ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.18 วุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 62k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 04:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
EP.18 วุ่นวาย
แบบอักษร

EP.18

 

เช้าวันต่อมา

เด็กสาวงัวเงียตื่นขึ้นมาในห้องนอนหรูหรา ความเงียบมิดนอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศ ช่วยยืนยันว่าเธออยู่ในห้องตามลำพัง ความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วกายจำต้องกัดฟันหอบผ้าห่มผืนหนาไปโซนห้องเสื้อผ้า สิ่งที่น่าเหลือเชื่อไปกว่านั้นคือชุดนักศึกษาจำนวนหนึ่งถูกแขวนไว้ข้างตู้เสื้อทำงานสุภาพบุรุษ

 

เสียงนาฬิกาเดินเป็นจังหวะข้างฝาผนังดึงลิดาให้ไล่สายตามองหา ดั่งโลกทั้งใบหยุดการเคลื่อนไหวเมื่อเธอมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัวและเดินทางไปเข้าเรียนให้ทันรายวิชาแรกของวัน

 

ความสงสัยหยุดการทำงาน คงเหลือเพียงความรีบร้อน ลิดากัดฟันข่มความเจ็บตรงเข้าห้องน้ำอันดับแรก ทำทุกอย่างให้แล้วเสร็จด้วยความรวดเร็ว รองพื้นสีเดียวกับผิวบางถูกเกลี่ยกลบรอยน่าเกลียดรอบสองจนมั่นใจว่ามันปกปิดแนบเนียน ก่อนเกี่ยวสายกระเป๋าสะพายข้างขึ้นคล้องบ่า

 

ไม่รู้ว่าสวรรค์เป็นใจหรือเปล่า ผลักให้ลิดาบังเอิญไปเห็นรถสปอร์ตสีแปลกตา ซึ่งบัดนี้ครูซในชุดสูทสีดำได้ก้าวขาขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับ ไม่รอช้าข่มความเจ็บเข้าไปเคาะกระจกรถหมายจะขอติดรถไปเรียนด้วย

 

"หนูขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ" ลิดารีบบอกจุดประสงค์ทันทีที่กระจกรถเคลื่อนต่ำลงจนเห็นว่าอีกฝ่ายตีหน้ายุ่งใส่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่น

 

"ภาระ"

 

"ฝนเหมือนจะตก วันนี้มีเรียนวิชาเอกด้วยหนูกลัวจะไปเรียนสาย"

 

"บนรถนั่งได้สองคน ให้น้องมานั่งตักผมได้นะเฮีย ผมไม่ถือ สงสารเด็กมัน" เคนชิที่จงใจปั่นประสาทเอ่ยขึ้นแทรก ไม่เพียงแค่ครูซละสายตาจากคู่สนทนามาตวัดจ้อง แต่ลิดาเองก็ดูตกใจเช่นกัน ไม่รู้ว่าชายหนุ่มข้างครูซอายุอานามประมาณเท่าไหร่ ควรยกมือไหว้หรือเปล่า อาจจะรุ่นเดียวกันหรือเกิดก่อนเพียงแค่ปีสองปี

 

"หนูออกไปยืนรอแท็กซี่ก็ได้ค่ะ" สองเท้าเล็กตัดสินใจเดินถอยหลัง แหงนมองฟ้าครึ้มเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงสว่างให้มืดลงจนน่ากลัว เสียงอื้อซ่าดังมาจากระยะไกลกำลังตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆคล้ายกับเม็ดฝนมหาศาลหรือไม่ก็คลื่นลมลูกใหญ่

 

"วุ่นวาย" เสียงศาสตราจารย์หนุ่มบ่นขณะที่เปิดประตูรถลงท่าทีหงุดหงิด ดึงให้ลิดาที่กำลังสนใจท้องฟ้าละสายตากลับมามองท่าทีอีกฝ่าย ในระหว่างนั้นเคนชิก็เปิดประตูลงอย่างอารมณ์ดี สลับมาฝั่งคนขับแทนคนตัวโตขี้หงุดหงิด สร้างความงุนงงให้กับเด็กสาวเกิดความสงสัยไม่ใช่น้อย

 

"ไปนั่งฝั่งโน้นสิ" เคนชิยังอุตส่าห์มีน้ำใจเอี้ยวหน้ากลับมาบอกลิดาก่อนเข้าไปหย่อนสะโพกนั่งตำแหน่งคนขับ หากเบาะดังกล่าวว่างสำหรับเธอจะไม่คิดหนักเลยสักนิด ยิ่งเลื่อนสายตามองบุคคลอีกฝั่งกระทั่งประสานสายตาไม่เป็นมิตร ยิ่งทำให้เธอไม่กล้าสร้างความน่ารำคาญให้กับชายหนุ่ม ...หรือควรเลี่ยงออกไปรอแท็กซี่จริงๆ

 

เธอพ่นลมหายใจพรืดยาวมองคนในรถสายตาละห้อย ก่อนเดินกรีดกรายออกไปด้วยจิตใจอันเป็นกังวล สองขาเรียวเร่งจังหวะย่างก้าวบนพื้นปูนคอนกรีตออกนอกรั้วบ้าน สายตาเหลือบมองท้องฟ้าเป็นระยะ

 

เอี๊ยดดด...

เสียงเบรครถกะทันหันเป็นทางยาวสร้างความตกใจทำเอาเด็กสาวสะดุ้ง ขยับตัวเข้าชิดฝั่งข้างทางตามสัญชาตญาณ หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นระรัวเมื่อมองเห็นว่ารถคันดังกล่าวเฉียดตำแหน่งยืนเพียงแค่หนึ่งเมตร ใช้เวลานานนับนาทีกว่าจะรวบรวมสติ สำรวจรถคู่กรณีใหม่อีกรอบเป็นเวลาเดียวกันกับที่ประตูรถถูกคนด้านในผลักออกมา

 

"จะยืนงงอีกนานไหม"

 

"คุณ!" ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาลงมาเหน็บแนม เพราะความตกใจทำให้เผลอลืมว่ารถสปอร์ตราคาแพงเป็นของเคนชิ แต่... เหตุใดพวกเขาถึงได้ยอมเสียเวลามาจอดสนทนากับเธอล่ะ

 

"ขึ้นรถ"

 

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูรอแท็กซี่ก็ได้" เจ้าของประโยคกัดปากเบาๆเมื่อเม็ดฝนหยดกระทบลงบนศีรษะ มือเรียวกระชับสายกระเป๋าสะพายข้างแน่น ดวงตาสีน้ำตาลภายใต้แพขนตางอนสวยช้อนขึ้นสำรวจท้องฟ้า ส่งผลให้คนตัวโตตวัดสายตาขึ้นมองตาม มุมปากหนากระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ

 

"ตามใจ"

 

"ไปก็ได้ค่ะ แต่... จะให้หนูนั่งตรงไหนคะ"

 

"ไร้เดียงสา?"

 

"หนู..." ลิดาชะงักคำพูดหันขวับมองเสียงฝนไล่เข้ามา ความเปียกชื้นบนท้องถนนระยะไกลเป็นเครื่องยืนยันว่า ขบวนฝนลูกนี้ค่อนข้างหนัก และไม่มีที่หลบพักที่ใดใกล้ที่สุด เว้นแต่จะเข้าไปอยู่ในรถ

 

"..." สายตาคมเหลือบมองปฏิกิริยาคนร้อนรนพลางดันลิ้นกับมุมปากเพียงนิด จากนั้นกลับขึ้นไปนั่งตำแหน่งเดิมอย่างใจเย็น

 

"ไปด้วยค่ะ" ลิดารวบรวมความกล้าเพียงเสี้ยววินาที ร่างอรชรในชุดนักศึกษาก็ขึ้นเข้าไปนั่งบนตักแกร่ง ใบหน้าแดงระเรื่อเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนอมยิ้มพลางเบนสายตาออกไปมองด้านนอก

 

เกิดมาไม่เคยนั่งบนตักใครนอกจากพ่อและพี่ชาย อดไม่ได้ที่จะประหม่านั่งตัวเกร็งมือไม้เย็นเฉียบ สองแขนกอดกระเป๋าสะพายข้างกลอกตากลมมองสายฝนกระหน่ำลงสู่พื้นดิน แสงวูบวาบเป็นเส้นหยักตามด้วยเสียงฟ้าร้องเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยิน พานให้เด็กสาวตัวสั่นเทา

 

"กลัวเหรอ" เคนชิชวนเด็กสาวสนทนาเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ เขาสังเกตเห็นอาการสั่นของลิดามาเป็นระยะแล้ว คิดว่าครูซเองก็รับรู้ถึงแรงสั่นจากคนบนตักเช่นกัน

 

"...ค่ะ"

 

"มันก็แค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ มีให้เห็นเฉพาะหน้าฝน" เขาบอกให้เธอคลายกังวล โดยสายตายังโฟกัสท้องถนน

 

"แต่ความกลัวของมนุษย์ก็เป็นเรื่องธรรมชาติเหมือนกัน" ครั้งนี้เธอแย้งตามความคิด ทุกคนมีสิทธิ์กลัวและกังวล ไม่จำเป็นต้องฝืนธรรมชาติให้รู้สึกเหนื่อย คลายท่อนแขนจากการกอดกระเป๋าสะพายข้างเมื่อเริ่มคลายจากอาการเกร็งตัว

 

"คนเรากลัวในสิ่งที่ไม่รู้ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องอยู่ในที่มืด เพราะฉะนั้นความมืดที่มองไม่เห็นจึงก่อเกิดเป็นความกลัว ก็เหมือนแสงพวกนั้น"

 

"ไม่เหมือนซะหน่อย ถึงสะ..."

 

"รำคาญ" คู่สนทนาทั้งสองรีบปิดปากเงียบสนิทอัตโนมัติเมื่อศาสตราจารย์หนุ่มแทรกขึ้นปนน้ำเสียงตำหนิ มีเพียงความเงียบเป็นเพื่อนไปตลอดทางกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย ลิดาก็รีบกล่าวคำขอบคุณชายหนุ่มทั้งสองก่อนกระเถิบสะโพกมนลงจากตักแกร่ง

 

ก้าวขาเรียวลงรถอย่างระมัดระวัง โชคดีที่ฝนหยุดตกพอดี ทำให้เหลือเพียงละอองฝนโปรยปรายลงมาเกาะตามเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ลิดาลังเลเล็กน้อยว่าจะเอ่ยลาครูซดีหรือเปล่า อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้อุปการะและเสมือนผู้ปกครองอีกคน

 

"หนูไปเรียนก่อนนะคะ"

 

"ตั้งใจเรียนนะ" ไม่ทันที่ครูซจะตอบกลับ ใบหน้าหล่อของเคนชิก็โผล่มาอวยพรเด็กสาวแทน คนถูกอวยพรยิ้มบางตอบกลับ ก้มหัวให้ชายหนุ่มใบหน้าละอ่อนเพียงนิดก่อนปลีกตัวไปรอเพื่อนใต้ตึกคณะ

**************************************

ในความถือตัวของพ่อนั้นนนน.... เชิญหมั่นไส้ได้เต็มที่

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว