ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ตำราเล่มนั้นกับบทลงโทษ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ตำราเล่มนั้นกับบทลงโทษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 260

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2564 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ตำราเล่มนั้นกับบทลงโทษ
แบบอักษร

สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบา พอให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป   พระชายาหลี่หมิงถูกสั่งให้คัดตำรา 10 จบ เนื่องจากเจ้าตัวที่ตั้งใจเล่าเรียนอ่านเขียนกับท่านอ๋องมาหลายเดือน กลับเขียนอ่านไม่คล่องเสียที  

ผู้เป็นสามีจึงต้องลงโทษภรรยาผู้ไม่ได้ความอย่างโหดร้าย ทว่าการลงโทษคัดตำรา 10 จบภายใน 1 วันกลับไม่ได้ทำให้ผู้ที่ถูกลงโทษร้อนรนแต่อย่างใด 

หลี่หมิงนั่งพิงหลังอย่างสบาย มือหนึ่งหยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งจับพู่กันคัดตำราตามที่สามีสั่ง เจ้าของใบหน้าและดวงตากลมโต ยิ้มแย้มร่าเริงไม่เหมือนกับคนที่ถูกลงโทษแม้แต่น้อย  

ยามนี้ท่านอ๋องไม่อยู่หลี่หมิงจึงแอบใช้โอกาสเพื่อผ่อนคลาย ที่จริงก็เริ่มเบื่อ ๆ เพราะตนเองนั่งคัดตำรามาครึ่งค่อนวันแล้ว ขนมที่กินไปก็เล่นเอาเจ้าตัวจุกจนลุกไม่ขึ้น  

หลี่หมิงวางพู่กันลงก่อนจะล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น มือเล็ก ๆ ลูบท้องตัวเองที่นูนออกมาเพราะความกินจุ ร่างเล็กนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างอารมณ์ดี หากยามนี้ท่านอ๋องอยู่ด้วยเห็นทีคนที่นอนสบายอยู่บนพื้น มีหวังได้นั่งคัดตำราจนหลังขดหลังแข็งแน่ ๆ  

ดูท่าคำว่ากินให้อิ่มนอนให้หลับนั้นจะมีผลไม่น้อย เมื่อนอนเล่นไปมาสายลมที่พัดพาเข้ามาจากทางด้านหน้าต่างกระทบกับเปลือกตา ก็ทำให้รู้สึกง่วงงุน หลี่หมิงคล้ายจะหลับมิหลับแหล่ 

แต่จนแล้วจนรอด ร่างเล็กก็ฝืนตัวเองลุกขึ้นมานั่งคัดตำราต่อ จนเริ่มรู้สึกเบื่ออีกครั้ง ดวงตากลมจ้องมองตำราตรงหน้าก็ถอนหายใจ นั่งคัดมาตั้งนานแต่เพิ่งได้แค่ไม่กี่จบ หลี่หมิงคิดแล้วก็เหนื่อยใจเห็นทีตนคงจะโดนท่านอ๋องลงโทษเพิ่มอีกแน่ ๆ  

ถึงจะคิดได้แบบนั้นหลี่หมิงก็แอบอู้อยู่ดี ดวงตากลมเริ่มเสียสมาธิ มองหาสิ่งที่น่าสนใจในห้องหนังสือมากกว่าการคัดตำราตามที่ท่านอ๋องสั่ง แล้วก็เหมือนนึกอะไรได้บางอย่าง ร่างเล็กเดินออกไปหาของบางอย่างในห้องของตนเอง ก่อนจะถือออกมานั่งที่ห้องหนังสือตามเดิม 

“นี่ไง ข้าลืมไปได้ยังไงนะ”  

หลี่หมิงกลับมาพร้อมกับตำราเล่มหนึ่ง เขาจำได้ว่าเขาได้มาจากคุณชายเหยียนอี้คราวก่อน เขาไม่ได้เปิดดูสักครั้ง จนลืมไปแล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบไปเอามาดู เผื่อว่าจะแก้เบื่อได้บ้าง  

           หลี่หมิงเปิดตำราตรงหน้าดูด้วยความตื่นเต้น  

“ภาพวาดหรือ”  

หลี่หมิงแปลกใจ แต่ก็ตื่นเต้นไปด้วย ภาพแรกคือภาพของบุรุษสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน หลี่หมิงมองภาพในตำราด้วยสายตาชื่นชม ลายเส้นที่เขาเห็นนั้นสวยงามมาก และคิดว่าคนวาดผู้นี้ช่างมีฝีมือนัก หลังจากชื่นชมภาพแรกจนอิ่มใจ หลี่หมิงก็เปิดภาพต่อไปทันที 

           ทว่าภาพตรงหน้าเริ่มทำให้หลี่หมิงเกิดอาการแปลก ๆ ขึ้นเล็กน้อย จากบุรุษที่นั่งข้าง ๆ กันเหมือนไม่มีอันใด ยามนี้กลับเป็น บุรุษคนเดิมทั้งสองคนกำลังคล้ายเหมือนจะกอดรัดกัน  

ร่างเล็กเริ่มลังเลใจว่าจะเปิดดูต่อไปดีหรือไม่ แต่ว่าก็ไม่อาจห้ามความอยากรู้ของตนที่มีมากกว่าได้  

หลี่หมิงเปิดหน้าต่อไปทันที แล้วดวงตากลมก็เริ่มสั่นไหว ภาพตรงหน้าที่หลี่หมิงเห็นคือท่าร่วมรักของบุรุษ  

           บุรุษผู้หนึ่งนอนราบไปกับพื้นด้านบนกายของเขามีบุรุษอีกผู้หนึ่งนั่งทับอยู่บนตัว อีกทั้งยังมีท่อนรักของอีกฝ่ายสอดแทรกอยู่ช่องทางด้านหลังของคนด้านบน ใบหน้าหวานเริ่มแปรเปลี่ยนเจือสีแดงระเรื่อ  

ดวงตากลมสั่นไหวเล็กน้อย สายลมที่พัดพามาอ่อน ๆ ที่ทำให้รู้สึกสบายกลับไม่ได้คลายร้อนเช่นเดิม ใบหน้าหวานมีเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้า หลี่หมิงเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นไข้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น  

ยิ่งเริ่มอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในตำราอย่างไม่อาจห้ามใจ      มือเล็กก็เอาแต่เปิดดูหน้าต่อ ๆ ไปเสียแล้ว  

           ลมเบา ๆ เป่ารดที่ต้นคอจากทางด้านหลัง หลี่หมิงสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะหันไปมองว่าลมเมื่อครู่นั้นคือสิ่งใด แต่แล้วดวงตากลมก็ต้อง  เบิกกว้าง เพราะคนที่หลี่หมิงกำลังสบตาในยามนี้คือท่านอ๋อง  

           “เจ้าคัดตำราจบแล้วหรือพระชายาหลี่หมิง” เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู ทำเอาหลี่หมิงถึงกับขนลุกซู่ ไม่แน่ใจว่าเพราะลมหายใจที่รดอยู่ข้างใบหู หรืออารมณ์ที่เกิดจากการดูภาพลามก  

หยางหลิวหรี่ตามองพระชายาของตนเองที่ทำท่าทางลุกลี้ลุกลน คล้ายเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังปกปิดซ่อนสิ่งใดอยู่ 

           “ทะ…ท่านพี่ ขะ…ข้า” เมื่อสบเข้ากับสายตาที่มองมา หลี่หมิงก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก นั่นเพราะตนแอบอู้และยังคัดตำราไม่เสร็จ  

           “ว่าอย่างไร เจ้าคัดตำราเสร็จหรือไม่” หยางหลิวไม่ได้ดุ เขาเพียงแค่ถามราบเรียบ แต่กลับทำให้หลี่หมิงตัวสั่น  

           “คือว่า ข้า…” หลี่หมิงไม่กล้าตอบ ไม่มีข้อแก้ตัวทั้งนั้น ใบหน้าหวานก้มหน้างุด พลางส่ายหน้าเบา ๆ สารภาพบอกว่าตนคัดไม่เสร็จ 

           “เหตุใดที่ทำให้เจ้าคัดตำราไม่เสร็จกัน แล้วในมือนั่นคืออันใด”    มือหนาเอื้อมหมายจะหยิบของที่อยู่ในมือหลี่หมิง ทว่าคนตัวเล็กกลับดึงกลับแล้วกอดแนบไว้กับตัว 

           “มะ…ไม่มีอันใดขอรับ ข้า…คัดตำราไม่เสร็จท่านพี่จะลงโทษข้าหรือไม่”  

หลี่หมิงไม่มีทางยอมให้หยางหลิวเห็นของในมือเป็นอันขาด หากท่านอ๋องเห็นเขามีหวังเขาคงได้โดนท่านอ๋องตำหนิหนักกว่าเดิมแน่ ๆ  

           “แน่นอนอยู่แล้ว พระชายาไม่ทำตามคำสั่งสามีต้องโดนลงโทษอยู่แล้ว” หยางหลิวกระซิบข้างใบหู เขาขบเม้มเบา ๆ หนึ่งที ทำเอาร่างเล็กถึงกับสั่นสะท้าน หยางหลิวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดลอย ๆ  

“ข้าควรจะลงโทษภรรยาแสนดื้อเช่นไรดี เจ้าว่าอย่างไรละหมิงเอ๋อร์” 

           “ขะ…ข้ายอมโดนลงโทษขอรับ ท่านพี่ได้โปรดลงโทษข้า พรุ่งนี้ข้าจะคัดตำราให้เสร็จแน่นอน” หลี่หมิงพูดจบ หยางหลิวก็หัวเราะเบา ๆ ความจริงเขาไม่คิดจะลงโทษจริง ๆ เพียงแค่อยากแกล้งเท่านั้น แต่เห็นหลี่หมิงบอกให้เขาลงโทษ เห็นทีคงต้องทำตามเสียหน่อย  

           “หมิงเอ๋อร์” หยางหลิวเรียกเสียงดุ “ยื่นมือของเจ้าออกมา” 

           หลี่หมิงทำตามอย่างว่าง่าย เจ้าตัวยื่นมือข้างหนึ่งออกไปตรงหน้า หยางหลิว  

           “สองข้าง”  

           หลี่หมิงลังเล เพราะอีกข้างของตนถือตำราไว้ในมือ หากต้องยื่นทั้งสองมือก็ต้องวางของในมือลง แต่ว่าเขาไม่อยากให้ท่านอ๋องรู้ว่าตำรานี้คืออะไร 

           “เร็ว ๆ” หยางหลิวสั่งอีกครั้งเมื่ออีกคนทำท่าอิดออด หลี่หมิงปรายตามองใบหน้าของหยางหลิวนิด ๆ เมื่อเห็นว่ายามนี้ท่านอ๋องไม่ได้มีแววตาล้อเล่น หลี่หมิงก็ต้องยอมวางของในมือลงและยื่นออกไป  

           “อ๊ะ”  

หลี่หมิงเงยหน้ามอง เมื่อมือที่เขายื่นออกไป ยามนี้ถูกหยางหลิวใช้ผ้าคาดเอวที่ถอดออกตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้มัดมือเอาไว้ หลี่หมิงตกใจหน้าตาตื่น  

“ท่านพี่ มัดข้าทำไมขอรับ”  

           “ลุกขึ้นแล้วมานั่งบนตัก”  

หยางหลิวไม่ตอบคำถามแต่กลับออกคำสั่งแทน หลี่หมิงที่เจอน้ำเสียงดุ ๆ ก็ยอมทำตาม ค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วหย่อนสะโพกนั่งลงบนตักแกร่ง 

           ทันทีที่นั่งลง มือสองข้างที่โดนมัดก็ถูกหยางหลิวจับและดันขึ้นเหนือหัว แผ่นหลังของหลี่หมิงแนบตรงอกแกร่งจนรู้สึกถึงอุณหภูมิของร่างกายท่านอ๋องที่ยามนี้ร้อนเหลือเกิน  

           “อ๊ะ”  

เสียงหวานหลุดจากปากคนบนตัก หยางหลิวดึงผ้าคาดเอวของ   หลี่หมิงออก ก่อนจะค่อย ๆ ล้วงมือหนาเข้าไปในกางเกง หลี่หมิงแอ่นอกสะท้านไปทั้งตัว เมื่อมือใหญ่กำลังกอบกุมสิ่งอ่อนไหวของเขาเอาไว้ 

           “ข้าให้เจ้าคัดตำรา เหตุใดตรงนี้ของเจ้าถึงชูชันแบบนี้เล่า หรือเจ้ามีอารมณ์ตอนนั่งคัดตำราอย่างนั้นหรือ” เสียงแหบพร่า กระซิบข้างหูอีกครั้ง   มือหนาบีบเบา ๆ ตรงส่วนหัว ก่อนจะค่อย ๆ ชักนำร่างเล็กอย่างช้า ๆ  

           หลี่หมิงเสียวสะท้าน เพราะเขาน่าจะเริ่มมีอารมณ์ตั้งแต่ตอนที่นั่งดูภาพวาดในตำรา ยิ่งถูกปลุกเร้าอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วด้วยมีหรือจะทนทานไหว ร่างเล็กหอบหายใจหนัก ๆ ตามจังหวะการรูดรั้ง เผลอครางเสียงหวานออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่  

           “ทะ…ท่านพี่ ข้าไม่ไหว อื้อ…” ร่างเล็กครางกระเส่า ท้องน้อยหดเกร็งอย่างที่พร้อมจะปลดปล่อย  

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าโดนลงโทษอยู่” คนโดนทำโทษ หยางหลิวมีหรือจะปล่อยให้ภรรยาแสนดื้อของเขาสุขสมง่าย ๆ เช่นนั้นจะเรียกว่าลงโทษได้อย่างไร มือหนาหยุดลงทันทีก่อนจะใช้นิ้วปิดรูตรงส่วนหัว ที่ยามนี้มีน้ำเหนียว ๆ สีขาวใสไหลเยิ้มออกมา บ่งบอกได้ว่าเจ้าของส่วนชูชันนี้เตรียมพร้อมจะปลดปล่อยอย่างที่สุดแล้ว  

หลี่หมิงเหมือนถูกฉุดกระชากให้ลงเหว อารมณ์สุขสมก่อนหน้าหายวับไปทันที ร่างเล็กบิดเร่าไปมาบนตัก พลางกดสะโพกกลมเข้ากับหน้าขา ราวกับกำลังอ้อนวอนให้หยางหลิวชักนำตนเองต่อ 

หยางหลิวเห็นร่างเล็กบนตักทรมานก็พึงพอใจ เขาปล่อยมือจากส่วนอ่อนไหวด้านล่าง ปลดอาภรณ์ของหลี่หมิงออกจนหมด เผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนขาวที่เขาหลงใหล เขาอุ้มร่างเล็กให้เปลี่ยนท่า หันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา  

หยางหลิวมองร่างภรรยาที่อ่อนปวกเปียกในอ้อมแขน ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ และเริ่มจุมพิต ขบเม้มไปตามหน้าอกเนียน ยามนี้เนื้อตัวของหลี่หมิงเต็มไปด้วยรอยสีกุหลาบจาง ๆ ไปทั่วทั้งตัว  

“อ๊ะ…อ๊า”  

เมื่อปลายลิ้นสัมผัสกับยอดอกที่แข็งนูน เสียงอ่อนหวานก็หลุดออกจากปากอย่างพอใจ หน้าอกที่ถูกปรนเปรอแอ่นขึ้นด้วยความเสียวซ่าน เมื่อถูกหยางหลิวขบเบา ๆ ที่ตุ่มไต ร่างเล็กก็สั่นสะท้านทันที  

เพียงแค่ปลายลิ้นปรนเปรอไม่นาน ส่วนอ่อนไหวที่คั่งค้างในยามแรกก็เริ่มสั่นระริก หยางหลิวจงใจลงโทษอีกฝ่ายที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาไม่แม้แต่จะสัมผัสส่วนชูชัน หลี่หมิงทรมานจนถึงกับน้ำตาคลอ ปวดหนึบตรงกลางกาย อยากจะจับสัมผัสของตนเองแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมือทั้งสองข้างถูกมัดเอาไว้  

ทว่าความต้องการที่เอ่อล้น และคั่งค้างทำให้หลี่หมิงปลดปล่อยออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่ถูกจับต้อง ร่างเล็กกระตุกเกร็ง น้ำขาวขุ่นทะลักออกมาจนเปรอะเลอะเต็มหน้าท้อง  

“หมิงเอ๋อร์ เห็นทีข้าคงต้องลงโทษเจ้าใหม่เสียแล้ว”  

หยางหลิวหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ เขามองร่างเล็กที่หมดแรงเพียงเพราะปลดปล่อยไปแค่ครั้งแรกอย่างเอ็นดู เขาปลดอาภรณ์ของตนเองออกจนหมด ก่อนประคองใบหน้าหวานที่ซบอยู่กับอกเขาอย่างอ่อนแรงให้เงยหน้าขึ้น และกดจูบกับริมฝีปากอวบอิ่มนั้นทันที  

ปลายลิ้นร้อนไล่ต้อนดูดดื่มความหวานจากภรรยา  

มือหนาเอื้อมไปด้านหลังค่อย ๆ สอดแทรกนิ้วมือทางช่องทางรัก หลี่หมิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนิ้วเย็น ๆ สัมผัสตรงกลีบก้น หยางหลิวดันนิ้วเข้าไปจนสุด ก่อนจะค่อย ๆ ถอนนิ้วเข้าออกช้า ๆ ไม่นานช่องทางด้านหลัง ก็มีนิ้วของหยางหลิวขยับเข้าออกพร้อม ๆ กันสามนิ้ว  

หลี่หมิงบดเบียดสะโพกกลมกับนิ้วมือตามจังหวะ  

“อื้อ”  

เสียงครางอย่างไม่พอใจ เมื่อนิ้วที่ขยับอยู่ถูกถอนออก สะโพกกลมส่ายไปมา คล้ายกับว่าไม่ต้องการให้ถอนออก  

           “หมิงเอ๋อร์ยกสะโพกเจ้าขึ้นสิ” เขาสั่ง หลี่หมิงยอมทำตามอย่างว่าง่าย มือหนาประคองสะโพกกลม จ่อกับแท่งมังกรที่แข็งจนปวดหนึบ ก่อนจะค่อย ๆ จับสะโพกของหลี่หมิงกดลงเบา ๆ  

           “อ๊า…ทะ…ท่านพี่”  

กลีบนุ่มดูดกลืนแท่งมังกรอย่างช้า ๆ หยางหลิวประคองไม่ให้     หลี่หมิงกดน้ำหนักมากเกินไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ แต่ทว่าเหมือนจะไม่ทันใจ หลี่หมิงขยับสะโพกแรง ๆ ก่อนจะทิ้งตัวกดสะโพกลงไปรวดเดียว  

           “มะ…หมิงเอ๋อร์” หยางหลิวร้องตกใจ ทว่ากลับต้องส่งเสียงร้องครางออกมาแทน  

“อ๊า หมิงเอ๋อร์”  

           เมื่อหลี่หมิงกดสะโพกดูดกลืนแก่นกายท่านอ๋องจนมิด ร่างเล็กก็เริ่มขยับสะโพกขึ้นลงทันที มือหนาที่ประคองเอาไว้เพราะกลัวหลี่หมิงจะเจ็บ กลับต้องใช้ดันเพื่อผ่อนแรงคนที่กำลังควบขี่ไว้แทน  

           “ทะ…ท่านพี่ อ๊า ข้าไม่ไหวแล้ว..”  

หลี่หมิงอยากปลดปล่อยเต็มที่ แต่เพราะมือที่ถูกมัดจึงทำได้เพียงขยับสะโพกขึ้นลง เพื่อให้ตนเองได้ถึงจุดหมาย ยิ่งกระสันมากเท่าไหร่         หลี่หมิงยิ่งขยับไวขึ้นเท่านั้น  

           หยางหลิวที่คิดจะลงโทษอีกฝ่าย ยามนี้เขาไม่แน่ใจเสียแล้วว่าใครกันแน่ที่โดนลงโทษ มือหนาปล่อยมือจากสะโพกกลม เคลื่อนไปกอบกุมส่วนอ่อนไหวของ หลี่หมิงแทน และขยับชักนำให้ร่างเล็กถึงจุดหมาย 

           “หมิงเอ๋อร์ เร็วอีก”  

เขาเองก็ไม่ไหวเช่นกัน หลี่หมิงขยับสะโพกไวขึ้นตามหยางหลิวว่า ก้นกลมกระทบกับต้นขาจนเสียงดัง เสียงชื้นแฉะของช่องทางที่เชื่อมต่อยิ่งทำให้ปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี  

           “อ๊า…”  

ไม่นานหลี่หมิงก็ปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาจนเต็มฝ่ามือหนา หยางหลิวก็เช่นกันเขากดสะโพกหลี่หมิงกระแทกอีกสองสามครั้งและปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวของหลี่หมิงตามหลังติด ๆ  

           ใบหน้าชุ่มเหงื่อซบลงกับอกแกร่งของหยางหลิว พลางหอบเหนื่อย หยางหลิวโอบกอดร่างเล็กเอาไว้เพื่อประคองไม่ให้ล้มลงไป ก่อนจะลูบหลัง หลี่หมิงอย่างแผ่วเบา  

           หยางหลิวไม่แน่ใจเช่นกันว่าใครแน่ที่โดนลงโทษในครั้งนี้ ….. 

ความคิดเห็น