facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : MW 09 : Please...Baby don't cry

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 01:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
MW 09 : Please...Baby don't cry
แบบอักษร

 

 

Please...Baby don't cry

 

 

ซ่าาา! ซ่าาา!

 

แสงไฟหน้ารถสาดส่องผ่านห่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งจนแทบมองไม่เห็นถนนหนทางข้างหน้า มิหนำซ้ำไอเย็นจากแอร์ยังตกกระทบบานกระจกเกิดเป็นฝ้าขาว ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นย่ำแย่มากกว่าเดิมจนไม่สามารถเร่งความเร็วรถได้ดั่งใจนึก

 

"ทำไมฝนถึงตกแรงขนาดนี้นะ แล้วแบบนี้จะถึงบ้านเมื่อไหร่ เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว"

 

คนนั่งเบาะข้างคนขับบ่นกระปอดกระแปดทั้งยกมือกระชับเสื้อคาร์ดิแกนแขนยาวแน่น ดวงตากลมโตจ้องตามแสงไฟหน้ารถผ่านกลุ่มสายฝนเขม็ง

 

ตอนแรกกะว่าเสร็จจากการซ้อมรับปริญญา เขาและคนรักจะกลับไปร่วมงานเลี้ยงฉลองว่าที่บัณฑิตคนใหม่กับครอบครัวที่บ้านพักตากอากาศติดหาดบางแสน แต่ฝนดันตกหนักตั้งแต่ออกจากกรุงเทพและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

 

"บ่นเก่งจังเลยตัวแค่เนี้ย"

 

กิตตินันท์นักศึกษาแพทย์ปีหกเอ่ยแซวคนรัก พลางยกมือวางบนกลุ่มผมสีน้ำตาลชอล์กโกแลตแล้วยีมันเบาๆ ด้วยความเอ็นดู 

 

คบกันมาเจ็ดปี คนตัวเล็กยังคงน่ารักสดใสเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือบ่นเก่งจนลิงหลับไม่ตื่น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่เขามีต่อไรวินท์ลดน้อยลงไปเลย

 

มีแต่รักมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ

 

"ดีนะ ซ้อมรับปริญญาเสร็จแล้วถึงตก ไม่อย่างนั้นวินอดได้รูปสวยๆ แน่"

 

ว่าแล้วคนตัวเล็กก็หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพายมากดเข้าโซเชียลมีเดีย เพื่อตอบคอมเม้นท์ของคนที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดี

 

"เดี๋ยวคืนนี้พี่เอารูปลงคอมแล้วจะแต่งให้นะ"

 

นอกจากเรียนเก่งเป็นอันดับหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์แล้ว ว่าที่คุณหมอหนุ่มยังมีฝีมือด้านการถ่ายภาพชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยาก ยิ่งถ้าได้คนตัวเล็กเป็นแบบ เขายิ่งถ่ายมันออกมาได้สวยกว่าปกติ

 

เขาชอบรอยยิ้มและแววตาเป็นประกายของเจ้าความรักเป็นที่สุด สดใสยิ่งกว่าท้องฟ้าเวลากลางวัน งดงามยิ่งกว่าท้องนภายามค่ำคืน

 

จริงๆ แล้ว

 

เขาชอบทุกอย่างที่เป็นไรวินท์

 

"แฟนใครน่ารักที่สุดเลย"

 

ไรวินท์ระบายยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ นิ้วเรียวหยิกแก้มเนียนของคนตัวสูงเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

 

"วันนี้พี่ตามถ่ายรูปวินทั้งวัน วินไม่มีรางวัลให้พี่หรือไง"

 

"เดี๋ยวทำบัวลอยไข่หวานให้กินเอาไหม"

 

"อยากกินอย่างอื่น..."

 

"ลูกปืนของคุณหมอไอศูรย์น่ะเหรอ"

 

แค่ได้ยินชื่อบิดาของคนข้างๆ ขนแขนก็ลุกชันไปทั้งแถบ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายแพทย์ไอศูรย์ เวชพิสิฐ หวงลูกชายและลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ 

 

"ไม่เอาไม่พูดครับที่รัก"

 

"ก็เห็นบอกอยากกินอย่างอื่น"

 

ไรวินท์กลั้นขำแทบไม่อยู่ เมื่อนึกย้อนไปตอนที่คนรักเดินอกผายไหล่ผึ่งเข้าไปหาคุณหมอไอศูรย์เพื่อขออนุญาตคบกับเขา ตอนแรกพ่อของเขาก็ไม่ยอมหรอก เพราะคนเป็นพ่อมองว่านายกิตตินันท์ไม่น่าจะเป็นคนดี ด้วยลักษณะภายนอกที่ดูเจ้าชู้ประตูดินเลยกลัวว่าจะมาหลอกลูกชายสุดที่รัก จนกระทั่งผ่านไปเกือบปีถึงได้ยอมเปิดทาง แต่กระนั้นคุณหมอไอศูรย์ก็ได้ตั้งกฏต่างๆ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะห้ามมีอะไรเกินเลยกันจนกว่าจะเรียนจบ ไม่อย่างนั้นลูกปืนได้ฝังเข้าไปอยู่ในร่างแน่

 

"พี่กิตจอดก่อน เมื่อกี้มีรถเกิดอุบัติเหตุ"

 

ตาสวยละจากหน้าจอโทรศัพท์เหลือบมองเห็นรถเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับเสาไฟฟ้าพอดิบพอดีเลยรีบทักบอกคนรัก ไม่รอช้ากิตตินันท์หักพวงมาลัยชิดริมถนนก่อนถอยมาจอดหน้ารถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ในทันที

 

"วินรอพี่อยู่บนรถนะ"

 

"ให้วินลงไปด้วยนะ เผื่อวินช่วยอะไรได้บ้าง" 

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนมาทางนี้มาโดยตรง แต่เขาก็พอมีความรู้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุอยู่บ้าง เพราะพ่อของเขาคอยสอนวิธีช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอยู่เป็นประจำ

 

"โอเคครับ"

 

กิตตินันท์ตอบตกลงก่อนกดโทรเรียกรถพยาบาลและลงจากรถวิ่งฝ่าสายฝนไปยังรถคันประสบเหตุ

 

กระโปรงหน้ารถอัดกับเสาไฟฟ้าสภาพพังยับเยิน ตรงเบาะคนขับมีร่างของชายฝรั่งอัดติดหลังพวงมาลัย แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกการมีชีวิต มือหนายกเปิดประตูรถทว่ามันกลับเปิดไม่ออกเพราะติดล็อกจากทางด้านใน เมื่อสายฝนเริ่มเลือนหาย ควันจากห้องเครื่องก็พวยพุ่งขึ้นแทนที่

 

ต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายไปมากกว่านี้

 

กิตตินันท์รีบวิ่งกลับไปเอาประแจมาทุบกระจกฝั่งข้างคนขับแล้วจัดการปลดล็อกประตู เขาพิจารณาสภาพร่างกายของผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนตัดสินใจลงมือช่วยเหลือ

 

"พี่กิตข้างหลังมีคนเจ็บ"

 

มือเล็กเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว บาดแผลฉกรรจ์ลึกเป็นทางยาวตามไรผม เลือดสีสดไหลอาบย้อมไปทั่วใบหน้าจนมองลักษณะหน้าตาไม่ออก

 

"วินพาคนเจ็บลงจากรถก่อน"

 

เมื่อได้ยินคำสั่งของคนรัก ไรวินท์ก็ช่วยพยุงคนที่ยังพอมีสติอยู่บ้างลงจากรถไปนอนราบบนขอบทาง

 

"คุณครับ เดี๋ยวรถโรงพยาบาลก็มาแล้ว อดทนหน่อยนะครับ"

 

แสงจากไฟเบรกท้ายรถทำให้ไรวินท์พอมองเห็นเลือดแดงฉานไหลออกจากบาดแผลไม่หยุด

 

"ขะ ขอบ คุณ..."

 

เสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบเอ่ย มือเล็กหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดจากกระเป๋าเสื้อมากดห้ามเลือด

 

"คุณจะปลอดภัยครับ"

 

"วินระวัง!"

 

 

เฮือกกก!

 

ลมหายใจหอบหนักพ่นออกมาเฮือกใหญ่จนต้องรีบเงยหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าปอด ไม่อย่างนั้นมีหวังได้ขาดอากาศหายใจเป็นแน่

 

ผมยกมือลูบไปทั่วใบหน้า ทั้งที่อากาศภายในห้องสมุดประจำเมืองฟลอเรนซ์เย็นจับขั้วหัวใจ แต่กลับมีเม็ดเหงื่อใสผุดพรายจนทั่วกรอบหน้าเหมือนออกกำลังกายมานานหลายชั่วโมง

 

ทำไมเหตุการณ์วันนั้นถึงตามมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว เหตุการณ์ที่พรากคนรักของผมจากไปตลอดกาล 

 

ผมอยากลืมมันสักที 

 

"ฝันร้ายเหรอ"

 

เสียงของคุณฟาเบียนเหรอ

 

ผมเลื่อนมือออกจากใบหน้าพลางมองไปยังต้นเสียง ร่างสง่างามนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีหม่นมองมาเหมือนรอคอยคำตอบ

 

"คุณฟาเบียน คุณมาที่นี่ได้ยังไง"

 

ผมชักเริ่มชินกับพฤติกรรมแปลกประหลาดของท่านประธานเสียแล้ว ผมล่ะสงสัยเสียจริงว่าตกลงเขาเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่ ถึงได้แวบไปแวบมาตามใจชอบ

 

"คุณไม่เป็นไรใช่ไหม"

 

ผมพยักหน้าแทนการตอบคำถาม 

 

"ทำไมผมถึงเห็นคุณอยู่ในนั้น ในความฝันของผม"

 

ความฝันเมื่อสักครู่ ปรากฏภาพทับซ้อนของคุณฟาเบียนยืนอยู่ข้างผู้ชายคนนั้น สีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยของเขาผมยังจำได้ติดตา

 

"เพราะความทรงจำที่เจ็บปวดของคุณมีผมอยู่ในนั้นตลอดมา"

 

ทำไมคุณฟาเบียนต้องชอบพูดอะไรที่มันเข้าใจยากด้วย หรือว่าเขาเคยทำอะไรไม่ดีไว้กับผมอย่างนั้นเหรอ แต่ผมกับเขาไม่เคยเจอกันสักหน่อย

 

"หมายความว่ายังไงครับ"

 

"ผมรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังจะบอกคุณ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ผมหวังว่าคุณจะรับฟัง คือว่า..."

 

"วินนี่! กลับโรงแรมกันเถอะ เราหิวแล้ว"

 

ยังไม่ทันที่คุณฟาเบียนจะได้พูดอะไรออกมา จีฮุนที่ไปหาหนังสืออยู่ชั้นสองก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามายืนทำหน้าเป็นเจ้าหมาหิวโซอยู่ข้างๆ เสียงถอนลมหายใจพ่นหนักของคนตรงหน้าดังพอที่พวกเราจะหันไปให้ความสนใจ

 

"อ้าว! คุณฟาเบียน คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ"

 

"มาตรวจงาน" คุณฟาเบียนตอบเสียงห้วน

 

"บังเอิญจังเลยนะครับ หรือว่าไม่บังเอิญกันนะ"

 

จีฮุนเคาะนิ้วลงกับโต๊ะอย่างไร้เสียงพลางปรายตามองใบหน้าไร้อารมณ์ของท่านประธาน ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่คุณฟาเบียนมาถึงที่นี่เขาต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน

 

"อืม ผมนัดคุยธุระกับลูกค้าที่นี่ แล้วเห็นไรวินท์กำลังนั่งสัปหงกเลยกะว่าจะเข้ามานั่งคุยเป็นเพื่อน แต่พอมาถึงเขาก็ฟุบหลับไปเสียก่อน"

 

จะไม่ให้เผลอหลับได้ยังไง เล่นเข้ามาหาข้อมูลตั้งแต่ห้องสมุดเปิดจนตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาที่ห้องสมุดจะปิดแล้ว

 

"คุยงานที่ห้องสมุดเนี่ยนะครับ"

 

ไหล่หนาไหวเล็กน้อยพลางลุกขึ้นยืน ตาคมมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ เท้ายาวก้าวมาหยุดข้างๆ ก่อนโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของผมแผ่วเบา

 

"ผมขอโทษ...ได้โปรด อย่าร้องไห้เลยนะที่รัก"

 

คุณฟาเบียนเดินจากไปแล้ว แต่เขากลับทิ้งให้ผมตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังก้องไปทั่วโสตประสาท ภาพทับซ้อนของอดีตคนรักฉายชัดเข้ามาในม่านตาของผมอีกครั้ง

 

คุณฟาเบียนกำลังเล่นกลอะไรกับผมอยู่อย่างนั้นเหรอ

 

เขาต้องการอะไรจากผมกันแน่

 

"วินเป็นอะไรหรือเปล่า"

 

มือของจีฮุนเขย่าแขนเรียกสติผมให้หลุดออกจากห้วงภวังค์ ผมส่ายหน้าปฏิเสธเพื่อนรัก

 

"ขอเก็บของแป๊บนะ"

 

ถึงมือจะเก็บอุปกรณ์การทำงานเข้ากระเป๋า แต่ความคิดของผมกลับวนเวียนอยู่กับประโยคที่คุณฟาเบียนพูดออกมา เพราะคำพูดนั้นมันเป็นประโยคเดียวกันกับวันเกิดเหตุการณ์เลวร้าย

 

คำพูดสุดท้ายที่พี่กิตพูดกับผมก่อนเขาจะลาจากโลกใบนี้ไป

 

คุณฟาเบียน

 

คุณเป็นใครกันแน่...

 

 

แสงไฟหลากสีสันภายในสถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองสว่างวูบวาบไปตามเสียงเพลงจังหวะสนุกสนาน บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีแสดงฝีมือการผสมเครื่องดื่มเรียกความสนใจเหล่าบรรดาผีเสื้อราตรีให้มองเป็นตาเดียว

 

"สองสาวคิดยังไงถึงชวนพวกเราออกมาดื่ม แต่ดีเหมือนกันทำงานเครียดมาสามวัน ได้ปลดปล่อยบ้างก็ดี" จีฮุนยกขาไขว่ห้างพลางกระดกแก้วส่งเหล้าบรั่นดีเข้าปาก

 

เกือบสองปีแล้วสินะ ที่ผมไม่ได้ย่างกรายเข้ามาในสถานที่อโคจรแบบนี้ ครั้งล่าสุดก็เมื่อตอนวันเกิดพัตเตอร์เพื่อนสนิทอีกคนของผม จะว่าไปช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกับมันเลย เพราะต่างคนต่างยุ่งกับการเรียนการทำงาน เอาไว้ว่างเมื่อไหร่ค่อยโทรไปกวนมันดีกว่า

 

"พรุ่งนี้หยุดพักไงถึงชวนออกมา คลายเครียดบ้างเถอะ สมองจะระเบิดแตกตายอยู่แล้ว" แคทเทอรีนเลิกคิ้วมองหน้าเซ็ง

 

ไหนๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดพักผ่อน ถ้าอย่างนั้นวันนี้ขอสนุกสุดเหวี่ยงไปเลยแล้วกัน

 

"พร้อมกันนะ! "

 

มิโกะมองแก้วช็อตบรรจุเตกีลาสีทองกับจานรองมะนาวผ่าซีกและเกลือบนโต๊ะ ทุกคนพยักหน้ารับแล้วถือแก้วของตัวเองไว้ในมือ

 

"ดื่มฉลองที่พรุ่งนี้นอนตื่นสายได้! "

 

เราทั้งสี่คนกระแทกแก้วเตกีลากับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ก่อนหยิบเกลือเข้าปากและบีบมะนาวตาม จากนั้นก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

 

อ๊าาา!

 

"ฮ่ะๆ ไม่ยักกะรู้ว่าน้องน้อยของเรากินเหล้าเป็นด้วย"

 

มิโกะเอ่ยแซว ถึงแม้ว่าผมเป็นผู้ชายแต่ตัวกลับเล็กกว่าสาวสวยประจำกลุ่มอย่างแคทเทอรีน และด้วยความที่ผมมีอายุน้อยกว่าทุกคนในกลุ่ม พวกเธอเลยได้โอกาสตั้งฉายาให้ผมว่า 'น้องน้อย'

 

น่ารักเกินไปไหม?

 

"ไม่เมาไม่กลับโว้ยยย! "

 

จีฮุนชูแก้วเหล้าเหนือศีรษะก่อนตะโกนเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง ตั้งแต่มาถึง จีฮุนเพื่อนรักก็ดื่มไม่หยุด แต่ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเมาสักที

 

คอแข็งสุดยอด!

 

พวกเรานั่งดื่มกันพักใหญ่จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน สติสัมปชัญญะที่เหลือน้อยนิดของผมเริ่มเลือนหาย ผมเอนตัวพิงไปกับพนักโซฟาตัวเขื่อง ตามองไปยังชายฝรั่งสองคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงนัวเนียกันบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

 

อยู่ๆ ภาพใบหน้าของคุณมาร์โคก็ลอยเข้ามาบดบังภาพอิโรติกตรงหน้า

 

เฮ้ออออ!

 

ตามมาหลอกหลอนกันจนได้

 

ผมสลัดความคิดทิ้งแล้วรวบรวมสติที่เหลืออยู่ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงมากดอ่านข้อความ

 

ก่อนออกจากห้อง ผมส่งข้อความหาคุณมาร์โคไปเกือบสิบข้อความ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ส่งข้อความไปหาเขามากมายขนาดนั้น

 

ไม่หรอก

 

ไม่ได้คิดถึงจริงๆ นะ

 

อือออ...แต่คิดถึงนิดนึงก็ได้

 

[Winnie : อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะครบสามวันแล้วนะ ไหนคุณบอกว่าจะกลับมาหาผมภายในสามวันไง]

 

[Daddy : เธอคิดถึงพี่เหรอ]

 

[Winnie : มั่ว ไม่ได้คิดถึงสักหน่อย]

 

[Daddy : แต่พี่คิดถึงเธอนะ]

 

[Winnie : ไปนอนดีกว่า]

 

[Daddy : ฝันดีนะครับที่รัก]

 

[Winnie : ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ สงสัยต้องไปหาคนกล่อม]

 

ไม่มีข้อความตอบกลับมา เขาบอกว่าภายในสามวันจะกลับมาหาผมแต่เขาก็ไม่มา ผมคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรผมมากมายขนาดนั้น

 

แค่คู่นอนชั่วคราวเขาจะมาสนใจทำไม

 

ผมกดปิดโทรศัพท์เก็บใส่ในกระเป๋ากางเกงยีนตัวเก่งดังเดิม ก่อนยกแก้วของตัวเองมากระดกเหล้าเข้าปาก

 

ไม่คลานกลับห้องอย่ามาเรียกผมว่าไรวินท์!

 

"เห้ยวิน! ค่อยๆ ดื่มสิ ดื่มแบบนั้นเดี๋ยวก็น็อกหรอก"

 

จีฮุนที่มองอยู่นานสองนานจับข้อมือของผมไว้ ก่อนเอาแก้วเหล้าออกจากมือวางลงบนโต๊ะ

 

"อึก! เขาไม่มา"

 

"ใคร? "

 

"คุณมาร์โค...เขาผิดสัญญา"

 

หยาดน้ำตาใสเอ่อรื้นขอบตา พวงแก้มเนียนร้อนผ่าวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำไมผมต้องคิดถึงเขาด้วย ในเมื่อเขาเองยังไม่คิดถึงผมเลย

 

คนนิสัยไม่ดี

 

ผมเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนเอนตัวพิงพนักโซฟาอีกครั้ง ความปวดหนึบแล่นปะทะศีรษะจนต้องหลับตาลงแน่น

 

"เฮ้อ! บอกก็ไม่ฟัง จะแบกกลับยังไงไหว สามคนเลยนะเว้ย"

 

เสียงบ่นของจีฮุนดังกระสบโสตประสาท แสดงว่าตอนนี้สองสาวก็มีสภาพไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่

 

"วินหวายน่าาา" ผมพยายามลืมตาแต่เปลือกตากลับหนักอึ้งจนไม่สามารถเปิดขึ้นได้ "ขอห้านาทีนะ"

 

ไม่น่าอวดเก่งเลย

 

"ทำไมถึงดื่มเยอะขนาดนี้"

 

เสียงเหมือนคุณมาร์โคเลย เขามาหาผมอย่างนั้นเหรอ ผมยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งเปิดเปลือกตาของตัวเองออก ก่อนใช้มืออีกข้างจับไล่ไปตามแขนล่ำสันจนวางแหมะบนไหล่กว้าง

 

เขาเหมือนคุณมาร์โคของผมเลย

 

หรือว่าจะเป็นคุณมาร์โคจริงๆ

 

"คุณมาด้ายงาย อึกกก! "

 

เสียงเพลงอึกทึกครึกโครมเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นดนตรีบรรเลงแสนหวานเปิดคลอเบาๆ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกน้อยบินโฉบไปมาบนกลุ่มก้อนเมฆอย่างมีความสุข

 

เขากลับมาหาผมแล้ว

 

"จะมาได้ไงก็ช่างมันเถอะ กลับกันได้แล้ว"

 

"ม่ายยย ม่ายปายด้วย อึก!"

 

ผมพยายามแกะมือของเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผล ถึงจะดีใจที่เขากลับมา แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่เขาเกือบผิดสัญญา

 

"เธอเมามากแล้วนะที่รัก"

 

"วินม่ายเมานะ"

 

"รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วง ทำไมถึงดื่มเยอะครับ"

 

นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมออกจากหน้า คุณมาร์โคหันมองเพื่อนทั้งสามคนที่นั่งหน้าเหวอข้างๆ

 

"ผมจะพาวินกลับไปนอนที่โรงแรมกับผม พวกคุณก็รีบกลับล่ะ แถวนี้ดึกแล้วอันตราย ส่วนค่าเครื่องดื่มพวกนี้ผมจะให้ลูกน้องจัดการให้"

 

"ขะ ครับ! "

 

"เธอกอดคอพี่ไว้"

 

คุณมาร์โคย่อตัวลงแบกผมขึ้นขี่หลัง ผมเอามือคล้องคอเขาไว้แล้วซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง กลิ่นน้ำหอมสะอาดบนตัวของเขาช่วยให้ผมผ่อนคลาย

 

อยากกอดเขาไปตลอดเลย

 

"คุณ..."

 

"ว่าไงตัวแสบ"

 

ตัวแสบเหรอ? ผมเป็นตัวแสบของคนทั้งบ้านอยู่แล้ว เป็นตัวแสบของคุณมาร์โคอีกสักคนจะเป็นไร

 

"ทำไมมาช้า"

 

"..."

 

"คิดถึงมากนะ"

 

 

แสงสีส้มจากโคมไฟระย้าส่องสว่างทั่วห้องพัก คุณมาร์โควางผมนอนลงบนเตียงก่อนเดินไปเอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ผม

 

"พี่ขอโทษนะที่ผิดสัญญากับเธออีกแล้ว"

 

ผมพยักหน้าลงทั้งพยายามเปิดเปลือกตามอง คิ้วเข้มย่นเข้าหากันอย่างคิดหนัก ตาคมมองตามมือของตัวเองที่กำลังเช็ดตัวให้ผม

 

"ขอโทษนะ"

 

คุณมาร์โคลุกจากเตียงหายกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบรับคำขอโทษของผม หรือว่าเขาจะเบื่อผมแล้วอย่างนั้นเหรอ

 

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ออกมาสักที ผมเลยลุกจากเตียงเดินตามเขาเข้าไปในห้องน้ำ ผมรู้ว่าผมอยู่ในฐานะอะไร เป็นคนของเขา เป็นคู่นอนของเขา และอีกไม่ถึงหนึ่งปี เรื่องราวทุกอย่างก็ต้องจบลง

 

"คุณ..."

 

คุณมาร์โคที่ยืนพิงขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหันมอง หน้าของเขาดูเบื่อโลกอย่างเห็นได้ชัด

 

"คุณเบื่อผมแล้วเหรอ"

 

ผมเดินไปหยุดยืนตรงหน้าเขาพลางเงยมองหน้าคนตัวสูงกว่า ทำไมถึงรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ออกมาให้ได้

 

ทำไมต้องทำตัวงี่เง่าแบบนี้ด้วยนะไรวินท์

 

"คุณ...จูบผมได้ไหม"

 

คุณมาร์โคไม่พูดอะไรแต่กลับคว้าตัวผมเข้าไปกกไว้ในอ้อมกอด ลมหายใจอุ่นพ่นหนักออกมาก่อนริมฝีปากนุ่มจะจรดลงบนหน้าผากของผมแผ่วเบา

 

"เธอรู้ไหมว่าเวลาเธอเมาแล้วกลิ่นจูเลียตโรสจากตัวเธอมันยั่วยวนแค่ไหน พี่กลัวว่าพี่จะอดใจไม่ไหวรังแกเธอจนช้ำ พี่เลยมาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำ กะว่าเธอหลับแล้วค่อยจะออกไป"

 

"ไม่เห็นจะต้องอดใจเลย..."

 

ผมรั้งคอคุณมาร์โคลงมากดจูบหนักบนเรียวปากหยักสวย ผมคิดว่ากลิ่นจูเลียตโรสของผมเวลาเจือกลิ่นแชมเปญจากเขามันหอมเสียยิ่งกว่าอะไร

 

ถ้าอย่างนั้นเราลองมาผสมกันอีกครั้งเผื่อมันจะหอมหวานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาดีไหมนะ

 

"พรุ่งนี้น้องวินหยุด คุณมาร์โคช่วยรักน้องวินจนช้ำได้ไหม"

 

 

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------

 

ฝากเล่นแท็กในทวิตเตอร์ #มนัสวินทร์

 

ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

To be continued...

 

บทหน้าก็คือแซ่บเล็กน้อย

 

 

 

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ และคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ❤🙏

 

 

ถ้าคุณรีดคนไหนเล่นทวิตเตอร์เข้าไปพูดคุยกันกับไรท์ได้ตลอดนะคะ

 

ไรท์จะลงเวิร์ดต่างๆ นอกเหนือจากตอนที่อัพ ในทวิตเตอร์นะคะ

 

ตามลิ้งก์นี้ไปได้เลยค่ะ > https://twitter.com/Rosesarin_novel

 

หรือทาง Facebook

 

https://m.facebook.com/Rosesarin.novel/

 

 

 

ความคิดเห็น