email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทางเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2564 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ทางเลือก
แบบอักษร

ภายในห้องพักหรูหราราวกับหลุดออกมาจากโลกของนิทานปรัมปรา​ บนเตียงคิงไซส์​ได้มีร่างของหญิงสาวต่างวัยสองคนกำลังจมอยู่ในห้วงนิทรา​ หนึ่งหญิงสาววัยรุ่นเรือนผมสีบรอนซ์​นํ้าตาล หนึ่งเด็กสาววัยประถมผมสีส้มแดงเด่นสะดุดตา 

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องมาจากนอกหน้าต่างกระทบกับใบหน้างามของทั้งสองจนทั้งคู่ตื่นจากห้วงนิทราอันแสนงดงาม นัยน์ตาสีฟ้าและเขียวลืมตาตื่นขึ้น ก่อนที่จะชันกายลุกขึ้นมามองร่างกายของตนเองอย่างสับสน ก่อนความทรงจำเมื่อยามราตรีจะตีกลับเข้ามาในหัวของทั้งสอง หญิงสาววัยรุ่นมือยังสั่นไปด้วยความหวาดกลัว ผิดกลับเด็กสาวที่ตอนนี้แถบไม่ต่างกับคนไร้วิญญาณไปแล้วแววตาว่างเปล่า ไร้ความรู้สึก 

ตินนั้นเองเพลิงสีดำม่วงได้ลุกโชนขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสองก่อนมันจะกลายเป็นอักษรไฟสีดำดูงดงามเหนือจินตนาการของทั้งคู่ จนแววตาของเด็กสาวที่เคยว่างเปล่านั้นกลับมามีประกายอยู่ครู่หนึ่ง 

____หากตื่นแล้วก็เดินตามลูกศรไปข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่ห้องอาหาร____ 

ตัวอักษรสีดำได้สลายหายไปก่อนที่เพลิงทมิฬจะรวมตัวกันเป็นลูกศรบอกทางแก่ทั้งสองที่ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี 

ผ่านไปสักพักเมื่อเห็นว่าทำอะไรไม่ได้หญิงสาววัยรุ่นจึงทำใจสู้จูงมืองของเด็กสาวเดินไปตามทางของลูกศร ตามรายทางต่างประดับไปด้วยขิงประดับหรูหรางดงามมากมายที่แต่บ้างชิ้นนั้นเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ทำให้ในสายตาของทั้งสองนั้นทางเดินนี้นั้นมันไม่ได้ต่างอะไรกับพิพิธภัณฑ์แสนงดงามเลยแม้แต่น้อย 

ลูกศรเพลิงทมิฬได้มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องแห่งหนึ่ง ที่ถ้าหากเป็นตามผู้สร้างเพลิงนี้บอกมันก็คงเป็นห้องอาหาร ทันทีที่มาถึงลูกศรเพลิงทมิฬก็ได้หายไปราวกับไม่เคยอยู่มาก่อน ช่างเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตกใจมากสำหรับทั้งสอง 

ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยพลังปริศนาเมื่อรับรู้ถึงการมาเยือนของทั้งสอง ก่อนที่สาวๆทั้งสองจะเดินเข้าไปก็พบกับห้องอาหารหรูหรายิ่งกว่าภัตคารห้าดาว ตั้งแต่ห้องนอนมายันห้องอาหารนี้หากไม่อภิมหารวยคงไม่อาจทำได้ ที่แน่ๆบ้านเดิมของหญิงสาววัยรุ่นที่ถึงจะถูกเรียกว่าตระกูลเศรษฐีแล้วที่ทำไม่ได้ ส่วนเด็กสาวอีกคนที่เป็นลูกครอบครัวสามัญยิ่งทำไม่ได้เข้าไปใหญ่แต่เด็กสาวกลับสงบกว่าหญิงสาววัยรุ่นมาก ไม่สิคงต้องเรียกว่าเพราะจิตไม่อยู่กับตัวจนไม่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า 

"มากันช้ากว่าที่คาดแฮะ อาหารเย็นชืดหมดแล้ว เอาเถอะ เดี๋ยวเอาจานใหม่มาให้ละกัน" 

สายตาสองคู่หันไปมองที่มาของเสียงปริศนาที่ดังขึ้น ก่อนที่ในครองจักษุของทั้งคู่จะปรากฏร่างของชายหนุ่มที่พวกเธอพบเจอเมื่อวานและน่าจะเป็นคนช่วยพวกเธอจากพวกตัวประหลาดและเจ้าคนวิกลจริตนั้นด้วย 

