ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : มูมู

คำค้น : นิยายวาย , นิยายY , นิยายจีนโบราณ ,นิยายYจีนโบราณ18+,นิยายแฟนตาซี,เทพเซียน.ท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 303

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2564 05:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มูมู
แบบอักษร

"ปล่อยข้า อ๊ากกก"

ปีศาจแมงมุมกรีดร้องลั่น จนแสบแก้วหูไปหมด แต่ใบหน้าจื่อเฉินยังคงเรียบเฉย ราวเสียงกรีดร้องนี้ทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

แสงสว่างจากค่ายกลเจิดจ้ารุนแรงมากขึ้น คว้าตรึงร่างปีศาจแมงมุมเข้าไปเรื่อยๆ แต่ทันใดนั้น ร่างของนางปีศาจแมงมุมก็เปลี่ยนเป็น หญิงสาวน่าสงสาร ที่ยามนี้อ่อนแรง บาดเจ็บทั่วกาย น้ำตานองหน้า พยายามเอ่ยอ้อนวอน " ท่านเซียน ช่วยข้าด้วย "

จื่อเฉินหยุดการสังหารไว้ชั่วคราว แรงดึงรั้งจากค่ายกลค่อยๆหยุดลงแต่ยังค้างอยู่

หญิงนางนั้นเห็นว่าค่ายกลไม่ดึกเข้าไปแล้ว ก็เอ่ยราวทุกข์ทรมาร " ท่านเซียน ได้โปรดช่วยข้าด้วย ข้าถูกปีศาจแมงมุมนี่เข้าสิง มันยึดใช้ร่างกายข้า ท่านเซียนช่วยข้าด้วย"

 นางร้องไห้อ้อนวอนปานจะขาดใจ หวังให้จื่อเฉินคลายค่ายกล แต่แทนที่ชายหนุ่มจะปล่อยนางทันที กลับจ้องมองนางอยู่นาน นางร้องจนแทบไร้เสียงจื่อเฉินก็ไม่ยอมปล่อย จนนางเริ่มสงสัย

"ท่านเซียน? เหตุใดยังไม่ปล่อยข้าอีก ข้าทรมารจะตายอยู่แล้ว"ทันใดนั้นแส้จากค่ายกลก็เริ่มตวัดดึงร่างนางเข้าไปอีกครั้ง " อ๊ากก  ทำไม? ทำไมกัน!! "

หมิงยู่มองนางด้วยความโกรธแค้น " หึ เจ้าคิดว่ามารยาของเจ้าจะหลอกเขาได้อย่างนั้นรึ เจ้าดูถูกประมุขสำนักเฟิงฟู่เกินไปแล้ว" 

นางหันมาจ้องจื่อเฉินตาเขม็ง แล้วกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น " เจ้า!!!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!"ร่างหญิงสาวน่าสงสาร กลับกลายเป็นร่างปีศาจอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ามารยาใช้ไม่ได้ผลจึงคิดเปลี่ยนเป็นใช้กำลัง แต่กลายเป็นว่าแม้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีก็สู้คนตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด

 " อ๊ากกกกก"  ร่างนางปีศาจถูกแส้สว่างดึงตวัดเข้าค่ายกล ดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด จนในที่สุดก็หายวับไป พร้อมกับค่ายกลก็ค่อยๆปิดลงและจางหายไปเช่นกัน

 เมื่อการต่อสู้จบลง จื่อเฉินก็รีบเดินมาทางใต้ต้นไม้ทันที ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ตั้งแต่ต้นยันจบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแม้แต่น้อย จื่อเฉินจับมือโหย่วอี้ขึ้นมาตรวจชีพจร แล้วส่งพลังวิญญาณให้โหย่วอี้ เพื่อเป็นการรักษาชั่วคราว

ฝ่ายโหย่วอี้เมื่อได้รับพลังร่างกายก็ค่อยๆเบาความเจ็บปวดลง จนผล็อยหลับในอ้อมกอดของหมิงยู่ในที่สุด 

  ณ เรือนพักในสำนักเฟิงฟู่ โหย่วอี้เริ่มได้สติ ค่อยๆลืมตามองรอบกาย เมื่อพบว่ากำลังนอนอยู่ในห้องของตัวเอง ไม่ใช่ห้องซักล้างเช่นนี้ก็ค่อยวางใจ จึงค่อยๆฝืนตัวเองลุกขึ้น

เพราะอะไรเขาต้องรีบลุกขึ้นมาทันทีเช่นนี้น่ะหรือ ก็เพราะเขาจำเป็นต้องทำลายหลักฐานที่ตนแอบหนีเที่ยวและซื้อของไร้สาระกลับมาน่ะสิ เพราะถ้าเกิดพี่รองผู้ใจร้าย ขี้หงุดหงิดผู้นั้นรู้เขา เขาต้องถูกยึดของทั้งหมดไปอย่างแน่นอน

โหย่วอี้พยายามมองหาถุงพกของตัวเอง เมื่อคลำทางเดินโซเซมาถึงหลังฉากกั้น จึงได้พบสักที ถุงพกนี้ หากคนธรรมดามองก็จะเห็นเป็นถุงเบี้ยเล็กๆธรรมดา ไม่ได้พิเศษอะไร

 แต่ในโลกแห่งเซียนถุงนี้จะรู้จักในชื่อว่าถุงเอกภพ เพราะว่าไม่ว่าจะใส่อะไรเข้าไปก็ไม่มีวันเต็ม ไม่ว่าจะเล็กเท่าเบี้ยเงิน หรือใหญ่เท่าช้างโตเต็มวัย ก็ยังสามารถใส่เข้าไปได้ ปกติแล้วเซียนทั้งหลายมักจะใช้เก็บหรือขังปีศาจที่จับมาได้ ส่วนถุงเงินก็จะแยกไปอีกใบ

แต่สำหรับโหย่วอี้ที่ไร้พลังจนแทบจะเป็นคนธรรมดา อย่าว่าแต่ภูติผีปีศาจจะถูกจับใส่ถุงของเขาเลย หากต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ ผู้ที่ต้องเข้าไปอยู่ในถุงอาจเป็นเขาเองก็ได้

แต่ที่เขาได้ถุงนี่มา ก็เพราะว่าตอนเด็กเขาเห็นว่ามันน่าอัศจรรย์ใจมาก จึงไปอ้อนขอมาจากพี่ใหญ่ แล้วเขาก็ใช้พกติดตัวนับตั้งแต่นั้นมา จึงถือว่าเป็นของวิเศษเพียงสิ่งเดียวที่โหย่วอี้มีพกติดตัวเลยก็ว่าได้ 

หนุ่มน้อยเมื่อเจอถุงพกของตนแล้วก็แอบมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็รีบคว่ำถุงเอกภพ เอาของด้านในออกมาก 

ไม่นานนักของต่างๆที่เคยถูกใส่ลงไปก็เริ่มกลิ้งหลุนๆออกมาเรื่อยๆ 

ทั้งลูกอม ข้าวโพดปิ้ง แป้งทอด ถังหูลู่(ผลไม้เชื่อมเสียบไม้) ขนมกุ้ยฮวา ตั๊กแตนสานไม้ แตงโมลูกใหญ่ กล่องป๋องแป๋ง มันต้ม  ซาลาเปา

 เขย่าไปเรื่อยๆก็เหมือนไม่มีอะไรหล่นลงมาแล้ว แต่โหย่วอี้รู้สึกเหมือนจะยังมีอะไรติดอยู่ จึงยืนมือเข้าไปในถุง กวนๆวนๆไปมาแล้วเขย่าอีกที คราวนี้เป็น

ชุดฝนหมึก หม้อดิน  ไหเปล่า ม้วนผ้าไหม เต่า2ตัว   ตะพาบ3ตัวใหญ่   กิ้งกือยักษ์1ตัว ลูกหมู1ตัว เพะ2ตัว กระต่าย3 ตัว ปลิงทะเล 6ตัว ปลาดาว 4ตัว ตามมาด้วยเปลือกหอยนับร้อยเริ่มไหลกองลงมา ดูท่าจะเป็นของที่เก็บไว้นานแล้ว ยิ่งโหย่วอี้เขย่า ของมากมายก็ยิ่งร่วงลงมาเรื่อยๆ และแต่ละอย่างมันก็ไม่ใช่ของที่น่าเก็บสักเท่าไร

โหย่วอี้ยังคงเขย่าไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้เจ้าพวกที่หล่นมาก่อน คลานกันทั่วห้องจนยั้วเยี้ย ห้องสะอาดกว้างขวางกลายเป็นกองขยะและสวนสัตว์ในพริบตา จนในที่สุด

 แป๊ะ! งูน้อยตัวดำเมี่ยมร่วงลงใส่ตักของโหย่วอี้อย่างจัง! โหย่วอี้พลันชะงักนิ่งจ้องมองงูตัวนั้น ฝ่ายงูตัวนั้นก็จ้องมองโหย่วอี้ต่างคนต่างไม่กล้าขยับตัวได้แต่จ้องกันไปมา

 เฉียงหรงในร่างงูดำ มองโหย่วอี้ที่กำลังตะลึง ก็คิดว่าโหย่วอี้คงกำลังกลัว จึงคิดจะเมตตาขยับถอยหนีให้ แต่ทันใดนั้น!กลับถูกโหย่วอี้คว้าคออย่างแรง!! แล้วดึงไปกอดทั้งยังถูไถตนกับหน้านิ่มๆนั่นไปมา ราวกับว่าเป็นของรักของหวง

" อ๋าาาา เสี่ยวเสอ (งูน้อย)”

เฉียงหรงงงเป็นไก่ตาแตก คาดไม่ถึงกับปฏิกิริยาของเจ้าเด็กคนนี้แม้แต่น้อย

“ เสี่ยวเสอ เจ้าอยู่ในถุงข้ามานานแล้วหรือ ทำไมข้าจำเจ้าไม่ได้เลย อ๊ะ! แต่ก็ช่างเถอะ ข้าก็จำเจ้าพวกนี้ไม่ได้เหมือนกัน”

 เฉียงหรงมองไปที่เหล่าบรรดาข้าวของและสิ่งมีชีวิต ที่ร่วมชะตากรรมในถุงด้วยกันมาแล้วอดส่ายหัวไม่ได้ ‘เจ้าเด็กนี่ช่างประหลาดเสียจริง’

“เสี่ยวเสอเจ้ามีชื่อไหม? ยังไม่มีสินะ เช่นนั้นข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่า.....”

 เฉียงหรงถอนหายใจ ‘เจ้าเด็กนี่ พลังวิญญาณต่ำ คงดูไม่ออกสินะว่าข้าเป็นใคร เอาเถอะ ข้าจะเมตตาเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน’ ระหว่างที่กำลังจะแปลงกายเป็นร่างมนุษย์นั้น

 “ อ๋า ข้านึกออกแล้ว มูมู  นับแต่นี้ไปเจ้าชื่อมูมูแล้วกัน”

!!!!! เฉียงหลงถึงกับทรุดฮวบหันขวับ

อะไรนะ?เขาที่เป็นถึงว่าที่ราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกเจ้าเด็กน้อยนี่ตั้งชื่อให้ว่า มูมูเนี้ยนะ!!!  นี่มันหยามกันเกินไปแล้วววววววว!!!!

ความคิดเห็น