับมา

   "กูไม่โกรธหรือรังเกียจมึงเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่กูแค่เป็นห่วงมึง เลยถามว่าสิ่งที่มึงกำลังทำอยู่มันถูกและมึงเองมีความสุขดีแล้วใช่มั้ย?" คิวพูดออกมาอย่างคนใจเย็น

   "มีสิ กูมีความสุขมาก"

   "อืม...งั้นหรอ แต่กูกลับมองคนละแบบวะ ถ้ามึงมีความสุขจริงแค่เรื่องว่าจะพาแฟนแบบจีนไปเที่ยวที่ไหน มึงคงไม่ต้องมานั่งทำหน้าอมทุกข์แบบนี้หรอก และอีกอย่างการวางแผนไปเที่ยวกับแฟนทั้งทีไม่ว่าจะเป็นที่ไหนยังไงมึงต้องดูมีความสุขสิ แต่สีหน้ามึงตอนนี้มันไม่ใช่ว่ะ"

   "..." น้ำลายในคอของผมรู้สึกแห้งจนเหนียวหนืดจะกลืนลงคอยังยากลำบาก คำพูดของคิวฉุกผมให้คิดตามในสิ่งที่มันพูด จนไม่สามารถอ้างปากเถียงออกไปได้

   จริงสินะ จะได้ไปเที่ยวกับแฟนทั้งที มันต้องดูมีความสุขสินะ

    แต่ทำไมในใจผมมันไม่รู้สึกลิงโลดที่จะได้ออกไปเที่ยวเลยสักนิด

    แม้แพลนนั้นจะเป็น ภูเขา ทะเล ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมชอบ แต่ทำไมถึงไม่ได้รู้สึกอยากไปเลยสักนิด...

    "กูไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของมึงหรอกนะ แต่ที่กูถามเพราะกูเห็นว่ามึงเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับและกูก็ไม่อยากให้เพื่อนดีๆของกูต้องมานั่งเสียใจทีหลัง"

    มันคงรู้เรื่องแล้วจริงๆสินะ

    แล้วมันรู้อะไรมาบ้างมากน้อยแค่ไหน?

    "มึงรู้มามากน้อยแค่ไหน" อยากรู้ก็ควรต้องถาม

    "ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน"

   เอื๊อก...

    เสียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พร้อมกับแสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอนนี้ผมไม่ได้กำลังรู้สึกรังเกียจตัวเองที่พลาดไปมีอะไรกับอชิ

   แต่ผมกำลังรู้สึกสับสนกับสิ่งที่คิวถามมากกว่า

   อาจเป็นเพราะภายในใจมันว้าวุ่นมาสักพักแล้วกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากถ้ายังไม่ได้รับสัมผัสอ่อนโยนในคืนนั้น ผมคงต้องตัดเพื่อนและไม่กล้าที่รับฟังต่อ เพื่อต้องการจะหลีกหนีความเป็นจริงอันแสนเจ็บปวดเมื่อสามปีก่อน

   ความจริงที่ไม่อาจพูดถึงมัน เพราะทุกครั้งที่นึกถึงมันพาลให้บาดลึกจนหัวใจมันบีบจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

   "...ไม่ว่ามึงจะทำอะไร คบกับใครกูไม่เคยอยากจะห้ามมึง แต่กูอยากให้มึงทำแล้วมีความสุขกับสิ่งที่มันเลือก"

   "..."

    "เวลามันเสียเปล่าไปทุกวันนะ" คิวเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับผมเสมอ มันเป็นคนชั่งสังเกต สุขุมใจเย็นแต่มันก็เป็นคนเข้าถึงยากพอสมควร

    ผมไม่รู้ว่าในใจตอนนี้คิวกำลังคิดอะไรอยู่บ้าง เพราะเพียงแค่สิ่งที่ได้ยินมันก็ทำให้ผมรู้สึกโล่งไปพอสมควรที่คิวมันไม่ได้รู้สึกรังเกียจกับเรื่องที่ผ่านมาของผม แถมยังมาพูดเตือนสติผมอีก

   "มึงพูดเหมือน..." ผมเว้นวรรคและชั่งใจอยู่สักครู่ ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปดีมั้ย

   "ใช่ มันชอบมึงนะ"

   "มันบอกให้มึงมากล่อมกูหรอ? กูกลับมันจบไปตั้งแต่คืนวันนั้นแล้ว ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว แล้วอีกอย่างมันก็มีแฟนแล้วด้วยมั้ง..." เสียงของผมแผ่วลงในประโยคหลัง พอได้พูดออกมารู้สึกจี้ดเข้าไปในใจจนเจ็บไปหมด

    "หึ!"

   "แล้วมึงดีกับมันแล้วหรอ?" ไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะในลำคอของเพื่อนอย่างคิว แต่เลือกถามความสงสัยในใจออกไป

    "ก็ไม่เชิง แต่พอมันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง กูเลยว่าจะเปิดใจคุยกับมันและกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แต่อย่างว่ามันก็ต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะกลับไปสนิทกัน"

     "นานหรือยัง?"

     "ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนมันแข่งรถชนะกู"

     "ห่ะ!"

     "ก็กูเสนอมันเองแหละจะว่าไป เพราะเอาจริงๆตัวกูเองก็อยากจะรู้เหตุผมจริงๆเหมือนกันที่มันทิ้งพวกกูไปและไม่ติดต่อมาเลย"

     "ถ้ามึงไม่ได้ติดค้างอะไรกับมันแล้ว ทำไมไม่ลองเปิดใจให้มันหน่อยหรอล่ะ เผื่อวันข้างหน้ามึงจะมีความสุขมากกว่านี้ แล้วอีกอย่างมันไม่ได้ให้กูมากล่อมมึง แต่กูแค่สงสารเห็นหน้าหมาหง่อยๆของมึงแล้วพากูเซงไปด้วย หึ"

    เกือบจะดีแล้วมั้ยล่ะ "ตีนเถอะ!"

    "หึหึ...กูเห็นนะ แอบมองมันตาละห้อยทุกวัน ไหนจะตอน..."

    "พอเลยไอ้สัส!" ผมไม่อยากฟังประโยคต่อไปที่มันจะพูดจริงๆ เพราะช่วงนี้อชิพอเลิกเรียนมันก็รีบเก็บของ ไปรับคนนั้นคนนี้ไปกินข้าว แทบทุกวันเปลี่ยนคู่ควงหยั่งกับเปลี่ยนรถที่ขับมา

    ถึงผมจะเคยเห็นคนที่มันพามามีแค่น้องมินนี่อะไรนั่น แต่ในเพจหนุ่มหล่อของมหา'ลัยก็มักจะมีรูปแอบถ่ายของมันเอามาลงทุกวันนแทบไม่ซ้ำหน้า

    ระวังติดโรคตายเถอะไอ้สัส!

   "ฮ่าๆ โน่นมันเดินหล่อมาแล้ว เข้าไปทักผัวเก่าหน่อยป่ะ" สัสเอ้ย ตอนแรกก็ดูเป็นห่วงอยู่หรอก แต่เอาเข้าจริงๆ เอากูมาล้อ หน้ากระโดดถีบขาคู่สักทีมั้ย หึ่ย!

   "ทำไมวันนี้มึงสองตัวมาด้วยกันได้ล่ะ" คิวหันไปถามเพื่อนอย่างเพ้นท์และอชิที่เดินเข้ามาพร้อมกัน

   "อ๋อ กูเจอมันที่คณะอักษร ตอนที่กูแวะไปน้ำกับขนมเค้กมา" เพ้นท์ชูแก้วน้ำกับขนมเค้กในมือขึ้น "มันไปส่งสาว"  เพ้นท์พูดต่อด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม

   แต่ในหูผมนี่วิ้งๆเลยพร้อมกับหัวใจกำลังบีบรัดหนึบๆ

    "เหอะ!" ผมหลุดเสียงออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าไม่สมอารมณ์

   "หึหึ!" จนคิวเห็นอาการของผมมันหัวเราะในลำคอออกมาอีกครั้ง

   "อ่ะ...กูซื้อมาให้"

   "ขอบใจ" ผมเอื้อมมือไปรับชาเขียวเย็นพร้อมกับขนมเค้กที่เพ้นท์ส่งมาให้

   หมับ!

   "อยากกิน" อชิเอื้อมมือมาคว้าแก้วชาเขียวในมือผม พร้อมกับจ่อหลอดใส่ปากดูดมันอย่างหน้าตาเฉย

   

   คิวที่รอบมองการกระทำของคนทั้งคู่ก็ต้องส่ายหัวไปมา ชอบกันขนาดนี้มั่วไปทำอะไรกันอยู่ อีกคนก็อยากจะประชด อีกคนก็ไม่ยอมรับหัวใจตัวเองสักที

   ถึงจะยังไม่เต็มร้อยกับอชิ แต่ด้วยสุดท้ายภายในใจเขาก็ยังอยากให้เพื่อนทั้งสองมีความสุขสักที เพราะที่ผ่านมาเท่าที่ได้ฟังทั้งสองก็ดูจะเจ็บปวดกันมาด้วยกันไม่น้อย

   จะห่วงก็แต่เพ้นท์...

   

    "มึงทำเชี่ยอะไรเนี่ย เอามากูจะกิน" ผมมุ่ยหน้าพร้อมกับสบถด่ามันออกมา และเอื้อมมือไปหมายจะหยิบแก้วชาเขียวคืน

    "อ่ะ" มันไม่ยอมปล่อยแก้ว แต่กลับส่งหลอดมาจ่ออยู่ที่บริเวณริมฝีปากอวบอิ่มของผม กลิ่นชาเขียวร้านประจำลอยขึ้นมาอย่างยั่วยวน

    "...ดูดสิไม่งั้นเปลี่ยนใจนะ"

    "แม่ง!" ผมสถบแต่ก็ทนกลิ่นหอมๆของชาเขียวไม่ไหว อ้างปากงับหลอดเข้าอย่างจัง พร้อมกับดูดขึ้นอย่างแรงจนสีของชาเขียวยุบลงไปเกือบครึ่งแก้ว

 

   "ถ้ามึงอยากกินทำไมเมื่อกี้ไม่ซื้อวะ" เพ้นท์มองการกระทำของอชิจนเกิดความพอใจขึ้นมา ถามออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งๆ

    "ก็เมื่อกี้ยังไม่อยาก แต่อยู่ๆตอนนี้มันอยากขึ้นมาซะดื้อๆ แบ่งนิดหน่อยไม่เห็นเป็นอะไรเลย เนาะมะ...เอ้ยยยนาที" อชิกลืนคำว่าเมียลงคอ และส่งสีหน้ายียวนมาให้ผม

   "..." ผมเลือกที่จะไม่ตอบไอ้คนกวนตีนออกไป นอกจากจะยังทำให้ไม่พอใจในหลายๆเรื่องและยังมาทำสีหน้าแบบนี้ใส่อีก

   เดี๋ยวมึงจะได้เห็นฤทธิ์ของไอ้นาทีคนนี้บอกเลย

    "เพ้นท์ พากูขึ้นเรียนหน่อยสิ " ผมพูดเสียงอ่อนพร้อมกับส่งถุงผ้าบรรจุชีทเรียนให้เพ้นท์ไป

   "อ้อน?" เหมือนเพื่อนตัวดีจะจับความดื้อของผมได้ แต่ไม่วายยกยิ้มแล้วเอื้อมมือมาหยิบถุงผ้าจากมือผมไป

   ผมไม่รู้ว่าเลือกวิธีนี้จะพอทำอชิมันหัวเสียได้บ้างหรือเปล่า แต่ถ้าได้ลองก็คงจะไม่เสียหายอะไร

   ในหัวฉุกคิดถึงคำว่าชอบจากปากของเพื่อนอย่างคิวที่คุยกันเมื่อคู่นั้นแหละ ขอลองดูคำว่าชอบของมันหน่อยแล้วกัน...

    "ป่ะ ขึ้นเรียนกัน" เพ้นท์ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกินเหมือนกับคนที่เตรียมกันมาอย่างดิบดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง พร้อมทั้งยกมือขึ้นวาดวงแขนโอบหัวไหล่เดินมุ่งหน้าไปยังตึกเรียนอย่างคนอารมณ์ดี

   จากตอนแรกที่เพ้นท์รู้สึกไม่พอใจอชิตอนนี้หายเป็นปลิดทิ้ง...

 

 

.......................

ความคิดเห็น