เรือนผมสีดำยาวราวอิสตรีเงางามจนแม้แต่หญิงสาวเช่นเธอยังต้องอิจฉา นัยน์ตาสีม่วงเลอค่าดั่งอเมทิสต์เปล่งประกายดุจแสงของดวงดารา ผิวขาวเนียนประหนึ่งไข่มุกเม็กงาม ใบหน้าที่สวยงามดั่งนางแบบสตรีชาวเอเชีย หากไม่มีลูกกระเดือกอยู่พวกเธอคงไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือผู้ชาย 

ร่างของหญิงสาวทั้งสองยืนแข็งถือสายตาจับจ้องไปยังใบหน้าที่งดงามของผู้มีพระคุณที่อยู่ในชุดผู้ดีอังกฤษสีดำซึ่งขับเอาเสน่ห์ของอีกฝ่ายมาได้อย่างมหาศาล 

"ชอบยืนหรือ? นั้งลงดีๆได้แล้วสาวน้อย" 

ชายหนุ่มพูดด้วยนํ้าเสียงที่ราวกับคนชรากำลังเจอกับเด็กน้อยรุ่นราวคราวหลาน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าขัดใจไม่น้อยเมื่อถูกพูดด้วยนํ้าเสียงและใบหน้าของคนที่ราวกับหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ไม่สิ ถ้าฟังจากนํ้าเสียงคงยังไม่พ้นไฮสคูลเลย แต่หญิงสาวทั้งสองก็ไม่ได้พูดขัดอะไรก่อนจะนั้งลง พรางใช้สายตามองไปที่ชายหนุ่มที่น่าจะเป็นเหมือนพวกเธอเป็นพวกประหลาด เป็นมิวแทนต์... 

"เอาล่ะ ฉันรู้ว่าพวกเธอมีคำถามมากมายแต่กินข้าวเช้ากันก่อน เราค่อยคุยกัน" 

ชายหนุ่มพูดพรางยกมือขึ้นก่อนที่จานอาหารตรงหน้าทั้งสองที่ถูกทิ้งไว้นานจนเย็นชืดจะลอยออกไปอย่างน่าอัศจรรย์แทนที่ด้วยจานอาหารอุ่นมาแทน ด้วยความที่เมื่อวานทั้งสองไม่ได้กินอะไรเลยแถมยังต้องวิ่งหนีสัตว์ประหลาดนานนับชั่วโมงทำให้ท้องของทั้งสองนั้นกรีดร้องประท้วงด้วยความหิวโหยเมื่อได้กลิ่นอาหารอุ่นๆที่หอมมากๆ ทั้งสองจับช้อนก่อนจะกินมันอย่างเอร็ดอร่อย 

ทางด้านชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย เพราะอาหารพวกนี้เขาเป็นคนทำเอง สำหรับเขาแล้วการเห็นคนที่กินอาหารของตนเองเข้าไปด้วยท่าทางมีความสุขก็นับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาที่วันๆไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากบริหารธุรกิจและศึกษาตำราเวทมนตร์ 

การรับประทานอาหารเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะเขานำอาหารมาเสิร์ฟเด็กน้อยทั้งสอง(ในสายตาเฮียแก)จนกว่าทั้งคู่จะอิ่ม ซึ่งไม่รู้เพราะความหิวหรือความตะกละพวกเธอได้กินอาหารไปมากเป็นกิโล จานอาหารถูกเรียงไว้ราวหอคอย 

ทันทีที่ทั้งคู่ดูเหมือนจะอิ่มแล้วชายหนุ่มก็ได้ทำการร่ายเวทย์พาจานเหล่านั้นไปทำความสะอาดในห้องครัว 

"เอาล่ะในเมื่อกินกันเสร็จแล้วมาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า เอาล่ะ มันคงเริ่มจากแนะนำตัวกันก่อนสินะ..." 

ชายหนุ่มพูดพรางร่ายเวททำความสะอาดโต๊ะอาหารที่เลอะระดับหนึ่งจากฝีมือของเด็กสาวผมสีส้มแดง ทางเด็กสาวทั้งสองที่ได้ยินก็แนะนำตัวออกมา ซึ่งในความเป็นจริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าทั้งสองนั้นคือใคร 

โดยทั้งสองนั้นก็คือเอ็มม่า ฟรอสต์ บุตรสาวคนรองของตระกูลฟรอสต์ที่เขาเคยไปเจรจาซื้อเพชรแห่งกาลเวลาเมื่อวันก่อนนั้นเอง ส่วนเด็กอีกคนนั้นก็คือจีนเกรย์ เด็กสาวผู้จะได้เป็นร่างอวตารของฟีนิกซ์ในอนาคต 

"อืมๆ ตาฉันแนะนำตัวแล้วสินะ ชื่อของฉันพวกเธอคงเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง ฉันบรูซ เวย์น เป็นจอมเวทและมิวแทนต์ยินดีที่รู้จักนะ" 

บรูซยิ้มบางๆอย่างเป็นมิตรให้แก่เด็กสาวทั้งสอง ที่กำลังสับสนกับสิ่งที่ได้ยินจอมเวท? ใช่ผู้วิเศษในนิทานพวกนั้นใช่มั้ย มันมีจริง? ว่าแต่บรูซ เวย์นนี้คือยอดนักธุรกิจที่ครอบครองตลาดของอเมริกาไว้คนนั้นนะเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขาควรเป็นคนแก่ไปแล้วเหรอ? 

ร่องรอยของความสงสัยปรากฏขึ้นบนสีหน้าของทั้งสองจนบรูซอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ บอลแสงได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งสามก่อนมันจะกลายเป็นจอฉายภาพสามมิติให้ทั้งสามได้เห็น 

"ฉันจะพยายามอธิบายระหว่างพูดละกันนะ จอมเวทอย่างพวกเรานั้นคือเหล่าผู้วิเศษที่อยู่มาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นมนุษย์ผู้ศึกษาศาสตร์แห่งเวทมนตร์ พวกเราบ้างคนโผล่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในแต่ละยุคสมัยก่อเกิดเป็นตำนานมากมาย..." 

ภาพบนเวทจำลองเหตุการณ์ของบรูซค่อยๆปรากฏรูปภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวตามสิ่งที่บรูซพูดมันดูงดงามและน่าตื่นตะลึงในเวลาเดียวกัน ก่อนที่ภาพนั้นจะปรากฏเป็นภาพของห้องประชุมที่เต็มไปด้วยจอมเวทตามลักษณะของผู้วิเศษจากความเชื่อทั่วโลก 

"แต่ด้วยความที่มนุษย์นั้นได้มาถึงอารยธรรมที่เวทมนตร์นั้นได้กลายเป็นส่งที่ดูชั่วร้ายหรือแปลกแยกจากคนในสังคมไปแล้ว จอมเวททั่วโลกจึงได้สร้างสภาจอมเวทขึ้นพรางร่างกฏหมายออกมามากมาย" 

ภาพในจอเวทปรากฏภาพของเหตุการณ์ต่างๆในยุคกลางของยุโรปซึ่งเป็นยุคสมัยและเหตุการณ์ที่เลวร้ายสำหรับจอมเวทได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้นคือการล่าแม่มด  

"โดยกฎหมายของสังคมผู้วิเศษนั้นคือ ห้ามผู้วิเศษคนใดสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมมนุษย์เด็ดขาด ไม่งั้นมันผู้นั้นจะถูกลงโทษถึงชีวิต น่าเสียดายที่เมื่อยุคสมัยผ่านไป การล่าแม่มดได้จบลง เหล่าจอมเวทชั่วร้ายแสนหยิ่งยโสได้ลืมกฎเหล่านี้ไป ไม่สิ กฎเหล่านี้ได้สิ้นอำนาจลงจากใจของผู้วิเศษเลยมากกว่า ทำให้ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาเหล่าจอมเวทจึงได้แหกกฎมากมายรวมถึงเผาทำลายตำรากฎหมายที่ตั้งขึ้นมาเกือบทั้งหมด" 

บรูซพูดพรางฉายภาพของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจากฝีมือของเหล่าจอมเวท ผู้ถลํ้าลึกสู่เวทสายมืด เวทที่บ้างบทต้องบูชาความตายเพื่อรํ่าเรียนซึ่งเป็นเวทที่แม้แต่เขานั้นยังไม่กล้าจะศึกษาอย่างจริงจังเพราะเป็นเวทที่อันตรายจนทำให้ผู้ฝึกถูกด้านมืดของตนกลืนกินจนเป็นพวกเดนมนุษย์สมบูรณ์แบบได้เลย 

"และเจ้าคนที่ไล่ล่าพวกเธอเมื่อวานก็เป็นจอมเวทเช่นกัน ไม่ต้องห่วงฉันฆ่ามันตามกฎข้อบังคับของจอมเวทโบราณไปแล้ว" 

จอภาพเวทมนตร์ได้แตกกระจายเป็นละอองสีรุ้งงดงาม ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะลุกขึ้นพร้อมชูสองนิ้ว 

"เอาล่ะ ตอนนี้พวกเธอไม่สองตัวเลือก หนึ่งฉันจะลบความทรงจำของพวกเธอและส่งไปยังที่ปลอดภัย เพราะดูเหมือนบ้านของสาวน้อยผมแดงจะถูกจอมเวทชั่วทำลายไปแล้ว ถึงฉันจะเป็นจอมเวทมากความสามารถแต่ก็ไม่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ" 

