ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน ๒๖

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2564 19:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๒๖
แบบอักษร

ร่างสูงใหญ่โน้มศีรษะต่ำลงมา เธอเชิดหน้ามองเขา รีบกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการตีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง 

“ฉันมีเรื่องจะหารือกับคุณหลวงเจ้าค่ะ”  

รอยยิ้มยังเกลื่อนอยู่บนริมฝีปากของผีร้าย เขาถอยออกมายังโต๊ะเครื่องแป้ง เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำหอมสีสวยหน้าคันฉ่องขึ้นมาถือเล่นในมือ 

เปิดฝาออกจ่อปากขวดเข้ากับปลายจมูกแล้วเบ้ปาก กลิ่น กุหลาบฝรั่งเศสกำจายออกมา  

“กลิ่นกุหลาบฉุนๆ ไม่เหมาะกับแม่บัวสักนิด”  

“คุณหลวงไม่ควรแตะต้องข้าวของของคนอื่นโดยพลการ”  

“งั้นรึ...ฉันวางก็ได้”  

เปรี้ยง!  

ขวดน้ำหอมอันวิจิตรร่วงหล่นจากมือผีร้ายกระทบพื้น บัวสะดุ้งก้าวหลบเศษแก้วแหลมคมที่แตกกระจายออกมา แม้พวกมันไม่อาจระคายเคืองเนื้อหนังของเธอในยามนี้ก็ตาม 

“คุณหลวง”  

“ขอโทษที...พอดีฉันซุ่มซ่ามไปหน่อย”  

เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ราวกับตนเองมิได้จงใจทิ้งขวดแก้วแสนงามลงกับพื้น บัวเม้มปากเข้าหากัน จ้องมองอันธพาลตัวใหญ่เขม็ง 

“ถ้าแม่บัวเสียดาย ฉันจะหาขวดใหม่มาคืนให้ดีหรือไม่”  

เธอไม่ได้เสียดายของอะไรนักหนา แต่ไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำลายข้าวของของเธอ 

“ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ”  

“แม้ว่าของชิ้นนี้จะเป็นของกำนัลจากหนุ่มรูปงามกระนั้นหรือ”  

บัวเพียงปรายตามองอีกฝ่าย ได้ยินกังวานเสียดสีในน้ำเสียงของเขา ร่างสูงใหญ่เดินเหยียบเศษแก้วบนพื้นจนแหลกละเอียดยิ่งกว่าเดิม  

ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ก้มลงดอมดมเรือนผมที่ปล่อยสยายเคลียบ่า กลิ่นดอกส้มหอมกรุ่นกำจายออกมา เขาจับมือเธอเอาไว้ แตะปลายจมูกลงกับด้านในข้อมือบอบบาง  

“ฉันได้กลิ่นชายอื่นบนตัวแม่บัว”  

น้ำเสียงของคนพูดยังเรื่อยเฉื่อยตามเดิม ทว่านัยน์ตาดำมืดลงด้วยความไม่พอใจ 

กลิ่นหอมหวนเย้ายวนโดยธรรมชาติของหญิงสาว 

เจือปนด้วยกลิ่นฉุนเฉียวของกำมะถันที่เขารังเกียจนัก 

“ไม่พบหน้ากันไม่กี่วัน แม่บัวก็แตะเนื้อต้องตัวชายอื่นเสียแล้ว ไม่เห็นแก่หน้าฉันบ้างเลย”  

คำตัดพ้อต่อว่าของเขาเหลวไหลสิ้นดี 

ทำราวกับว่าเธอเป็นเมียสาวที่นอกใจสามี ริอ่านคบชู้สู่ชาย 

“คุณหลวงคงจะลืมไปว่าเราสองคนมิได้เป็นอะไรกัน”  

เธอโต้กลับเสียงแข็ง ปรายตามองเขาอย่างถือดี 

“อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่คนที่ไร้ซึ่งศีลธรรม ที่ชอบลักกินขโมยกินของของคนอื่น ไม่ใช่ชายโฉดที่ลอบคบชู้กับเมียชาวบ้าน”  

บัวจิกกัดอีกฝ่ายอย่างไร้ปราณี 

ยังคิดแค้นเคืองถึงเรื่องที่แล้วมา ผีร้ายตนนี้กล้าดีอย่างไรที่ใช้มนตรา ‘ล่อลวง’ เธอให้ทำเรื่องน่าอายพรรค์นั้นที่ริมท่าน้ำ 

ทว่าสนกลับเหยียดยิ้มไม่แยแส 

จารีตศีลธรรมจรรยา กระทั่งระบบความสัมพันธ์ที่มนุษย์บนฝั่งเรียกขานว่าการแต่งงานนั้นไม่ได้มีบัญญัติอยู่ใน ‘กฎ’ ของพวกเขาแม้แต่น้อย  

พวกเขามีชีวิตยืนยาวเกินกว่าจะยึดมั่นในบรรทัดฐานที่เหล่ามนุษย์อายุขัยแสนสั้นสรรค์สร้างขึ้นมา 

การสมสู่เสพสังวาสเหล่านั้นเป็นเพียงการตอบสนองทางกาย 

เป็นการแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมทางธรรมชาติก็เท่านั้น เมื่อปลดเปลื้องความต้องการทุกอย่างก็จบสิ้น ไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวผูกพัน 

กระทั่งความประทับใจในช่วงเวลาหฤหรรษ์  

เขาก็ยังไม่มีเสียด้วยซ้ำ 

ทว่าการ ‘ครองคู่’ ของพวกเขาแน่นแฟ้นกว่าพวกมนุษย์หลายเท่านัก ไม่ใช่เพียงกายที่ไม่แยกจาก แต่วิญญาณก็ไม่อาจพลัดพราก 

ผีร้ายดึงเธอให้หันกลับมามองหน้ากัน  

บัวจำต้องสบสายตาอีกฝ่ายในที่สุด  

“ก็ตอนนั้นฉันยังไม่พบแม่บัว อดีตล้วนแก้ไขไม่ได้ แต่ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครอีกแล้วดีหรือไม่”  

“อันที่จริงคุณหลวงจะทำอะไรกับผู้ใดก็ไม่เกี่ยวกระไรกับฉันหรอกเจ้าค่ะ”  

หญิงสาวส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้เขา แววตาบอกความเหยียดหยันอยู่ในที ท่าทางของเธอทำหัวใจที่ชืดเย็นแข็งกระด้างของผีร้ายตัวหนึ่งคันยุบยิบขึ้นมา 

“ก็ตอนนี้ฉันมีแม่บัวแล้ว จะให้ไปทำอะไรอย่างนั้นกับคนอื่นอีกได้อย่างไร ฉันจะเก็บเรื่องพรรค์นั้นไว้ทำกับแม่บัวคนเดียวก็แล้วกัน”  

หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างน่าโมโห 

เขาคว้ามือเธอไปกุมไว้อีกครั้ง แล้วโน้มศีรษะลงมาจุมพิตหลังมือขาวนุ่ม ใช้มนต์ ‘ปัดเป่า’ เสนียดจัญไรที่ไอ้ระยำบางตัวทำให้มือของเธอแปดเปื้อนออกไปเสีย  

“นอกจากเรื่องงานที่พวกเราตกลงกันไว้ ฉันก็ไม่ต้องการข้องเกี่ยวใดๆ กับคุณหลวงอีก”  

บัวตอบผีร้ายเสียงแข็ง ไม่ชอบที่คำพูดและการกระทำของเขาทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่า 

“เราเคยใกล้ชิดกันถึงเพียงนั้น แม่บัวยังทำตัวห่างเหินกับฉันอยู่อีกหรือ รู้หรือไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายกับทาสนั้นสนิทชิดเชื้อเพียงใด”  

ความนัยที่เห็นในดวงตาของอีกฝ่าย ทำให้สองแก้มของเธอร้อนผ่าว นึกถึงความชิดเชื้อต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองก่อนหน้านี้ 

“แม่บัวจะปฏิเสธหรือว่าตัวเองไม่รู้สึกสุขสมสักนิดยามที่ถูกฉันปรนเปรอด้วยรสสวาท”  

นัยน์ตาของสนเยือกเย็นลง ถ้อยคำของเขาทำให้เธอสั่นสะท้านอยู่ข้างใน ทุกครั้งที่เขาชิดใกล้ร่างกายของเธอไม่อาจต้านทานความปรารถนามักถูกปลุกเร้าขึ้นจากส่วนลึกในจิตใจ  

“ทั้งหมดเป็นเพราะมนต์ของคุณหลวงและพันธะบ้าบอนั่น” แม้นมิอาจทำลายพรหมจรรย์  

แต่ก็ขยันหาเศษหาเลยกับเธอ... 

“แม่บัวอยากจะเชื่อเช่นนั้นก็ตามใจ”  

หญิงสาวกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ ไม่มีทางที่เธอจะหวั่นไหว หากไม่ใช้ผีร้ายเล่นเล่ห์เอากับเธอ 

บัวรู้สึกถึงพันธนาการบางอย่างที่กำลังร้อยรัดตัวเธอเอาไว้ 

แม้จับต้องไม่ได้ 

แต่ทำให้รู้สึกอึดอัดยากจะขัดขืนต้านทาน  

เธอนึกชังผีร้ายตนนี้นัก!  

เห็นความดื้อรันในดวงตาของหญิงสาว รอยยิ้มของสนก็กดลึกขึ้น ร่างสูงใหญ่ผละออกห่าง นั่งลงบนเบาะนุ่มข้างโต๊ะเตี้ย ริมน้ำชาที่ยังร้อนอยู่ลงในถ้วยกระเบื้อง 

“แม่บัวต้องการพบฉันด้วยเหตุใด”  

บัวพยายามสงบใจที่ว้าวุ่นลง ปัดอารมณ์อ่อนไหวทิ้งไป แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะข้างๆ เขา 

“วันนี้ฉันเจอสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับตราสาปแช่งบนรูปภาพในห้างแอนเดอร์สันบนถนนกลางเมือง แล้วยังเจอผู้หญิงประหลาดคนหนึ่งด้วย”  

หญิงสาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้างฝรั่ง และในตรอกแคบยามที่ตามติดหญิงตาม่วงไปอย่างละเอียดลออ ด้วยความที่ทำงานเกี่ยวกับงานออกแบบในโลกเก่า เธอจึงจดจำรายละเอียดของสัญลักษณ์นั้นได้แทบทั้งหมด  

บัวหยิบเอาดินสอถ่านขึ้นมาวาดมันใส่กระดาษให้เขาดู... 

“ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นล่อฉันไปที่ตรอกนั่น ที่ประหลาดก็คือเขามีดวงตาสีม่วง และยังมีสัญลักษณ์ที่คล้ายตราสาปแช่งประทับอยู่ที่ด้านใดข้อมือ ตรานั่นมีเพียงฉันที่มองเห็นมันได้เหมือนตราสาปแช่งรึเปล่า”  

“ใช่” นัยน์ตาของผีร้ายไหววูบ สีหน้าลุ่มลึกลงคล้ายกำลังใคร่ครวญถึงอะไรบางอย่าง  

“คุณหลวงรู้หรือไม่ว่าคนคนนั้นเป็นใคร เหตุใดถึงมีสัญลักษณ์ที่คล้ายตราสาปแช่งประทับอยู่ หรือจะเกี่ยวข้องกับไอ้เดช”  

“อาจจะใช่และไม่ใช่”  

สนปรายตามองสัญลักษณ์บนกระดาษ คำตอบของเขาไม่ได้ให้ความกระจ่างเท่าไรนัก บัวซักต่อด้วยความกระหายที่จะรู้ 

“สัญลักษณ์นี้คืออะไร ไม่ใช่ตราสาปแช่งใช่ไหม”  

มันดูคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ใช่แน่นอน 

มีเส้นสายบางอย่างที่ผิดแผกไป 

“มันเป็นเพียงตราแทนตัวของคนเผ่าคราม เผ่าครามเป็นชนเผ่าหนึ่งบนเกาะไกร เชี่ยวชาญการรักษาโรคด้วยมนต์และสมุนไพร ผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าครามเท่านั้นถึงจะมีความสามารถในการประทับตราสาปแช่ง”  

“แสดงว่าตราสาปแช่งบนใบหน้าของไอ้เดชก็เกิดจากฝีมือของผู้อาวุโสคนนั้นหรือ”  

“ใช่”  

เพราะเป็นมนต์ที่เกิดจากเผ่าเดียวกัน ทำให้ตราทั้งสองแบบมีความคล้ายคลึงกัน เธอสามารถมองเห็นตราสาปแช่ง ย่อมสามารถมองเห็นตราแทนตัวบนร่างหญิงตาม่วงได้ 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกับเรา”  

ดวงตาสีม่วงลึกล้ำประทับอยู่ในความทรงจำ ยามที่เธอสัมผัสกับตัวหญิงสาวคนนั้น ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด  

“ยังบอกไม่ได้” เขาก้มหน้าจิบน้ำชาอึกหนึ่ง  

“แล้วเขามีความข้องเกี่ยวอะไรกับฉัน”  

To be continued... 

แจ้งข่าว อีบุ้คจะวางแผงใน MEB เที่ยงคืนคืนนี้นะจ๊ะ หลังจากนั้นฉันจะอัพเนื้อหาเก่าส่วนที่แก้ไขลงในนี้ และอัพเนื้อหาของเรื่องจนถึง 50-60% จ้า 

ความคิดเห็น