facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 พรหมลิขิต หรือเหตุบังเอิญ 2

ชื่อตอน : บทที่ 18 พรหมลิขิต หรือเหตุบังเอิญ 2

คำค้น : นิยายรัก รักแท้ รักโรแมนติก รักแรกพบ แอบรัก รักวัยรุ่น มีรัก รักเดียวใจเดียว วิศวะ หนุ่มวิศวะ หมอ แพทยน์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 169

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2564 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 พรหมลิขิต หรือเหตุบังเอิญ 2
แบบอักษร

การเดินทางไกลมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาจัดงานนิทรรศการแสดงผลงายวิจัยนั้น แม้ว่าจะทำให้อิงดาวเป็นห่วงแม่อยู่มาก แต่เมื่อถึงเวลาทำงาน เธอก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ จนกระทั่งถึงวันกลับ

 

“อิง นี่จ๊ะ ตั๋วเครื่องบิน”

พี่มุตายื่นตั๋วเครื่องบินให้สาวน้อยที่กำลังเข็นรถที่บรรจุกล่องสัมภาระที่นำมาจัดงานนิทรรศการจนเต็มคันรถ แม้ว่าบนหลังของเด็กสาวจะสะพายเป้ขนาดใหญ่ไว้บนหลังอีกใบ แต่ก็ไม่ทำให้แรงเข็นรถไปข้างลดลงแม้แต่น้อย

 

“ขอบคุณค่ะ พี่ตา”

อิงดาวรับตั๋วเครื่องบินมาใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กอย่างระมัดระวัง เพราะตั๋วนี้ราคาแพงมาก เธอไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าคนจน ๆ อย่างเธอจะมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินกับคนอื่นเขาสักครั้งในชีวิต

 

“อิงนั่งคนเดียวได้นะ”

มุตาถามอย่างเป็นห่วง เพราะตอนมานั้นเธอนั่งคู่มากับเด็กสาว ส่วนหัวหน้าสำนักงานนั่งกับพี่นก แต่พอตอนขากลับ หัวหน้าถูกรองอธิการบดีเรียกตัวให้กลับก่อน ดังนั้น จึงต้องมีคนใดคนหนึ่งนั่งไปนั่งคนเดียว

 

“ได้ค่ะ พี่ตา ไม่ต้องห่วงอิงนะคะ แค่นั่งแยกกันตอนขึ้นเครื่องเท่านั้นเอง”

อิงดาวตอบพร้อมกับระบายยิ้มออกมาเต็มหน้าให้พี่ร่วมงานสบายใจ และให้มั่นใจว่าเธอสามารถดูแลตัวเองได้

 

“เหรอ อะ โอเคร ตามใจเธอละกัน”

มุตาพยักหน้ารับรู้ จากนั้นทั้งคู่ก็เร่งฝีเท้าให้ทันพี่นก ที่เดินตัวปลิวเกือบจะถึงจุดที่ต้องเช็คอินก่อนขึ้นเครื่องแล้ว

 

......................................................................

 

เมื่อขึ้นมาบนเครื่องบิน อิงดาวพบว่าที่นั่งของเธออยู่ห่างจากพี่ ๆ อยู่มาก เพราะที่นั่งของเธออยู่เกือบจะส่วนท้าย ส่วนพี่ตากับพี่นกอยู่ค่อนไปทางด้านหน้า

อิงดาวเก็บกระเป๋าไว้ที่ช่องไว้สัมภาระด้านบน จากนั้นก็เข้าไปนั่งด้านในสุด ชิดริมหน้าต่าง ตามหมายเลขที่นั่งที่ระบุบนตั๋ว ระหว่างที่รอผู้โดยสารคนอื่น ๆ ขึ้นมาครบ เธอจึงหยิบหนังสือนิตยสารชั้นนำที่มีรูปสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ขึ้นมาดูเพื่อฆ่าเวลา โดยเฉพาะภาพท้องทะเลสีครามที่ทำให้สายตาของเธอหยุดอยู่ที่มันนานที่สุด เพื่อซึมซับเอาความสวยงามของมันเก็บไว้ในใจ แม้ว่าหล่อนจะไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลจริง ๆ แต่อย่างน้อยแค่ได้เห็นในภาพเธอก็มีความสุขแล้ว

และแล้วความฝันของอิงดาวก็หยุดชะงักลงเมื่อแอร์โฮตเตสประกาศให้รัดเข็มขัด และปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด เธอจึงเก็บนิตยสารเข้าที่ แล้วหางตาของเธฮก็เหมือนกับเห็นเงาร่างของใครบางคนที่คุ้นตา เธอจึงหันไปมองยังคนที่นั่งข้าง ๆ

“เอ๊ะ”

เสียงอุทานแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง อิงดาวต้องกะพริบตาถึงสองครั้งเพื่อปรับสายตาให้มองเห็นภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และดวงตาของเธอก็ลุกวาวยิ่งขึ้นเมื่อพบว่า ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ เธอ คือ รศ.ดร.ธาวิน ไตรสุวรรณ คนที่เธอพยายามจะบอกขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกไปสักที บัดนี้เขานั่งอยู่ใกล้เธอเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น !

 

อิงดาวรีบหันหน้ากลับมาพร้อมกับก้มหน้าลง ร่างกายเกร็งขึ้นมาอย่างกระทันหัน หัวใจของหล่อนเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ มือไม้เย็นเฉียบไปหมด แค่ได้นั่งใกล้ ๆ เขา คนที่เป็นที่กล่าวขานทั่วทั้งมหาวิทยาลัย ก็ทำให้เธอแทบจะหยุดหายใจตายลงไปเสียตรงนั้น เธอต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่สองสามรอบ เพื่อระงับความตื่นเต้น

ในขณะที่เครื่องบินทะยานสู่ฝากฟ้า  เธอหันไปมองเขาเป็นระยะ ๆ ตลอดการเดินทาง แต่อาจารย์หนุ่มกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด อิงดาวกำลังต่อสู้กับหัวใจของตนเองอย่างหนัก

ใจหนึ่งก็บอกให้เธอรีบทักทายและบอกขอบคุณไปเสียทุกอย่างจะได้จบ ๆ เธอจะได้ไม่ต้องคิดถึงเขาทุก ๆ วัน

อีกใจหนึ่งก็ค้าน เธอจะทักทายเขาว่าอะไร แม้แต่ชื่อเธอเขาก็ยังไม่รู้จัก เขาคงคิดว่าหล่อนเป็นผู้หญิงเสียสติ หรือไม่ก็พวกคลั่งไคล้ผู้ชายหล่อ ๆ ที่หาโอกาสคุยด้วย

อิงดาวหลับตาลง แล้วตัดสินใจอย่างแน่วแน่ จากนั้นก็ลืมตาขึ้นแล้วหันหน้าไปยังเป้าหมายทันที ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงพร้อมกับเสียงที่หลุดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า

“อะ อาจารย์คะ”

เสียงของเธอเบามาก มากจนเพียงแค่เสียงรถเข็นบริการอาหารว่างบนเครื่องบินเลื่อนผ่าน ก็กลบเสียงของเธอไปจนหมด

และเมื่อเธอพยายามจะเรียกอาจารย์ธาวินให้รู้ตัวอีกที เขาก็หลับตาลงแล้ว ร่างสูงเอนศีรษะพิงผนักเบาะอย่างสบาย ท่าทีของเขาทำให้อิงดาวไม่กล้าที่จะหลบกวนเขาอีกต่อไป เธอจึงได้แต่เฝ้ามองเขานอนหลับตา ใบหน้าหล่อเหลาปานรูปปั้นของเทพบุตรที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ เรือนผมดกดำ ขนตายาวเป็นแพ ริมฝีปากบางรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ผิวพรรณขาวผ่องไร้จุดตำหนิใด ๆ ขาวยิ่งกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ

ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนแรงกดดันบางอย่างบีบที่หัวใจเธอ... มันให้ความรู้สึกเศร้าโศกอย่างสุดแสนจะทรมาน แม้จะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือถึง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่กันคนละฟากฟ้า

 

....................................จบตอน........................................................

 

ความคิดเห็น