บรูซพูดพรางมองไปที่จีนเกรย์ด้วยแววตาสงสารจับใจหากไม่ใช่เพราะเมลทอส ซึ่งเป็นผู้เกิดใหม่มายุ่งวุ่นวายกับเธอแม้จะน่าเศร้าไปบ้าง ที่เด็กน้อยที่พึ่งเสียเพื่อนสนิทไปได้ไม่นานพร้อมการตื่นของยีนกลายพันธ์ุจนสภาพจิตใจของเธออยู่ในสภาวะเดียวกับผู้ป่วยจิตเวชแต่เด็กน้อยก็ควรจะมีชีวิตร่วมกับคนในครอบครัวมากกว่านี้ ไม่ใช่ต้องมาเสียมันไปเพราะราคะของจอมเวทชราบ้างคน 

"แล้วอีกทางเลือกล่ะ?" 

เอ็มม่า หญิงสาวหนีออกจากบ้านพูดด้วยนํ้าเสียงสั่นๆเพราะที่ปลอดภัยของเธอคงไม่ใช่ที่ไหนนอกจากบ้านตระกูลฟรอสต์ ครอบครัวยอดแย่ของเธอซึ่งเธอไม่คิดจะกลับไปแน่นอน 

"ทางเลือกที่สองคืออยู่ที่นี้แล้วมาเป็นคนของฉัน ในฐานะที่ฉันเองก็มิวแทนต์คงน่าละอาน่าดูที่ฉันเพิกเฉยต่อเพื่อนร่วมชะตาถึงสองคนที่อาจถูกทำร้ายและรังเกียจจากบุคคลรอบข้าง อีกอย่างไหนๆพวกเธอก็รู้เรื่องของโลกผู้วิเศษไปแล้ว ไม่คิดจะลองมาเป็นลูกศิษย์ของฉันดูเหรอ ถ้าเลือกทางนี้ฉันจะสอนพวกเธอเองทั้งเวทมนตร์และการใช้พลังกลายพันธ์ุรวมถึงรับรองความปลอดภัยของพวกเธอในโลกผู้วิเศษและสังคมมนุษย์ด้วย" 

บรูซพูดด้วยนํ้าเสียงเชิญชวนเด็กน้อยทั้งสองให้มาเป็นศิษย์ของตน สิ่งหนึ่งที่เขาอยากทำมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้นคือการฝึกสอนลูกศิษย์ให้เก่งพอไปตบเด็กของยัยแก่แอนเชี่ยนวัน หรือก็คือเจ้าหนูสตีเฟ่น จอมเวทสูงสุดในอนาคตหรืออีกชื่อด็อกเตอร์ สเตรนจ์ 

จะเรียกว่านี้เป็นความแค้นแบบเด็กๆของเขาก็ได้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเขาพอมีการติดต่อกับแอนเชี่ยนวันอยู่บ้างเพื่อหาทางปกป้องโลกจากภัยต่างๆซึ่งมันก็มีบ้างที่เขาจะถูกยัยแก่นั้นแซวไม่ว่าจะเรื่องที่อายุมากขนาดนี้ร่างกายยังไม่ต่างจากเด็กไฮสคูล หรือเรื่องที่เขาครองโสดอยู่นานไปจนถึงเรื่องที่เป็นจอมเวทมากชื่อเสียงแท้ๆแต่กลับไม่มีลูกศิษย์สืบทอดวิชาสักคน จนเขาอยากจะตะโกนใส่ยัยแก่นั้นให้หูดับไปเลยว่าในโลกเก่านั้นเขามีลูกแล้วโว๊ย!!! 

ซึ่งเด็กสาวทั้งสองนั้นไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะตอบรับทางเลือกที่สองของเขา 

ตอนนี้เขามีลูกศิษย์ถึงสองคนคอยดูเถอะ ยัยแก่โมโหหร้ายฉันจะปั้นเด็กพวกนี้ไปตบศิษย์เธอให้ดู 

แต่ตอนนี้คงต้องรักษาสภาพจิตใจของทั้งคู่รวมถึงเรื่องความรู้พื้นฐานกับทักษะพลังจิตก่อนละน่ะ... 

. 

. 

. 

+++ 

น่าสงสาร ดอกเตอร์สเตรนจ์เขานะครับโดนเฮียหมายหัว 

แล้วก็ 

[บรูซ เวย์นได้รับศิษย์(ว่าที่เมีย)2ea] 

จะว่าไปไรท์ควรติดแท็กคนชราให้เฮียแกไหมหน่อ อายุอานามปาไปจะร้อยกว่าปีแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว