Stranger (คนแปลกหน้า ) 20++
1.This house don’t feel like home (บ้านที่ไม่ใช่บ้าน)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

1.This house don’t feel like home (บ้านที่ไม่ใช่บ้าน)

 

 

หลายๆครั้งฉันรู้สึกได้ว่าในบ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว

ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันมักจะตื่นขึ้นกลางดึกเพราะได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าของใครสักคน มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูไม้ของห้องใต้บันใดในเวลาดึกดื่นแบบนี้ นาฬิกาที่หน้าโทรศัพท์บอกเวลา 0.50 น. สิ่งที่ฉันต้องทำตอนนี้คือตั้งหน้าตั้งตารอใครบางคนที่จะปรากฏตัวยามวิกาลภายในบ้านของฉัน

ฉันรอจนกระทั่ง 0.57 น. จึงปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์แล้วกดหมายเลข 911 ฉันรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รวดเร็วและรุนแรงกว่าปกติ เลือดในกายฉันสูบฉีดจนฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อ

ฉันกลืนน้ำลายผ่านลำคอที่แห้งผากจนเกือบจะเป็นผง ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน โมนาลิซ่าบอกว่าฉันวิตกกังวลกับเรื่องนี้มากจนเสียสติ ฉันทำเป็นหูทวนลมตอนที่หล่อนพล่ามไม่ยอมหยุด โมนาลิซ่าเป็นพวกสมาธิสั้นและสติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย ส่วนฉัน...ไม่ใช่

ฉันไม่ใช่คนจำพวกที่จะหากุญแจรถทั่วบ้านทั้งๆกำลังถือมันอยู่ในมือหรอกนะ ถ้าคุณเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในชีวิตมากพอล่ะก็ คุณจะรู้ว่าไม่มีใครหน้าไหนเปิดประตูหลังบ้านทิ้งไว้ตอนที่ตัวเองไม่อยู่กันหรอก จริงมั้ย?

ฉันเริ่มสังเกตว่าของบางอย่างนั้นอยู่ผิดที่ผิดทางจากที่มันควรจะเป็น ใครบางคนวางมีดปลอกผลไม้พร้อมกับเศษเมล็ดแอปเปิ้ลไว้บนโต๊ะทำงานตอนที่ฉันออกไปทำธุระข้างนอก ไหนจะเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้และนักเก็ตไก่ที่ถูกอุ่นอยู่บนเตา อย่างนี้แล้วพวกคุณยังจะคิดว่าฉันเสียสติอยู่อีกมั้ย?...

0.59 น. ฉันดึงตัวเองออกจากภวังค์แล้วเพ่งสายตาผ่านช่องแคบๆของบานประตูที่ปิดไม่สนิท เงาดำทะมึนของเสาไฟฟ้าด้านนอกพาดผ่านบานหน้าต่างดูราวกับอสูรกายรูปร่างใหญ่ยักษ์

ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งห้อง เงียบจนฉันได้ยินเสียงเต้นระรัวของหัวใจตัวเอง ฉันกำโทรศัพท์ด้วยมือชื้นเหงื่อนั่นแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกักอากาศไว้ในปอดก่อนพ่นลมออกทางริมฝีปาก มันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะไม่มากเท่าที่ควร

แต่แล้วในวินาทีต่อมาเสียงกุกกักก็ดังขึ้นจากทางด้านนอก ฉันชะงักพลางเพ่งสายตามองผ่านความมืดที่แทบมองอะไรไม่เห็น

ตึก ตึก! ตึก ตึก ! หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้เกิดความกล้าขึ้นมาเลย มือที่โทรศัพท์สั่นจนควบคุมไม่อยู่ ฉันเผลอกลั้นลมหายใจตอนที่เงี่ยหูฟังเสียงที่ดังจากด้านนอก

เงียบเชียบ....

เสียงนั่นเงียบไปแล้วแต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจมากกว่าเดิม ฉันค่อยๆแง้มประตูให้เกิดช่องว่างกว้างยิ่งขึ้นพลางเงี่ยหูฟังอย่างใจจดใจจ่ออีกครั้ง

ทำไมมันเงียบอย่างนี้ เงียบจนฉันได้ยินเสียงความกลัวของตัวเองกำลังกู่ร้อง

ปัง!!

ประตูห้องใต้บันไดถูกผลักเข้ามาพร้อมกับมือใครบางคนที่คว้าข้อมือฉันไว้ ใครคนนั้นกระชากฉันออกมาจากในนั้นอย่างสุดแรง หน้าอกฉันไถลไปตามพื้น ความเจ็บแล่นปราบไปทั่วร่าง ฉันรู้สึกถึงของเหลวร้อนๆที่ไหลออกมาบริเวณหัวเข่าตอนมันถูกกระแทกลงกับพื้นไม้ มือนั้นบีบข้อมือฉันแน่นจนปวดกระดูก ฉันใช้เรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดของตัวเองสะบัดมือเขาออก แต่การต่อต้านนั้นมันกลับไร้ประโยชน์

"ช่วยด้วย" ฉันร้องตะโกนออกไปสุดเสียง แต่กลับรู้สึกว่ามันดังอยู่แค่ภายในบ้านหลังนี้

ฉันเพ่งมองร่างนั้นผ่านความมืดขณะที่ถูกลากไปตามพื้นไม้ ตอนนี้โทรศัพท์ของฉันไม่ได้อยู่ในมืออีกต่อไปแล้ว บ้าจริง ฉันตกใจฉันปล่อยมันหล่นไปตอนไหนกันนะ

จู่ๆฉันก็รู้สึกอยากจะอาเจียน ตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังอยู่บนเครื่องเล่นหวาดเสียวอะไรสักอย่าง

พระเจ้า เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้นมื้อเย็นที่ฉันเพิ่งทานเข้าไปมันจะขย้อนออกมาจุกอยู่ที่คอหอย

''ฉันอยากจะอ้วก" ในหัวฉันพูดคำนี้ซ้ำๆ

วินาทีต่อมาฉันก็รู้สึกว่าข้อมือถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ฉันยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองที่กำลังจะอาเจียน แต่แล้วก็มีอะไรหนักๆฟาดลงที่ด้านหลังท้ายทอยเข้าอย่างเต็มแรง

ฉันกำลังจะหมดสติ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น