facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 1 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2564 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 1 [50%]
แบบอักษร

Let me be yours 1 

 

ชั้นเรียนวิชาวรรณกรรมอังกฤษน่าเบื่อเหมือนเคย โลกคู่ขนานด้านหลังห้องฟุบตัวสลบไสลกับโต๊ะไปตามกันแล้วกว่าครึ่งและหนึ่งในนั้นคือนาธานนั่นเอง เพราะเสียงโมโนโทนราวกับแมลงวันบินดังหึ่งๆ ข้างหูของมิสซิสเบียงกามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยานอนหลับดีๆ นี่เอง 

จวบจนกระทั่งเสียงออดหมดเวลาดังขึ้นนั่นแหละโลกคู่ขนานถึงได้ตื่นขึ้นมาพบความเป็นจริง เรื่องการบ้านวิเคราะห์พฤติกรรมตัวละครหลักสองหน้ากระดาษเต็มๆ 

"ให้ตายสิ มีใครจะรับจ้างเขียนบทความให้ฉันไหม สองหน้ากระดาษเชียวนะ" 

"อย่างน้อยก็ส่งอาทิตย์หน้า ไม่ใช่พรุ่งนี้" แรนดี้ปลอบเพื่อนด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆ ไม่ต่างกัน การเขียนบทความเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันมากที่สุดกับเด็กหนุ่มเลือดร้อนอย่างพวกเขา 

"น่าเบื่อชะมัด ไหนๆ ฉันก็ไม่อยากเรียนต่ออยู่แล้ว ออกมันซะตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นไง" 

"น้าโยลันดาเอานายตายแน่ อย่าแม้แต่จะคิด" 

"ชิ" 

นาธานก็แค่บ่นระบายอารมณ์ขุ่นมัวของตนไปอย่างนั้นเอง อย่างน้อยเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวที่เขาอยากทำให้แม่สบายใจ อดทนเอาหน่อยแล้วกัน 

"นายว่ารุ่นก่อนๆ ก็ต้องทำแบบนี้ด้วยเหมือนกันหรือเปล่า" นาธานผู้เป็นอัจฉริยะในเรื่องทางลัดปิ๊งไอเดียดีๆ ขึ้นมา มีหรือที่เพื่อนซี้อย่างแรนดี้จะตามไม่ทัน 

"ระดับมิสซิสเบียงก้าผู้ใช้ชีวิตมาร่วมศตวรรษ (เป็นมุกตลกที่ใช้ล้อเลียนมิสซิสเบียงก้าซึ่งอายุมากแล้ว และหัวโบราณเปรียบเสมือนอยู่มาร่วมร้อยปี) แล้วล่ะก็ วรรณกรรมที่หยิบยกมาสอนอาจจะเปลี่ยนแต่แนวทางไม่เปลี่ยนแน่นอน" 

"ดี งั้นนายลองถามพวกเซทดูว่ายังมีใครเก็บบทความเอาไว้บ้างไหม ถ้าโชคดีอาจเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้" 

"ได้" 

คนซึมเศร้าเมื่อครู่เดาะลิ้นด้วยอารมณ์เบิกบานขึ้นมาทันควัน เท่านี้เวลาที่ควรหายไปของเขาก็ได้คืนมาแล้ว 

"งั้นเราไปต่ออะเวย์เอาท์ที่บ้านฉัน จะได้ออกจากคุกกันสักที (เกมใน PlayStation) แถมออฟชันเสริมเป็นอาหารสุดเจ๋งของมิสซิสโยลันดา นายว่าไง" 

"ดีล" 

สองเพื่อนซี้แท็กไหล่กันด้วยแรงระดับหาเรื่อง แม้ว่าฝ่ายยื่นข้อเสนอจะตัวเล็กกว่าและลำบากในการกระโดดสู้ก็ตาม 

นาธานในวัยสิบแปดปี สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตรแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเตี้ยกว่าแรนดี้เกือบครึ่งศีรษะอยู่ดี ด้วยความที่ไม่ชอบออกกำลังกายกล้ามเนื้อจึงมีไม่มากนักแต่ก็ไม่เพรียวบางอ้อนแอ้นจนเกินไป ผิวขาวจัดตกกระบ้างประปราย และด้วยเครื่องหน้าที่คมชัด คิ้วเรียวเข้มหนาได้รูป ดวงตาสีน้ำตาลเข้มประดับด้วยขนตาสีเดียวกันหนาเป็นแพร จมูกโด่งเชิดปลายรั้นๆ ลับกับปากบางหยักได้รูปสีแดงเรื่อ ทั้งหมดทั้งมวลนี้แทนที่จะทำให้เขาฮอตในหมู่สาวๆ กลับกลายเป็นว่าบางครั้งถูกมองตามด้วยสายตาริษยาเสียอย่างนั้น 

ช่างเถอะ เพราะเขาเองก็ไม่สนใจพวกเธอด้วยเหมือนกัน นาธานค่อนข้างชัดเจนในเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะป่าวประกาศไปทั่วหรอกนะ 

โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านแค่สิบห้านาทีเท่านั้น เพราะแรนดี้ได้รับรถกระบะสี่ประตูดอดจ์แรมปีสองพันเก้าเป็นมรดกตกทอดจากพ่อของเขา ทั้งคู่จึงไม่ต้องทำร้ายเท้าและขาของตัวเอง 

เจ้ายักษ์สีแดงสดยังคงเงาวับและใช้การได้ดีเหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วไม่มีผิด 

ทว่าเมื่อตัวรถเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณหน้าบ้านกลับพบว่าที่ประจำมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ก่อนแล้ว 

มาอีกแล้ว! 

"แม่นายถูกใจหมอนั่นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย" 

"เงียบปากไปเลย" 

นาธานเหวี่ยงประตูรถปิดเสียงดังก่อนจะรีบเดินนำเข้าสู่ตัวบ้าน ประตูไม่ได้ล็อกดังคาดคงเพราะแขกเพิ่งมาถึง แรนดี้เดินตามเพื่อนซี้มาติดๆ พบโยลันดาและโจเซฟนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบนโซฟาคนละตัว ระยะห่างไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป 

"น้าโยลันดา สวัสดีครับ" 

"อ้าวแรนดี้ วันนี้มาด้วยหรือจ๊ะ" 

"คืนนี้แรนดี้นอนกับผม แม่ทำอาหารเย็นเผื่อด้วยนะ" เพื่อนรักตอบแทนโดยที่แรนดี้ยังไม่ทันได้อ้าปากด้วยซ้ำ จึงทำได้เพียงพยักหน้าเออออ 

"ดีเลย กินด้วยกันหลายคนสนุกดี ...เดี๋ยวก่อนนาท! อย่าเพิ่งขึ้นข้างบน โจเซฟมีเรื่องจะคุยด้วย กลับลงมาเดี๋ยวนี้นะ!! " พอได้ยินว่าใครอยากคุยด้วยเจ้าเด็กแสบรีบสับเท้าขึ้นบันไดเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ทว่าเสียงเฉียบขาดของแม่เป็นดั่งคำประกาศิต จำต้องเดินกลับลงมาจ้องหน้าคนอยากคุยด้วยตาเขม็ง แรนดี้ที่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากที่เดิมไปไหนแค่นยิ้มประหลาดเหลือบมองไปทางแขกประจำคนใหม่ของบ้านนี้ 

"นั่งก่อน ฉันมีเรื่องจะถาม นายก็ด้วย" ในเมื่อเขาคือคนหนึ่งที่ถูกเชิญ แรนดี้จึงยักไหล่ส่งๆ และนั่งลงให้มันจบๆ ไป 

"นั่งลงสินาท จะยืนจ้องหน้าพี่เขาทำไม" 

เหอะ พี่เพ่อที่ไหน ฉันมันลูกคนเดียวชัดๆ  

"มีอะไร" ตวัดเสียงไม่พอใจถามเพราะผู้ชายคนนี้ทำให้เขาเสียเวลาเคลียร์เกม 

"ช่วงนี้มีคนแปลกหน้าเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวสวนสาธารณะบ้างหรือเปล่า" 

นาธานและแรนดี้แอบสบตากันในชั่วเสี้ยววินาทีจังหวะที่คิดว่าไม่มีใครสังเกตเห็น คนแปลกหน้าที่ว่าหมายถึงแอรอนใช่ไหม? 

แต่เรื่องอะไรนาธานจะให้ความร่วมมือดีๆ ล่ะ เขาจึงตอบส่งๆ ไป 

"ไม่รู้" 

"ไม่รู้ได้ยังไง เมื่อวันก่อนลูกเพิ่งไปที่สวนนั่นมาไม่ใช่เหรอ" โยลันดาช่วยกระตุ้นลูกชายด้วยอีกแรง 

"ก็ผมไม่เห็นก็เลยไม่รู้" 

มีหรือโจเซฟจะจับสังเกตท่าทางยียวนนั่นไม่ได้ ดวงตาสีน้ำตาลจึงเพิ่มความดุมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาจริงจัง 

"นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คนพวกนั้นเป็นคนอันตราย ถ้าพวกนายเห็นเรื่องผิดปกติเมื่อไหร่ให้รีบบอกฉัน เข้าใจหรือเปล่า" 

"แมวบ้านมาร์กาเร็ตออกลูกเป็นไข่ แบบนี้เรียกผิดปกติไหม" ดูเอาเถอะว่าเจ้าเด็กแสบเห็นเป็นจริงเป็นจังเหมือนเขาไหม 

"นาธาน" โยลันดาเอ่ยเรียกชื่อเต็มของลูกชายเสียงเข้มเพื่อให้รู้ว่าหมดเวลาล้อเล่นแล้ว 

"อะไรล่ะ แม่จะให้เขามาคาดคั้นเอาอะไรกับผม คนพวกนั้นเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ ข้อมูลก็ไม่บอกอะไรสักอย่าง ผิดปกติของเขามันเป็นยังไงล่ะ เหมือนผิดปกติของผมหรือเปล่า จะไปรู้เรอะ" 

หญิงเพียงคนเดียวของบ้านได้แต่ยกมือกุมขมับหนักใจ เจ้าลูกคนนี้ของเธอช่างหัวรั้นเสียจริงเชียว ลองว่าไม่ชอบหน้าแล้วล่ะก็ให้ทำอย่างไรก็คงไม่ยอมญาติดี ไม่รู้ไปได้นิสัยเสียๆ แบบนี้มาจากใครสิน่า 

"รายละเอียดพูดไปนายก็ไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าถ้าเห็นคนแปลกหน้าท่าทางน่าสงสัยให้รีบบอก และจำไว้ว่าอย่าเข้าไปใกล้พวกมันเด็ดขาด ทางที่ดีพวกนายอย่าไปที่ทะเลสาบอีกจะดีที่สุด" 

เคยได้ยินไหมว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งคนห้ามเป็นคนที่ไม่ชอบหน้าด้วยแล้วล่ะก็ ถ้ายอมรับปากแต่โดยดีก็อย่ามาเรียกเขาว่านาธานเลย 

"จะจำไว้แล้วกัน" เสียงห้วนสั้นตอบกลับอย่างขอไปที แต่ทำหรือเปล่านี่อีกเรื่องนะ "จบเรื่องแล้วใช่ไหม ผมกับแรนดี้เรามีการบ้านต้องทำ" 

แรนดี้แอบขำให้กับการบ้านชื่ออะเวย์เอาท์ของตัวเอง 

นาธานไม่รอให้โจเซฟพูดอะไรมากกว่านี้ ลุกขึ้นยืนสะบัดก้นหนีขึ้นห้องตามประสาคนเอาแต่ใจ 

คนเป็นแม่ได้แต่มองตามพลางทอดถอนใจเบาๆ "ขอโทษทีนะโจ เด็กนั่นถูกตามใจเสียจนเคยตัวไปแล้ว" 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณเองก็ต้องระวังตัวให้มากเหมือนกันนะโยลันดา แค่ผมยืมใช้พื้นที่ของคุณก็เป็นการเสี่ยงอันตรายมากพอแล้ว หลังจากนี้ถ้าเป็นไปได้อย่าอยู่ที่ร้านคนเดียวนะครับ แล้วผมจะแวะไปตรวจดูความเรียบร้อยแถวนั้นให้บ่อยๆ " 

"ไม่เป็นไรเลยโจ ถ้ามันทำให้เมืองนี้น่าอยู่และปลอดภัยขึ้นอีกสักนิดฉันก็ยินดีช่วยเต็มที่ มีอะไรขาดเหลือบอกได้เลยนะ" 

โจเซฟยิ้มรับแทนคำขอบคุณ ทว่าเขายังคงหนักใจกับเด็กแสบนั่นอยู่ดี ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเกลียดขี้หน้าอะไรกันนักหนา ทั้งที่จำได้ว่าตัวเองไม่เคยทำอะไรผิดกับเจ้านั่นเลย 

"ฝากดูด้วยนะครับ อย่าเพิ่งให้ก่อเรื่องอะไรช่วงนี้ จะดีมากถ้าไปโรงเรียนแล้วตรงกลับบ้านเลยไม่แวะที่ไหน" 

คุณแม่พ่นลมหายใจหนักหน่วงด้วยรอยยิ้มระอา "ยาก รายนั้นน่ะ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำเลย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก แรนดี้เป็นเด็กรู้ความน่าจะช่วยเตือนกันได้" 

โจเซฟก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน 

 

ใครจะรู้ว่าโชคดีเข้าข้างนาธานเต็มๆ 

เซทเป็นรุ่นพี่เขาสองปี ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมิสซิสเบียงก้าเปลี่ยนเรื่องวรรณกรรมปีเว้นปีสลับกันอยู่แค่สองเรื่อง! นั่นหมายความว่านาธานสามารถลอกบทความของเซทได้ แถมเซทยังใจดีตามหาบทความของเพื่อนอีกคนมาให้ได้อีกต่างหาก เรียกว่าคู่เพื่อนซี้นอนตีพุงแสนสบาย 

วันนี้เลิกเรียนแค่ครึ่งเช้า แต่โชคร้ายที่แรนดี้ต้องไปทำธุระให้พ่อในวินด์เซอร์ นาธานจึงติดรถมาลงแถวสวนสาธารณะเพื่อรับบทความจากเซทคนเดียว 

"รับของเสร็จก็กลับเลยนะ ไม่ต้องอยู่คุย ห้ามเอาของอะไรก็แล้วแต่ที่หมอนั่นยื่นให้เข้าปากเด็ดขาด แม้แต่สูบก็ไม่ได้" 

"รอบที่สามแล้วตั้งแต่ระหว่างทางมา ไม่นับที่ย้ำมาตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงเรียน" 

"เห้อ ให้ตายสิ ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่นจะมาช้าฉันคงอยู่รอเป็นเพื่อนได้ หรือมาเอาพรุ่งนี้พร้อมฉันดีกว่าไหม" 

"นายอย่าเป็นบ้าตามหมอนั่นไปอีกคน เซทไม่ใช่คนแปลกหน้า เขาไม่ใช่ตัวอันตราย" 

"ทำไมฉันถึงอยากเถียงใจแทบขาดเลยนะ" 

จริงอยู่ว่าเคยเห็นหน้ากันเป็นปกติ แถมสมัยเซทยังเรียนอยู่พวกเขาก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แต่นั่นมันก็หลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เซทยังไม่ได้ติดสารเสพติดงอมแงมเหมือนทุกวันนี้ หมอนั่นน่ะขาประจำทะเลสาบตัวจริง 

"ฉันดูแลตัวเองได้ นายอย่าดูถูกเพื่อนตัวเองสิ ตราบใดสติฉันยังครบถ้วนไอ้บ้าหน้าไหนก็ทำอะไรฉันไม่ได้ทั้งนั้น" 

เรื่องนี้แรนดี้มั่นใจในตัวเพื่อนได้ "รีบกลับบ้านล่ะ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย" 

"อืม" 

นาธานก้าวลงจากรถเดินตรงเข้าสู่สวนสาธารณะล้าง สำหรับเขาที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด เพราะหลังจากการกวาดล้างของดีแลนส่วนใหญ่พวกที่มาซ่องสุมกันแถวทะเลสาบมีจึงเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว แม้ช่วงหลังมานี้จะมีคนแปลกหน้าเข้ามาเพิ่มอยู่บ้างแต่ครูซจัดการได้ ของที่ใช้เสพกันก็เหมือนของเล่นเด็กไม่ได้ร้ายแรงอะไร ที่เห็นประจำจะเป็นกัญชาเสียส่วนใหญ่ นานๆ ครั้งถึงจะมียาอีหรือโคเคนหลุดมาให้เห็นบ้าง แต่แน่นอนว่านาธานไม่เคยแตะต้องของอันตรายพวกนั้น เขายังรักชีวิตตัวเองอยู่ 

เดินเตร็ดเตร่เข้าไปไม่ลึกเท่าไหร่ กวาดตามองหาม้านั่งที่ยังพอใช้การได้เพื่อควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเกมค่าเวลา เกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นเซทก็มาถึง 

"ไง นาธาน" 

"ไงเซท" 

"โทษทีนะที่ให้รอ พอดีติดลูกค้าที่อู่กว่าจะปลีกตัวออกมาได้มันเลยใช้เวลานิดหน่อย" 

"ไม่เป็นไร ฉันสิต้องขอโทษที่รบกวนเวลางานนาย" 

ตอนนี้เซทเป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถไม่ไกลจากย่านนี้นัก ชุดทำงานของเขาจึงกระดำกระด่างไปด้วยคราบน้ำมัน แต่เห็นได้ชัดว่าเขามีเวลาล้างหน้าเซทผมมาเป็นอย่างดี 

"รบกวนที่ไหนกัน เอ้านี่ เอาไปสิ น่าจะพอช่วยได้เยอะล่ะนะเพราะฉันเองก็ดัดแปลงมาจากเพื่อนอีกคนในชั้นที่เป็นหัวกะทิสุดๆ " 

นาธานรับมาด้วยท่าทางดีใจ "ดีเลย" 

"หลังจากนี้นายไปไหนต่อหรือเปล่า อยากแวะกินมื้อกลางวันด้วยกันก่อนไหม" ม่าย นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นาธานอยากทำ ต่อให้ไม่มีคำเตือนจากแรนดี้เขาก็ไม่อยากทำอะไรให้เซทคิดเข้าข้างตัวเองมากไปกว่านี้อีกอยู่แล้ว 

"โทษทีเพื่อน ฉันรับปากแม่ไว้แล้วว่าต้องไปช่วยงานที่ร้าน คราวหน้านะ" 

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายตั้งความหวังมาเต็มร้อยถึงไม่ยอมรับคำปฏิเสธง่ายๆ 

"งั้นแวะไปนั่งเล่นกันแถวทะเลสาบสักแป๊บเถอะน่า จำได้ว่านายยังไม่ได้ลองของเล่นใหม่ของแอรอนเลยนี่" 

นาธานกลอกตาในมโนสำนึกด้วยความรำคาญใจครบสามร้อยหกสิบองศา หมอนี้ช่างตื๊อจริงๆ 

เห็นเขาเงียบไปอีกฝ่ายจึงยิ่งสำทับ "นานๆ ทีผู้พิทักษ์ของนายจะไม่อยู่ ไม่อยากสนุกสุดเหวี่ยงกับพวกเราบ้างหรือไง" 

ไม่อยากเฟ้ย!  

ถ้าไม่ติดว่าในมือยังถือบทความของหมอนี่อยู่ นาธานได้สบถออกมายาวเหยียดใส่หน้าเขาไปแล้ว นึกว่าไม่รู้หรือไงว่านายคิดจะทำอะไร 

"เก็บไว้เผื่อฉันครั้งหน้าด้วยแล้วกัน ขอบใจนะ" 

เซทถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวังเมื่อโน้มน้าวนาธานไม่สำเร็จ แต่เพราะไม่อยากทำให้คนที่เขาสนใจต้องขุ่นเคือง ครั้งนี้เขาจะยอมถอยให้ก่อน 

"เอางั้นก็ได้ ต้องการเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันนะ" 

"แน่นอน บายเพื่อน" 

อีกฝ่ายคงคาดไม่ถึงว่าคนในดวงใจที่ปากบอกลาด้วยรอยยิ้มทว่าในใจกลับกล่าวคำด่านับไม่ถ้วนไปตลอดทาง 

ไอ้บ้า! ใครจะไปต้องการของแบบนั้นกันวะ อีกอย่างถึงฉันอยากได้จริงๆ เรื่องอะไรต้องโทรหานายด้วย คิดว่าฉันไม่มีปัญญาหาเองเรอะ ครั้งนี้ที่ขอให้ช่วยเพราะเป็นเรื่องเรียนหรอก 

เด็กแสบเดินบ่นปากขมุบขมิบมาตลอดทาง ส่วนเซทแยกหายไปด้านหลังทางทะเลสาบแล้ว ดูท่าคงลางานหวังมาเคลมเขาเต็มที่เลยสิ ....เอ๊ะ นั่นใครมาด้อมๆ มองๆ แถวด้านหน้าสวน 

นาธานหลบวูบไปด้านหลังต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ต้นหนึ่งพลางแอบมองไปทางที่คนแปลกหน้าคนนั้นยืนอยู่ 

ไม่เคยเห็นหน้า แถมท่าทางลับล่อๆ ไม่น่าไว้ใจ 

เจ้าตัวนึกถึงคำพูดเตือนของโจเซฟวันนั้นขึ้นมาทันที ....หรือว่าจะเป็นอันตรายจริงๆ? 

แม้เขาจะเป็นเด็กแสบที่มักชอบแสร้งทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา แต่เขาก็รู้ว่าเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนควรจริงจัง มือล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง นึกดีใจที่แม่ผู้เจ้ากี้เจ้าการบังคับขู่เข็ญให้เขาบันทึกเบอร์ของโจเซฟเอาไว้ในเครื่องจนได้ เวลานี้จึงรีบปัดนิ้วหาชื่อเขาด้วยความรวดเร็ว และในตอนที่กำลังจะกดโทรออกนั่นเอง 

หมับ! 

เด็กแสบสะดุ้งโหยงชาวาบไปทั้งตัวเมื่อมืออุ่นร้อนของใครบางคนเอื้อมมาปิดปากเขาจากทางด้านหลัง เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจหลุดรอดจากฝ่ามือนั้นออกมาไม่ดังนัก ทว่าเจ้าของมือกลับดึงเขาหลบหลังพุ่มไม้เตี้ยๆ ด้วยความรวดเร็ว 

ใคร?! 

นาธานไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักนิด แล้วหมอนี่โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าหรือไง เป็นพวกเดียวกับผู้ชายน่าสงสัยคนนั้นหรือเปล่า ให้ตายเถอะนาธาน ทำไมนายต้องวิ่งแจ้นเข้าหาปัญหาทุกที 

"อย่าร้อง" 

เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้นาธานหยุดอาการต่อต้านลง หัวใจพลันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาช่วงหนึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความโล่งใจ 

"แค่เห็นว่านายกำลังจะโทรหาฉันก็ดีใจแล้ว" 

โจเซฟ!! 

นาธานปัดมือที่ปิดปากตัวเองเอาไว้ออกอย่างแรงพลางเหลียวหน้าไปมองคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง ดวงตาที่น้ำตาลเข้มเบิกโพลง 

"นาย! " 

"ชู่ว จะเสียงดังทำไมเล่า เดี๋ยวมันก็รู้ตัวกันพอดี" คนอายุมากกว่าเอ็ดเสียงเบา 

"มาได้ยังไง แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่! " นาธานยอมลดเสียงลงตามที่เขาว่า แต่สีหน้าหาเรื่องไม่ได้ลดน้อยลง เมื่อกี้เขาหัวใจแทบวายแล้ว 

"ตั้งแต่นายโดนไอ้เด็กขี้ยานั่นคะยั้นคะยอให้ไปด้วยกัน" 

ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว?! หมอนี่อยู่ตรงไหนทำไมเขาไม่เห็นเลยล่ะ อย่าบอกนะว่ามีผ้าคลุมล่องหน นาธานรีบส่ายหัวให้กับความคิดไร้สาระของตัวเอง 

"ยังดีที่มีหัวคิดเอ่ยปฏิเสธ" 

เด็กแสบมองอีกฝ่ายตาขวางเพราะประโยคเมื่อครู่ฟังอย่างไรก็ไม่ใช่คำชม 

"ฉันจะมีหัวคิดหรือไม่มีแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย วางท่าเป็นพ่อเลี้ยงกันเต็มตัวแล้วสิ แต่โทษทีนะ แม่ฉันไม่ได้อยู่แถวนี้ นายแสดงให้ใครดู....โอ๊ย!! " 

มือสากยกขึ้นบีบปากหยักสวยที่กำลังขมุบขมิบพ่นคำไม่น่าฟังด้วยความมันเขี้ยวอย่างคนอดใจไม่อยู่ เค้นเสียงเบาพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน 

"ปากนี้น่ะ สรรหาเรื่องดีๆ มาพูดบ้าง" 

....ตึกตัก 

มือเรียวปัดแขนถือวิสาสะออกไปไกลๆ รีบสะบัดหัวไล่เสียงนุ่มทุ้มข้างหูให้กระเด็น กระซิบเสียงลอดไรฟันออกไปอย่างโกรธแค้น 

"ทำบ้าอะไรของนาย เพื่อนเล่นเรอะ! " 

ให้ตายเถอะ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ใจเต้นนะ!  

"ฉันอายุมากกว่านายตั้งกี่ปี จะเป็นเพื่อนได้ยังไง" 

"ไม่ต้องเอาอายุมาข่ม แล้วก็ถอยไปไกลๆ ด้วย อย่ามาเบียด" ยกศอกดันคนด้านหลังออกไปแต่ไม่ขยับสักนิด 

"ใช่ว่าฉันอยากเบียดนาย แต่ที่มันแคบ" 

"งั้นก็ปล่อย ฉันจะออกไปแล้ว ให้หลบทำไมก็ไม่รู้" 

"ชี่! " มือสากยกขึ้นมาปิดปากเขาอีกครั้งเมื่อนาธานเริ่มส่งเสียงดังมากเกินไป เจ้าตัวดิ้นขลุกขลักไม่เลิก โจเซฟจึงจำต้องขู่เสียงเครียด "หมอนั่นมีปืน ถ้านายไม่อยากตายก็อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวนี้! " 

"อืน?! (ปืน?!) " 

"ใช่ ทีนี้เข้าใจหรือยังว่ามันอันตรายยังไง" 

คราวนี้เด็กแสบตัวสั่นขึ้นมานิดๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ เอาล่ะ เขาทำตัวเกกมะเหรกเกเรเคยสูบบุหรี่เสพกัญชา แต่เขาไม่เคยยุ่งกับปืนหรอกนะ ของนั่นฆ่าคนได้! 

"จะอยู่เงียบๆ ดีๆ ได้หรือยัง" 

เด็กดื้อยอมพยักหน้ารับด้วยความไม่เต็มใจ มือที่ปิดปากจึงปล่อยออก ทว่าท่อนแขนที่โอบรัดเอวเอาไว้แน่นเพียงคลายออกหลวมๆ เท่านั้นไม่ยอมปล่อย นาธานเองเพราะมัวแต่สนใจเรื่องตรงหน้าจึงไม่ทันรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นบนแผ่นหลัง 

"แล้วมันต้องการอะไร มาด้อมๆ มองๆ แถวนี้ทำไม" 

"มันมาหาคน" 

"ใคร" 

"นายไม่ต้องรู้หรอก" 

อีกแล้ว! ไม่เคยจะบอกอะไรกันสักอย่าง!  

เหอะ เขาไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอยากรู้มากนักหรอกนะ 

"แฟนนายหรือไง" 

"....." นาธานแสร้งถามอีกฝ่ายไปอย่างนั้นเอง ทว่าโจเซฟกลับไม่ยอมตอบทำเหมือนว่าสิ่งที่เขาถามคือเรื่องจริง แรงดิ้นจึงกลับมาอีกครั้ง 

"ปล่อยเลย! เรื่องของพวกนายก็ไปจัดการกันเอาเองสิมาเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย หมอนั่นไม่ได้มาหาฉันสักหน่อย ฉันไม่ใช่แฟนนายนะมันจะมาสนใจอะไร" 

ทำไมฟังคำพูดตัวเองแล้วเหมือนกำลังกระเง้ากระงอดอยู่เลยนะ ให้ตายสิ อย่างกับแฟนสาวกำลังประชดประชันแฟนหนุ่มเลย ทุเรศชะมัด แต่จะให้ย้อนเวลากลับก็ไม่ได้แล้ว 

"ไม่ใช่แฟนฉัน" 

ประโยคเดียวกลับหยุดทุกการกระทำของนาธานลง ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองคนที่แนบอยู่ด้านหลังด้วยความไม่เข้าใจ 

"....เป็นแค่เพื่อน" 

"แค่เพื่อนแล้วทำไมต้องใส่ใจขนาดนั้น" 

"เรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าที่นายคิด เอาไว้จะเล่าให้ฟังวันหลัง" 

เหอะ....เอางั้นก็ได้ 

เด็กเอาแต่ใจหยุดอาการต่อต้านลงในวินาทีนั้น 

อันที่จริงแล้วโจเซฟเป็นทุกอย่างในแบบที่นาธานชอบ ผู้ชายนิ่งๆ ที่ภายนอกดูเหมือนสุภาพอ่อนโยน แต่ภายใต้หน้ากากแสนอบอุ่นนั้นมีบุคคลอันตรายซ่อนอยู่ ใครไม่รู้บ้างว่ากลุ่มคนบ้านร้านสักมีอิทธิพลแค่ไหน หน้าตาเขาก็ใช่ว่าขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ออกจะหล่อเหลาน่ามองด้วยซ้ำ อาจไม่บาดใจถึงขนาดเกี่ยวสาวมาควงได้ทุกตรอกซอกซอย แต่รับรองว่าย่านนี้ก็คงมีไม่น้อยที่ยอมให้เขาหิ้วขึ้นเตียง 

หากพูดถึงช่วงอายุวัยนี้ของนาธาน เจ้าเด็กแสร้งมีปัญหากำลังอยากรู้อยากลองไม่ใช่หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีท่าทีเข้าหาแม่ของตัวเอง ทุกอย่างอาจเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ 

....เขาก็ไม่ต้องแสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเอง 

 

 

 

50% 

>>>> 

จริงๆ แล้วเด็กมันก็มีใจ~ 

อยู่ที่พี่แล้วว่าจะยังไงกับน้องงงง  

จะเป็นพ่อเลี้ยงหรือเป็น....ดีน้อ 

>< 

คิดถึงทุกคนมากๆ เลยค่า บรรยากาศการนั่งรออ่านคอมเม้นกลับมาแล้วววว 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยนะคะ 

รัก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว