ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนิยายค่ะ ***ติดตามนักเขียนได้ทาง **เพจ : วิธารา Doublevee

ชื่อตอน : 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 649

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2564 12:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
18
แบบอักษร

“คุณหญิงต้องเลือกนะครับว่าจะปล่อยให้บริษัทมีปัญหาต่อจนเกินแก้ หรือเลือกที่จะให้ผมกับทีมบริหารของผมมาช่วยแก้แล้วทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปได้”

“ร้อยล้านไม่ได้เหรอคะคุณภู”

“ผมมองแล้วว่าห้าสิบล้านคือจำนวนเงินที่เหมาะสมสำหรับบริษัทที่ขาดทุนจนแทบติดลบแบบนี้ ถ้าคุณหญิงเจอคนที่ให้ราคาสูงกว่านี้ก็ไปให้เขาช่วยเถอะครับผมไม่ติด ขอตัวนะ”

“เดี๋ยวค่ะ ป้าตกลงห้าสิบล้านก็ห้าสิบล้าน แล้วป้าจะรับเงินได้ตอนไหนคะ?”คุณหญิงสายทิพย์รีบถามโดยไม่กลัวอายในเมื่อหลังชนฝาแล้วเป็นธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด

“ถ้าตกลง พรุ่งนี้มาเซ็นสัญญาที่บริษัทผมได้เลยครับ เดี๋ยวอีกซักหนึ่งชั่วโมงผมจะให้เจ้าหน้าที่กฎหมายของบริษัทติดต่อกลับครับ”

“ขอบคุณค่ะ งั้นป้าขอตัวกลับเลยแล้วกันนะ”เมื่อได้สิ่งที่ต้องการคนเจ้าแผนการก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อเพราะยิ่งอยู่ก็เหมือนยิ่งถูกจับผิด

นิรชาเดินออกมาจากมุมเสาและเดินเข้าไปห้องทำงานของภูวิศหลังจากคุณหญิงสายทิพย์เดินออกมา

“ทำไมถึงช่วยคะ?”เธอเปิดประตูเข้ามาพร้อมประโยคคำถาม

“เขาเป็นผู้มีพระคุณของคุณนะ ไม่ดีเหรอที่ผมยื่นมือเข้าไปช่วย”ภูวิศวางเอกสารแล่วเดินเข้าหาภรรยาสาว

“เพราะฉันไม่เชื่อว่าคุณจะช่วยท่านอย่างบริสุทธิ์ใจ”คนอย่างภูวิศคงไม่มีทางช่วยคนที่จ้องจะกอบโกยทรัพย์สินของเขาตั้งแต่แรกอย่างแน่นอน

“พูดอย่างกับคนของคุณมาขอให้ผมช่วยอย่างบริสุทธิ์ใจ จะขายบริษัทเกือบล้มละลายให้ในราคาเป็นร้อยล้าน เหอะคิดว่าผมจะโง่คล้อยตามเหรอไม่มีทางซะหรอก”เขาล้วงกระเป๋ากางเกงและส่งยิ้มให้เธออย่างมีเลศนัย

“แล้วคุณให้ราคาเท่าไหร่?”

“ห้าสิบล้าน แค่นี้ก็เกินพอแล้ว”เขา

“ขอบคุณที่ช่วยท่าน อย่างน้อยเงินจำนวนนั้นก็คงพอจะตั้งตัวได้”

“ผมถือว่าผมไม่เสียอะไร คุณหญิงสายทิพย์ได้เงินส่วนผมก็ได้บริษัท”ภูวิศพูดขึ้นพลางหรี่ตามองหน้าขาวซีดเหมือนไก่ต้มของภรรยาสาว

“ดูเหมือนคุณไม่อยากให้ผมช่วยคนพวกนั้น ขัดผลประโยชน์กันรึเปล่า?”ภูวิศยิ้มมุมปากเล็กน้อยและขยับเข้าใกล้ร่างบางทีละนิด

“ฉันแค่ไม่อยากให้ท่านก่อหนี้อะไรเพิ่ม เพราะฉันจะไม่รับผิดชอบอะไรช่วยอีกแล้ว”

“นั่นไงดูก็รู้ว่าคุยกันไม่ได้เรื่องส่วนแบ่ง”

“จะคิดอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ฉันโอนเงินให้คุณแล้วนะคะสองล้านบาทช่วยหักลบหนี้ให้ฉันด้วย”

“ไปเอาเงินมาจากไหน?”

“ฉันขายร้านแล้วค่ะ ได้มาสี่ล้านฉันคืนให้คุณท่านสองล้านอีกสองล้านฉันโอนเข้าบัญชีให้คุณ เท่ากับว่าตอนนี้ฉันเป็นหนี้คุณแค่แปดล้าน”

“แหม๋เรื่องตัวเลขเนี่ยคิดมาเสร็จสรรพเชียวนะ อยากไปอยู่กับชู้เร็วๆสิท่า”

“มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน ถ้าหนี้หมดฉันจะไปไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”เธอไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเข้าด้วยซ้ำแต่คำพูดร้ายๆของเขาทำเธออดไม่ได้ทุกที

“ตอนนี้หนี้ยังไม่หมดคุณเป็นเมียผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คงไม่ผิดหรอกนะถ้าผมจะใช้สิทธิ์ของผมบ้าง?”

“จะทำอะไร!”

ภูวิศดันตัวหญิงสาวไปชิดผนังห้อง ก่อนจะก้มลงดูดแรงๆที่ซอกคอขาวอย่างจงใจให้เกิดรอย

“อื้อ!”

“คุณนี่มัน!”เขาค่อยๆปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ

“ไปส่งแขกซะ ถ้าไม่อยากให้ผมโมโหไปมากว่านี้”พูดจบก็รีบเดินเข้าห้องนอนด้วยใบหน้าเคร่งขรึมบ่งบอกถึงอารมณ์ขุ่นๆได้ชัดเจน

ภูวิศขับรถมาสถานบันเทิงแห่งหนึ่งด้วยตัวเองโดยไม่ยอมฟังคำห้ามของนิรชา เขาไม่จำเป็นต้องสนใจผู้หญิงที่เห็นเขาเป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

เสียงเพลงในคลับหรูดังกระหึ่มและจังหวะดนตรีที่สนุกสนานไม่ได้ทำให้นักธุรกิจหนุ่มมากความสามารถอย่างภูวิศเพลิดเพลินได้แม้แต่น้อย เขานั่งจ้องแก้วในมือด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์  

“อะไรนะ! แกซื้อบริษัทนั่นตัั้งห้าสิบล้าน แกคิดอะไรอยู่วะ?”ภคินมองหน้าภูวิศอย่างรอคำอธิบาย

“ฉันดูทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว ปีนี้พวกอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารน่าจะไปได้ดี อีกอย่างคุณปู่มีเกาะแถวภาคใต้ค่อนข้างเยอะเราน่าจะขยายกิจการแปรรูปอาหารทะเลได้ไม่ยาก”

“แสดงว่าแกปรึกษาคุณปู่ก่อนที่จะตัดสินใจแล้ว”

“ก็ประมาณนั้น”

“แล้วน้องนิ้งว่าไงบ้าง”

“ไม่ได้ว่าอะไร ก็แค่ถามว่าทำไมถึงยอมช่วย”

“แล้วถ้าคุณหญิงมาขอซื้อบริษัทคืน แกจะว่าไง”

“ถ้ามีเงินฉันก็พร้อมขายให้ แต่คงไม่ใช่ราคาห้าสิบล้านแน่ๆ คนอย่างฉันไม่ยอมขาดทุนเด็ดขาด”

“แกนี่มันร้ายจริงๆ”

“ถ้าเทียบกับนิรชาฉันน่าจะเป็นมวยที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้วแหละ”

“แกยังโกรธน้องนิ้งอยู่เหรอ? บางทีเขาอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้นะลองค่อยๆคุยปรับความเข้าใจกันดีไหม?”

“เป็นแกแกไม่โกรธรึไง ฉันรักเขามากแกก็รู้แต่สิ่งที่ฉันได้รับมีแต่คำหลอกลวง ทุกวันนี้แค่รอยยิ้มของเขาฉันก็ยังรู้สึกว่ามันปลอมเลย”

“ใจเย็นๆ ไม่แน่บางทีน้องนิ้งอาจจะเผลอรักแกไปแล้วใครจะไปรู้ คนแบบแกทั้งหล่อ เก่ง และฉลาด ผู้หญิงอยู่ใกล้ก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละ”ภคินตบไหล่เพื่อนเบาๆเมื่อได้ฟังน้ำสีเสียงและสีหน้าภูวิศบ่งบอกอารมณ์กรุ่นโกรธ

“ฉันไม่สนใจแล้วว่าเขาจะรักหรือไม่รัก ฉันจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าเล่ห์เหลี่ยมมารยามันมีกันทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายอย่างฉัน”

“โถๆ จะทำอะไรน้องนิ้งได้แค่เขาขึ้นเสียงนิดหน่อยแกก็กลายเป็นแมวแล้ว”

“ไอ้คิน!”

“ทำไม...จะคำรามเป็นเสียง เหมียว!เหมียวเหรอ?”

“เสือเว้ยไม่ใช่แมวและเสืออย่างฉันไม่ต้องคำรามมันก็น่าเกรงขามรู้ไว้ด้วย”เขาพูดไปยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วสีอำพันในมือขึ้นมองพร้อมกับคิดแผนการแกล้งภรรยาสาว ภูวิศยกยิ้มเล็กน้อยเขายกแก้วในมือเทราดทั่วอกจนเปียกชุ่ม

“เฮ้ย ไอ้ภูทำอะไรวะ”ภคินตาโตตื่นตกใจกับการกระทำของเพื่อน

“หาอะไรสนุกๆทำไง หาเด็กไปส่งฉันด้วยขอแบบเซ็กซี่ๆนะ”

“แต่น้องนิ้งให้ฉันขับรถไปส่งแกนะเว้ย”

“ถ้าแกทำตามสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นบอกก็ไม่ต้องมานับญาติกับฉัน”เขาพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือไปรอที่หน้าผับ

**********

ตอนหน้าเตรียมทัวร์ลงพี่ภูได้เลย

เจอกันอีกทีพุธหน้า

อย่าเพิ่งเทกันน๊านักอ่านที่รัก^^

 

ความคิดเห็น