facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 1 : ซีน่อน อิลเดนสัน

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 1 : ซีน่อน อิลเดนสัน

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2564 20:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 1 : ซีน่อน อิลเดนสัน
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 1 : ซีน่อน อิลเดนสัน 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

 

รถยนต์คันสวยแล่นอยู่บนถนน

 

ในเส้นทางที่คนไม่ค่อยขับรถผ่านเท่าไหร่ อาจเพราะมันเป็นถนนส่วนบุคคลเลยไม่มีใครกล้าย่างกราย หรือไม่ก็กลัวว่าจะได้รับอันตรายจากสิ่งที่รออยู่ ณ ปลายทางที่เขาว่ากันว่ามีคฤหาสน์ลึกลับที่ซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่

 

บ้างบอกว่าเป็นสถานที่น่ากลัว ใครเข้าไปจะพบเจอกับความตาย บ้างว่าเป็นที่ลับสำหรับพวกขายชาติที่ทางการจับตัวไม่ได้ หลากหลายข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงมารับประกัน ทุกคนก็พูดไปต่างๆ นานาเพียงเพราะถูกสั่งห้ามไม่กล้าเข้ามาใกล้

 

ทั้งที่ความจริงสุดถนนเส้นนี้คือสถานที่ที่ไม่ได้น่ากลัวอะไร

 

มันคือที่ที่ปลอดภัย

 

ที่ที่เราเรียกว่า...

 

แอ๊ดดด

 

            “กลับมาแล้ว...แดเนียลพี่ทำอะไรน่ะ !”

 

            “เฮ้ย !” เจ้าของชื่อร้องลั่นทันทีที่ถูกผมโพล่งถาม เราต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจโดยเฉพาะผมที่ทำอะไรไม่ถูก ก็ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้านมาผมก็เห็นภาพของ ‘แดเนียล’ พี่ชายคนกลางที่กำลังจะทำ ‘เรื่องอย่างว่า’ กับ ‘ออสติน’ แฟนของเขาโดยไม่เกรงใจใคร

 

            พวกเขาอยู่บนโซฟาโดยมีแดเนียลยกขาของพี่ออสตินพาดบ่าตัวเองไว้ คนพี่เปลือยท่อนบนถึงโซฟาจะบังอยู่แต่ผมก็ผมรับรู้ได้ว่าข้างล่างเขาก็ต้องเปลือยอยู่เหมือนกัน เช่นเดียวกับพี่ออสตินนั่นแหละทำเอาผมต้องรีบยกมือปิดตาแล้วหันหลัง

 

“ทำไมกลับเร็วขนาดนี้เนี่ย ไหนบอกว่าจะกลับค่ำไง !” แดเนียลโวยวาย “แล้วทำไมไม่กดออดหรือเคาะประตูก่อน แม่ไม่สอนหรือไง”

 

“แล้วมันใช่เรื่องที่พี่จะมาทำเรื่องแบบนี้กลางบ้านไหม นี่มันพื้นที่ส่วนรวมนะ !”

 

“Damn !” เจ้าตัวสบถดูหงุดหงิดที่ผมมาขัดจังหวะ แต่ผมไม่ผิดนะนี่มันบ้านของพวกเรานี่น่า ผมมีสิทธิ์จะเข้านอกออกในโดยที่ไม่ต้องส่งสัญญาณ เขานั่นแหละที่ไม่ควรมามีเซกส์กับแฟนกลางบ้านแบบนี้ ห้องนอนของตัวเองก็มี แปลว่าพ่อแม่กับพี่ซีวานไม่อยู่ล่ะสิถึงทำเรื่องบัดสีแบบนี้ได้

 

เพราะถ้าเป็นปกติพวกเขาคงหมกตัวอยู่ในห้อง ทำเรื่องลามกทั้งวันทั้งคืนจนพี่ออสตินแทบหยุดหายใจ นี่ถ้าห้องไม่ได้เก็บเสียงนะมีหวังว่าพวกเราทุกคนในบ้านคงนอนกันไม่ได้

 

แดเนียลน่ะติดพี่ออสตินยิ่งกว่าเหาฉลามซะอีก !

 

“บอกแล้วว่าอย่าทำ เห็นไหมมีคนมาเห็นจนได้”

 

“ก็ใครจะคิดว่าซีน่อนจะกลับไว นานๆ ทีมีโอกาสอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็อยากลองเปลี่ยนที่บ้างมันจะได้เร้าใจ”

 

“แต่ถ้าเป็นคุณโซลมาเห็นมันจะเรื่องใหญ่”

 

“แม่ไม่เห็นหรอก ถ้าเห็นเดี๋ยวก็ให้พ่อดีแลนจัดการให้”

 

“จะให้จัดการยังไง”

 

“ก็ฟัดแม่จนกว่าจะเช้านั่นแหละ :)”

 

“ผมได้ยินนะ” ผมพูดขึ้นหลังฟังคู่รักบ่นงุ้งงิ้งกันสองคน ฉลามน่ะหูดีนะจะบอกให้โดยเฉพาะฉลามที่กลายร่างแบบผมไม่ได้ ประสาทสัมผัสอย่างอื่นเลยไวกว่าทุกคนในบ้าน “ผมจะฟ้องแม่แน่ว่าพี่ทำตัวหื่นกาม พี่จะต้องโดนประณามไม่ให้กินวาฬไปตลอดชีวิต !”

 

“เฮ้ พี่ก็แค่เอากับแฟนไม่ได้ทำอะไรผิด เดี๋ยวพอนายมีแฟนก็ต้องเอากันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

 

“แดเนียล !” ได้ยินเสียงเพียะตามมาเดาว่าพี่ออสตินจัดการพี่ชายของผมให้ ผมเลยหันกลับไปย่นคิ้วใส่ โตจนฟันฉลามจะร่วงหมดปากแล้วก็ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ได้ สมแล้วกับที่ครองตำแหน่งตัวแสบประจำบ้านเพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

 

แดเนียลก็ยังเป็นแดเนียลเหมือนเดิม

 

“โทษทีนะซีน่อน พี่จะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก” ออสตินบอกผม “ขอโทษด้วยที่ทำให้นายต้องเข้ามาเห็นอะไรแบบนี้ พี่ผิดเองที่ไม่ห้ามแดเนียลให้หยุด”

 

“โธ่เบ้บ เราแค่เอากันเอง มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น” พี่ชายผมยังคงไม่สำนึกผิด “นายนั่นแหละที่ผิดไอ้ฉลามจิ๋ว พรวดพราดเข้ามาไม่บอกกล่าวกันแล้วมาหาว่าพี่ผิดทั้งที่พี่กับแฟนแค่เอากัน”

 

“เลิกเน้นคำว่าเอาได้ไหม ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่มันเป็นฉลามขี้เอา

 

“ดีใจที่นายรู้ พี่จะได้ไม่ต้องบอกว่าพี่เอาเก่งแค่ไหน”

 

“ให้ตายสิ พี่ไม่สำนึกเลยหรือไง อยากให้ผมฟ้องแม่ไหม”

 

“โตเป็นฉลามต๊องแล้วยังติดนิสัยขี้ฟ้องแม่อีกเหรอ เป็นเด็กอนุบาลหรือไง”

 

“ผมติดแม่ก็ยังดีกว่าคนแถวนี้ที่ติดเมียยิ่งกว่าพ่อติดแม่ซะอีก แถมยังไม่สำนึกว่าตัวเองผิดอะไร”

 

“เชื้อพ่อมันแรงช่วยไม่ได้ไอ้จิ๋ว :)” เขาขยิบตาให้ทำเอาผมอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาสวยๆ คู่นั้นที่เขาได้มาจากแม่แบบไม่ต้องสงสัย ส่วนนิสัยน่ะเหมือนพ่อดีแลนจนทุกคนในบ้านได้แต่เหนื่อยใจ นี่ถ้าพ่อดายอยู่นะเขาจะต้องดุจนแดเนียลหัวหดแน่ๆ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่น่าพอใจ

 

การได้เห็นพ่อชายหงอเป็นลูกชายนั่นคือเรื่องที่ผมชอบที่สุด

 

“ว่าแต่พ่อกับแม่และพี่ซีวานไปไหน ทำไมพวกพี่ถึงอยู่กันสองคน” ผมถามพวกเขาก่อนจะเอากระเป๋าสะพายไปวางไว้ข้างโซฟาแล้วเดินไปหาอะไรกินในครัว

 

“พ่อกับแม่ไปซื้อของในห้าง ส่วนซีวานน่าจะไปล่าวาฬ”

 

“ตอนนี้เนี่ยนะ ?”

 

“เราเป็นฉลาม จะล่าวาฬตอนไหนก็ได้” แดเนียลไว้ไหล่พาให้ผมพองลมในแก้มอย่างหงุดหงิด ผมไม่มีความรู้สึกที่อยากล่าวาฬหรือกินโลมาเลยสักนิด พวกมันเป็นสัตว์ที่น่ารักและใจดี ผมชอบเล่นกับพวกมันมากแม้ว่าพวกมันจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ผมก็ตาม

 

ก็อย่างที่บอกถึงผมจะกลายร่างไม่ได้ แต่ผมก็ยังมีเลือดฉลามติดตัวมา

 

 บางครั้งมันก็เป็นปัญหาเหมือนกัน

 

แอ๊ดดด

 

            “กลับมาแล้วเด็กๆ”

 

            “พ่อดาย ! พ่อดีแลน !” 

 

            “ซีน่อน ?”

 

“กลับมาแล้วเหรอ”

 

            “ครับ !” ผมยิ้มกว้างเป็นเด็กๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปกอดพ่อดายกับพ่อดีแลนที่ถือของเข้ามาในบ้านเต็มมือไปหมด ช่วงนี้ผมต้องทำโปรเจคที่มหาลัยทุกวันเลยไม่ค่อยมีเวลากลับบ้านเท่าไหร่ ไม่เหมือนซีวานกับแดเนียลที่เรียนจบแล้วและพวกเขาก็กำลังหางานทำแม้ว่าพวกเราจะไม่ต้องทำก็ได้

 

            แต่ซีวานไม่อยากใช้ชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาเลยทำงานที่โรงพยาบาลแถวบ้าน เป็นคุณหมอหนุ่มไฟแรงที่เรียนจบศัลยแพทย์อันดับหนึ่งของประเทศจนใครๆ ต่างก็หลงใหล

 

            ส่วนแดเนียลเป็นนักกีฬาทีมชาติ เขายังคงมุ่งเน้นการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่คว้าแชมป์มาได้ทุกยุคทุกสมัย ควบกับช่วยดูแลแกลอรี่ของพี่ออสตินที่ตอนนี้เป็นจิตรกรเต็มตัว มีผลงานมากมาย ในขณะที่ผมเรียนเกี่ยวกับระบบนิเวศน์ทางทะเลเพื่อเปิดศูนย์วิจัย

 

            ใช่ ผมอยากเปิดศูนย์วิจัยที่ช่วยเหลือสัตว์ทะเลมากมาย

 

            มันเป็นเป้าหมายที่ทำให้ผมดิ้นรนมาจนถึงทุกวันนี้

 

            “ผมคิดถึงพ่อมากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ผมตีหน้าเศร้า “พ่อรู้ไหมครับว่าผมเรียนหนักมาก ข้าวก็ไม่ค่อยได้กิน หนังสือก็ต้องอ่าน โปรเจคก็ต้องทำ ไม่ได้ออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ ผมรู้สึกเหมือนโดนกักขัง...”

 

            “แต่พี่เห็นนายลงไอจีสตอรี่ไปดื่มกับเพื่อนที่คลับเฮ้าส์”

 

            “!!!”

 

            “ไม่ยักรู้ว่าที่มหาลัยเขาเลี้ยงเหล้านักศึกษาด้วย”

 

            “พี่...ซีวาน” ผมถึงกับชะงักเมื่อเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันไปดูก็พบกับพี่ชายคนโตที่เดินมาจากหลังบ้าน เนื้อตัวเต็มไปด้วยหยดน้ำที่ไม่ต้องเดาเลยว่าเขาเพิ่งกลับมาจากที่ไหน ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มมุมปากขณะที่ผมยู่ปากให้

 

            เดี๋ยวนี้ซีวานไม่ค่อยตามใจผมแล้ว ไม่รู้ว่าผมน่ารักไม่พอหรือว่าเขาโดนแดเนียลเป่าหูระหว่างที่ผมไม่อยู่ก็ไม่รู้

 

            “ก็แค่สังสรรค์นิดหน่อยเองครับ” ผมตอบกลับ “แต่ผมไม่ได้ดื่มเลยนะสาบานได้”

 

            “อยากให้พี่เปิดหลักฐานไหม”

 

            “ซีวาน ผมเป็นน้องพี่นะ พี่ไม่รักผมเหรอ” ผมทำหน้าอ้อนพร้อมกับกอดพ่อดายไปด้วย ใช้เขาเป็นเกราะกำบังนั่นทำให้พี่ชายคนโตยิ้มขำ เขาส่ายหัวไปมาด้วยความเอ็นดูผม ถึงจะบอกว่าเขาไม่ค่อยตามใจ แต่เขาก็ไม่เคยแกล้งผมแรงๆ เลยนะ ส่วนใหญ่ก็หยอกเย้าตามประสามากกว่า ไม่เหมือนพี่ชายผมอีกคน

 

            พอผมโดนเอาใจหน่อยก็ทำเป็นบ่นอุบอิบอ้อนเมีย

 

            “มาถึงนานแล้วเหรอซีน่อน”

 

            “สักพักแล้วครับพ่อ แถมยังกลับมาเจอภาพอุจาดตา”

 

“หืม ?”

 

“ว่าแต่แม่ล่ะครับ ยังไม่เข้ามาเหรอ” ผมตีหน้าสงสัยพลางชะเง้อหาว่าแม่อยู่ที่ไหนทำไมไม่เข้ามาด้วย ทว่าคำถามของผมกลับทำให้พ่อทั้งสองคนมองหน้ากันเหมือนขอคำปรึกษา ผมเลยขมวดคิ้วใส่แปลกใจที่พวกเขาดูมีพิรุธราวกับเตี้ยมกันมา “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า”

 

            “พ่อไม่แน่ใจว่าควรพูดไหม” พ่อดีแลนถอนหายใจช้าๆ “แต่เราเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากอา”

 

            “อา ?”

 

            “พ่อทูนหัวของลูกน่ะ”

 

            “!!!”

 

            “เขา...เขาโทรมา” พ่อดีแลนทำหน้าจริงจังมาก เขาทำให้ผมรู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่ มือหนาจับที่ไหล่ผม ถอนหายใจอีกครั้งพลางลากสายตามาสบกันเป็นการสะกดผมให้ตั้งใจฟัง “ทำใจดีๆ ไว้นะซีน่อน ลูกอย่าตกใจ”

 

            “ทำไมพ่อพูดแบบนั้นล่ะครับ อาเขาเป็นอะไร” ผมถามเสียงสั่นกลับไป “เกิดอะไรขึ้นกับอาเหรอครับพ่อ พ่อบอกผมสิ”

 

            “พ่อไม่อยากทำให้ลูกเสียใจ”

 

            “…”

 

            “แต่พ่อทูนหัวลูกน่ะเขา...”

 

            “ข่าวดีซีน่อน อาโนเอลกลับจากต่างประเทศแล้ว :)” 

 

            หัวใจผมหล่นวูบก่อนจะถูกฉุดขึ้นกลับมาเต้นแรงไม่เป็นส่ำ จากที่เคยใจหายวาบแปรเปลี่ยนเป็นชะงัก งุนงง ตกใจ ผสมปนเปจนผมไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่ ที่แน่ๆ คือผมสับสนเพราะสิ่งที่พ่อดีแลนพูดก่อนหน้านี้มันทำให้ผมคิดไปในแง่ร้ายๆ ต่างนานา

 

            ทว่ากลับมีคนเฉลยสิ่งที่ค้างคา แน่นอนว่าไม่ใช่พ่อทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

            “แม่ครับ...”

 

            “โธ่ที่รัก ไม่น่ารีบเฉลยเลย”

 

            “ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านหลังพลันก็ปรากฏร่างของผู้ชายวัยสี่สิบปลายๆ ที่ยังดูเหมือนชายหนุ่มวัยยี่สิบ เขาคือผู้ให้ชีวิตและปกป้องทุกชีวิตในบ้านอิลเดนสัน ผู้ชายที่ผมเคารพรักมากกว่าใครบนโลก ไม่เคยคิดร้ายกับเขาเลยสักครั้ง

 

            เขาคือต้นแบบที่ทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีในทุกวัน

 

            คนที่อ้าแขนต้อนรับ

 

            “อย่าแกล้งลูกสิดีแลน” เจ้าตัวตอบพลางย่นคิ้วที่เปื้อนรอยยิ้มใส่สามีจอมขี้เล่น “ดูสิลูกตกใจหมดแล้ว”

 

            “ผมก็แค่อยากให้เขาตื่นเต้น ไม่ได้ตั้งใจทำให้กลัวสักหน่อย”

 

            “แต่ที่นายพูดเมื่อกี้มันทำให้ซีน่อนกังวล ไม่เห็นหรือไง”

 

            “โธ่พี่ ลูกเราเข้มแข็งจะตาย เรื่องแค่นี้เขาไม่...”

 

            “อาจะกลับมาจริงๆ เหรอครับแม่”

 

หมับ !

 

            “แม่ไม่ได้โกหกนะครับ” ผมไม่สนใจเสียงของพ่อทั้งสองเลยสักนิด กลับกันพอตั้งสติได้ว่าตัวเองถูกแกล้งจากคนที่หวงผมและแม่จาก ‘พ่อทูนหัว’ แค่ไหนผมก็เปลี่ยนมาให้ความสนใจกับคำพูดของแม่มากกว่า ผมรีบเดินมาจับมือแม่พลางเขย่าไปมาด้วยความตื่นเต้นปนอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ที่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแบบที่พ่อทำ

 

เล่นเอา ‘โซล อิลเดนสัน’ แม่ของผมถึงกับยิ้มขำ

 

“แม่จะโกหกทำไม เรื่องนี้มันสำคัญกับลูกไม่ใช่เหรอ” แม่ตอบพร้อมลูบหัวผมด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู “เมื่อกี้อาโทรมาหาแม่ว่าถึงสนามบินแล้ว กำลังนั่งรถมาที่นี่และจะขอค้างสักคืนค่อยกลับบ้าน”

 

“จริงเหรอครับ อาจะมาบ้านเราจริงๆ เหรอ”

 

“จริงสิลูกรัก ทำไมถามย้ำบ่อยจัง”

 

“เพราะผมกลัวว่าตัวเองจะฝัน”

 

“ซีน่อน”

 

“ผมไม่อยากให้นี่เป็นแค่ฝันครับแม่” ผมตอบตามความจริงขณะที่น้ำตาคลอเบ้า มันเป็นความรู้สึกดีใจปนคิดถึง นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่ผมไม่ได้เจอพ่อทูนหัวของตัวเอง น่าจะเกือบห้าหกปีได้ไม่ก็นานกว่า จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เจออาคือตอนผมขึ้นเกรดเก้าไม่ก็เกรดสิบ หลังจากนั้นเราก็เจอกันแค่ปีละครั้ง บางปีก็ไม่เจอกัน

 

ถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น...

 

อาถูกเรียกตัวจากทนายประจำตระกูลให้ไปคุยเรื่องพินัยกรรม เขาเลยต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าซึ่งไกลจากที่นี่มากนัก ผมเคยคิดอยากไปเยี่ยมอา แต่แม่ก็ห้ามเพราะเหตุผลบางอย่าง

 

ความสัมพันธ์ของพวกเราค่อนข้างซับซ้อนนัก เอาเป็นว่าผมไม่เจออามานานมากเพราะงั้นการได้เจอกันแต่ละครั้งมันถึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าแค่เจอกัน แต่สำหรับผมน่ะ...

 

มันโคตรน่าดีใจเลย

 

“ไม่ใช่ฝันหรอกลูก” แม่ลูบแก้มผม “อากลับมาแล้วจริงๆ และจะอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะเบื่อหน้า”

 

“ผมรู้สึกเบื่อแล้วสิ ไล่เขากลับไปเลยได้ไหมที่รัก”

 

“ถ้าพ่อไล่อากลับ ผมจะโกรธพ่อนะ”

 

“หา ?”

 

“จะโกรธจนกว่าพ่อจะตามอากลับมา และถ้าอาไม่กลับมาผมจะให้แม่ขังพ่อไว้ ไม่ให้พ่อออกไปล่าวาฬเลย” ผมย่นคิ้วใส่พ่อดีแลนที่พูดแบบนั้นทำเอาคนโตกว่าถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างที่ผมยื่นคำขาด “ผมพูดจริง”

 

“ซีน่อน ! ลูกจะเห็นอาดีกว่าพ่อไม่ได้นะตัวแสบ”

 

“ก็ถ้าพ่อทำตัวไม่ดีกับอา ผมก็จะใจร้ายกับพ่อเหมือนกัน”

 

“แต่โนเอลน่ะ...!”

 

“ผมไม่ให้พ่อโต้แย้งอะไรทั้งนั้น”

 

“!!!”

 

“รบกวนทำตามที่บอกด้วยนะครับคุณดีแลน อิลเดนสันเพราะลูกคนนี้ยื่นคำขาดแล้ว” ผมยักคิ้วกวนประสาทที่มาพร้อมกับสายตาจริงจังเล่นเอาคนเป็นพ่อถึงกับต้องหันไปหาคนรักเพื่อขอการสนับสนุน เสียดายที่แม่แค่ไหวไหล่เหมือนปล่อยให้พ่อรับผิดชอบตัวเอง พ่อดายเองก็ไม่เข้าข้างทำเป็นเอาของไปวางในครัวคล้ายกับเอาตัวรอดจากสถานการณ์ “ผมไปอาบน้ำแต่งตัวรออามาดีกว่า อาจะได้ดีใจที่เห็นผม”

 

“หยุดเลยตัวแสบ มาคุยกันให้รู้เรื่อง” พ่อดีแลนคว้าแขนผมไว้ “นี่จะไม่มีใครห้ามซีน่อนเลยหรือไง ลูกเห็นอาดีกว่าผมนะ”

 

“ปกติไม่ใช่เหรอครับพ่อ ซีน่อนติดอามาตั้งแต่เด็ก ใครไปขวางได้ที่ไหนกัน”

 

“แต่น้องโตแล้วนะซีวาน จะติดอาเหมือนตอนเด็กๆ ได้ยังไงกัน”

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ทีพ่อติดแม่ผมยังไม่เคยว่าอะไรสักคำ” ผมว่ากลับ “ผมแค่ติดอาเพราะอาเป็นคนสำคัญมันผิดตรงไหน”

 

“ผิดตรงที่ลูกโตแล้ว วัยนี้ควรจะมีแฟนเป็นของตัวเองไม่ใช่หรือไง”

 

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยครับ โตแค่ไหนก็ติดอาได้”

 

“ซีน่อน”

 

“เดี๋ยวพอเจออาผมจะหอมซ้ายหอมขวาจุ้บกลางหน้าผากอาเป็นการเอาใจ” พูดพร้อมทำท่าทางให้ดูด้วยเป็นการแกล้งพ่อให้หงุดหงิดเข้าไปใหญ่ “จะให้อานอนห้องเดียวกับผมด้วย ผมจะได้นอนกอดอาทั้งคืนให้หายคิดถึง”

 

“ถ้าลูกทำพ่อจะกินอาเข้าไป”

 

“งั้นผมกินอาก่อนดีไหม”

 

“!!!”

 

“ผมจะกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวเลย :)” 

           

            ว้าว พ่อดีแลนโกรธจนหน้าแดงเป็นมะเขือเทศเลย คิ้ก ผมชอบจัง

 

            “อาคงจะอร่อยน่าดู”

 

            “ซีน่อน !”

 

            “ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ รักพ่อนะ จุ๊บ !” พูดจบก็หอมแก้มคนหน้าแดงไปหนึ่งทีก่อนจะรีบวิ่งขึ้นชั้นสองของบ้านไปโดยไม่สนใจว่าพ่อดีแลนจะโกรธขนาดไหนที่ผมแกล้งเขาไปแบบนั้น แต่จะบอกว่าแกล้งก็ไม่ถูก ที่ผมพูดผมตั้งใจทำจริงทุกคำ ถึงพวกเราจะเป็นผู้ชายกันทั้งบ้านทว่าการจุ๊บหรือหอมแก้มกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกซะหน่อย

 

            จะเอาเรื่องโตแล้วมาอ้างก็ไม่ได้ อาก็ถือว่าเป็นครอบครัวคนนึงของเราเหมือนกัน ต่อให้เราจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่เขาก็คอยดูแลพวกเรา

 

            แถมยังเป็นเพื่อนรักของแม่ เพราะงั้นพ่อไม่มีสิทธิ์รังแกเขา

 

            ผมจะปกป้องอาให้ดูเอง !

 

            “ใส่ชุดไหนต้อนรับอาดีนะ คิ้ก~”

 

 

 

            ผมใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับหาชุดใส่เพื่อต้อนรับคนที่จะมาถึง ผมบอกตรงๆ ว่าผมตื่นเต้นมากที่จะได้เจออาในรอบหลายปีที่เราไม่ได้เจอกัน ยิ่งช่วงปีสองปีให้หลังอาไม่ได้กลับมาหาเราก็ยิ่งทำให้ผมคิดถึงเขามากขึ้น

 

            ไม่รู้ว่าตอนนี้อาเป็นยังไงบ้าง จะหล่อขึ้นหรือว่าผอมลงบ้างไหม อาไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ ไปอยู่ต่างประเทศอาจโหมงานจนไม่ค่อยได้กินอะไรก็เป็นได้

 

            เพราะงั้นพอแต่งตัวเสร็จผมก็รีบลงมาช่วยพ่อดายกับแม่ทำอาหาร จดจำได้ทุกอย่างว่าอาชอบกินอะไร เห็นผมแบบนี้ผมทำอาหารเก่งมากเลยนะ ต้องขอบคุณพ่อดายที่คอยช่วยสอน ไม่เหมือนพ่ออีกคนที่ชอบหนีลูกหนีเมียออกไปล่าวาฬแล้วมาเล่าด้วยความภูมิใจ

 

            ผมไม่รู้หรอกว่าการได้กินเนื้อวาฬ เนื้อโลมามันมีความสุขขนาดไหน พ่อถึงได้ชอบล่าพวกมันนัก พวกพี่ๆ เองก็กินกันอาทิตย์ละครั้ง มันคงช่วยสำหรับคนที่มีร่างกายเป็นฉลามล่ะมั้ง

 

            เกิดมามีเลือดมนุษย์เยอะอย่างผมน่ะ ไม่มีวันเข้าใจพวกเขาหรอก

 

ติ๊งหน่อง~

 

            “หืม ?”

 

            “แม่ว่าอามาแล้วนะ” ผมถึงกับหูตั้งเป็นลูกหมาทันทีที่ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นและแม่พูดแบบนั้น มือที่ถือจานสลัดอยู่ก็แทบจะโยนมันทิ้งเพื่อวิ่งไปหาคนที่ตัวเองรออยู่ “ไปเปิดประตูให้อาสิซีน่อน เดี๋ยวแม่กับพ่อจัดจานต่อเอง”

 

            “ได้เลยครับแม่ ผม เอ่อ ผมดูดีหรือยัง” ผมถามแม่ด้วยความเลิ่กลั่ก เสยผมตัวเองให้เข้าที่เล็กน้อยพร้อมกับปัดอะไรก็ตามที่เปื้อนเสื้อผ้าตัวเองอยู่ ผมใส่ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเลยนะ ทุกคนเอาแต่ชมว่าน่ารักกันไม่หยุดปาก

 

            ซึ่งพอถามไปแบบนั้นแม่ก็ยิ้มขำ

 

            “ลูกดูดีแล้ว อาต้องชอบแน่ถ้าได้เห็นลูกน่ะ”

 

            “อาจะดีใจใช่ไหมครับที่เราเจอกัน”

 

            “แม่เชื่อว่าอาคิดถึงลูกมากเลยล่ะตัวแสบ” ผมยิ้มกว้างจนตาหยี แม่เลยเอื้อมมือมาลูบหัวผมแล้วหอมหน้าผากเป็นการให้กำลังใจ ส่วนพ่อดายแค่ยิ้มมุมปาก พยักหน้าให้นิดหน่อยเป็นเชิงบอกว่าผมอย่าได้กังวลอะไรไป ผิดกับพ่อดีแลนที่ทำปากมุบมิบเดาว่าคงกำลังบ่นผมในใจ

 

            แต่ที่ไม่พูดออกมาคงเพราะถูกพ่อดายหยิกหลังไว้ ไม่งั้นคงโวยวายใหญ่แล้ว

 

            “รีบไปเปิดประตูให้อาได้แล้ว ข้างนอกยุงเยอะ”

 

            “ครับแม่” ผมพยักหน้าให้ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูใหญ่ ผ่านพี่ชายสองคนที่ยืนกอดอกมองผมอยู่โดยไม่พูดอะไร แต่ผมรู้ว่าพวกเขากำลังเอ็นดูไม่ก็หน่ายใจให้กับพฤติกรรมของผม ผมถอนหายใจเล็กน้อย พยายามตั้งสติพลางกดความตื่นเต้นให้ลดลง

 

ทัดผมที่ลงมาปรกหน้านิดหน่อยพร้อมเอื้อมมือไปจับกลอนประตูที่ล็อคไว้

 

จากนั้นก็ค่อยๆ บิดมัน เปิดอ้าออกให้แสงสว่างจากไฟด้านนอกขับไล่เงาบนพื้นเพื่อต้อนรับคนที่รออยู่โดยไม่บ่นอะไร

 

นาทีนั้นผมลากสายตาไปสบกับเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่เหมือนกับดวงจันทร์ในวันที่ผมเกิด แตกต่างตรงที่แววตานั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่ เส้นผมสีควันบุหรี่พลิ้วไหวเล็กน้อยเนื่องจากสายลมพัดผ่านมาทักทาย ร่องรอยของชีวิตไม่ได้ทำให้เขาดูแก่ลงเลยสักนิดกลับกันมันทำให้เขาดูภูมิฐานขึ้นจนน่าแปลกใจ

 

อย่างสุดท้ายคือรอยยิ้มที่ส่งผ่านมาให้กับเสียงทุ้มต่ำที่มีอิทธิพลกับหัวใจ

 

“ซีน่อน” 

 

“อา...”

 

“เราไม่เจอกันนานแค่ไหน”

 

“…”

 

“ทำไมโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเนี่ย” นั่นคือประโยคแรกที่เขาทัก มันเป็นประโยคธรรมดามากที่ไม่ว่าใครก็พูดได้ แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำทว่ากลับเป็นน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากหัวใจ เสียงของอายังคงเหมือนกับวันที่อาขึ้นเครื่องไป

 

รวมถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดในตอนที่ผมโผเข้าไปกอดเขาไว้

 

“อา ฮึก อาโนเอล

 

“เอ๋ อะไรเนี่ย” อาถึงกับเลิ่กลั่กเมื่อจู่ๆ ผมก็น้ำตาไหล “ร้องไห้ทำไมไอ้จิ๋ว ใครทำอะไรให้ ?”

 

“ผม ฮึก ผมดีใจ”

 

“หา ?”

 

“ในที่สุดผมก็กอดอาได้”

 

“…”

 

“ในที่สุดอาก็กลับมาหาผมสักที” สิ้นประโยคนั้นอาก็ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับว่าเขาโล่งอกไม่ก็เหนื่อยหน่ายที่ผมมีเหตุผลแค่นี้ ผมก็ไม่ได้อยากร้องไห้หรือทำให้เสียบรรยากาศหรอก แต่ผมคิดถึงอาจริงๆ พอได้เจอหน้ามันก็เหมือนปลดล็อกทุกสิ่ง ทุกความคิดถึงที่มีหลั่งไหลออกมาจนหมด

 

“ให้ตายสิ อาก็นึกว่าเผลอไปเหยียบเท้าเราหรือว่าทำอะไรไม่ดีใส่ นี่ถ้าพ่อเขาเห็นว่าเราร้องไห้มีหวังคิดว่าอาแกล้งเราแน่ๆ”

 

“อาจะแกล้งผมได้ไง อาใจดีจะตาย”

 

“ก็พ่อเราน่ะหวงเราจะตาย ถึงอาจะใจดีแค่ไหน เขาก็มองว่าอาร้ายอยู่ดี” ผมยิ้มขำส่ายหัวไปมาให้กับคำประชดประชันนั่น เป็นจังหวะเดียวกับที่เขายกมือมากอดตอบผม ลูบหลังเบาๆ เป็นการปลอบให้หยุดร้องไห้ "และเราก็ไม่ควรแกล้งคนแก่แบบนี้ ถ้าอาหัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง”

 

“อาแข็งแรงจะตาย ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกครับ” ผมผละมายิ้มให้ “อาจะต้องอยู่กับผมตลอดไป ผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรอาหรอก”

 

“ฉลามจิ๋วอย่างเราจะปกป้องอาได้เหรอ นี่แค่เจอกันยังร้องไห้เป็นเด็กๆ”

 

“ก็ผมคิดถึงอานี่น่า อาไม่คิดถึงผมบ้างหรือไง”

 

“ถึงคิดถึงอาก็จะไม่ร้องไห้”

 

“ผมก็ไม่...”

 

“แต่อาจะยิ้มเพื่อแสดงให้เห็นว่าอาดีใจที่ได้เจอเราแค่ไหน” เขาประคองใบหน้าผมไว้ ให้ความอบอุ่นอาบไล้แก้มขาว “เราเองก็ควรยิ้มกว้างๆ ให้อาไม่ใช่หรือไง ไม่ควรร้องไห้แบบนั้น”

 

“ผมก็ไม่ได้อยากร้องไห้เหมือนกัน แต่มัน...” ผมพึมพำ “ขอโทษครับ”

 

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลยเจ้าจิ๋ว อาไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” เขาย่นคิ้วใส่ “อาแค่ไม่อยากเห็นเราร้องไห้ ปกติเรายิ้มตลอดไม่ใช่หรือไง”

 

“ผมก็ยิ้มอยู่นี่ไง”

 

“ยิ้มทั้งน้ำตามันน่ารักที่ไหน เราไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะอาจะบอกให้”

 

“…”

 

“ไหนลองยิ้มให้อาใหม่”

 

“อาครับ”

 

“ยิ้มกว้างๆ ให้อาชื่นใจเลยนะเจ้าจิ๋ว :)” 

 

 

เก็บเกี่ยวความน่ารักต้นเรื่องไว้ให้มากๆ นะคะ หลังจะซี๊ดซาดแล้วนะ ! 

ฝากส่งฟีดแบ็กที่ #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า* 

LOADING 100 PER 

ซีน่อน อิลเดนสัน ฉลามจิ๋วลูกชายคนสุดท้ายของฉลามคลั่ง 

ศักราชใหม่ได้ถือกำเนิดกับความรุ่มร้อนของฉลามตัวใหม่ 

ถึงกลายร่างไม่ได้แต่เลือดฉลามก็ยังร้อนระอุอยู่ข้างในรอวันปะทุให้คนได้หวาดหวั่นกัน 

แต่งานนี้มีให้คิดเมื่อปริศนาที่ทิ้งไว้กำลังขยายเป็นวงใหญ่ 

อย่าได้ไว้ใจคนที่ให้ใจ และอย่ามองข้ามศัตรูไป 

โลกนี้ไม่ได้ใจดีกับเราตลอดเวลา 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว