facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 1 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2564 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 1 [100%]
แบบอักษร

Let me be yours 1 

 

เพราะการเจอกันด้วยความบังเอิญนาธานจึงไม่ต้องทรมานตัวเองด้วยการเดินกลับบ้านอย่างที่คาดไว้ ในเมื่อมีรถยนต์เปิดแอร์เย็นๆ เบาะนุ่มๆ พร้อมสารถีที่เสนอตัวมาส่ง เวลานี้เด็กแสบจึงนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้โจเซฟอย่างสบายใจ 

"แวะไปส่งที่ร้านนะ ฉันสัญญากับแม่ไว้ว่าจะช่วยดูแลร้านตอนบ่าย แมรี่ขอลาไปรับลูกที่โรงเรียน" 

แมรี่เป็นลูกจ้างประจำร้านขายของฝากของโยลันดา แม้ว่าเมืองล้มละลายแห่งนี้จะไม่มีนักท่องเที่ยวมากนัก แต่รายรับในแต่ละเดือนก็พอใช้จ่ายเรื่องจิปาถะในบ้านได้ หญิงวัยสามสิบกว่าๆ เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเช่าบ้านอยู่ในละแวกใกล้เคียง ได้รับความไว้วางใจจากโยลันดาเพราะทำงานด้วยกันมานานหลายปี 

"อยู่คนเดียว? " 

"อืม" 

คำตอบที่ได้รับทำเอาโจเซฟย่นหัวคิ้วด้วยความไม่สบายใจ ร้านขายของฝากอยู่ติดกับบาร์เก่าเจ้าปัญหานั่น เขาไม่อยากให้นาธานอยู่คนเดียว 

"ฉันอยู่เป็นเพื่อน" 

"เพื่อ? ใครร้องขอ" 

"ไม่มี" 

อ้าว ยัดเยียดตัวเองให้ก็ได้ด้วย 

แต่เอาเถอะ อยากอยู่ก็อยู่สิ ดีกว่านั่งเหงาๆ คนเดียวเหมือนกัน ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงร้านแล้ว นาธานเดินเข้าไปทักทายแมรี่ไม่กี่คำอีกฝ่ายก็ขอตัวรีบไปรับลูกสาวกลับบ้าน เวลานี้ในร้านจึงเหลือสิ่งมีชีวิตอยู่เพียงสองคน คนหนึ่งไม่ทุกข์ไม่ร้อนแสร้งทำเป็นกดโทรศัพท์เล่นทั้งที่ความจริงแล้วแอบเหล่มองคนตัวสูงยืนพิงกระจกมองสำรวจออกไปด้านนอกมาสักพักแล้ว 

"นี่ ถามจริงเถอะ สรุปว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ ทำเหมือนมีใครจะก่อการร้ายอย่างนั้นแหละ" ในเมื่อทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวก็ต้องถามออกไป ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเป็นความเงียบ โจเซฟยังคงยืนกอดอกอยู่ในท่าเดิม 

เด็กแสบหงุดหงิดท่าทางเพิกเฉยขึ้นมาทันควัน ตัวเองเป็นคนอาสามาอยู่เป็นเพื่อนเขาแท้ๆ ทีตอนนี้ทำไมเมินกันล่ะ หรือว่ามาใช้ประโยชน์ร้านของแม่เขาทำอะไร 

"เฮ้! ฉันพูดกับนายอยู่นะ" 

"....." 

"โจเซฟ!! " 

เจ้าของชื่อผินหน้ามาหาเหมือนเพิ่งได้ยินคำเรียก เอ่ยปากพูดเสียงเนือย 

"ก็รู้จักชื่อฉันนี่ ทีหลังเรียกสิจะได้รู้ว่าพูดด้วย" 

ไอ้บ้านี่!!! 

นาธานจ้องคู่สนทนาตาเขม็ง ก่อนจะสะบัดใบหน้าหนีสายตาแกมดุปนสั่งสอนของอีกฝ่าย คิดว่าอายุมากกว่าแล้วจะข่มกันอย่างไรก็ได้หรือ เฮอะ ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุยสิ คิดว่าเขาง้อหรือไง 

น่าโมโหชะมัด 

"เป็นเด็กเป็นเล็กปีนเกลียวผู้ใหญ่เหมือนไม่มีใครสั่งสอน แม่นายเป็นคนดีออกขนาดนั้นทำไมไม่ซึมซับเรื่องดีๆ จากเธอมาบ้าง" 

เด็กปีนเกลียวที่ว่าได้แต่อ้าปากอึ้งค้างให้กับสิ่งที่หูตัวเองได้ยิน ถูกล่ะว่าโยลันดาตามใจเขาจนเคยตัว แต่ใช่ว่าแม่ไม่เคยสั่งสอนเขาเสียหน่อย และแม้ว่าแม่จะเคยดุด่าว่ากล่าวเขาอยู่บ้างแต่นาธานรู้ว่าแม่ไม่ได้จริงจัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้เลย 

แล้วไอ้หมอนี่เป็นใคร 

อ้อ อย่าลืมสิว่าตัวเองเป็นอย่างไร เขามันลูกไม่มีพ่อ มีแต่แม่ที่ยุ่งกับร้านขายของเล็กๆ นี้จนบางครั้งไม่มีเวลาให้นี่นะ ถึงได้กลายเป็นเด็กมีปัญหาอย่างที่ใครต่อใครเขาว่ากัน 

นาธานเหยียดรอยยิ้มหยัน พยักหน้าช้าๆ เห็นด้วยกับคำพูดของโจเซฟ 

"ใช่ ฉันมันเด็กเลว งั้นเชิญนายกลับบ้านไปหาแม่ผู้แสนดีของฉันเถอะ เธอคงยินดีชวนนายกินมื้อค่ำด้วยอย่างเต็มใจ" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มถอนกลับมาตรงหน้าตัวเองอีกครั้งก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ จึงตวัดหางตากลับไปทางร่างสูงใหม่ "อ้อ.... พร้อมให้ฉันเรียกว่าพ่อเมื่อไหร่ก็บอกนะ" 

ใบหน้าเฉยชาพลันเรียบตึงขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่นาธานพูด ทว่าโจเซฟมองทะลุกำแพงตอบโต้อย่างร้ายกาจนั่นออก เขาพูดกับเด็กแสบแรงเกินไป เด็กแบบนาธานหากไม่ค่อยพูดค่อยสอนดีๆ ก็จะถูกต่อต้านเหมือนอย่างที่เขาเจออยู่ตอนนี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังอดถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วไม่ได้ โจเซฟเพียงอยากรู้ว่านาธานจะตอบเขาอย่างไร 

"ทำไม นายจะยอมเรียกฉันว่าพ่อ? " 

"เปล่า ฉันจะได้รู้ว่าบ้านหลังนั้นไม่น่าอยู่สำหรับฉันอีกต่อไป" 

นั่นอย่างไร....แสบไหมล่ะ 

โจเซฟได้แต่ระบายลมหายใจหนักหน่วง คิดว่าต้องพูดเรื่องนี้ให้เด็กนี่เข้าใจเสียที 

"ฟังนะนาธาน ฉันไม่ได้อยากเข้ามาแทนที่พ่อของนาย และฉันไม่ได้คิดกับแม่นายแบบนั้น และใช่....เมื่อกี้ฉันพูดแรงเกินไป ฉันขอโทษ" 

เจ้าเด็กแสบไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้รับคำขอโทษรวดเร็วถึงเพียงนี้ จึงไม่ได้ใส่ใจใจความสำคัญในทางต้นประโยคเท่าที่ควร หมอนั่นขอโทษเขาเนี่ยนะ ไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม 

"ฉันไม่ควรพูดกับนายแบบนั้น" โจเซฟพูดเสริมอีกประโยคเพื่อให้เขามั่นใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องแล้ว 

นาธานยืดไหล่ขึ้นเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบดวงตาจริงจังคู่นั้น แม้คำพูดยังคงเหมือนประชดประชัน แต่ใบหน้าเหยียดหยันเลือนหายไปแล้ว 

"ไม่ใช่นายคนแรกหรอกที่พูด" 

หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามุมปากหยักสวยยกขึ้นนิดหนึ่ง แน่นอนว่าอากัปกิริยาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนั้นไม่พลาดไปจากสายตาโจเซฟ ทำให้เขารู้ว่าเจ้าเด็กแสบก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร 

"ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมองนายไม่ดี นายก็ควรเลิกไปสุงสิงกับพวกคนที่ทะเลสาบได้แล้ว อย่างที่ฉันเคยบอกของพวกนั้นไม่ใช่ของดีอะไร" 

"บางครั้งฉันก็แค่ไปนั่งเล่นหาเพื่อนคุยเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย" 

"แล้วคนอื่นเขารู้กับนายหรือเปล่าล่ะ" 

"ก็ช่างหัวเรื่องความคิดของคนอื่นสิฉันไม่สนใจ จะพูดถึงฉันกันยังไงก็ช่างเถอะ ไม่มีผลต่อชีวิตฉันสักหน่อยนี่" 

"แล้วแม่นายล่ะ แม่นายจะรู้สึกยังไง" 

นาธานพ่นลมหายใจดังเหอะ สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องแม่อีกแล้ว เป็นแบบนี้จะไม่ให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายอยากมาเป็นพ่อเขาได้อย่างไร มันทำให้เขาคิดว่าทุกคำสั่งสอนทุกความห่วงใยเป็นเพราะเขาอยากเอาชนะใจโยลันดาเท่านั้นเอง 

นาธานไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้วจึงหาทางเปลี่ยนหัวข้อ 

"สรุปว่าผู้ชายคนนั้นมาตามหาใครกันแน่" 

โจเซฟดูออกว่าเจ้าตัวดีหลีกเลี่ยงบทสนทนา แต่ครั้งนี้เขาจะปล่อยเด็กแสบไปก่อน คราวหน้าค่อยหาทางอบรมสั่งสอนกันใหม่ ไหนๆ พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็ดีเหมือนกัน 

"เขาชื่อว่าควินตัน คนที่ผู้ชายคนนั้นมาตามหา" 

"ควินตัน....ผู้ชาย? " 

"อืม" 

โอ้ ทำไมข่าวใหม่เรื่องนี้ถึงทำให้เขาใจเต้นขึ้นมานิดหน่อยกันนะ อะแฮ่ม ไม่ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักที่เขาสนใจ 

"นายชอบผู้ชายเหรอ" 

ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องนี้ไงเล่า!!! ถึงแม้ในใจจะว่าอย่างนั้น แต่ความลิงโลดก็เอาชนะทุกอย่างจนหมด โจเซฟชอบผู้ชาย?! 

"อืม ทำไม แปลกใจหรือไง" ผิดคาดที่โจเซฟยอมตอบอย่างไม่ใส่ใจ เหมือนเรื่องที่เขาชอบผู้ชายไม่ใช่เรื่องใหญ่โต 

ใช่ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตสำหรับสังคมเปิดกว้างที่นี่ แต่....มัน เป็น เรื่อง ใหญ่ โต สำหรับ นาธาน! 

"แล้วนายเข้าหาแม่ฉันทำไม?! " 

"ฉันบอกนายแล้วว่าฉันไม่ได้ชอบแม่นายแบบนั้น" 

"หืม? ก็...." 

"มีแต่นายคนเดียวที่ทึกทักไปเอง" 

โอ๊ยให้ตายสิ อยู่ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกจิตใจเบิกบานขึ้นมากะทันหัน เพราะวันนี้อากาศดีมากกว่าเมื่อวานหรือเปล่านะ ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสเห็นเมฆขาวเป็นริ้วไร่ระดับสวยงามดีจริง.... 

แต่เดี๋ยวก่อน 

เมื่อกี้เขาพูดถึงผู้ชายชื่อควินตันด้วยนี่ 

"นายชอบควินตันคนนั้น? " 

"ควินตันคนนั้นคือคนรักของดีแลน" 

นาธานรู้ว่าดีแลนคือเจ้าของร้านสัก ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มก้อนอิทธิพล นั่นหมายความว่าเขาเป็นหัวหน้าของคนตรงหน้านี้ด้วย นั่นหมายความว่า 

"นายชอบคนรักของเจ้านาย" 

"เราอยู่กันแบบครอบครัว ไม่มีใครเป็นเจ้านายใครทั้งนั้น" 

"ช่วยเข้าใจประเด็นสำคัญด้วย!! นายรักคนรักของคนอื่น! " เด็กแสบเสียงดังเมื่อโจเซฟไม่ยอมเข้าใจความหมายของเขาเสียที หมอนี่ไม่ได้เข้าหาแม่ของเขาแล้วอย่างไรละ ในเมื่อหัวใจเขามีคนอื่นอยู่แล้ว 

"ฉันไม่ได้บอกว่าฉันรักเขา" 

"อ้าว? " 

โอ๊ยยย งงไปหมดแล้วโว้ย นาธานหักห้ามมือตัวเองไม่ให้ยกขึ้นดึงทึ้งผมตัวเองใจแทบขาด อยากให้เขารีบอ้าปากอธิบายออกมาให้หมดๆ สักที 

"การที่เรารู้สึกดีกับใครสักคน ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องการเขามาครอบครอง" 

ประโยคดังกล่าวทำเอากลอกตามองบน เด็กแสบไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้อย่างแรง "คนโง่เท่านั้นแหละที่คิดแบบนี้" 

ทว่าใครจะรู้ว่าโจเซฟกลับยอมรับหน้าตาเฉย "อืม ฉันคงเป็นคนโง่จริงๆ นั่นแหละ" 

ฟ้าใสที่ไหนกันเล่า นี่มันเมฆครึ้มก่อนพายุเข้าชัดๆ! 

เจ้าตัวดีสะบัดใบหน้าหนีไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว หึ รักแต่ไม่อยากได้มาครอบครองหรือ ช่างเป็นความรักที่แสนสะอาดบริสุทธิ์เหลือเกิน! แล้วแบบนี้จะเอาอะไรมาแยกได้ล่ะถ้าเจ้าตัวเขาไม่ยินยอม จะคอยมองอีกฝ่ายมีความสุขไปตลอดชีวิตเลยงั้นสิ 

คนหงุดหงิดเหมือนมีมดสักร้อยตัวมารุมทึ้งหัวใจตัวเองอย่างไรอย่างนั้น นี่มันแย่กว่าการที่อีกฝ่ายอยากเป็นพ่อเลี้ยงเขาอีกนะ 

ตอนนั้นเองที่นักท่องเที่ยวสาวสองคนเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศขมุกขมัวระหว่างทั้งสองคนถึงได้ถูกทำลายลง ต่างคนต่างหันไปสนใจกับเรื่องของตัวเอง 

 

"เป็นอะไร ทำไมดูอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า บทความของเซทใช้งานไม่ได้หรือไง" หลังจบการทดลองวิทยาศาสตร์ในชั้นเรียนแรนดี้ก็สบโอกาสสอบถามความผิดปกติของเพื่อนรักเสียที เจ้าตัวดูหงุดหงิดงุ่นง่านยิ่งกว่าวันที่มาบอกเขาเรื่องมีคนเข้ามาจีบแม่ของตัวเองเสียอีก 

"เปล่า ใช้งานได้ดีเลยแหละ" แต่ก็เสียเวลาเขาคิดพลิกแพลงเนื้อหาให้ดูแตกต่างอยู่เหมือนกัน นี่ก็เพิ่งทำเสร็จไปแค่หนึ่งในสามเท่านั้น แถมมีเรื่องคอยกวนใจเพิ่มเข้ามาอีก 

"งั้นเป็นอะไร หรือว่าหมอนั่นทำอะไรนายตอนฉันไม่อยู่ใช่ไหม" 

"เปล่า ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น รับของมาเสร็จแล้วก็แยกกันเลย" นาธานข้ามตอนที่เซทตื๊อให้เขาไปต่อด้วยเพราะยังไม่พร้อมสำหรับการเทศนา 

"งั้นเป็นอะไร" 

"ปวดหัวนิดหน่อยก็เลยอารมณ์ไม่ดี" 

แรนดี้หรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับผิดกลับถูกฝ่ามือเรียวนิ่มตะปบดันเสียจนหน้าหงายดีว่าคว้าโต๊ะเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้นได้ลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว เพื่อนร่วมชั่วโมงเรียนคนอื่นๆ ทยอยเดินออกจากห้องกันเกือบหมด มือใหญ่กว่าจึงยื่นออกมาคลำหน้าผากนาธานเพื่อสำรวจอุณหภูมิ 

"ก็ปกติดีนี่นา เอาเหอะ อยากบอกเมื่อไหร่ก็ค่อยบอกละกัน" 

ตอนนั้นเองที่เด็กสาวเกรดสิบเอ็ดสามคนเดินเข้ามาในห้อง นาธานคุ้นๆ หน้าเหมือนว่าเคยเข้าเรียนสักคลาสหนึ่งด้วยกันแต่จำไม่ได้ หนึ่งในนั้นแก้มแดงเรื่อถูกเพื่อนอีกสองคนผลักดันมาตรงหน้าเขาทั้งสองคน แต่ดูเหมือนเธอจะให้ความสนใจกับแรนดี้เป็นพิเศษ 

นาธานเลิกคิ้วเกาะขอบเก้าอี้รอฟังเรื่องสนุก 

"ไฮ" เธอทักแรนดี้ก่อนจะหันมาทักเขาด้วยเหมือนเป็นทางผ่าน นาธานพยักหน้าตอบรับยิ้มๆ 

"คือ....วันนี้เป็นวันเกิดฉัน เราก็เลยจะจัดงานปาร์ตี้กันที่บ้าน ถ้า....ถ้าพวกนายไม่ติดธุระอะไร ก็ อย่าลืมแวะไปนะ" 

อ้ำอึ้งเสียจนกว่าจะจบประโยคทำเอานาธานลุ้นจนเหนื่อย ก็แค่ชวนไปงานปาร์ตี้เท่านั้นเอง เห็นได้ชัดว่าเธออยากให้แรนดี้ไปใจแทบขาดแล้ว แต่เจ้าทึ่มนั้นกลับหันมาถามความคิดเห็นเขา 

"นายว่าไง อยากไปไหม" 

นาธานอยากหัวเราะเป็นภาษาสเปนเมื่อเห็นเพื่อนสาวหนึ่งคนของเธอแอบเหล่มาทางเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ แน่สิ ยัยพวกนี้คิดว่าเขาเกาะติดหนุ่มหล่ออย่างแรนดี้ไว้คนเดียว หมอนี่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าได้มั้ง กล้ามเนื้อเป็นมัดเพราะชอบออกกำลังกาย หากมีการจัดอันดับหน้าตาหมอนี่ก็คงอยู่อันดับต้นๆ ของโรงเรียน ไม่แปลกที่มีสาวอยากชวนไปงานปาร์ตี้ 

แล้วเรื่องอะไรเขาจะขัดลาภปากของฟรีกันล่ะ มีปาร์ตี้ย่อมมีเรื่องสนุกๆ สิ ยิ่งดูจากการแต่งตัวของสาวๆ พวกนี้แล้วครอบครัวคงมีฐานะไม่ใช่ย่อย 

"ไปสิ เจ้าของวันเกิดอุตส่าห์มาชวนเองทั้งที" หากรู้จักนาธารดีก็จะรู้ว่ารอยยิ้มนี้ไม่น่าไว้ใจ ทว่าสาวเจ้าของวันเกิดกลับยิ้มกว้างดีใจเป็นที่สุด 

"ดีเลย! งานเริ่มตอนสามทุ่มนะ หรือพวกนายอยากจะมาก่อนเวลาก็ได้ ส่วนของขวัญไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย แค่นายมาก็พอ" เธอยัดกระดาษเขียนที่อยู่ใส่มือแรนดี้ 

โอเค นาธานเห็นชัดจนแทบกระแทกตาแล้ว 'นาย' ที่ว่าไม่ได้รวมเขาเข้าไปด้วย 

ทั้งสามคนเดินตัวปลิวออกจากห้องไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก 

แรนดี้เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนนั้นเองว่าลืมเรื่องสำคัญไป 

"พวกเธอชื่ออะไรนะ" 

 

"ไม่อยากจะเชื่อเลยนาทว่านายลากฉันมางานวันเกิดคนที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ" ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่บนรถดอดจ์แรมของแรนดี้ระหว่างทางไปงานปาร์ตี้ 

"แค่เธอรู้จักพวกเราก็พอน่า เหมือนคนอื่นจะสนใจงั้นแหละ" งานปาร์ตี้มีแต่คนอยากสนุกทั้งนั้น ไม่มีใครมานั่งสนใจหรอกว่าคนอื่นจะรู้จักชื่อเจ้าของงานหรือเปล่า 

ไม่นานก็มาถึงบ้านตามที่อยู่ เห็นแค่หน้าบ้านก็รู้แล้วว่ามีอันจะกิน เสียงเพลงดังกระหึ่มออกมาถึงสนามหญ้าด้านนอก ผู้คนทยอยเดินเข้าออกกันขวักไขว่ส่วนใหญ่ก็คนคุ้นหน้าคุ้นตาในพื้นที่ทั้งนั้น เด็กแสบแลบปลายลิ้นแดงสดเลียริมฝีปากชมพูระเรื่อเป็นมัน ตามกฎหมายแล้วเด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบเอ็ดปีไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งยังไม่สามารถเสิร์ฟได้ในร้านอาหาร แต่คืนนี้ละเด็กอายุสิบแปดอย่างเขาจะดื่มให้เมาปลิ้นโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น 

ไม่อ้วกไม่เลิก!! 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

เด็กมันน้อยใจอะเนอะ 

วันนี้ก็เลยจะห้าวๆ หน่อย ดูซิจะถูกใครหิ้วกลับบ้าน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว