ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 447

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2564 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
22
แบบอักษร

“สำหรับผมทุกอย่างมันเกิดจากความรัก แม้ว่าผมจะไม่ได้คำว่ารักคืนกลับมาก็ตาม”เขายิ้มทั้งที่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด 

“คุณภู!”นิรชาหน้าชาตัวเม้มริมฝีปากเข้าหากัน 

“เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษที่เผลอทำให้คุณต้องเจ็บตัว มันจะไม่เกิดขึ้นอีกผมสัญญา”หญิงสาวส่ายหน้าไปมา 

“คุณไม่ผิดหรอกค่ะ ทุกอย่างถ้าจะผิดก็เป็นเพราะฉันเองที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่” 

“เรามาทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นกันไหม อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องมาทะเลาะกัน ผมเหนื่อยใจทุกครั้งที่ต้องมาเถียงกับคุณ”คำพูดเขาทำเอาหญิงสาวแปลกใจไม่น้อย  

“ทำอย่างกับฉันไม่เหนื่อย ฉันก็ไม่อยากให้เราทะเลาะกันหรอกนะ”ทุกครั้งเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเธอเองก็ไม่อยากมีปัญหากับเขาเช่นกัน 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอสงบศึกกับคุณ ดีกันนะครับ”ภูวิศยกนิ้วก้อยขึ้นมาหวังเกาะเกี่ยวกับนิ้วของนิรชา 

“อะไรของคุณผีเข้าผีออก เมื่อวานทะเลาะกันจนจะพังบ้านแต่วันนี้กลับมาขอคืนดี” 

“นั่นไง คุณชวนผมทะเลาะอีกแล้ว”เขาเสียงเข้มขึ้นและมองเธอด้วยสายตาคมดุ 

“โอเคๆ สงบศึกก็ได้ค่ะ”เธอยกนิ้วก้อยเรียวได้รูปขึ้นเกี่ยวนิ้วของเขาทั้งสองสบตากันหัวเราะ 

“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” 

“ครับ”ภูวิศยิ้มตอบ รอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้าคมในตอนนี้ทำเอาหัวใจของเธอวูบไหวโดยไม่รู้ตัว 

ร่างบางเดินออกไปจากโต๊ะจนลับตา ภูวิศก็ลอบยิ้มมุมปากสายตาส่อแววเจ้าเล่ห์ร้ายกาจออกมา 

‘เดี๋ยวคุณก็รู้ว่าการถูกโกหกหลอกลวงมันเจ็บปวดแค่ไหน?’ 

นิรชากลับมานั่งประจำโต๊ะหลังจากเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ ภูวิศยื่นช่อดอกไม้ที่แอบเตรียมไว้ก่อนจะยื่นให้หญิงสาว 

“อะไรกันคะ?”เห็นภูวิศถือช่อดอกไม้ในมือก็นึกแปลกใจว่าเขาไปเอามันมาตอนไหน 

“ดอกทิวลิปสีขาว ผมให้คุณถือเป็นการไถ่โทษที่เผลอทำให้คุณเจ็บตัวเมื่อคืน”เขาเอ่ยออกมาด้วยย้ำเสียงนุ่มนวลตามความรู้สึก 

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”นิรชารับช่อดอกไม้ด้วยความเกรงใจ 

“ทานข้าวเถอะ อาหารมาแล้ว”นับเป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่ทั้งสองรับประทานอาหารด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขไม่มีการทะเลาะไม่มีความอึดอัดในใจเวลาต้องเผชิญหน้า  

เขาและเธอใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารร่วมสองชั่วโมงก็เดินออกมาดูของใช้อย่างอื่นต่อ 

 “คุณภูคะ นิ้งขอซื้อขนมร้านนั้นไปฝากป้าจันทร์กับลุงดำก่อนได้ไหม?” 

“ได้สิ”ภูวิศเดินถือถุงเสื้อผ้าให้หญิงสาวเขาเดินตามเธอเข้าร้านขนมอย่างว่าง่าย 

ขณะยืนรอหญิงสาวเลือกขนมอยู่นั้นมีเด็กชายฝาแฝดสองคนวิ่งหยอกล้อกันไปมาใกล้ๆ เสียงหัวเราะของคนตัวเล็กทำให้ภูวิศยิ้มตามไปด้วยอย่างลืมตัว 

“ลูกอย่าวิ่ง!พ่อบอกว่าอย่าวิ่ง!” 

ตุ๊บ!  

“โอ๊ย”เสียงเล็กร้องประสานดังลั่นเมื่อวิ่งมาชนเข้ากับขาของภูวิศโดยไม่ทันตั้งตัว 

“เป็นอะไรรึเปล่าเจ้าหนู”เขารีบเข้าไปช่วยพยุง 

“ไม่เป็นไรครับ”เด็กชายทั้งสองรีบลุกขึ้นและส่งยิ้มให้ภูวิศ 

“ขอโทษแทนลูกๆด้วยนะครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ”พ่อของเด็กชายฝาแฝดยกมือขึ้นขอโทษภูวิศ 

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เด็กๆไม่เจ็บใช่ไหมครับ”ภูวิศหันไปมองเด็กชายทั้งสอง 

“ไม่เป็นอะไรครับเจ้าต้น เจ้าต้าขอโทษคุณน้าเดี๋ยวนี้” 

“ขอโทษครับ”ภูวิศรับไหว้แล้วส่งยิ้มให้ก่อนที่เด็กชายทั้งคู่จะเดินออกไปกับครอบครัว 

 “มีอะไรรึเปล่าคะ?” 

“อ่อ เด็กฝาแฝดสองคนนั้นเขาวิ่งชนผม วัยกำลังซนเลยท่าจะเฟี้ยวใช่เล่น”เขาพูดและนิ้วไปทางเด็กทั้งสองเพื่อให้นิรชาได้เห็น 

“ไม่ยักรู้ว่าคุณชอบเด็ก เห็นยิ้มไม่หุบเชียว”พีชญามองตามชายหนุ่ม 

“ถ้าเรามีลูกด้วยกัน ลูกเราต้องน่ารักแบบนั้นแน่เลยคุณว่าไหม?” 

“...”ความเงียบจากคู่สนทนาทำให้ภูวิศเริ่มรู้ว่าได้พูดอะไรที่ไม่มีทางเป็นไปได้ออกไป  

“เอ่อ...ผมก็พูดไปเรื่อยแหละอย่าถือสาเลยนะ ระ...เรากลับกันเถอะมาผมถือของให้”ภูวิศฝืนหัวเราะตลกกลบเกลื่อนใบหน้าหล่อเหลาที่เริงรื่นในคราแรกเปลี่ยนเป็นนิ่งขึง เขาเดินนำหญิงสาวไปก่อน นิรชามองตามแผ่นหลังกว้างพลางส่ายหน้าไปมาและเดินเดินตามชายหนุ่มไปติดๆ 

 

********** 

นิยายเรื่องนี้ดูดพลังงานไรท์ไปเยอะเลย 

ไว้เจอกันตอนต่อไปนะคะ^^ 

ความคิดเห็น