ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 23 กุนซือยอดรัก

ชื่อตอน : บทที่ 23 กุนซือยอดรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 187

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2564 07:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 กุนซือยอดรัก
แบบอักษร

เย่จื่ออิงไม่ทันได้กลับเข้าจวน กระทั่งยังไม่ทันก้าวเท้าออกจากท้องพระโรง กลับถูกเชิญให้ไปยังห้องทรงอักษรในวังหลวง เพื่อเข้าเฝ้าโจวฉางฮ่องเต้ ขณะเดินไปตามทางในวังหลวง มุ่งสู่พระตำหนักที่ปูด้วยหินราบเรียบมันเงา

 

“เจ้าคือกุนซือเย่จื่ออิงใช่หรือไม่?”

เย่จื่ออิงชะงักเท้ากะทันหัน พบว่ามีกลุ่มนางกำนัลยืนขวางกั้น ระหว่างตัวเขากับขันทีผู้ดูแลที่นำทางเขาแทนจางกงกงอยู่ ดูจากเสื้อผ้าอาภรณ์ สมควรเป็นนางกำนัลคนสนิทของพระสนมคนใดคนหนึ่งของโจวฉางฮ่องเต้เป็นแน่ ขณะกล่าวกับเขานางขยับเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้านหลังของนางกำนัลยืนไว้ด้วยสตรีนางหนึ่ง นางสวมใส่ชุดสีแดงปักเลื่อมทองดูหรูหราสง่างาม เครื่องประดับและปิ่นปักผมล้วนทำด้วยทองคำ และอัญมณีห้อยระย้าโดยรอบ ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ จนยากจะบอกได้ว่าอายุเท่าไหร่ เมื่อนางเดินนวยนาดเข้ามา นางกำนัลแหวกทางให้และคุกเข่าลงข้างๆ

 

ทันใดนั้น เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น สตรีที่สวมชุดหรูหราเดินขึ้นมาด้านหน้าเขา 

[สตรีนางนี้คือหวนกุ้ยเฟย] ระบบระบุตัวตนให้ในทันที

เมื่อเย่จื่ออิงเงยหน้าขึ้น หวนกุ้ยเฟยจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ขนตายาวงอน ริมฝีหยักได้รูปเรียวปากดูอ่อนนุ่ม ใบหน้าไร้ตำหนิ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาส่องมากระทบใบหน้าเขา ขับประกายใบหน้าอันหมดจด ให้ยิ่งคมคายและงดงามมากกว่าเดิม ภายใต้แสงอันละมุนละไมของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับไป

มองดูเย่จื่ออิงที่อยู่เบื้องหน้า ความเชื่อมั่นของนางสั่นคลอนอย่างน่าอนาถ นางเหม่อมองเย่จื่ออิงราวกับกำลังชื่นชมผลงานชิ้นเอกก็มิปาน

หวนกุ้ยเฟยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ในที่สุดก็เข้าใจ ว่าไฉนเกิดเป็นชาย แต่กลับทำให้องค์รัชทายาทลุ่มหลง ฝ่าบาทโปรดปราน

เย่จื่ออิงค้อมคำนับ แสร้งเอ่ยถามว่า “ท่านคือหวนกุ้ยเฟย”

หวนกุ้ยเฟยพลันถามอย่างประหลาดใจ “ในเมื่อรู้ว่าข้าเป็นใคร เจ้าควรรู้ว่าข้ามาพบเจ้าเพราะเรื่องใด” นางกล่าวเสียงเรียบ มองเย่จื่ออิงด้วยสายตาสงบนิ่ง จากนั้นชี้มือมาที่เขานางมองเย่จื่ออิงตรงๆ กล่าวสืบต่อไปว่า

“ข้าหวนกุ้ยเฟย ต้องการพูดคุยกับท่านกุนซือเย่เป็นการส่วนตัว”

เย่จื่ออิงสีหน้ามองหวนกุ้ยเฟยอย่างโง่งม

คนตระกูลนี้ช่าง......

เขาฟังออกว่าสุ้มเสียงของนางนั้น แฝงไปด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว นัยน์ตางดงามของเขาฉายรอยยิ้มขบขัน แม้อุบายนี้จะดูซ้ำซาก มีหรือเขาจะยินยอมให้ถูกรังแกโดยง่าย แต่เย่จื่ออิงก็อยากจะเล่นสนุก

“หากข้าไม่ไปล่ะ?”

หวนกุ้ยเฟยหัวเราะเสียงอ่อนหวาน พลางกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “เจ้ากล้าขัดขืนข้ารึ? กว่าฝ่าบาทจะทรงเสด็จมาเจ้าก็เป็นศพไปแล้ว”

 

ขันทีผู้ตรวจการส่ายหน้ายิ้มขื่น จากสภาพการณ์ที่เห็นเรื่องนี้คงไม่จัดการโดยง่าย ระหว่างขุนนางยศต่ำสุดกับหวนกุ้ยเฟย ในสายตาของเขาอย่างไรก็ไม่อาจลงมือทำร้ายหวนกุ้ยเฟยได้ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นขันทีผู้ดูแลมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนรีบแยกจากไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปรายงาน

.

.

.

ห้องทรงอักษร

 

โจวฉางฮ่องเต้ ชะเง้อคอรอคอยอยู่ด้านใน พลันนึกถึงร่างอ่อนนุ่มของเย่จื่ออิง ยามเมื่อเย่จื่ออิงหลับใหลในอ้อมกอดของพระองค์ ได้พินิจใบหน้าของจื่ออิงใบหน้ายามหลับ ผิวนุ่มลื่นยามอยู่ใต้ร่างของพระองค์ หรือแม้แต่ยามอยู่ในท้องพระโรงเมื่อครู่ รอยยิ้มพลันผุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นขันทีผู้ดูแล้วเดินเข้ามา โจวฉางฮ่องเต้ร้องตะโกนในใจว่า ในที่สุดเจิ้นก็ได้อยู่กับเจ้าตามลำพังเสียที แต่เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของเย่จื่ออิงที่ควรเดินตามเข้ามา พลันรู้สึกกระวนกระวายใจตรัสถามว่า

“กุนซือเย่อยู่ที่ไหน!”

“เจิ้นถามว่า เย่จื่ออิงอยู่ที่ไหน!”

ขันทีผู้ดูแลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแต่ยังคงคุกเข่า สูดหายใจลึกคราหนึ่งก่อนกราบทูลเรื่องราว

ดวงตาของโจวฉางฮ่องเต้สาดประกายขึ้นเรื่อยๆ พลันกำหมัดทุบโต๊ะเสียงดัง ขันทีผู้ดูแลหวาดผวาสะดุ้งเฮือก เซถอยหลังไปหลายก้าว จบคำโจวฉางฮ่องเต้ผลักขันทีผู้ดูแลจนผลิกคว่ำหน้าทิ่มไปกับพื้น พระสุรเสียงคำรามแผดร้องก้องทรงบันดาลโทสะ เสียงออกคำสั่งดังกึกก้องไปถึงเหล่าผู้ติดตามที่อยู่ไกลออกไป

ขันทีผู้ดูแลเห็นโจวฉางฮ่องเต้กับผู้ติดตามทั้งหมดผลุนผลันจากไป ในใจกระตุกวูบ คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้

มีเรื่องอันใดกำลังจะเกิดขึ้น?

โจวฉางฮ่องเต้ที่มักสงบนิ่งเกิดความร้อนใจฉับพลัน หวนกุ้ยเฟยพาตัวเย่จื่ออิงไปเบื้องหลังต้องมีเรื่องราวรุนแรงเกิดขึ้นแน่

.

.

.

 

ความคิดเห็น