email-icon

สอบถามเรื่องนิยายหรือพูดคุยกับนักเขียนฝึกหัด : Euglanaforfiction@gmail.com ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจนะคะ ผู้เขียนสัญญาว่าจะพัฒนาผลงานของตัวเองเรื่อย ๆ ค่ะ

ดวงใจอคิราห์ ๘

ชื่อตอน : ดวงใจอคิราห์ ๘

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดวงใจอคิราห์ ๘
แบบอักษร

ความเศร้าที่แบกรับในเมื่อกี้มลายหายเป็นปลิดทิ้ง บัดนี้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำราวจะทะลุออกมาให้ได้ ใบหน้าจิ้มลิ้มเห่อร้อนแถมยังขึ้นสีจากความเขินอาย มือเรียวยกขึ้นทาบอกก่อนจะเลื่อนไปปิดหน้าของตนไว้

“ฮือ…ตะวันคนบ้า” สองเท้ารีบวิ่งกระโดดขึ้นโซฟา เกลือกกลิ้งไปมาจนตัวตกกระทบพื้นดังตุ๊บ!

 

ก็อก! ก็อก! เสียงเคาะประตูหน้าห้องรอไม่นานก็เปิดออก ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มตอนนี้เปิดประตูออกมาหาตามด้วยการยิ้มจนเห็นฟัน

“พร้อมยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถาม สองสามวันที่ผ่านมาตั้งแต่ได้ยินคำพูดของอคิราห์ในวันนั้นทุกวันนี้ฟ้าโปรดมักใจเต้นอยู่เสมอยามใกล้คนร่างหนา

“พร้อมมากกก” คนตอบลากเสียงยาว ปัจจุบันฟ้าโปรดมีหมวกกันน็อกประจำตัวที่อคิราห์ซื้อมาให้เพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกันโดยอ้างว่าประหยัดค่าเดินทางแถมยังชักแม่น้ำทั้งห้าให้ฟ้าโปรดฟังจนสำเร็จ “แต่ตะวันแวะร้านแซนด์วิชข้างเซเว่นให้หน่อยนะ” ทานอาหารเช้าเสร็จตอนแปดโมงกว่าและตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งกว่าจะเลิกเรียนอีกทีก็เที่ยงแถมเป็นคาบอาจารย์วิลัยอีกรายนี้น่ะปล่อยเลทเป็นครึ่งชั่วโมง ซื้อแซนด์วิชตุนไว้กันหิวถือว่าเป็นแผนสำรองที่ดี

“อืม” ได้คำตอบเป็นการผงกหัว ฟ้าโปรดไม่รออีกคนพล่ามต่อเขายักคิ้วให้ทีหนึ่งก่อนจะปิดประตูแล้วเดินผ่านหน้าอคิราห์ไป

“คนขับรถรีบตามมาซี่~” ไม่วายจะแซ็วและกวักมือเรียก

“แสบ”

 

“สวัสดีทุกคนจำเราได้อยู่รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรูปร่างราวกับนางแบบเคยมีดีกรีเป็นถึงดรัมเมเยอร์สามปีซ้อนตอนอยู่โรงเรียนเดิม ยูริ สาวลูกครึ่งไทยไต้หวันกล่าวทักทายชายรุ่นราวคราวเดียวกันขณะพวกเขากำลังนั่งเล่นหมากฮอสรอเพื่อนอีกคนอย่างอคิราห์ที่โต๊ะประจำ

“โห่ ใครจะจำเธอไม่ได้ล่ะยูริหัวหน้าห้องเก่าเลยนะ ฮ่า ๆ” จัมพ์ทักทายตอบ

“เรานั่งได้ไหม”

“อาฮะ เชิญ ๆ” ครั้นได้คำตอบเธอยกยิ้มขอบคุณให้จัมพ์ก่อนจะหันไปยิ้มให้ครามและฟิล์มเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยม

“เป็นไงบ้างวิศวะหนักไหม”

“ไม่หนักหรอก แค่อยากลาออก” ครามตอบแทนส่วนคนฟังหัวเราะเบา ๆ

“ครามอย่าขี้เกียจเหมือนตอนมัธยมสิ เดี๋ยวจันทร์เจ้าไม่รักนะ”

“ยูริรู้หรอ”

“อื้อ เราเห็นครามไปรับจันทร์เจ้าที่คณะบ่อย ๆ”

“โห เก่งไปละยูริ ไอ้ครามแม่งซ่อนความสัมพันธ์เป็นความลับสุด ๆ แล้วนะ”

“จัมพ์ก็พูดเวอร์ไปแล้ว”

“ไม่เวอร์หรอก เธอเก่งจะตายไปเป็นหัวหน้าห้องสามปีซ้อนแถมยังสอบติดแพทย์มอนี้ด้วยทั้ง ๆ ใครต่อใครก็รู้มอนี้เป็นมอเอกชนแห่งเดียวที่เปิดคณะแพทย์แถมเข้ายากมากซึ่งคนที่สอบเข้าได้ต้องหัวกะทิสุด ๆ” อย่างที่จัมพ์ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้แม้เป็นเอกชนแต่ทว่ากลับมีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ คณะแพทยศาสตร์แถมยังได้รับการรองรับจากแพทยสภา ไม่ว่าใครก็ตามที่หวังอยากเรียนที่นี่ล้วนแต่ต้องสอบแข่งขันไม่ว่าจะเป็นข้อสอบวิชาเฉพาะแพทย์ของ กสพท แล้วยังต้องสอบวิชาเฉพาะแพทย์ของมหาวิทยาลัยอีกด้วยนับว่าปีนึงคนแข่งขันกันเกือบพันชีวิตเลยก็ว่าได้

“ขอบคุณนะ” ยูริตอบแกมยิ้มใครต่อใครต่างรู้ดี เธอน่ะอ่อนโยนแถมยังหัวกะทิสุด ๆ ผู้ชายในโรงเรียนต่างชอบเธอมากมายบางคนถึงขัั้นลงทุนซื้อของราคาแพงต่าง ๆ นานาหวังครองใจแต่หารู้ไม่เธอน่ะชอบเพียงคนเดียว…

“ว่าแต่ตะวันยังไม่มาหรอ” เพียงแค่คำถามเดียวคนที่เลิ่กลั่กที่สุดคงไม่พ้นจัมพ์ เพราะหลังได้ยินคำถามก็รีบก้มหน้าทันทีส่วนครามและฟิล์มรีบหันหน้าไปทางอื่น

“สวัสดีทุกคน” ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบเสียงสดใสของฟ้าโปรดกล่าวทักทายและนั่นยิ่งทำให้จัมพ์หน้าเจื่อนกว่าเก่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “เราซื้อแซนด์วิชมาเผื่อทุกคนด้วยนะ” อยู่กับตะวันหลายวันไม่แปลกหากจะสนิทกับเพื่อนอีกสามคนบ้างแล้ว มีเพียงผิงผิงเท่านั้นที่ยังไม่ค่อยลงรอยกับจัมพ์ซักเท่าไหร่

“โอ๊ะ…สวัสดีนะ เราชื่อฟ้าโปรด” สายตาเหลือบไปเห็นบุคคลหน้าใหม่ด้วยความอัธยาศัยดีต้องยกให้ฟ้าโปรด แม้เป็นคนขี้อายแต่ยามใดเมื่อนั่งร่วมโต๊ะกันแบบนี้การอัธยาศัยดีถือว่าเป็นเรื่องควรทำ

“อื้ม เรายูรินะ” เมื่ออีกคนกล่าวทักทายเธอจึงทักทายตอบพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร สงสัยเป็นเพื่อนใหม่ของกลุ่มตะวันล่ะมั้ง…

“ฟ้าโปรดวันนี้มาคนเดียวหร…” ฟิล์มยังถามไม่ทันจบเสียงทุ้มแกมดุกลับแทรกขึ้น

“กูบอกให้เดินรอกู” เสียงสุดคุ้นหูตลอดสามปีดังขึ้นยูริหันขวับไปตามเสียง เธอคลี่ยิ้มทันทีที่เห็นเจ้าของหัวใจตลอดสามปี

“ก็ตะวันช้าเราไม่อยากรอ อยากมาเล่นกับจัมพ์แล้ว เนอะจัมพ์” เถียงคำไม่ตกฟากแถมยังหาพรรคพวกอีก ส่วนอคิราห์ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงข้างฟ้าโปรด

หญิงสาวมองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความสงสัยที่ตีตื้นจุกอก “สวัสดีนะตะวัน ไม่เจอกันนานเลยสบายดีมั้ย” ถามด้วยความสนใจ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตะวันยังไงก็สำคัญสำหรับเธอเสมอ

“อืม” คำตอบไม่ต่างจากเดินเท่าไหร่ ยูริพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแม้ในใจหวังให้อคิราห์ถามกลับสักนิด แต่ไม่เลย ไม่มีคำถามนั้นเพียงแค่คำว่า “เธอล่ะ” ยังไม่หลุดออกจากปากของชายหนุ่มที่เธอชอบเลยสักคำ

“แล้ว…”

“ไหนบอกเก็บไว้กินตอนเที่ยงไง”

ยังไม่ทันถามต่อเธอหยุดชะงักทันที คำถามที่อยากถามเกี่ยวกับตัวชายหนุ่มถูกพับเก็บจนหมดเหลือไว้เพียงความสงสัยก่อตัวตัวจนอยากจะโพล่งคำถามออกไปว่าบุคคลหน้าใหม่คนนี้เป็นใคร ทว่ากลับต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพื่อระงับอาการน้อยเนื้อต่ำใจของตน

“ก็มันน่ากิน”

“เลอะหมด” มุมอ่อนโยนของอคิราห์เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนทั้งโต๊ะแม้กระทั่งฟ้าโปรดยังเบิกตากว้าง มือหนาเอื้อมเช็ดริมฝีปากบาง ภาพตรงหน้าทำเอาคนมองขอบตาร้อนผ่าว

ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเห็นตะวันในมุมนี้ อ่อนโยน ยูริหลุบตาลงต่ำ กระพริบตาถี่ ๆ กันไม่ให้น้ำตาไหลก่อนจะหยัดตัวลุกพร้อมขอลากลับ

“ร…เราไปเรียนก่อนนะ” แม้ไม่เอ่ยถามถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เธอก็พอจะรู้ดีว่าอคิราห์เจ้าของหัวใจมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

“ยูริสวยจัง” ไม่วายจะชมตามหลัง “ถ้างั้นเราไปเรียนก่อนนะ” สิ้นคำพูดของฟ้าโปรดมีหรืออคิราห์จะยอมให้ฟ้าโปรดเดินไปเรียนเพียงคนเดียว เขาหยัดตัวลุกพร้อมกับเดินตามหลังคนร่างเล็กไปส่งที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

“เลิกเรียนแล้วโทรหากู” อคิราห์ย้ำ

“อื้อ โอเค”

 

“หายใจเข้าก็ตะวันหายใจออกก็ตะวัน” ผิงผิงแซ็วเพื่อนสนิทของตนหลังจากพวกเขาเข้ามานั่งในห้องเรียนรออาจารย์

“บ้า ผิงผิงพูดอะไรเล่า”

“แหม เมื่อก่อนเดินทางมาเรียนกับกูตอนนี้เป็นตุ๊กตาซ้อนท้ายบิ๊กไบค์เลยน๊า ลืมซูมเมอร์เอ็กซ์กูละมั้ง” ว่าจบก็เอื้อมมือหยิกแก้มกลมของฟ้าโปรดทีหนึ่งด้วยความมันเขี้ยว ย้อนไปตอนมัธยมและช่วงเข้ามหาวิทยาลัยแรก ๆ น่ะฟ้าโปรดตัวติดเธออย่างกับปาท่องโก๋แถมยังเป็นคู่หูดูโอซ้อนท้ายไปกลับโรงเรียนตลอดจนเพื่อนสนิทเริ่มมีความรักซูมเมอร์เอ็กซ์เหลือเพียงสาวเดี่ยวปราดเปรียวแว๊นกลับบ้านคนเดียว

“งื้อ ลืมได้ไงเล่าเราแค่ไม่อยากให้ผิงผิงบิดมอไซค์อ้อมต่างหากเล่า”

“ย่ะ” หญิงสาวย่นจมูกให้ อันที่จริงเธอไม่ได้เคืองอะไรนักหรอกเพียงแค่อยากแซ็วแกล้งฟ้าโปรดก็เท่านั้น

สามชั่วโมงผ่านไปกับการเรียนคาบอาจารย์วิลัย ฟ้าโปรดทำตามคำสั่งเขาโทรหาคนปลายสายรอไม่นานรถบิ๊กไบค์คันสีดำก็ขับมาจอดใต้ตึกเรียน ฟ้าโปรดโบกมือลาผิงผิงก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปหาชายหนุ่ม

“ตะวันพาไปกินสุกี้แห้งหน่อย”

“อืม”

 

สุกกี้แก้งร้อน ๆ ถูกยกมาวางตรงหน้ากลิ่นหอมของมันลอยมาเตะจมูกจนคนร่างเล็กท้องร้องโครกคราก ไม่รอช้าฟ้าโปรดหยิบช้อนกับส้อมขึ้นมาพร้อมกับลงมือทานไม่สนใจคนตรงหน้าเลยสักนิด

ใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมง ขณะรอตะวันจ่ายเงินฟ้าโปรดเดินออกมาก่อนเพื่อย่อยสุกี้ที่ตนกินไปจนพุงกาง คนร่างเล็กกำลังเดินผ่านซอกระหว่างตัวอาคารจู่ ๆ เสียงบางอย่างดังขึ้นทว่าเสียงนั้นเรียกความสนใจให้ฟ้าโปรดได้ไม่น้อยเขาหยุดเดิน สองขาเรียวสาวเท้าเข้าไปดูก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเขาพบกับลูกแมวน้อยตัวสีเทาดวงตาสีฟ้านั่งจ้องเขาตาแป๋ว

“ฮือ น้องน่ารักจัง” คนร่างเล็กย่อตัวอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาแนบอกด้วยความเอ็นดู ส่วนเจ้าแมวก็ดูเหมือนถูกอกถูกใจคนอุ้มซะเหลือเกิน มันใช้หัวถูไถออดอ้อนกับแขนเรียว

“อยากเลี้ยงจัง”

เมี๊ยว~

“อ้าวหนู อยากได้มันรึ” ชายชราคาดว่าเป็นเจ้าของแมวเปิดประตูหน้าต่าง ชะโงกหน้าออกมาเอ่ยถาม

“แมวคุณตาหรอฮะ”

“ใช่ แมวข้าแต่แม่มันพึ่งตายไปเมื่อวานแมวคลอดได้สองเดือนหนูอยากได้มันก็เอาไปเถอะ ตาไม่มีเวลาเลี้ยงพอดี” มาไวไปไปชายชราพูดเพียงเท่านั้น เขาปิดหน้าต่างไปทันที คนร่างเล็กก้มหน้ามองเจ้าแมวน้อยก่อนจะตัดสินใจพามันกลับคอนโดฯ ด้วย

“ทำไมไม่รอ…เฮ้ย!” ชายหนุ่มยังดุไม่ทันจบจังหวะที่คนร่างเล็กหันหน้ามาหาพร้อมกับแมวในอ้อมกอด เขาตกใจจนผงะ…แมว สิ่งมีชีวิตที่เขากลัวที่สุดในโลก

ใช่ครับ ผมกลัวแมวเพราะตอนเด็กมันข่วนหน้าผม มันแอบขโมยหมูแดดเดียวของโปรดผมอีก!! ทั้งกลัวทั้งเกลียด

“น้องน่ารักใช่มั้ยล่ะ เราจะเอาไปเลี้ยง” ว่าพลางชูเจ้าแมวน้อย ส่วนชายหนุ่มรีบถอยหลังออกห่างทันที

“ไม่ได้ เอามันทิ้งเดี๋ยวนี้ฟ้าโปรด”

“ไม่ทิ้ง ตะวันใจร้าย”

“เลี้ยงไม่ได้”

“เลี้ยงได้ คอนโดฯ เราเลี้ยงสัตว์ได้” เถียงตามความจริง คอนโดฯ ที่เขาอยู่เลี้ยงสัตว์ได้เพียงแค่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เท่านั้น

“ฟ้าโปรดอย่าดื้อ”

“ไม่ได้ดื้อ เราแค่จะเลี้ยงแมวตะวันเป็นอะไรเนี่ยน้องน่ารักจะตายดูสายตาน้องสิ” ไม่หยุดแค่บอกแต่กลับอุ้มเจ้าแมวเหมียวเข้าใกล้ชายหนุ่ม

“ฟ้าโปร…”

“ถ้าไม่ให้เราเลี้ยงเราจะไม่คุยกับนายอีก”

“ฟ้าโปรดอย่าไร้สาระดิ” น้ำเสียงจริงจังปนตะคอกทำเอาคนร่างเล็กสะดุ้งจนหงอยลงชัด จมูกรั้นเริ่มแดง นัยตามีน้ำตาคลอหนวย ฟ้าโปรดย่อตัวค่อย ๆ ปล่อยเจ้าแมวน้อยออกจากอ้อมกอด

“ฮึก คนใจร้ายอยากคุยด้วยแล้ว” สุดท้ายน้ำตาไหลแหมะ มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง

อคิราห์ตอนนี้ตกใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาทำตัวไม่ถูกแค่ไม่ได้เลี้ยงแมวถึงกับร้องไห้เลยหรอ?

“แล้วจะไปไหน” เขารีบเอ่ยถามเมื่อเห็นคนร่างเล็กเดินผ่านเขาอ้อมไปอีกทาง มันไม่ใช่ทางจอดมอไซค์

“ไม่ต้องมาตาม ไม่ต้องมายุ่งไม่อยากคุยกับคนใจร้าย อึก” ฟ้าโปรดสูดน้ำมูกฟืดฟาด ยกมือขึ้นเช็กน้ำตาป้อย ๆ สองเท้าไม่ยืนอยู่กับที่แต่กลับเดินหนีชายหนุ่มราวกับว่าเดินหนีโรคจิตเสียอย่างนั้น

“ฟ้าโปรดอย่าดื้อ หยุดเดินหนีเดี๋ยวนี้ ”

“…” สุดท้ายต้องยอมหยุดเดินตามคำสั่ง ฟ้าโปรดยกแขนกอดอก ใบหน้าง้ำงอก้าวเท้าเดินไปนั่นเก้าอี้สาธารณะส่วนชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเดินพลางนั่งลงข้างกายคนร่างเล็ก

“โกรธหรอ” อคิราห์เปลี่ยนโทนเสียงเป็นนุ่มทุ้งน่าฟังแต่แล้วคำถามก็ไร้คำตอบ ฟ้าโปรดหันหลังตำก้มหน้ามองพื้นไม่วายขยับตัวหนีจนตัวติดกับที่ท้าวแขนเรียบร้อย

“กูมีเหตุผล กูยอมรับว่ากูเกลียดแมว”

“นั่นไง ตะวันเอาบรรทัดฐานตัวเองตัดสิน อึก” ถึงจะหยุดร้องไห้แล้วก็เถอะยังไงเสียงสะอื้นยังคงอยู่ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ ปรกติก็เป็นคนเชื่อฟังคำสั่งคุณย่าหรือคนอื่นอยู่หรอกทว่ากลับตะวันทำไมถึงอยากดื้อดึงกล้าเอาแต่ใจตัวเองกันล่ะ

“เฮ้อ…ฟังให้จบ กูยอมรับว่ากูเกลียดแมวกลัวแมวแต่มึงก็ต้องคิดด้วยว่าถ้าเอามันไปเลี้ยงจะมีเวลาดูแลมันไหม”

“มีสิ เราก็ให้น้ำกับอาหารก็ได้นี่”

“หันหน้ามาฟังกู” ไม่รอคนร่างเล็กหันหน้ามาเอง ชายหนุ่มจับแขนเรียวเบามือส่วนฟ้าโปรดยอมหันตามคนเรียก

“มึงคิดว่าแมวไม่ต้องการเล่นกับเจ้าของหรอ มึงอยากให้มันรอเจ้าของหน้าประตูทุกวันคอยเฝ้าคอยมองว่าเมื่อไหร่เจ้าของมันจะกลับงั้นหรอ ฟ้าโปรดการเลี้ยงอะไรก็ตามเราต้องเอาใจใส่มันไม่ใช่ต้องการเพียงอารมณ์ชั่ววูบเข้าใจไหม” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อย มือหนาเลื่อนไปลูบหัวคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบาส่วนนิ้วหัวแม่มือข้างขวาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวล

“แล้วเจ้าแมวจะอยู่ได้ยังไง คุณตาไม่เลี้ยงแล้ว”

“ดูนั่นสิ” คนร่างหนาชี้นิ้วไปที่สองแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังอุ้มเจ้าแมวน้อยตัวเมื่อกี้ “เห็นไหม สุดท้ายบางสิ่งบางอย่างก็ต้องอยู่กับคนที่พร้อมที่เหมาะสมกว่า”

“ฟ้าโปรด…หายโกรธตะวันนะครับ ขอโทษที่เมื่อกี้ตะคอกใส่”

“…”

“โอเค ถ้าหายงอนเดี๋ยวกูเลี้ยงบิงซูสองถ้วยเลยอะ”

“สาม” ได้ทีต่อรองเอาใหญ่

“อ้วนเอ้ย”

“ไม่อ้วน!!”

“ครับ ไม่อ้วน”

 

—TBC —

 

 

 

ความคิดเห็น