facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 สิ้นวาสนาต่อกัน

ชื่อตอน : บทที่ 19 สิ้นวาสนาต่อกัน

คำค้น : นิยายรัก รักแท้ รักโรแมนติก รักแรกพบ แอบรัก รักวัยรุ่น มีรัก รักเดียวใจเดียว วิศวะ หนุ่มวิศวะ หมอ แพทยน์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 191

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2564 16:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 สิ้นวาสนาต่อกัน
แบบอักษร

 

“... อายุ วันโน สุขะ พละ....”

อิงดาวพนมมือขึ้นจรดเหนือศีรษะ เมื่อสิ้นเสียงให้พรของพระ เธออธิษฐานในใจว่า

“..ขอให้ผลบุญกุศลที่ได้ตักบาตรในยามเช้านี้ จงดลบันดาลให้แม่สุขภาพแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่กับหนูและน้องไปนาน ๆ ขอให้น้องสอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร และขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุข ๆ ทุกถ้วนหน้ากันเถิด...”

นี่เป็นสิ่งที่เธออธิฐานขอพรจากพระยามเช้าทุกวันหลังตักบาตรเสร็จ เธอมักจะขอให้คนอื่นเสมอ แต่วันนี้เธอมีเพียงพรข้อเดียวที่อยากขอให้ตัวเองนั่นคือ...

“ขอให้หนูได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ธาวินสักครั้งด้วยเถอะ สาธุ”

 

....เมื่อสิ้นบุญวาสนาต่อกันแล้ว ชาตินี้ก็เหมือนเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน....

 

เสียงเย็นดุจน้ำใสก้องกังวานขึ้นคล้ายดังมาจากที่ไกลแสนไกล แต่กลับได้ยินชัดทุกถ้อยคำ เสียงนั้นทำให้อิงดาวรีบลืมตาขึ้น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พระสงฆ์สามรูปที่ให้พรกับเธอเมื่อสักครู่เดินจากไปนานแล้ว เธอหันซ้ายแลขวากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาต้นตอของเสียง ในตลาดยามเช้าตรู่เช่นนี้มีเพียงพ่อค้าแม่ค้าและคนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตะโกนโหวกเหวกซื้อขายกัน

“หรือว่าเราจะหูฟาดนะ”

อิงดาวขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ขณะที่เดินกลับไปหามารดาที่แผงขายข้าวแกง

เมื่อวานเธอเดินทางกลับมาจากเชียงใหม่ถึงบ้านประมาณสองทุ่ม กว่าจะจัดการธุระส่วนตัวเสร็จได้เข้านอนเกือบเที่ยงคืน จากนั้นตีสามเธอต้องลุกขึ้นมาช่วยแม่ทำกับข้าวไปขายที่ตลาด ราว ๆ ตีห้าครึ่งเธอและแม่ก็ช่วยกันเข็นรถกับข้าวออกจากบ้าน เมื่อถึงตลาดเธอจะรีบช่วยแม่จัดร้านให้เสร็จก่อนหกโมงครึ่ง จากนั้นก็จะนำอาหารที่เธอเตรียมไว้เป็นพิเศษมาตักบาตรที่หน้าตลาดก่อนไปทำงานทุกเช้า

“นั่นกับข้าวสำหรับไว้ทานตอนเที่ยง แม่ห่อไว้ให้แล้ว เอาไปแบ่งเพื่อนกินด้วย”

นางจันทร์ชี้บอกลูกสาว เมื่อเห็นเธอวางถาดสำหรับใส่ของตักบาตรลง แล้วหยิบกระเป๋าสะพายเตรียมจะไปทำงาน

“ขอคุณค่ะแม่”

อิงดาวยัดห่อข้าวลงในกระเป๋า เธอเลือกสะพายกระเป๋าเป็นแบบเป้ เพราะจุของได้เยอะกว่า และเดินทางสะดวกกว่าการใช้กระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก ๆ แบบที่สาว ๆ วัยทำงานนิยมกัน

“แม่ หนูขอเอาน่องไก่ทอดไปฝากนังนวลสักสองสามชิ้นนะแม่”

อิงดาวหยิบน่องไก่ลงในถุงอีกใบ

“ตามใจ”

นางจันทร์เอ่ยในขณะที่มือกำลังตวัดไม้ตีแมลงวัน ไล่เจ้าพวกหัวเขียวตัวโตออกจากหม้อข้าวแกง นับวันตลาดสดแห่งนี้ยิ่งมีประชากรแมลงวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขยะบริเวณด้านหลังตลาดมีมากขึ้น

“แม่คะ หนูไปแล้วนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นหนูจะรีบกลับมาช่วยเก็บร้านค่ะ”

อิงดาวยกมือไหว้มารดา ก่อนจะที่จะเดินที่หน้าตลาดเพื่อรอรถเมล์ไปทำงาน

 

...................................................................................

 

ด้านหลังตึกสำนักงานอธิการบดี

อิงดาวกำลังวางน่องไก่ทอดชิ้นโตให้กับนังนวลเพื่อนสี่ขาของเธอ

“กินเยอะ ๆ นะนวล จะได้มีน้ำนมให้ลูกกิน”

ดวงตาใสแจ๋วของอิงดาวเปี่ยมไปด้วยความเมตตา มองดูหมาแม่ลูกอ่อนสีขาวออกเหลือง เต้านมทั้งแปดบวมเต่งเพราะเพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่อาทิตย์

ตอนที่เธอเจอมันครั้งแรก มันผอมมากจนเห็นกระดูกซีกโครงเป็นริ้ว ๆ กำลังคุ้ยถังขยะที่หน้าตึก ด้วยความสงสารจับใจอิงดาวจึงแบ่งข้าวที่ห่อมาในวันนั้นให้มันกิน

“ฉันไปละนะ เดี๋ยวเข้าทำงานสาย”

อิงดาวบอกกับนังนวลที่กำลังแหว่งหางดิ๊ก ๆ เหมือนรับรู้ในสิ่งที่เธอบอกกับมัน ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังสำนักงานวิจัย

 

งานด้านการบริหารจัดการโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับมาตรฐานด้านจริยธรรมการวิจัย ที่อิงดาวเป็นคนดูแลนั้น  ส่วนใหญ่เป็นงานด้านเอกสารที่จะต้องทำบันทึกข้อความส่งต่อให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา ดังนั้น หากเธอทำให้ทันเวลาก็ไม่มีปัญหาใดต้องกังวล

ตอนเที่ยงหลังจากรับประทานอาหารกับเพื่อน ๆ เรียบร้อยแล้ว พี่นกอยากทานผลไม้แต่ไม่อยากฝ่าแดดร้อน ๆ เดินไปที่โรงอาหาร อิงดาวจึงอาสาไปซื้อผลไม้ให้พี่ ๆ และเพื่อน ๆ ในสำนักงาน

อิงดาวเดินลัดสนามฟุตบอลฝ่าแสงแดดร้อนระอุไปที่โรงอาหารกลาง เมื่อมาถึงที่ร้านผลไม้ที่อยู่บริเวณหน้าของโรงอาหาร เธอก็กวาดสายตามองดูผลไม้หลากหลายชนิดที่วางเรียงเป็นแถวภายในตู้กระจกใส มีน้ำแข็งโรยรองพื้นอีกทีเพื่อรักษาความสด

แล้วหางตาก็เหมือนเห็นเงาร่างวูบไหวขึ้นที่มุมร้าน เธอจึงหันไปมองโดยอัตโนมัติ แล้วก็เห็นผู้ชายร่างสูงเดินเข้ามาในร้านผลไม้ ผิวขาวสะอาด เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาสวมอยู่เรียบกริบ กางเกงสีดำที่ถูกรีดจนขึ้นจีบด้านหน้าคู่กับรองเท้าหนังสีดำที่ถูกขัดจนมันวาว เรียกได้ว่าแต่งตัวเนี๊ยบทุกระเบียบนิ้ว

เมื่อเธอเห็นใบหน้าหล่อเหลาของผู้มาใหม่อย่างเต็มตา อิงดาวก็รู้สึกว่าเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าวิ่งตรงเข้าสู่หัวใจ ทำให้เต้นแรงขึ้น พร้อมกับเลือดร้อน ๆ สูบฉีดขึ้นไปทั้งหน้า  

- อาจารย์ธาวิน -  

ชื่อของผู้มาใหม่หลุดออกมาอย่างแผ่วเบายิ่งกว่าเสียงลมผัดผ่าน อิงดาวจึงรีบหันกลับมาจ้องตู้กระจกผลไม้ทันที ในขณะที่หัวใจเต้นราวกับกองตี เหมือนว่าแข้งขาจะอ่อนแรงขึ้นมาโดยฉับพลัน

“เอาอะไรคะ”

เสียงแม่ค้าเรียกสติ อิงดาวจึงรีบบอกออกไปอย่างร้อนรนว่า

“มะม่วงเปรี้ยว สาลี่ กับแตงโมค่ะ”

หญิงสาวบอกแม่ค้าเสร็จก็ยืนเงียบนิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะเหล่ตามองคนข้าง ๆ หัวใจเธอเต้นแรงจนได้ยินเสียงของมันก้องอยู่ในหู พร้อมกับเสียงหนึ่งที่ตะโกนสั่งเธอในใจว่า

- ทักอาจารย์สิ บอกขอบคุณอาจารย์สิ ที่วันนั้นช่วยเธอไว้ –

- เอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นคืนอาจารย์ แล้วบอกขอบคุณสิ –

- บอกขอบคุณไปเลย กล้า ๆ หน่อย –

และแล้วในที่สุดอิงดาวก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดเท่าที่มี เอ่ยทักอาจารย์ออกไปว่า

“อะ อาจารย์ธาวินคะ”

“ได้แล้วจ้า”

เสียงแม่ค้าผลไม้ดังกลบเสียงเบา ๆ ของอิงดาวจนหมด หญิงสาวหน้าแดงก่ำ รีบรับถุงผลไม้มาจากมือของแม่ค้า พร้อมกับจ่ายเงินให้แล้วเดินออกมาจากร้านผลไม้ ในขณะที่อาจารย์ธาวินกำลังสั่งผลไม้กับแม่ค้า

อิงดาวเหลียวมองอาจารย์ธาวินอีกครั้ง พร้อมกลับถอนหายใจออกมา หากจะเดินกลับไปทักอาจารย์ใหม่อีกครั้ง เธอก็อายเกินกว่าที่จะทำเช่นนั่น อีกทั้งเมื่อสักครู่เขาไม่มีท่าทีว่าจะจำเธอได้แม้แต่น้อย หรืออาจจะไม่ได้สนใจเธอด้วยซ้ำว่ามีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เขาตรงนั้น

หญิงสาวเม้มปากสนิท ก่อนตัดใจเดินออกมาจากโรงอาหาร ระหว่างนั้นเธอเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาชายที่สวมเสื้อช๊อปสีแดง แล้วประโยคสนทนาของนักศึกษาชายกลุ่มนั้นก็ทำให้เธอต้องชะลอฝีเท้าลง

“เฮ้ย มึง ! นั่นมันอาจารย์ธาวินนี่ !”

“เอ่อ กูจำได้ขึ้นใจ ไอ้คนที่มันบ้าอำนาจ คิดว่าตนเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่น จนทำให้กูต้องลงเรียนซ้ำอีกเทอม”

“นั่นดิ ก็แค่ลากอีแตะเข้าห้องสอบ ทำเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปได้”

“อย่าว่าแต่อีแตะเลยมึง แค่กูนั่งดูดบุหรี่ข้างตึก ยังเดินเข้ามาด่าสั่งสอนกูอีก หน้าก็ไม่เหมือนพ่อกูสักนิด”

เธอได้ยินเสียงนักศึกษาเหล่านั้นชัดเจนทุกถ้อยคำรุนแรงนั้น จนเธออดเหลียวหลังมองนักศึกษาชายกลุ่มนั้นไม่ได้ ร่างสูงใหญ่กำยำของพวกเขาเดินหายลับเข้าไปในโรงอาหารปะปนกับนักศึกษากลุ่มอื่น ๆ สิ่งที่เธอได้ยินเมื่อสักครู่รบกวนจิตใจไม่น้อย

 

.......................................................................................

 

หลังเลิกงานอิงดาวแวะเข้าร้านยาของมหาวิทยาลัย เพื่อซื้อยาแก้ปวด และยาคลายกล้ามเนื้อให้กับแม่ เธอจะลองเอาไปให้แม่กินก่อน หากยังไม่ดีขึ้นเธอจะต้องหาทางให้แม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลให้ได้

อิงดาวเก็บยาลงกระเป๋าเป้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกจากร้าน ระหว่างที่เธอมองซ้ายขวาเพื่อที่จะข้ามถนนไปรอรถเมล์ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปสีเงินวาวขับมาด้วยความเร็วไม่มากนักเพราะเป็นถนนภายในมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาพลุ่งพล่าน จึงทำให้เธอมองเห็นคนขับอย่างชัดเจน

- อาจารย์ธาวิน –

หญิงสาวเอ่ยชื่อชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของรถคันงามราคาหลายล้าน ดวงตากลมโตมองรถคันนั้นวิ่งผ่านจนหายไปลับตา เธอจำสีรถ จำทะเบียนรถคันนั้นได้อย่างแจ่มชัดในใจ เธอเองก็ไม่รู้ทำว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้ ทำไมเธอต้องใส่ใจเป็นพิเศษ และมีความรู้สึกกับเขามากมายนัก ทั้ง ๆ ที่เจอกันเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งก็เหมือนกับว่าเขาจะไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

 

 

........................................จบตอน....................................................

 -------> กติกาอ่านฟิน ๆ จนจบเรื่อง <-------- 

1. หลังการอัพเดท 1- 24 ชม. ไรท์ จะเปิดให้อ่านฟรี

(ซึ่งอาจจะเป็น 1 ชม. แล้วติดเหรียญทันที หรือปล่อยไว้สัก 24 ชม. ค่อยมาติดเหรียญ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ติส ๆ ของไรท์ 5555++++ ดังนั้น ไม่อยากพลาดอ่านฟรี กดไลค์ กดติดตาม เก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นะคะ)

2. ไรท์เขียนสด แล้วลงให้อ่านรายตอนทันที ดังนั้น เนื้อหาในนี้จะสดใหม่ ไม่มีการพิสูจน์อักษร หรือขัดเกลาใด ๆ ทั้งสิ้น (โปรดเข้าใจนะคะ)

3. ระหว่างที่ E-Book ยังไม่ออก ไรท์จะติดเหรียญเบา ๆ เป็นค่าน้ำชา 55555++++ ดังนั้น ใครตามมาอ่านทีหลังยังสามารถตามเก็บจนจบเรื่องได้

4. เมื่อ E-Book วางจำหน่ายแล้ว ไรท์จะอัพราคาเหรียญทุกตอนให้ใกล้เคียงกับราคา E-Book ซึ่งงจะติดเหรียญแบบมหาโหดมาก (ไรท์เตือนแล้วนะ 555555+++++)

ดังนั้น ไม่อยากพลาด "ของดี ของฟรี ของถูก" ***กดติดตาม เก็บเข้าชั้นหนังสือไว้นร่า*** 

***สำหรับใครทีชอบงานละเอียด งานสวย มีการจัดแต่งและพิสูจน์อักษรเรียบร้อย รอสอย E-Book นะคะ*** 

^___________^

รักคนอ่านทุกท่านค่ะ ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมาค่ะ 

 

 

 

ความคิดเห็น