facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 วาสนาทัดเทียมกัน

ชื่อตอน : บทที่ 20 วาสนาทัดเทียมกัน

คำค้น : นิยายรัก รักแท้ รักโรแมนติก รักแรกพบ แอบรัก รักวัยรุ่น มีรัก รักเดียวใจเดียว วิศวะ หนุ่มวิศวะ หมอ แพทยน์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 164

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2564 12:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 วาสนาทัดเทียมกัน
แบบอักษร

จากฤดูร้อน เข้าสู่ฤดูฝน

แสงแดดที่เคยแผดแสงแรงกล้า กลับกลายเป็นสายฝน ในแต่ละวันมนุษย์ที่อยู่ใต้แผ่นฟ้าไม่อาจคาดเดาใจฟ้าได้เลยว่าฝนจะเทลงมาเมื่อใด

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด เจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานส่วนใหญ่จึงพยายามเร่งมือกันทำงานกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อให้ได้กลับบ้านได้ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงาน

เมฆสีดำเริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่ตอนบ่าย เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะเกรงว่าพายุใหญ่กำลังจะมา หากกลับไม่ทันอาจจะต้องติดฝนอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน ด้วยเหตุนี้พี่ ๆ เพื่อน ๆ ในสำนักงานจึงเร่งฝีเท้าออกจากสำนักงานทันทีที่นาฬิกาบนฝาพนังห้องบอกเวลาเลิกงาน

“ใหม่เก็บของเสร็จรึยัง ให้รอไหม”

อิงดาวเอ่ยขึ้นขณะที่ร่างเล็กเดินมาถึงโต๊ะของเพื่อนสาว ทั้งสำนักงานเหลือเพียงแค่เธอสองคน

“รอสิย่ะ ! ฉันไม่กล้าอยู่ที่สำนักงานคนเดียวหรอกนะ ยิ่งฝนใกล้จะตก ฟ้าก็มืดแล้วด้วย ฉันกลัวผี”

ใหม่รีบปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็หันไปเก็บแฟ้มเสนองานเข้าที่ ปกติแล้วงานธุรการจะไม่ค่อยมีงานมาก เธอจึงเป็นคนแรก ๆ ที่กลับบ้านก่อนเพื่อน ยกเว้นวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเสนอขอทุนวิจัย ที่ทางคณะต่าง ๆ จักต้องส่งเอกสารให้ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยลงนาม ผ่านสำนักงานวิจัย เมื่อลงนามเสร็จแล้ว ฝ่ายธุรการก็มีหน้าที่ออกเลขหนังสือจากนั้นจึงจะสามารถยื่นขอทุนวิจัยจากแหล่งต่าง ๆ ได้

“ได้ ๆ”

อิงดาวยิ้มน้อย ๆ ให้กับคนกลัวผี ที่กุรีกุจอรีบเก็บของเตรียมกลับบ้าน

“อ๊ายยยยย”

คนกลัวผีกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ใบหน้าซีดเผือด ทำให้คนที่ไม่เคยกลัวอะไรอย่างอิงดาวตกใจไปด้วย

“อะไร เป็นอะไรใหม่”

อิงดาวละล่ำละลักถาม มองซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวง

“ฉันเอาเอกสารขอทุนให้อาจารย์ธาวินไม่หมด”

หญิงสาวบอก น้ำเสียงคล้ายคนจะร้องไห้ มือที่ถือเอกสารอยู่สั่นระริก

“พุทโธ่... ฉันละตกใจหมดนึกว่าเธอเห็นผีสะอีก”

อิงดาวลูบอกของตนเองเบา ๆ เพื่อปลอบขวัญของตน

“มันยิ่งกว่าเห็นผีอีกนะอิงดาว ฉันตายแน่ ๆ เพราะเอกสารชุดนี้ด่วน อาจารย์ธาวินจักต้องส่งให้แหล่งทุนพรุ่งนี้ โครงการนี้อาจารย์ธาวินเป็นหัวหน้าทีมร่วมกับท่านรองอธิการเพื่อขอทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยงบประมาณตั้งยี่สิบล้าน !”

ใหม่อธิบายให้เพื่อนฟังด้วยความร้อนใจ

“พรุ่งนี้ค่อยส่งไปที่คณะวิศวะฯ ก็ได้นี่”

อิงดาวออกความเห็น

“ไม่ได้สิ ฉันกลัวว่าอาจารย์ธาวินจะไม่รู้ว่าเอกสารหายไปหนึ่งชุด แล้วส่งไปที่แหล่งทุนเลย หากเป็นแบบนั้น แหล่งทุนก็จะไม่รับพิจารณา ทำให้มหาวิทยาลัยเราชวดเงินล้าน เพราะฉันเป็นต้นเหตุ จากนั้น ทั้งท่านรองอธิการ อาจารย์ธาวิน โดยเฉพาะหัวหน้าฯ ต้องไล่ฉันออกแน่ ๆ”

ใหม่เริ่มเบะปาก เสียงสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้

“งั้นเราก็เอาเอกสารนี่ไปส่งที่คณะวิศวะ วันนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”

อิงดาวเสนอทางออกที่คิดว่าที่ดีที่สุด เพื่อนสาวจึงหยุดคร่ำครวญแล้วจับมือของเธอเอาไว้

“อิงดาว เอาเอกสารขอทุนไปส่งที่คณะวิศวะ ให้ฉันหน่อยนะ”

ใหม่ขอร้องพร้อมกับส่งสายตาเป็นประกายมาให้เพื่อนสาว

“ใหม่จะให้ฉันไปคนเดียวเหรอ”

คนถูกไหว้วานโพล่งออกมาด้วยความตกใจ แม้ว่าเธอจะทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาได้สามเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเหยียบย่างไปที่ตึกของคณะอื่น ๆ เลย

“นะ ๆ อิงดาวนะ พอดีว่าวันนี้ฉันนัดกับแฟนเอาไว้ตอนหกโมงเย็น นี่มันก็สี่โมงครึ่งเกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว เดี๋ยวฉันไปไม่ทันนัด ถ้าไปไม่ทันนัดแฟนฉันต้องโกรธแน่ ๆ เธออยากเห็นเพื่อนอกหักหรือไง นะ ๆ อิงดาวนะ ช่วยฉันหน่อยนะ”

ใหม่เขย่าแขนเพื่อน ส่งสายตาขอร้องให้ดูหน้าสงสารที่สุด

“กะ ก็ได้”

อิงดาวตอบรับเสียงเบา เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากปฏิเสธก็คงจะใจดำเกินไปหน่อย แค่เอาเอกสารไปส่งให้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้นเอง และหากมีโอกาสได้พบกับอาจารย์ธาวินก็จะดี เธอจะได้คืนผ้าเช็ดหน้า และบอกขอบคุณเขาเสียที

“ขอบใจมาก”

ใหม่ยิ้มแฉ่ง พร้อมกับยื่นซองน้ำตาลที่ใส่เอกสารขอทุนฉบับสุดท้ายให้กับอิงดาว

 

......................................................................................................

 

 

ตึกสำนักงานอธิการบดี ที่อิงดาวทำงานตั้งอยู่ที่ส่วนหน้าของมหาวิทยาลัยแต่คณะวิศวกรรมศาสตร์ตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางของของมหาวิทยาลัย ดังนั้น กว่าเธอจะเดินมาถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เย็นมากแล้ว

ท้องฟ้าส่งเสียงร้องคำรามเป็นระยะ ๆ เมฆสีดำลอยต่ำลงเรื่อย ๆ อิงดาวจึงเร่งฝีเท้ามากขึ้น เพื่อที่จะไปส่งเอกสารให้อาจารย์ได้ทันก่อนที่ฝนจะตกลงมา

 

“ลุงคะ รู้จักอาจารย์ธาวินไหม”

อิงดาวรีบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งอยู่หน้าตึก EN 6 หรือ ตึกใหญ่ส่วนกลางของคณะวิศวกรรมศาสตร์

 

ลุงยามหมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบออกมาว่า

“รู้จัก ท่านเป็นรองศาสตราจารย์ และยังเป็น ประธานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ถามทำไม มีธุระอะไรกับท่านรองศาสตราจารย์เหรอหนู”

อิงดาวยิ้มเต็มหน้า พร้อมกับถามแทนการตอบคำถามว่า

“กลับไปหรือยังคะ ลุง”

 

“โอ๊ย ท่านรองฯ ธาวิน ไม่กลับง่าย ๆ หรอก เห็นกลับเย็นทุกวัน วันนี้ก็ยังไม่เห็นลงมาจากตึกเลย”

ลุง รปภ. หน้าตึก EN 6 กล่าวอย่างภาคภูมิใจที่ตนจำทุกคนในตึกได้ รวมถึงรู้ว่าใครเข้าออกตอนไหนเวลาใด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าตนทำหน้าที่เป็นผู้รักษาความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

 

“งั้นดีเลย หนูขอฝากเอกสารขอทุนให้หน่อยนะคะ”

อิงดาวยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ลุง รปภ.

 

 

“ทำไมหนูไม่ขึ้นไปเอาให้ท่านรองฯ ธาวินเองล่ะ  ห้องพักอาจารย์อยู่ที่ชั้นสี่ นี่เอง”

 

“หนูเกรงว่าจะสวนทางกับอาจารย์ค่ะ เดี๋ยวจะคาดกันไปมาเปล่า ๆ แต่ถ้าฝากไว้ที่ลุง ซึ่งหน้าตึกยังไงก็ต้องเจออาจารย์ที่เข้าออกภายในอาคารนี้ ไม่มีทางคาดกันแน่ ๆ ค่ะ”

 

“จริงด้วยสิ ได้ เดี๋ยวลุงจะเก็บเอาไว้ให้ท่านรองฯ ธาวินแล้วกัน”

ลุง รปภ. พยักหน้างึกงักเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ

 

“รบกวน ลุงเอาให้อาจารย์วันนี้เลยนะคะ เพราะเป็นเอกสารสำคัญที่อาจารย์จะต้องส่งด่วนในวันพรุ่งนี้ค่ะ”

อิงดาวกำชับพร้อมกับยื่นซองสีน้ำตาลให้ลุง รปภ. จากนั้น ก็รีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพราะเธอจะต้องเดินกลับไปหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อรอขึ้นรถเมล์ไปยังตลาดสด จึงต้องรีบเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยจะได้ไม่ปวดท้องขึ้นมาระหว่างทาง

 

หลังจากที่อิงดาวหายลับเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่บริเวณชั้นหนึ่งของตึก EN 6 ไม่นานนักร่างสูงสง่าก็ปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดสุภาพ กลีบของเสื้อเซิ้ตยังคงเรียบกริบ เนคไทสีชมพูเข้มยังคงผูกเรียบร้อยในตำแหน่งเดิม ข้างกายเขามีอาจารย์สาวสวยคนหนึ่งในชุดเดรสสีหวาน พร้อมกับกระเป๋าคล้องบนบ่าราคาเรือนแสน

ทั้งคู่เดินคุยกันออกมาจากลิฟต์ ใบหน้าเบิกบาน จนกระทั่ง ลุง รปภ. ส่งเสียงเรียก ทั้งคู่จึงหยุดบทสนทนาอันแสนสุขนั้น

 

“ท่านรองฯ ธาวิน ครับ”

คนถูกเรียกจึงหยุดฝีเท้าลงที่หน้าโต๊ รปภ. จากนั้นสายตาคมกริบก็มองมายังคนที่เรียก ใบหน้านิ่งสนิทดุจแผ่นผานั้นทำให้คนถูกเรียกต้องรีบเอ่ยธุระออกมาโดยด่วนว่า

“มีคนฝากเอกสารไว้ให้ท่านครับ”

ลุง รปภ. ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้รองศาสตราจารย์อย่างนอบน้อม แม้คนตรงหน้าจะอายุน้อยกว่า แต่บุคลิกเงียบขรึม และตำแหน่งของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกยำเกรง

 

อาจารย์หนุ่มยื่นมือออกไปรับซองสีน้ำตาลโดยไม่ได้เอ่ยอะไร จากนั้น เขาก็เปิดดูเอกสาร เมื่อเห็นเอกสารดวงตาของเขาก็มีประกายระริกขึ้น

“เอกสารอะไรหรือคะ ทำไมดูคนตื่นเต้นจัง”

อาจารย์สาวหุ่นเพรียว ที่ยืนกอดอกมองดูเขา ถามขึ้นอย่างแปลกใจ ที่เห็นชายหนุ่มดูจะดีใจจนแทบจะเก็บอาการเอาไว้ไม่ได้

 

“อ่อ เอกสารขอทุนวิจัยฉบับสุดท้ายที่ผมคิดว่าทำหายไปนะครับ ผมหามันทั้งบ่ายก็ไม่พบ สงสัยผมลืมไว้ที่ไหนสักที่แล้วมีคนเอามาฝากไว้ให้ ดีจริง ๆ พรุ่งนี้จะได้รีบส่งให้กับทางแหล่งทุน”

อาจารย์หนุ่มหันไปอธิบายให้หญิงสาวฟัง พร้อมกับระบายยิ้มซึ่งหาดูได้ยากมาก เพราะหล่อนเป็นคนที่เขากำลังจะสานสัมพันธ์เป็นพิเศษ เขาจึงต้องปฏิบัติกับหล่อนพิเศษกว่าคนอื่น จากนั้น เขาจึงเอ่ยกับ ลุง รปภ. ว่า

“ขอบคุณคุณลุงมากครับ”

 

“ด้วยความยินดีครับ”

ลุง รปภ. ยกฝ่ามือขาวจรดที่หางคิ้ว คล้ายกับท่าทางขึงขังของตำรวจ อาจารย์หนุ่มจึงพยักหน้าให้ลุงอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปจากตึก

 

“ดูท่าฝนกำลังจะตกแล้วเรารีบไปกันเถอะครับ”

อาจารย์หนุ่มแหงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆสีดำก้อนใหญ่แผ่ปกคลุมทั่วทุกทิศทาง ในขณะที่สาวเท้ามุ่งสู่โรงรถที่อยู่ข้างตึก EN 6

 

“จริงด้วยค่ะ ถ้าฝนตก รถอาจจะติด เกดต้องไปถึงคลินิกให้ทันก่อนหกโมงเย็นด้วยค่ะ”

หมอเกด หรือแพทย์หญิงเกศรา ปิยะมงคล ตั้งใจไม่เอารถมาเพื่อที่จะได้ขอติดรถเขาไปลงที่คลินิก เธอรู้จักอาจารย์ธาวินเมื่อสองเดือนที่แล้วในงานประชุมวิชาการ เพราะงานวิจัยที่เขาจะทำเกี่ยวข้องกับด้านการแพทย์ เพื่อพัฒนาอุปกรณ์จำแนกเชื้อโรคด้วยเทคนิคประจุไฟฟ้า จึงทำให้เขาและเธอได้มีโอกาสพูดคุยและร่วมงานวิจัยกัน

หลังจากได้รู้จักเขามากขึ้น เธอก็ทราบว่าผู้ชายคนนี้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเหมาะสำหรับการเป็นสามีในอนาคตทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ฐานะ การศึกษา หรือแม้แต่รูปลักษณะภายนอกของเขา ที่สง่าผ่าเผยโดดเด่นกว่าใคร ๆ เธอจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสานสัมพันธ์ให้เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน

 

“ครับ”

อาจารย์หนุ่มตอบรับพร้อมกับรอยยิ้ม

 

เมื่อทั้งคู่เดินออกไปจากตึกได้ไม่นานนัก อิงดาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ลุง รปภ. จึงรีบเอ่ยกับเธอว่า

“ลุงเอาเอกสารที่หนูฝากไว้ ให้ท่านรองฯ ธาวิน แล้วนะ”

 

“อาจารย์ธาวินลงมาแล้วเหรอคะ”

อิงดาวถามออกไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเบิกกว้าง พอ ๆ กับรอยยิ้มที่ระบายออกเกือบจะเต็มใบหน้าของหญิงสาว

 

“ใช่อาจารย์พึ่งออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง”

 

“ขอบคุณมากค่ะ ลุง”

อิงดาวรีบวิ่งออกไปจากตึกด้วยความหวังว่าจะตามทันอาจารย์ธาวิน ไม่แน่คราวนี้เธออาจจะได้คืนผ้าเช็ดหน้าของเขาที่หล่อนพกติดตัวตลอด รวมถึงได้บอกขอบคุณเขาก็ได้

 

“เอ๊ะ”

ทันทีที่อิงดาววิ่งตามออกมา ภาพตรงหน้าที่เห็นก็ทำให้เธอรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

หนุ่มหล่อหญิงสาวคู่หนึ่งสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกกำลังเดินเคียงคู่กันท่ามกลางละอองฝนเล็ก ๆ ที่โปรยปรายลงมา ท้องฟ้าจะมืดครึ้มเป็นฉากหลัง ขับเน้นภาพการเคียงคู่กันของกิ่งทองใบหยกกระจ่างชัดในสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ส่วนตัวเธอเองเปรียบเสมือนเงาร่างเล็ก ๆ สายหนึ่งเพียงแค่ลมพัดผ่านก็สลายหายไป

อิงดาวรู้สึกว่าหัวใจของเธอมันสั่นสะท้านเจ็บแปลบลึก ๆ ผู้หญิงที่เดินเคียงข้างอาจารย์ธาวินคนนั้น ช่างสวยงามเหลือเกิน หล่อนสูงระหงส์ ผิวขาวสะอาด ผมยาวสลวยสีดำขลับ ใบหน้ายามแย้มยิ้มประดุจนางฟ้าในชุดเดรสสีหวาน รอยยิ้มของหล่อนคนนั้น แม้แต่ผู้หญิงเองยังสั่นไหวในใจ มีหรือผู้ชายที่เดินเคียงหล่อนจะไม่รู้สึกอะไร 

เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็สะอื้นในใจ แม้แต่รูปลักษณ์ภายนอก เธอก็มิอาจเทียบผู้หญิงคนนั้นได้เลย รูปร่างผอมแห้ง อีกทั้งผมก็หยิกหยอยจึงต้องมันรวบไว้ด้านหลังอยู่ตลอดเวลา ผิวพรรณกระดำกระด่าง ทั้งรอยแผลเป็น ทั้งไผ ทั้งปาน หากผู้หญิงคนนั้นเปรียบประดุจนางฟ้า เธอก็คงเป็นอีกาที่ขี้เหร่ที่สุดในฝูง

เม็ดฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย และหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อิงดาวกลับทำได้เพียงเดินฝ่าสายฝนไปอย่างช้า ๆ เธอกำผ้าเช็ดหน้าของอาจารย์ธาวินที่หล่อนพกติดตัวตลอดแน่น เขากับสาวสวยคนนั้นขึ้นรถขับออกไปแล้ว

ภาพตรงหน้าย้ำชัดลงในใจของเธอ ผู้หญิงคนนั้นเหมาะสมกับอาจารย์ธาวินมาก มีบุญวาสนาทัดเทียมกัน จึงได้เกิดมาครองคู่กันในชาตินี้ ส่วนเธอนั้นมีเพียงบุญเก่าติดตัวมาน้อยนิดนัก แม้แต่จะเอ่ยปากพูดคุยสักคำฟ้ายังไม่ให้โอกาสกับเธอ

 

..........................................................................................

ความคิดเห็น