email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สังคมผู้วิเศษ

ชื่อตอน : สังคมผู้วิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2564 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สังคมผู้วิเศษ
แบบอักษร

คำเตือนก่อนเข้าเนื้อเรื่อง 

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ถูกแต่งขึ้นโดยจินตนาการของไรท์ล้วนๆ เพราะไรท์ไม่รู้ว่าในมาเวลนั้นสังคมของพวกจอมเวทมันเป็นเช่นไร อาจมีเอาจากหนังหรือการ์ตูนเรื่องอื่นมาใส่บ้าง แต่เนื้อหาในตอนนี้นั้นไม่มีการอ้างอิงจากมาเวลแต่อย่างใดยกเว้นตัวละคร ดังนั้นอย่าด่า เพราะไรท์ไม่รู้จริงๆ ในคอมมิคมันไม่ค่อยบอกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่(มั้งนะ?) 

. 

. 

. 

ภายในถํ้าค้างคาว สถานที่ลับของมหาจอมเวทค้างคาวผู้เป็นจอมเวมที่กล้าแกร่งเป็นอันดับต้นๆของโลก ตอนนี้กลางลานโล่งๆของถํ้าได้มีร่างของเด็กสาวสองคนกำลังฝึกรวบรวมพลังเวทในอากาศตามวิธีของผู้เป็นอาจารย์อยู่ 

'พลังเวทในถํ้าค้างคาวตอนนี้หลังจากที่เราไปหาวัตถุโบราณมามาก ที่นี้คงมีพลังเวทหนาแน่นเท่าโบราณสถานของเทพหรือมิติของเจ้าดอมัมมูแล้ว' 

จอมเวทแห่งรัตติกาลในชุดสูทสีดำได้เดินลงมายังถํ้าของตนพรางมองไปยังลูกศิษย์ทั้งสองของตนด้วยรอยยิ้มก่อนจะสัมผัสพลังเวทในอากาศ 

ศาสตร์เวทโดยทั่วไปนั้นมักจะพึ่งพาพลังจากภายนอกรวมถึงวัตถุทางเวทย์ต่างๆ น้อยนักที่จะฝึกหรือรวบรวมพลังเวทเข้ามาในร่าง ตลอดชีวิตจอมเวทในโลกใบนี้นั้น นอกจากจอมเวทสูงสุดอย่างยัยแก่แอนเชี่ยนวันกับเจ้าจอมเวทวิปริตอย่างเมลทอสที่มีแนวคิดจากการเป็นผู้กลับชาติมาเกิดแล้วนั้น  

เขายังไม่เคยเห็นใครฝึกพลังเวทในร่างเลย ขนาดในอนาคตที่เหล่าจอมเวทมากมายไปเป็นฮีโร่หรือวายร้ายส่วนมากก็ทำเพียงแค่ใช้พลังเวทเริ่มแรกที่มากกว่าผู้อื่น ไม่ก็ใช้ประโยชน์จากของวิเศษหรือมิติพิเศษทั้งนั้น  

จอมเวทธรรมดาแบบเขาเห็นทีจะมีเพียงแค่เจ้าหนูสตีเฟ่นที่เข้าเค้าของคำว่าจอมเวทธรรมดามากที่สุด  

ซึ่งเอาจริงๆมันก็ควรเป็นเช่นนั้นเพราะการฝึกฝนพลังเวทในร่างแบบที่เขาทำนั้นคือการเอาแนวคิดของการฝึกฝนเซียนจากความเชื่อของจีนมาใช้ ส่วนการฝึกฝนเวทมนต์ปกตินั้นเป็นการเชื่อมต่อกับธรรมชาติในการหยิบยืมพลังเวทมาใช้ 

ไม่แปลกเลยที่คนที่ฝึกพลังเวทในกายจะน้อยนัก เพราะที่แดนมังกรนั้นแถบไม่มีจอมเวทเลยมีแต่พวกจอมยุทธ ต่อให้จอมเวทที่นั้นออกมาจากมาตุภูมิของตน ก็มีหรือที่จะมอบความรู้อันทรงคุณค่าให้แก่ผู้อื่นที่ไม่มีแม้แต่สายเลือดของคนในชาติตนเอง 

"เอาล่ะ เด็กๆหยุดฝึกกันก่อน อัลเฟรด!" 

[ครับ คุณหนู] 

เสียงพ่อบ้านเอไอประจำตระกูล ดังขึ้นทั่วถํ้าค้างคาวก่อนจะมีร่างของหุ่นยนต์แอนดรอยพ่อบ้านเดินออกมาพร้อมรถเข็นอาหารหรูมากมาย 

โดยตัวหุ่นแอนดรอยนั้นหากไม่บอกว่ามันคือหุ่นยนต์ก็คงไม่มีใครรู้ว่ามันไม่ใช่มนุษย์ มันถูกสร้างขึ้นจากความรู้ของอัจฉริยะด้านแอนดรอยจากโลกที่มีชื่อว่าNanoList ภายใต้รูปลักษณ์ของชายที่เปรียบเสมือนพ่อของเขา 

อัลเฟรด... 

แม้จะเป็นเพียงแค่อัลกอริทึมจากโปรแกรมของเขาแต่ในความรู้สึกของเขานั้นมันไม่ต่างกับเขาได้ชายที่ไม่ต่างกับบิดามาอีกครั้งหลังจากที่อีกฝ่ายเสียชีวิตไปนาน แม้จะรู้ว่าไม่ใช่ตัวจริงแต่สำหรับเขาที่ไม่ต่างกับเด็กกำพร้าต้องอยู่คนเดียวในโลกใบใหม่นี้มันก็คงช่วยไม่ได้ 

ตอนนี้อัลเฟรด ไม่ต่างจากจาวิสของเจ้าหนูโทนี่ พ่อบ้านเอไอของเขานั้นได้ควบคุมทุกอย่างภายในถํ้าค้างคาวแห่งนี้พร้อมควบคุมหุ่นแอนดรอยอัลเฟรดจำนวนมากที่คอยดูแลงานส่วนต่างๆของถํ้า 

และถ้าใครคิดจะแหกเอไอพ่อบ้านของเขาละก็คงต้องไปฝึกอีกร้อยปี ระบบป้องกันของเขานั้นใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบและยังมีพลังวิเศษจากเวทมนตร์คอยปกป้องอีกชั้นหนึ่งแม้แต่อัลตรอน แอนดรอยที่เจ้าหนูเกราะเหล็ก เจ้าหนูยักษ์เขียวกับเจ้าหนูมดก็ไม่มีทางเจาะเข้า 

"มากินข้าวก่อนเร็ว" 

บรูซ เวย์นจอมเวทแห่งรัตติกาล ตัวตนแสนทรงอำนาจแห่งโลกผู้วิเศษ ผู้ใช้เวลาตลอดช่วงชีวิตที่สร้างทุกสิ่งของตนให้กลับคืนมาพร้อมแอบไปหาวัตถุโบราณรวมถึงของวิเศษต่างๆจนสร้างชื่อเสียงของตนในฐานะผู้ครอบครองทรัพย์สินในโลกผู้วิเศษที่มากที่สุดในโลกกำลังกวักมือเรียกสองลูกศิษย์สาวของตนประหนึ่งคุณลุงใจดีที่กำลังเรียกหลานสาวของตนมากินข้าว 

"ค่าา" 

หนูน้อยผมสีแดงเพลิงรีบวิ่งมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่ากินข้าว เพราะอาหารที่ถูกนำมานั้นมีแต่อาหารฝีมือจอมเวทค้างคาวซึ่งมันอร่อยกว่าอาหารของพวกภัตคารที่มีดาวมิชลินสตาร์ถึงสามดาวซะอีก 

เพราะเขานั้นมีงานอดิเรกที่ชอบทำมาตั้งแตาอยู่ในโลกนี้ก็คือทำอาหาร ประสบการณ์ทำอาหารมากมายจากการตะเวนไปทั่วสหรัฐและการติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศนั้นไม่ใช่น้อยๆ วัตถุดิบที่เขาใช้ก็เป็นของที่เยี่ยมที่สุด 

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยหากลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองนั้นถูกใจอาหารฝีมือจอมเวทวัยกลางคนย่างวัยชราผู้นี้ 

ทันทีที่เหล่าสำนักค้างคาวทั้งสามทานอาหารเสร็จ บรูซก็เริ่มเปิดปากพูด 

"เอาล่ะ พรุ่งนี้อาจารย์จะพาพวกเธอไปที่ตลาดของเหล่าผู้วิเศษใต้เมืองซาเลมกัน" 

ทันทีที่เอ็มม่าได้ยินก็ทำหน้าสงสัยปนกลัวๆออกมา 

สงสัยที่อาจารย์ของเธอจะพาไปซื้ออะไร ทั้งๆที่ในถํ้าแห่งนี้นั้นก็มีของวิเศษรวมถึงทุกสิ่งที่ในโลกผู้วิเศษมีขายอยู่แล้ว ถึงเธอจะได้ยินอาจารย์หน้าเด็กคนนี้ชอบบ่นว่าของวิเศษรวมถึงวัตถุโบราณพวกนี้มันเป็นของเกรดตํ่าทั้งๆที่พอเธอไปหาข้อมูลจากห้องสมุดของอาจารย์ของทั้งหมดในถํ้านับเป็นของชั้นยอดและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจและมนต์ขลัง(พอดีเฮียแกเล่นเอาดวงตาแห่งอาร์กาโมโต้กับสมบัติวีรชนเป็นที่ตั้งนะหนู เฮียแกเลยบอกของมันกาก) 

กลัวที่เมืองซาเลมนั้นเรียกได้ว่าอยู่ใกล้เมืองบอสตันซึ่งเป็นเมืองเกิดของเธอ จนครอบครัว ไม่สิ พ่อยอดแย่ของเธออาจพบตัวเธอให้กลับไปสืบทอดธุรกิจของตระกูลได้ ต่อให้อาจารย์ของเธอจะเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าพ่อของเธอไม่รู้กี่เท่าและต่อให้เป็นจอมเวทหรือมิวแทนต์ แต่เขาก็ยังถูกกฎหมายเอาผิดได้อยู่ดี 

การที่เขาให้เธอมาอาศัยอยู่ด้วยโดยผู้ปกครองของเธอไม่รับรู้มันก็สามารถเอาผิดด้านกฎหมายที่ว่าเขาลักพาตัวเธอมาได้ เธอไม่เหมือนหนูน้อยจีนเกรย์ ที่ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่เขาเสนอทางเลือกให้พวกเธอจนอาจารย์ผู้ลึกลับของเธอนั้นสามารถเดินเรื่องรับหนูน้อยเป็นลูกบุญธรรมได้ 

เพราะเรื่องที่เกิดนั้นทางตำรวจได้ทำการปิดคดีว่ามีแก็สรั่วไหลในบริเวณนั้นก่อนที่ตัวของจีนจะถูกส่งเข้าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและอาจารย์ของพวกเธอไปรับเด็กน้อยมาเป็นลูกบุญธรรมได้ 

เธอนั้นมากสุดก็ทำได้แค่เอกสารปลอมเพื่อปกปิดตัวตน และพยายามปลอมตัวให้ต่างจากเดิมเช่นการย้อมสีผมมาเป็นสีบรอนซ์ทองหรือการเปลี่ยนบุคลิกภาพเท่านั้น หากแต่หน้าตานั้นอาจารย์ของเธอไม่ได้ศึกษาเวทพวกนี้มากพอจะใช้กับผู้อื่นได้และเธอที่ทำได้แค่ใช้เวทพื้นฐานกับพลังจิตเล็กๆน้อยไม่มีทางที่จะทำได้ 

ดังนั้นหากพ่อของเธอเห็นหน้าเธอแม้เขาจะไม่ค่อยสนใจพวกเธอที่เป็นลูกเท่าไหร่ แต่ถ้าเขาเห็นหน้าเธอละก็เขาจำเธอได้แน่! 

และบรูซก็อ่านสีหน้าของเอ็มม่าลูกศิษย์สาวตัวน้อยออก ทำให้เขาพูดตอบเธอทันที 

"ไม่ต้องห่วง เส้นทางเข้าโลกของสังคมผู้วิเศษนั้นไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่มนุษย์ปกติชอบผ่านหรอก ส่วนที่ว่าไปทำไมอาจารย์แค่อยากให้พวกเธอไปเปิดหูเปิดตาบ้างเท่านั้นเอง แถมอาจารย์มีของที่ต้องไปซื้อด้วย" 

ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่อาจารย์พูดเอ็มม่าก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นมาก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของอาจารย์หน้าเด็กของตน แต่มันก็ทำให้เธอต้องมองตาค้างทีเดียว ใบหน้างามของอาจารย์ผู้ลึกลับนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ จนเธอ ไม่สิ ไม่ใช่แค่เธอศิษย์ผู้น้องของเธอก็ด้วย 

ทั้งสองนั้นหน้าแดงกํ่า เพราะใบหน้าของอาจารย์นั้นนอกจากจะงดงามจนผู้หญิงเช่นพวกเธอต้องเอ่ยชมแล้วยังต้องใจเต้นอีกด้วย ดังนั้นแค่เพียงรอยยิ้มบ้างๆก็มากพอที่จะทำให้จิตใจของสาวน้อยสองคนที่พึ่งผ่านประสบการณ์แสนโหดร้ายมาต้องใจหวั่นไหว 

โดยเฉพาะกับหนูน้อยจีนที่ถึงแม้จิตใจจะได้รับการเยียวยาจนไม่ต่างกับเด็กปกติแล้วนั้น แต่ความว่างเปล่าที่ไร้ครอบครัวนั้นไม่อาจรักษาได้ อาจารย์หนุ่มผู้นี้จึงไม่ต่างกับเสาหลักเดียวที่คํ้าจุนจิตใจของสาวน้อยเช่นเธอ 

"เป็นอะไรไปเป็นหวัดเหรอหน้าแดงเชียว" 

บรูซ เวย์นผู้เป็นชายหนุ่มผ่านโลกมามากจนไม่ต่างกับตาเฒ่าผู้หนึ่งนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เขาค่อนข้างแย่เล็กน้อยคือเขานั้นเป็นพวกซื่อบื้อเรื่องผู้หญิงรวมถึงความรู้สึกต่างๆด้วย นั้นทำให้เมื่อเขาเห็นใบหน้าแดงของลูกศิษย์ทั้งสองนั้นทำได้แค่ทำหน้าเป็าเป็นห่วงพร้องส่งสายตาอันอ่อนโยนมาให้ลูกศิษย์ทั้งสอง จนทั้งสองนั้นคิดพร้อมใจกันว่า.. 

อาจารย์ขา หยุดทำท่าทางแบบนั้นให้พวกหนูใจหวั่นไหวสักทีเถอะค่าา... 

โดยสุดท้ายแล้วนั้นบรูซนั้นก็ทำการมอบยาเวทมนตร์ไปให้ลูกศิษย์คนละเม็ดเผื่อว่าทั้งสองนั้นจะป่วย 

. 

. 

. 

เย็นวันรุ่งขึ้น ณ ตรอกแห่งหนึ่งในเมืองซาเลม 

บรรยากาศรอบสถานที่แห่งนี้นั้นเรียกว่าดูวังเวงและอันตรายเล็กน้อย เพราะเป็นเขตสลัมของเมืองที่คนปกติไม่ค่อยสนใจและผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยที่นี้นั้นก็คือพวกไร้บ้านกับพวกผิดกฎหมายเสียส่วนใหญ่ โชคดีด้วยเวทโลกกระจกของจอมเวทค้างคาวนั้น 

ทำให้ร่างของชายหนุ่มน่าสวยและเด็กสาวสองคนไม่ถูกพเจอโดยใครทั้งสิ้น ร่างของทั้งสามนั้ออกมาจากโลกกระจกพร้อมเดินเข้าไปยังตรอกซึ่งเป็นทางเชื่อมไปโลกของสังคมผู้วิเศษซึ่งคนธรรมดาไม่มีวันเข้าไปได้หากไม่มีพลังเวทอยู่ในตัว 

สังคมผู้วิเศษนั้น มันคือการรวมตัวของเหล่าผู้วิเศษในอดีตตั้งแต่สมัยของพ่อมดเมอร์ลินแห่งคาเมล็อต เหล่าผู้วิเศษผู้แกร่งกล้าได้รวบรวมวัตถุเวทมากมายมาสร้างเป็นมิติพิเศษให้แก่ผู้วิเศษในถิ่นของตนเองเพื่อง่ายแก่การพบปะของผู้วิเศษโดยไม่ต้องแคร์สายตาขอมนุษย์ทั่วไป  

ยิ่งกับช่วงล่าแม่มด มิติของสังคมผู้วิเศษนั้นไม่ต่างกับที่ซ่อนตัวชั้นดีของเหล่าผู้วิเศษ น่าเสียดายเหล่าจอมเวทในยุคนั้นบ้างคนที่ไม่รู้ถึงตัวตนของสังคมผู้วิเศษเพราะอาจพึ่งปลุกพลังเวทในตัวได้ ไม่ก็เป็นพวกมิวแทนต์ทำให้โดนเหล่ามนุษย์จับไปประหารจากความหวาดกลัวต่อคนที่แปลกแยกและความโกรธแค้นที่ไร้มูลเหตุจากความเชื่อผิดๆ 

แต่ในยุคนี้สังคมผู้วิเศษแต่ละถิ่นนั้นไม่แตกต่างกับเมืองๆหนึ่งเลยแม้แต่น้อย มีผู้แทนเป็นเจ้าเมืองและเหล่าตระกูลมากมายที่สืบเชื้อสายจอมเวทมาแต่โบราณกล่าวขานว่าตัวเองเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์คอยชูหางตนเองเหนือผู้อื่น โชคดีที่สังคมผู้วิเศษในสหรัฐนั้นแต่ละถิ่นมีแค่ผู้ว่าคอยดูแลความสงบสุขเรียบร้อยเท่านั้น  

แต่หากเป็นที่ราชอาณาจักรละก็ที่นั้นไม่ต่างกับการปกครองของขุนนางในอดีต สายเลือดจะเป็นตัวบ่งบอกสถานะของผู้วิเศษคนนั้นมาก ตระกูลเลือดบริสุทธิ์เปรียบเสมือนขุนนาง สร้างสภาสูงเพื่อตัดสินใจสิ่งต่างๆในสังคมผู้วิเศษของตน 

ช่างเป็นระบอบการปกครองที่ล้าหลังและไม่น่าอภิรมย์เสียเลย เอาเถอะต่างที่ก็ต่างแนวคิด และความจริงจอมเวทค้างคาวผู้นี้นั้นก็ไม่แคร์อยู่แล้วว่าสังคมผู้วิเศษแต่ละที่จะเป็นเช่นไร 

เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่ทุกคนให่การยอมรับไม่ว่าจะสิ่งใดนั้นก็คือความแข็งแกร่ง ตัวเขาที่เป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกนั้นไม่จำเป็นเลยที่จะต้องสนความคิดของผู้วิเศษคนอื่น 

ความรู้ในหัวของเขามากพอจะทำให้ผู้วิเศษคนหนึ่งเป็นบ้าตาย... 

ความแข็งแกร่งของเขานั้นมากพอจะฆ่าผู้วิเศษคนใดก็ได้ไม่ต่างจากผักปลา หากมันผู้นั้นไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่าเหล่าจอมเวทสิบอันดับแรกๆของโลกที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นสิบราชามนตราซึ่งเขาก็จัดได้ว่าอยู่ในตำแหน่งนั้น แน่นอนว่าแอนเชี่ยนวันก็ถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งนี้ด้วย 

'ว่าแต่ไอตำแหน่งนี้คนที่ตั้งมันขึ้นคงไม่ได้เป็นผู้กลับชาติมาเกิดหรอกนะ?' 

จอมเวทรัตติกาลได้คิดภายในหัวเกี่ยวกับตำแหน่งของตนอย่างนึกตลก เพราะถึงจะเป็นแบบที่เขาคิดจริงๆ อีกฝ่ายก็คงตายไปแล้วเพราะตำแหน่งนี้มันถูกใช้ตั้งแต่ยุคของเมอร์ลินแห่งบริเทน 

"อาจารย์นี้เหรอสังคมผู้วิเศษ? ดูธรรมดายังไงไม่รู้" 

เอ็มม่าพูดด้วยนํ้าเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อย เพราะนอกจากอาคารบ้างเรือนที่ดูเก่าแก่กับผู้คนที่ใส่ชุดจอมเวทหรือชุดโบราณแล้วนั้นมันไม่ได้ดูน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเลย มันเหมือนงานแฟนซีซะมากกว่า 

"ที่นี้คือสังคมผู้วิเศษของอเมริกา มันเป็นสังคมที่ดูปกติที่สุดของโลกผู้วิเศษ ช่วยไม่ได้ที่มันจะไม่ต่างกับสังคมของมนุษย์ธรรมดาแต่หากพวกเธออยากเห็นสังคมผู้วิเศษแบบในนิทานละก็ว่างๆเดี๋ยวอาจารย์พาไปสังคมผู้วิเศษของอังกฤษละกันนะ" 

ทันทีที่พูดจบจอมเวทรัตติกาลก็พาลูกศิษย์ทั้งสองนั้นเดินเที่ยมชมสังคมแห่งนี้ พรางซื้อวัตถุเวทรวมถึงหนังสือและคัมภีร์เวทที่น่าสนใจ 

การเดินช็อปในตลาดผู้วิเศษก็นับเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาค่อนข้างชอบ น่าเสียดายที่อเมริกานั้นมีของขายน้อยไปหน่อย ไม่เหมือนประเทศอื่นที่พอมีสินค้าขึ้นชื่อมากมาย 

ยังดีที่อเมริกานั้นมีสิ่งวิเศษที่ถูกรวบรวมมาจากทุกมุมโลกทำให้ถึงของขายจะดูธรรมดาแต่ก็สามารถหาสินค้าจากนานาประเทศได้  

โดยวันนี้ทั้งวันเขาได้วัตถุดิบไปปรุงยาหรือสร้างอุปกรณ์วิเศษเพียบเลย 

'ว่าแต่เราจะสร้างไม้กายสิทธิ์ให้ทั้งสองคนเรียนเวทคาถาของพวกแม่มดแบบที่อังกฤษดีไหมนะ เวทมนตร์พวกนั้นค่อนค้างน่าสนใจซะด้วยสิ' 

. 

. 

. 

+++ 

ตอนนี้สบายๆ ผ่อนคลาย นํ้าเน้นๆ พอดีไรท์อยากพักหลังสอบเสร็จ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว