ปิด
บทนำ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทนำ

 

เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณแสงไฟสีสวยสาดส่องไปทั่วอาณาเขต ผีเสื้อราตรีโยกย้ายลำตัวไปตามจังหวะเสียงดนตรีด้วยอาการมึนเมา...

 

และผม เลโอ ชีวิตของผมก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากมนุษย์คนอื่นนัก อืม...หรืออาจจะแปลกจากพวกอันนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

ชีวิตผมมีทุกอย่างทั้ง เพื่อน เงิน และคนรัก

 

อ่า..อย่าพึ่งเสียดายที่ผมมีแฟน หรือคุณควรจะเสียดายผมตั้งแต่3ปีที่แล้วหรือเปล่า:)

 

ซินดี้ บุคคลที่ใครต่างก็กล่าวขานว่าเธอน่ะ คือลูกพระเจ้า ทั้งฐานะและใบหน้าที่สวยจนใครเห็นก็ต้องหลงใหล อย่างเช่นผม

 

เราสองพบกันโดยบังเอิญตั้งแต่ที่ผมยังเรียนอยู่มหาลัยฯ เธอคือสมบัติของสถาปัตย์มีหรือที่ผมจะไม่รู้จัก:)

 

ผมอยู่รอบข้างเธอมาโดยตลอดอย่างไม่มีใครรู้แม้กระทั่งเธอ จนถึงวันที่เราได้เป็นแฟนกันจริงๆ

 

เราเดินทางมาด้วยกันเข้าปีที่3 คนรอบข้างของเรามีแต่คนบอกว่าเรารู้สึกไม่เท่ากัน แล้วมันมีใครบ้างล่ะที่รู้สึกเท่ากัน พวกนั้นบอกว่าผมไม่รักเธอแล้วพวกนั้นเป็นผมหรือเปล่าล่ะ ก็ไม่. การกระทำของผมอาจจะสวนทางกับทั้งหมดที่ผมเกริ่นมาแต่ทุกสิ่งที่ผมทำ เพื่อเธอทั้งนั้น เชื่อผมสิ ผมกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นก็เพื่อเธอ

 

เชื่อผมเถอะ วอนเธออย่าเปลี่ยนใจจากคนอย่างผมเลย...

 

"กลับบ้านดึกบอกเมียรึยัง" วาโย เลิกคิ้วถามผมด้วยน้ำเสียงจะว่านิ่งก็นิ่งจะว่าตะแบงก็อาจจะได้..

 

"...ลืม" เมื่อมันถามแน่นอนว่าผมต้องตอบผมไม่ได้นิ่งขนาดนี้ที่มีคนถามแล้วเมินใส่หรอกนะ....

 

"ลืม" ใช่ผมลืม...ไม่ใช่ว่าจะไม่บอกแต่มันลืม ลืมจริงๆหรือาจเป็นเพราะผมทำอะไรก็ไม่ได้บอกเธอมาสักพักแล้ว...

 

"ลืม? มึงบอกว่าลืม?" ไนท์ พูดกับผมด้วยน้ำเสียงตวัดบ่งบอกถึงความไม่พอใจและความขุ่นมัวที่ขึ้นอยู่บนใบหน้าของมัน...

 

"พูดหมาๆ" เฟียซ พูดขึ้นนิ่งๆพลางตวัดหางตาชำเลืองมองมาที่ผมเหมือนที่มันทำเป็นประจำ

 

"ทำไงได้" ผมพูดนิ่งๆพลางกระดกแก้วน้ำอำพันเข้าปาก แต่ภายในใจและในหัวตีกันจนเกิดอาการอุ่นวาบไปทั่วร่างกาย แต่ถึงกระนั้นก็แสดงออกมาได้เพียงเสี้ยวความรู้สึกทั้งหมด...

