ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Be Friend EP 6.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 331

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2564 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Be Friend EP 6.
แบบอักษร

      Be Friend EP 6. 

  

สามปีผ่านไป... 

     02.55 น. 

    "มีพรข้อหนึ่งที่เจ้าต้องรับมันไว้ หากเจ้าได้เกิดพบรักกับชายใด ชายคนนั้นจะนำพาลูกอันเป็นที่รักแก่เจ้า จงรักษาเค้าไว้อย่างดี และให้ความรักด้วยใจอันเป็นบริสุทธิ์..." 

    "เอือกกก..." 

     ปึก ปึก!! 

    ผมยกมือขึ้นทุบบริเวณต้นคอ หลังจากที่สะดุ้งและลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก 

   "ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย เหมือนจริงชะมัด" 

   "...เอาซะหลอนเลย ใครแม่งจะไปพบรักกับผู้ชายวะ และผู้ชายที่ไหนจะท้องได้วะ ถ้าบอกว่าทำจีนท้องยังว่าไปอย่าง" 

  จีน แฟนสาวคนปัจจุบันของผมตอนนี้เธอกำลังเรียนคณะทันตแพทย์ปี 2 สวย หมวย อึ้ม แบบว่าตรงสเปคผมมาก กว่าจะตามจีบติดก็เล่นเอาเหนื่อยเลยเหมือนกัน เราคบกันมาได้สักพักแล้ว ความสัมพันธ์เป็นเรียกว่าเป็นไปได้สวย เธอเรียบร้อยนิสัยดี เรารู้จักกันมาโดยที่เธอเป็นรุ่นน้องโรงเรียนของผมมาก่อน พอมาเจอกันอีกครั้ง เลยได้มีโอกาสได้คุยกัน 

   อ้อ...ผมต้องแนะนำตัวก่อน ผมชื่อนาที ตอนนี้กำลังเรียนคณะวิศวกรรม สาขาไฟฟ้า ชั้นปีที่ 3 ที่มหาวิยาลัย XP ซึ่งเป็นมหา'ลัยชื่อดังในปัจจุบัน

   นิสัยโดยรวมผมค่อนข้างเป็นคนเข้าถึงง่าย อัธยาศัยดี คุยเก่ง เพื่อนค่อนข้างเยอะ เรียกว่าแทบทุกคณะมักจะรู้จักผมเป็นอย่างดี...

  ด้วยรูปร่างหน้าที่ไม่ต้องบอกเลย เพราะผมรู้ตัวดีว่าผมหล่อมาก ถ้าไม่หล่อผมคงไม่ได้เป็นรองเดือนมหา'ลัยในรุ่นผมแน่ๆแก๊งค์เพื่อนของผมพวกมันก็หล่อเหมือนกันแต่มันเป็นพวกไม่ชอบกิจกรรม เลยตกมาที่ผมแทน

   งานถนัดไง...

 

 เวลาผ่านไปสักพัก.... 

 ผมทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง 

  "สิ่งที่ข้าบอกเจ้าไปมันไม่ใช่แค่เรื่องตลกขอให้เจ้าจำสิ่งนี้ให้ดีและขึ้นใจ...เพราะเจ้าคือคนที่ข้าเลือกแล้ว" 

  "เอืออก...โธ่โว้ยยยยย" 

   ผมสะดุ้งตัวอีกครั้งหลังจากที่ล้มตัวลงนอนได้เพียงไม่นาน คำพูดและแววตาของหญิงเฒ่าที่จ้องมองมาที่ผมอย่างคนเอาเรื่อง พร้อมกับพูดในสิ่งที่สื่อความหมายแบบเดิม

   "ไม่นอนก็ได้วะ"

   มันเป็นแบบนี้มาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว เวลาที่ผมล้มตัวลงนอนมักจะฝันซ้ำๆเกี่ยวกับเรื่องท้องผู้ชายท้องได้และในฝันมันดันบอกว่าผมจะท้อง

   ผมจะทำยังไงกับไอ้ความฝันบ้าๆนี้ดี!

 

   ตลอดสามปีที่ผ่านมากว่าผมจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ กลับมากมาเป็นมนุษย์เฟรนลี่แสนร่าเริงคนเดิมได้ก็นานเกือบๆปี

    พอผมเข้ามาเรียนมหา'ลัยได้เจอสังคมใหม่ ที่โตขึ้นความร่าเริงของผมก็เริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆจนผมกลับมาเป็นคนเดิมในตอนนี้

   ผมยอมรับว่าตัวเองรู้สึกเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในตอนนั้น แต่มันยังดีที่หลังจากวันนั้นเราสองคนก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย ลุงทิมคนที่อชิส่งมาดูแลผม ก็ไม่ได้เล่าหรือพูดถึงอชิให้ผมฟังเลยตลอดสองวันที่ผมอยู่โรงพยาบาล และเขาก็ไม่ได้มาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาลอีกด้วย

   แต่ผมว่าให้มันเป็นแบบนี้และผ่านไปแบบนี้น่ะดีแล้ว มันจะได้ทำให้ตัดใจและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้เร็วมากขึ้นด้วย

   เพราะขนาดไม่ได้เจอหน้ากันกว่าผมจะหลุดและหยุดคิดเรื่องที่เกิดขึ้นได้ก็ในเวลาแรมปี กว่าผมที่จะตัดสินใจเดินหน้าต่อ เดินกลับมาใช้ชีวิตเช่นเดิมได้ก็เล่นเอาทุลักทุเลพอสมควร

   พอผมตัดสินใจลืมเรื่องๆแย่และตั้งใจจีบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอคนนั้นก็จีน จีนคือผู้หญิงคนแรกที่ผมเป็นแฟนด้วยหลังจากที่เรื่องนั้นเกิดขึ้น

   ตอนนั้นผมต้องเลิกกับแฟนที่คบกันสมัย ม.5 ด้วยความรู้ที่มันตีวนไปวนมาจนทำให้สับสนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้ผม เริ่มเบี่ยงเบนทางเพศหรือไม่

    เพราะก่อนที่อชิจะทำเรื่องอย่าว่ากับผม ก็เป็นตัวผมเองด้วยซ้ำที่รู้สึกแปลกๆและยื่นมือเข้าไปช่วยเอง มันทำให้ผมเริ่มสับสนและไม่เข้าใจตัวเอง จนต้องเป็นขอเดินออกมาเพื่อตั้งหลัก

   จวบจนเวลานี้ผมมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่ได้เบี่ยงเบนเป็นแน่ผมเลยเดินหน้าจีบจีนมาเป็นแฟนของตัวเองให้จนได้

  

มหาวิทยาลัย XP 

  "จีนวันนี้เลิกเรียนกี่โมงครับ" 

  "จีนเลิกเรียนบ่ายสามค่ะ" 

  "เดี๋ยวพี่มารับเราไปกินข้าวกัน" 

  "ได้ค่ะ บายนะคะ" หน้าที่ในแต่ละวันของนาทีก็ไม่มีอะไรมากก็ตื่นมารับแฟนจากคอนโดมาส่งที่หน้าคณะทุกวันหลังจากที่ตกลงเป็นแฟนกัน 

  

@คณะวิศวกรรม 

  "วันนี้ทำไมมึงมาเช้า"  

  "เมื่อคืนแม่งนอนไม่ฝันเชี่ยอะไรไม่รู้เลยเลิกนอน แล้วขับรถไปรับจีนแต่เช้าแม่ง" คิวเพื่อนของนาทีที่มาเจอกันอีกครั้งตอนเข้าเรียนที่นี่ เพราะคิวเรียนคณะเดียวนาที 

    ในตอนแรกที่นาทีได้เห็นหน้าคิวตอนรายงานตัว ในใจวูบโหวงตอนนั้นเท้าแทบก้าวขาไม่ออก เพียงแค่เห็นเพื่อนของอชิ  

   "...แล้วพวกมันยังไม่มา?" พวกมันที่นาทีว่าคือเพื่อนของเขาอีกสองคน  กล้า และ เพ้นท์ กล้าเพื่อนสนิทที่ตามมาเรียนด้วยกันส่วนเพ้นท์เป็นเพื่อนใหม่ของนาทีและคิวที่ได้มาเจอกันตอนเข้าเรียนปีหนึ่ง 

  แต่กล้าไม่ได้เรียนสาขาเดียวกัน แต่ยังคงอยู่คณะเดียวกันกับพวกเขาสามคนด้วย และมักจะแวะเวียนมานั่งเล่นด้วยกันก่อนไปเรียนเสมอ

     ทั้งสี่กลายมาเป็นสนิทกันจนกัน จวบจนปัจจุบัน

     นาทีไม่เคยเอ่ยถามถึงเพื่อนสนิทของคิวสมัยเรียนมัธยมเลยสักครั้ง และคิวเองก็ไม่เคยพูดถึงอชิเลยเหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับนาทีเพราะทำให้รู้สึกเหมือนคนชื่ออชิได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว และได้หมายไปจากตัวเขาด้วย

     "ยังไม่เห็นเลย เมื่อวานมันกับกูไปเที่ยวกันดึกสงสัยมันจะตื่นสาย"

     "...นั่นไงมาและ"

     "เมาหรอมึงเมื่อคืน?" นาทีเอ่ยถามเพื่อนตัวสูงอย่างเพ้นท์ขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะที่ประจำของกลุ่ม

    "เมาดิสัส มึงเลือกไม่ไปกูสองคนกับไอ้คิวแทบจะพากันหิ้วปีกออกจากร้านเลยเมื่อคืน"

    "...นี่ถ้าไม่ติดวิชาจารลุงนะกูหยุดและ"

    "เพลาๆกันบ้างเถอะพวกมึงไปกันถี่เกินนนนน"

    "แหมมมม!! ใครจะไปแสนดีแบบคุณมึงล่ะครับ ตั้งแต่คบกันน้องจีนแทบจะเป็นผ้าพับไว้เลยนะ ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม เรียนเสร็จกลับบ้าน มีงานสังคมเมื่อไรมีนาที มีนาทีที่นั่น โธ่...พ่อยอดมนุษย์สังคมดีเด่น" คำพูดจีบปากจีบคอของเพ้นท์ เอ่ยขึ้นเป็นช่องเป็นฉาก

    "สัส! กูก็เป็นแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วไหมไม่เชื่อมึงก็ถามไอ้คิวดูสิ เนอะ" นาทีพูดจบก็ยักไหล่ส่งให้คิวที่ยืนมองดูสองคนปะทะฝีปากกันแบบยิ้มๆ

    "อืม" คำตอบสั้นๆของคิวทำให้นาทีถึงกับหันหน้าขวับไปมองทันที

    "มึงช่วยตอบแบบมีอารมณ์กับให้กูหน่อยได้ป่ะ สัส! ยังแฮงค์อยู่รึไง"

    "โปรเจกต์ พวกมึงคิดกันยังว่าจะทำอะไร" คิวไม่ได้ตอบกลับในสิ่งที่นาทีพูดแต่กลับถาม เรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

    "มึงดูรีบเนาะ อีกตั้งเทอมกว่าจะได้ทำ" นาทีส่ายหน้าให้กับคิวที่มันไม่รู้จะจริงจังไปไหนกับเรื่องเรียน ถึงคิวจะเป็นคนเที่ยวเก่ง แต่เรื่องเรียนคิวก็เป็นคนที่เรียนเก่งและมีความรับผิดชอบมากที่สุดในกลุ่มในตอนนี้

   หากถามถึงนาทีรายนั้นบอกเลยว่าเล่นเป็นหลักเรียนเป็นรอง พอเข้าคาบเรียนปุบก็เลือกที่จะหลับปั๊บทุกทีเช่นกัน แต่ก็ยังดีที่พอถูๆไถๆจนเรียนมาถึงปีตอนนี้ได้ ก็เพราะมีคิวและเพ้นท์คอยช่วยอยู่เสมอ

   มีเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง...

   แต่พอเป็นกิจกรรมนี่บอกได้เลยว่าตาลุกวาวทันที ทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานอาสา งานได้ตัง หรือว่างานฟรีของแค่บอกนาทีว่างเสมอ

  "ก็เพราะมึงเป็นแบบนี้ไง สอบมึงถึงได้เกือบตกทุกวิชา"

   "เจ็บไอ้สัส!" นาทีพูดพร้อมยกมือทาบอก และทำตาปริบๆส่งไปให้คิว

   "ไปเรียนกันได้ยัง มึงก็มัวแต่พากูสองคนนอกเรื่องตลอด" เพ้นท์พูดขึ้นพร้อมกับก้าวเดินไปยังห้องเรียน

 

   "มึงตรงนี้ทำไงอ่ะ" นาทีถือแผงวงจรไปไฟฟ้าเดินตรงมาคิวที่กำลังง่วนอยู่กับการต่อวงจรตามที่อาจารย์ลุงพึ่งจะสอนเสร็จไปเมื่อครู่

   พวกเขาทั้งสามเรียนสาขาไฟฟ้าด้วยกันทั้งหมด พอขึ้นปีที่สูงขึ้นพวกทฤษฎีที่มักจะนั่งฟังอาจารย์บรรยายแบบโง่ๆก็น้อยลงไปเรื่อยๆ

   เพราะมันจะเปลี่ยนมาเป็นปฏิบัติ และส่งงานโปรเจกต์เล็กบ้างใหญ่บ้างสลับกันไป และก่อนที่พวกเขาจะมีโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดตามที่คิวพูดถึง อีกหนึ่งโปรเจกต์ก่อนที่จะจบ

   "ตอนอาจารย์ทำให้ดูแม่งเลือกเล่นมือถือ และมาตอนนี้ทำไม่ได้น่าตบให้คว่ำสักทีนะมึง" คิวพูดออกมาเสียงเรียบ

   "ใจร้าย ไม่อ่อนโยน" นาทีพูดพร้อมกับกระพริบตาปริบๆใส่คิวถี่ๆ

   "มึงนี่ถ้าไม่ริอาจมีแฟนจีบหญิง กูจะคิดว่ามึงชอบผู้ชายนะ แม่งชอบทำหน้าอ้อนมากเถอะ สัส!"

 

 กึก!

 

    คำพูดของคิวทำให้นาทีแทบจะหยุดกระพริบตาแทบไม่ทัน ความรู้สึกเมื่อสามปีก่อน กลับมาจนแทบจะปรับสีหน้าให้กลับมาปกติไม่ถูก ดวงตาที่เหม่อลอยแบบคนไร้สติฉายแววบนใบหน้าอย่างชัดเจน

   "มึง"

   ฟึบ ฟึบ!

   คิวเรียกพร้อมกับสบัดมือไปมาตรงใบหน้าของนาที แต่กลับไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับกลับมา

  "นาที! มึงเป็นอะไร"

  "หะ...ห่ะ!"

   "เป็นอะไรอยู่ๆก็เหม่อ ไหนจะให้สอนตรงไหน" คิวพูดพร้อมกับดึงแผงวงจรในมือของนาทีมาถือเอาไว้

   "ปะ...เปล่า"

   "...ตรงนี้มึง ทำยังไงอ่ะ" นาทีรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ

   "เริ่มจากตรงนี้นะ..." จากนั้นคิวก็เริ่มสอนนาทีไปเรื่อยๆ

   ในจังหวะเดียวกันคิวก็แอบรอบมองนาทีเรื่อยๆและทำให้เขาได้เห็นนาที มักมีสีหน้าแบบคนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างตลอดเวลาในขณะที่เขาสอน

   "มึงไม่เป็นอะไรแน่นะ?" คิวเลิกคิ้วถามออกไป

   "ไม่กูสบายดี" นาทีตอบกับพร้อมกับยิ้มร่า ตามแบบฉบับคนร่าเริง

   แต่คนฉลาดๆอย่างคิวมีหรอจะมองไม่ออกว่าสิ่งที่นาทีกำลังทำมันคือการฝืนยิ้ม...   

 

    เพียงแค่ได้ยินประโยคจี้ใจยังเหม่อขนาดนี้ แบบนี้หรอที่เรียกว่าตัวเองพร้อมและกลับมาเป็นนาทีคนเดิมแล้ว หลังจากที่คิวสอนเสร็จนาทีจึงขอตัวเดินออกมาเข้าห้องน้ำในทันที

 

   "มึงนี่ถ้าไม่ริอาจมีแฟนจีบหญิง กูจะคิดว่ามึงชอบผู้ชายนะ แม่งชอบทำหน้าอ้อนมากเถอะ สัส!" 

   

    คำว่าพูดของคิวยังลอยวนเวียนอยู่ในสมองของเขา... 

"เราลืมเรื่องวันนั้นจริงๆแล้วใช่มั้ย" เขาพึมพำกับตัวเองตลอดการเดินจนมาถึงห้องน้ำ 

  

 

 

................... 

    

  

ความคิดเห็น