 

"เลิกมั้ยถ้ามึงยังทำตัวแบบนี้.." ไอ้ไนท์พูงด้วยน้ำเสียงดุดันแฝงความไม่พอใจพลางมองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง

 

เลิก? หึ! ความสัมพันธ์ของผมและซินดี้ผมไม่เคยนอกกายและนอกใจสายตาเลือบไปมองคนอื่นผมยังไม่เคย ผมอาจจะเผลอลืมไปบ้างไอ้น่าที่คนรัก คำว่ารักจากปากผมล่าสุดที่ผมบอกไปคงจะเมื่อ2ปีที่แล้ว

 

ถึงจะไม่เคยได้พูดแต่การกระทำเธอก็พอจะรู้บ้างไหม ที่ผ่านมาเธอก็ไม่ได้พูดอะไรถึงความสัมพันธ์ของเราถึงแม้ว่าผมพอจะรู้บ้างว่าเธอแอบมีน้อยใจเพราะยังไงเธอก็คือผู้หญิงเพศที่เอาใจยากที่สุดในโลก..

 

"กูแค่ลืม" ผมช้อนตามองหน้าไอ้ไนท์นิ่งๆ

 

"มึงไม่ได้เป็นคนรอไงมึงเลยพูดง่าย" ไอ้ไนท์บอกกับผมพลางเสยผมขึ้นลวกๆเหมือนกับอารมณ์ขุ่นมัว

 

"ปล่อยมัน คิดได้แต่ตรรกะอะไรก็ไม่รู้" วาโยพูดกับไอ้ไนท์แต่กับส่งสายตามาให้ผมอย่างเคืองๆ

 

ตรรกะ? ตรรกะของผมน่ะหรอ ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของผมมันก็แอควานซ์ดีมันยังมูฟไปได้เรื่อยๆเธอก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผมเหมือนที่ผมก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเธอเหมือนกัน ทำไมต้องมาคิดแทนวะ?

 

"บางอย่างอยู่ด้วยนานๆคนเรามักจะไม่ใส่ใจเพราะคิดว่ามันเคยอยู่ยังไงก็อยู่อย่างงั้น แต่ถ้ามองในความเป็นจริงมันไม่มีอะไรที่อยู่กับเราไปตลอดหรอก ถ้าขาดแม้กระทั่งความใส่ใจ " ไอ้เฟียซเอ่ยขึ้นด้วยประโยคยาวเหยียด เกือบจะจริงแต่ก็ได้แค่เกือบใครบอกว่าไม่ใส่ใจส่งข้าวส่งน้ำให้ตลอดประคับประคองอย่างดี แค่บางทีอาจจะเผลอไผไปบ้างเท่านั้น..

 

"คิดไม่ได้ก็ปล่อยมัน ใครมันจะไปทนกับมันได้นาน" ไอ้วาโยพูดขึ้นพลางยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนที่จะก้าวขาเดินออกไป..

 

"ซินไง" ไอ้ไนท์พูดพร้อมส่งสายตากระแหนะกระแหนใส่ผม

 

 

sindy

 

แสงแดดแรงๆสาดส่องไปทั่วบริเวณกว้างในช่วงบ่าย ผู้คนต่างรีบเร่งกันอย่างกุลีกุจอโดยไม่ส่นใจสภาพอากาศในตอนนี้สักนิด...

 

ฉัน ซินดี้ ที่มีผู้คนครหาว่าเป็นบุคคลที่มีชีวิตดีเลิศทั้งฐานะ เพื่อน ครอบครัว และคนรัก

 

ฉันกำลังศึกษาอยู่คณะสถาปัตย์ฯในชั้นปี.4 เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีที่หนักหน่วงทั้งร่างกาย อารมณ์ และความรู้สึก ฉันใช้พลังชีวิตได้อย่างคุ้มค่าจนมันคุ้มจนเกินไป

 

คนรัก ใช่อย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่าตอนนี้ฉันมีคนสำคัญอยู่แล้ว มีมาตั้งแต่3ปีที่แล้วแล้วล่ะ

 

ความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มต้นที่ความบังเอิญเพียงแค่ได้รู้จักเขาในสถานะรุ่นพี่คนนึงไม่ได้มีอะไรพิเศษ(?)จนเมื่อรู้จักกันมากขึ้นความรู้สึกแปลกใหม่ก็วิ่งแล่นเข้ามาโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด

 

เราทั้งสองมีความรู้สึกที่เหมือนกันก็ไม่แปลกที่จะตกลงลองศึกษากันดู...

 

แต่เมื่อได้คบก็จะได้รู้ความจริงของโลกอีก1ประการว่า "คนเราสองคนไม่มีวันรู้สึกเท่ากัน"

 

ในความสัมพันธ์มักมีทั้งที่คนเสียเปรียบและได้เปรียบ วอนพระเจ้าแล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นคนที่เสียเปรียบล่ะ?

 

"กลับไงมึงน่ะ" มีน เอ่ยถามฉันขณะที่กำลังก้าวเท้าลงบรรไดมาพร้อมกัน

 

"ขับรถมา" ฉันตอบและพลิกตัวหันไปมองหน้ามีนเมื่อถึงบรรไดขั้นสุดท้าย

 

"แฟนมึงล่ะ?" ตาต้า เพื่อนสาวคนเดียวของกลุ่มถามฉันด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหน

 

ทำไมฉันจะไม่รู้ว่ามันน่ะไม่ชอบเลโอแฟนหนุ่มของฉัน เพราะด้วยเหตุผลอะไรทุกคนก็น่าจะพอเดาได้...

 

ฉันไม่ได้พูดคุยกับเขาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเขาคงไม่ได้กลับทั้งบ้างทั้งคอนโด เพราะเพื่อนของเขาอย่างพี่วาโยเช็คอินในโซเชี่ยลในสถานบันเทิงของตัวเองน่ะ...

 

เลโอ คือชื่อแฟนของฉัน เราคบกันโดยที่คนรอบข้างรู้เพื่อนและครอบครัวรู้ว่าคบกัน เราคบกันนานถึง3ปี แต่เมื่อยิ่งคบความรู้สึกก็ยิ่งห่างไม่ใช่หมดรักยังรักเหมือนเดิม แต่ก็นั้นแหละรักอย่างเดียวมันไม่พอ...

 

"มึงก็นะอีต้า" เบลท์ ตีไปที่ไหล่ของต้าเบาๆพลางตวัดสายตาขุ่นๆใส่....

 

"สุดจะทน" ตาต้ากอดอกส่ายหัวพลางส่งสายตามาที่ฉันอย่างเอาเรื่อง

 

"กูก็รักของกู..." ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแผล่วเบาพลางเบนสายตาไปทางอื่น

 

"รักให้มันมีขอบเขตไม่ใช่อะไรๆก็ยอมไปหมด" ตาต้ายังคงบ่นไม่หยุดแถมทุกรอบยังบ่นหนักตลอดด้วย..

 

"พอๆพูดไปก็ไม่ได้เมคเซนท์อะไรกับมันหรอกมึงก็รู้" เบลท์ยกมือท่าปรามๆเหมือนบอกว่าให้หยุดเถอะนะ

 

"เลิกมั้ย? สังเกตุตัวเองบ้างมั้ยว่า3ปีที่ผ่านมึงมีเขาแต่มึงแทบจะหาความสุขไม่เจอ.." มีนกอดอกพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงพลางมองหน้าฉันอย่างกดดัน

 

"...กูไม่รู้" พูดไปน้ำตาแทบจะรื้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากเคยคิดที่จะเลิกเคยคิดจริงๆจังๆไปตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ใจมันก็ไม่แข็งพอสักครั้ง...

 

"..แววตาที่ไร้ความรู้สึก บทสนทนาเริ่มน้อยลงทุกวัน คำคิดถึงที่แทบจะไม่เอ่ยออกมาหากไม่ถาม ความรู้สึกโดดเดี่ยวทั้งที่ยังมีกันอยู่ เราแทบไม่รับรู้สิ่งที่อยู่ในใจของกันและกันทุกอย่างเริ่มแปรเปลี่ยนความรู้สึกเริ่มเหนื่อยล้าเหมือนรอรับมือกับความเสียใจเมื่อถึงวันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์..."

 

cr.twitter-americano

 

 

 

__________________

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น